“คุณผู้ชายคะ คุณหมอบอกว่าคุณหนูมีอาการความจำเสื่อมชั่วคราวค่ะ จากการที่สมองได้รับความกระทบกระเทือน แต่จากการสแกนสมอง ก็ไม่พบความผิดปกติอะไรนะคะ อาจจะต้องรอสักพัก อาการความจำเสื่อมอาจจะหายไป และคุณหนูจะจำทุกอย่างได้เหมือนเดิม แต่ก็ไม่รับรองว่าคุณหนูจะมีอาการความจำเสื่อมไปนานแค่ไหนค่ะ” ป้าฟางรายงานผลการวินิจฉัยของคุณหมอให้เซียวอู่หลงทราบทางโทรศัพท์
“ถ้าอี้เฟยพร้อมเดินทางเมื่อไหร่ ป้าฟางก็พาเธอกลับมาทันทีเลยละกัน” เซียวอู่หลงสั่ง
“เดี๋ยวผมต้องเข้าประชุมผู้บริหารแล้ว ฝากป้าฟางประสานกับเลขาจู แล้วจัดการเองได้เลยนะครับ แค่นี้นะ” เซียวอู่หลงวางสายโทรศัพท์ ก่อนจะสั่งเลขาจูให้ติดต่อกับแม่นมฟาง แล้วเดินออกจากห้องไป
..........
เหอเยี่ยนฟาง ยืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ จ้องใบหน้าคุ้นตาที่มองตอบกลับมา เธอใสุดขีดจนหายใแล้ว พอเห็นหน้าตาตัวเองในกระจกครั้งแรกหลังจากฟื้นขึ้นมา เยี่ยนฟางถึงกับอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออกไปเกือบห้านาที นี่ไม่ใช่ตัวเธอ นี่มันเซียวอี้เฟย ดาวโรงเรียนสมัยมัธยมนั่นเอง
เยี่ยนฟางพยายามทำความเข้าใจ และสรุปในใจได้ว่า เธอน่าจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนในคืนนั้น แล้วิญญาของเธอก็ดันมาอยู่ในร่างของเซียวอี้เฟย เพื่อนร่วมห้องสมัยมัธยมของเธอเอง และเธอยังย้อนกลับมาในร่างของอี้เฟยในวัย 15 ปีอีกด้วย
สาวน้อยั์ตากลมโตสดใส จมูกได้รูปปลายเชิดเล็กน้อย บ่งบอกนิสัยเอาแต่ใจตัวเองได้เป็อย่างดี ริมฝีปากบางจิ้มลิ้มที่เพียงเผยรอยยิ้มเล็กน้อยก็ทำให้หนุ่มๆ แทบจะเข่าอ่อนได้ ผิวขาวเนียนละเอียด ไร้รอยราคี นี่คือรูปร่างหน้าตาของลูกรักพระเ้าชัดๆ
“เซียวอี้เฟย... เกิดอะไรขึ้นกับเธอ ทำไมฉันถึงต้องกลายมาเป็เธอ ชาติก่อนฉันไม่เคยทำอะไรเธอเลยนะ มีแต่เธอที่คอยรังแกฉันน่ะ” เหอเยี่ยนฟางพูดกับตัวเองในกระจก
เยี่ยนฟางพยายามคิดจนหัวแทบแตก นึกย้อนหาข้อมูลเกี่ยวกับเซียวอี้เฟยหลังจากทั้งสองแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางหลังจบชั้นมัธยม เธอได้ทุนเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย B และได้ยินว่าอี้เฟยสอบไม่ติด เลยไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ หลังจากนั้นอีกหลายปี เธอก็ได้ข่าวว่าอี้เฟยกลับมา แล้วแต่งงานกับนักธุรกิจชื่อดังคนหนึ่ง
เหมือนจะเป็การแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ทางธุรกิจ เพื่อพยุงกิจการของที่บ้านเธอ แต่ไม่นานบริษัทของพ่อเธอก็ต้องล้มละลาย เธอจำได้ดี เพราะตอนนั้นเธอพยายามติดต่อเลขาของพ่ออี้เฟยเพื่อขอสัมภาษณ์ เธอรายงานข่าวการล้มละลายของกลุ่มทุนตระกูลเซียวด้วยตัวเอง ทำไมเธอจะจำไม่ได้
หลังจากนั้น เธออ่านเจอในข่าวซุบซิบว่าอี้เฟยหย่ากับสามีและเดินทางออกนอกประเทศ ไม่กลับมาอีกเลย ไม่มีใครได้ข่าวคราวของเซียวอี้เฟยนับแต่นั้น
“เซียวอี้เฟย... เธอคงไม่ได้อยากให้ฉันมาแก้แค้นอะไรให้เธอใช่ไหม ชั้นไม่รู้เื่รู้ราวอะไรเลยนะ แต่ไหนๆ ก็ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ฉันจะใช้ชีวิตเธอให้ดีที่สุดก็แล้วกัน อย่ามาหลอกกันล่ะ ฉันกลัวผีนะ”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
“คุณหนูคะ แต่งตัวเสร็จรึยังคะ รถมาแล้วค่ะ” แม่นมฟางะโถาม
“เสร็จแล้วค่ะ ป้าฟาง กำลังจะออกไปแล้วค่ะ” เยี่ยนฟางตอบ
เยี่ยนฟางจ้องหน้าตัวเองในกระจก พร้อมกับพูดกับตัวเอง
“ต่อไปนี้ฉันคือเซียวอี้เฟย ต่อไปนี้จะไม่มีเหอเยี่ยนฟางอีกแล้ว ชาตินี้ ฉันจะต้องสวย ต้องรวย ต้องเก่งที่สุด สู้ตาย!”
..............
ณ ห้องทำงานท่านประธานของบริษัทตระกูลเซียว
“ท่านประธานคะ วันนี้คุณหนูจะเดินทางกลับมาถึงสนามบินประมาณ หกโมงเย็นนะคะ ท่านประธานจะไปรับด้วยตัวเองรึเปล่าคะ” เลขาจูเอ่ยถาม
“เย็นนี้ ผมมีนัดส่วนตัวกับประธานบริษัท Y โทษที ผมไม่ได้แจ้งคุณก่อน พอดีเป็นัดกระทันหันน่ะ แค่ไปฉลองกับเพื่อน ๆ ไม่ได้เกี่ยวกับงานน่ะ คุณช่วยบอกคนขับรถให้ไปรับลูกสาวผมหน่อยละกัน” เซียวอู่หลงสั่ง
“ได้ค่ะ ท่านประธาน”
...........
เซียวอี้เฟย นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบิน ในใจคิดกังวลว่าจะพูดจาอย่างไรต่อหน้าเซียวอู่หลง ไม่สิ คุณพ่อของเธอเอง ปกติเค้ากอดทักทายกันไหมนะ เซียวอี้เฟยสนิทกับบิดาขนาดไหน เธอรู้ว่า แม่ของอี้เฟยเสียไปนานแล้ว พ่อของเธอก็ไม่เคยคิดจะแต่งงานใหม่ หรือที่รู้มาคือ ไม่เคยแต่งงานใหม่ พ่อลูกคู่นี้อาจจะรักกันมากก็ได้ เพราะมีเพียงกันและกัน แต่ว่าั้แ่เธอฟื้นขึ้นมา พ่อไม่เคยโทรมาหาเธอเลย มีเพียงป้าฟางที่คอยโทรศัพท์รายงานผลการรักษาและแจ้งเื่การเดินทางกลับ หรือว่าพ่อลูกคู่นี้จะไม่ค่อยสนิทกัน
แม่นมฟางนั่งอยู่ข้างๆ หันมาเห็นคุณหนูทำหน้าตาเคร่งเครียด ก็เอ่ยถามด้วยความห่วงใย
“คุณหนูรู้สึกไม่สบายตรงไหน หรือปวดหัวรึเปล่าคะ อยากดื่มอะไรไหมคะ เดี๋ยวป้าเรียกพนักงานมาให้”
“ไม่เป็ไรค่ะ ป้าฟาง หนูแค่สงสัยว่า คุณพ่อจะมารับที่สนามบินรึเปล่า”
แม่นมฟางผู้รู้ถึงนิสัยของท่านประธานเซียวเป็อย่างดี ก็เดาได้ว่าคุณผู้ชายคงไม่มารับคุณหนูด้วยตัวเองแน่ ๆ จึงตอบไปว่า
“คุณผู้ชายน่าจะยุ่งมากนะคะ ท่านคงไม่สะดวกมารับที่สนามบินหรอกค่ะ แต่ป้าว่าท่านอาจจะรอต้อนรับคุณหนูอยู่ที่บ้านก็ได้นะคะ”
แม้ในใจป้าฟางจะรู้ดีว่า คุณท่านคงไม่อยู่ที่บ้านด้วยซ้ำไป คิดแล้วก็สงสารคุณหนูของนางจริง ๆ เพราะความจำเสื่อม เธอก็เลยไม่รู้ว่า บรรยากาศในบ้านตระกูลเซียวไม่ได้อบอุ่นเหมือนครอบครัวอื่น ๆ
เซียวอู่หลงให้ความสำคัญกับบริษัทมากกว่าลูกสาวมานานแล้ว ั้แ่ที่ภรรยาของเขาเสียไปเมื่อ 10 ปีก่อน เซียวอู่หลงก็ไม่เคยเหลียวแลลูกสาวอีกเลย แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ดูแล เขาให้เงินเลี้ยงลูกแทนเขา ไม่ว่าเซียวอี้เฟยอยากจะได้อะไร อยากจะทำอะไร เขาล้วนไม่ปฏิเสธ ทุกวันนี้ ลูกสาวก็แทบจะไม่เหลือเยื่อใยหรือความเคารพให้กับผู้เป็บิดาแล้ว เซียวอี้เฟยคิดว่าพ่อก็คือตู้เอทีเอ็มเคลื่อนที่ แค่บอกเลขาจูว่าเธออยากได้เงินเท่าไหร่ อีกไม่เกิน 15 นาที เงินก็เข้าบัญชีทันที
“คุณหนูนอนพักอีกสักหน่อย พอใกล้จะถึง เดี๋ยวป้าจะปลุกเองนะคะ”
“ก็ดีค่ะ ขอบคุณค่ะป้าฟาง” เซียวอี้เฟยเอนตัวพิงพนักเกาอี้ก่อนจะหลับตา แล้วเข้าสู่ห้วงนิทรา
................
รถยนต์สีดำคันหรูเลี้ยวเข้าสู่เขตบ้านตระกูลเซียว
เซียวอี้เฟยอดคิดในใจไม่ได้ว่า แม่เ้าโว้ย นี่มันไม่ใช่บ้านคนธรรมดาแล้วนะ นี่มันคฤหาสน์ดี ๆ นี่เอง จากประตูรั้วเข้ามา ต้องขับรถตั้งไกลกว่าจะมาถึงตัวบ้าน แล้วนี่มีคนอยู่กันกี่คน ทำไมมันถึงได้ใหญ่โตมโหฬารขนาดนี้
เธอที่เคยมีชีวิตอยู่มาถึงสามสิบกว่าปี แต่ประสบการณ์ด้านความหรูหราฟุ่มเฟือยกลับเป็ศูนย์ จะบอกว่าไม่เคยเห็นเลยก็ไม่ใช่ ใครๆ ก็เคยเห็นภาพแบบนี้จากภาพยนตร์ จากละครโทรทัศน์ หรือจากแมกกาซีนต่างๆ แต่การได้มาััด้วยตัวเอง หรืออยู่ดีๆ ก็ได้เป็เ้าของทรัพย์สมบัติแบบนี้ มันก็น่าตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย
จากเด็กกำพร้าจน ๆ คนหนึ่งที่ใช้ชีวิตสมถะมาตลอดชีวิต มีเงินเก็บในธนาคารแบบไม่กล้าโชว์ยอดเงินให้ใครดู อยู่ห้องเช่ากลางเก่ากลางใหม่ นั่งรถสาธารณะไปทำงาน จู่ ๆ วันหนึ่ง ก็ได้นั่งเครื่องบินชั้นเฟิร์สท์คลาส มีคนขับรถหรูมารับถึงสนามบิน พามาส่งยังคฤหาสน์หลังใหญ่ มีห้องหับสิบยี่สิบห้อง ได้เป็เ้าของห้องนอนส่วนตัวสุดหรู ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ชั้นดีจากต่างประเทศ นี่มันยิ่งกว่าซินเดอเรลล่ารึเปล่า
“คุณหนูคะ จะให้แม่บ้านเตรียมอาหารเย็นเลยรึเปล่าคะ” เสียงแม่นมฟางปลุกเซียวอี้เฟยให้หลุดจากภวังค์
“ก็ดีค่ะ ป้าฟาง เดี๋ยวหนูขอไปอาบน้ำก่อนแล้วจะลงมาทานอาหารนะคะ” อี้เฟยตอบเตรียมจะเดินขึ้นบันได แต่ต้องหันกลับมาถามป้าฟางว่า ห้องของเธออยู่ตรงไหน ก่อนจะเดินจากไป
########