ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 52 โรคประหลาด ผู้ชายมีภาวะชีพจรตั้งครรภ์ของสตรี

            เมื่อเผชิญกับความใจร้อนของฮ่องเต้เทียนฮุยหานอวิ๋นซีรู้ว่าต่อให้อธิบายอะไรออกไป มันก็จะกลายเป็นข้อโต้แย้งเท่านั้นและการโต้เถียงกับฮ่องเต้ มีแต่จะทำให้นางหัวเสียเปล่าๆ ไม่ใช่หรือ?

            นางลอบมองหลงเฟยเยี่ยที่อยู่ด้านข้างโดยไม่รู้ตัวนางรู้เพียงวิธีล้างพิษและชายผู้นี้ก็รู้ดี อย่างไรก็ช่วยนางพูดสักคำเถอะ

            น่าเสียดายที่หลงเฟยเยี่ยยังคงชงชาอย่างสบายๆโดยไม่สนใจเรื่องของนางเลย

            หานอวิ๋นซีหัวเราะเยาะตัวเองนางคิดมากไปจริงๆ ชายผู้นี้จะมาช่วยนางได้อย่างไรเขาแค่ว่างและไม่มีอะไรให้ดูก็เท่านั้น

            อธิบายไม่ได้ก็ไม่ต้องอธิบายหานอวิ๋นซีต้องพยายามรักษาให้ดีที่สุด แม้ว่านางจะไม่สามารถรักษาได้จริงๆ ก็ตามเช่นนี้ฮ่องเต้ก็คงไม่ฆ่านางแล้วใช่หรือไม่

            “ฝ่าบาทในเมื่ออวิ๋นซีมารักษาอาการป่วย เช่นนั้นให้อวิ๋นซีตรวจชีพจรของไท่จื่อก่อนเถิด”นางพูดอย่างจริงจัง

            นี่เป็นคำพูดของนางที่ฮ่องเต้เทียนฮุยกำลังรอคอย“หานอวิ๋นซี อย่าทำให้ข้าผิดหวัง”

            แรงกดดันถาโถมเข้ามาหานอวิ๋นซีกพยายามแบกมันไว้ ในไม่ช้าก็มาถึงตำหนักบูรพาพร้อมกับฮ่องเต้และฉินอ๋อง

            ทันทีที่มาถึงประตูก็พบว่าการรักษาการณ์นั้นเข้มงวดอย่างมากมีคนไม่น้อยที่รู้ว่าไท่จื่อมีโรคแปลกๆ แต่เป็นโรคแปลกแบบไหนนั้นกลับเป็นความลับที่ยิ่งใหญ่

            สำหรับหานอวิ๋นซีแล้วรู้เพียงว่ามันคือภาวะชีพจรตั้งครรภ์ของสตรีไม่รู้ว่าตอนนี้อาการของไท่จื่อเป็นอย่างไรหลายปีขนาดนี้ไม่รู้ว่าอาการเปลี่ยนไปหรือไม่ นางเองก็ไม่รู้แน่ชัดทั้งหมดที่รู้ก็คือตั้งแต่เขาป่วยเมื่อเจ็ดปีที่แล้วเขาก็ไม่เคยออกจากตำหนักบูรพาอีกเลย

            ไท่จื่อนั้นมีความเฉลียวฉลาดตั้งแต่เด็กทั้งยังเป็นลูกชายคนโตของฮองเฮา มีฐานะที่โดดเด่นและเป็นที่รักของฮ่องเต้ตั้งแต่เขาอายุได้สามขวบ ฮ่องเต้เทียนฮุยก็ใช้เวลามากมายในการปลูกฝังเขา

            แต่ใครจะรู้ว่าสุดท้ายเขาจะป่วยด้วยโรคประหลาดหากรักษาไม่หาย ฮ่องเต้เทียนฮุยคงต้องพิจารณาเลือกชูจุน[1]องค์ใหม่

            เมื่อมีการสถาปนาชูจุนองค์ใหม่ขึ้นไม่เพียงแต่ต้องใช้เวลาและพลังงานเท่านั้นแต่ยังจะนำไปสู่ข้อพิพาทระหว่างราชสำนักกับฝ่ายค้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และเหล่าองค์ชายก็จะต่อสู้กันเอง

            อาณาจักรเทียนหนิงอยู่ในช่วงกำลังพัฒนาความขัดแย้งภายในเป็นสิ่งสุดท้ายที่ฮ่องเต้เทียนฮุยต้องการเห็นดังนั้นแม้ไท่จื่อจะป่วยมาเจ็ดปีแล้ว เขาก็มิได้ย่อท้อ และไท่จื่อถูกจำกัดบริเวณแม้จะนอนอยู่บนเตียงแต่ก็ยังห่วงใยเรื่องราชการทุกวันและทราบทุกอย่างดี

            เมื่อเดินเข้าไปในตำหนักบูรพาหัวใจของหานอวิ๋นซีก็จมดิ่งลงอีกครั้งเมื่อนางเห็นการป้องกันที่เข้มงวดกว่าข้างนอก

            นางอดไม่ได้ที่จะคิดพิจารณาถึงปัญหาสิ่งที่ไท่จื่อต้องทนทุกข์ทรมานไม่ใช่โรคประหลาดอื่นใด แต่เป็นภาวะชีพจรตั้งครรภ์ของสตรีที่เขารู้สึกอับอายในแง่หนึ่งนี่เป็นความอัปยศต่อราชวงศ์เทียนหนิงและมันอาจถือเป็นสัญญาณของหายนะด้วยซ้ำ

            สุดท้ายเมื่อฮ่องเต้ยอมแพ้กับไท่จื่อถึงเวลานั้น ผู้คนที่รู้จักโรคประหลาดของไท่จื่อจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?

            หานฉงอันกู้เป่ยเยวี่ย...และนางที่กำลังจะเข้าเฝ้าไท่จื่อ

            แม้ว่านางจะเป็นฉินไท่เฟยแต่ทัศนคติของฮ่องเต้ในตอนนี้ไม่ได้ถือว่านางเป็นคนของราชวงศ์อย่างชัดเจน!

            ตลอดทางเต็มไปด้วยความเงียบเมื่อมาถึงห้องบรรทม ก็จะเห็นว่าไท่เฮาและฮองเฮามาถึงก่อนแล้ว แต่หานฉงอันกับกู้เป่ยเยวี่ยกลับไม่มาเดิมทีหานอวิ๋นซีคิดว่าพวกเขาจะมาด้วย

            ดูเหมือนว่าฮ่องเต้เทียนฮุยได้ตัดสินใจมอบภาระนี้ให้กับนางแล้ว

            เมื่อผ่านม่านลูกปัดไปก็จะสามารถมองเห็นเตียงในห้องด้านในที่คลุมด้วยผ้าม่านโปร่งเท่านั้นไท่จื่อก็คงจะนอนอยู่บนเตียง

            ด้วยระยะห่างเท่านี้ถ้าเกิดเป็นพิษละก็ ระบบล้างพิษคงจะเตือนนางแล้ว

            หานอวิ๋นซีไม่ได้ยินเสียงเตือนแต่อย่างใดทว่านางยังคงมีความหวังรอให้เข้าไปใกล้แล้วจะทำการสแกนร่างกายทั้งหมดอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ

            ทันทีที่หานอวิ๋นซีเข้ามาไท่เฮาก็ดีใจอย่างมาก จับมือนางไว้แน่นด้วยสีหน้าตื่นเต้นราวกับว่าในตอนนั้นขุนนางเป่ยกงเป็นคนออกหมายจับไม่ใช่นาง

            “อวิ๋นซีเจ้าทำให้ข้าประหลาดใจจริงๆ เดิมทีข้าคิดว่าแม่ของเจ้าจากไปแล้วดาวนำโชคของข้าก็จากไปด้วย ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะสืบทอดทักษะทางการแพทย์ของแม่เจ้ามาด้วยดีมาก ดีจริงๆ!”

            แม้แต่ทางฝั่งฮ่องเต้ยังอธิบายไม่ได้แล้วจะนับประสาอะไรต่อหน้าผู้บงการเบื้องหลังท่านนี้ล่ะ? นอกจากนี้หานอวิ๋นซีไม่เชื่อว่าพวกเขาต้องการเห็นนางช่วยชีวิตไท่จื่อด้วยความจริงใจ

            อย่างไรก็แค่ต้องการโยนปัญหาจากมือของหานฉงอันมาให้นางและตั้งแต่นี้ก็จะมีข้ออ้างให้ลงโทษนางได้อีกครั้ง

            หานอวิ๋นซีขี้เกียจเกินกว่าจะโต้เถียงจึงยิ้มเพียงเล็กน้อย “ข้าไม่ทราบอาการที่แน่ชัด แต่ข้าจะพยายามทำให้ดีที่สุด”

            ในเวลานี้ฮองเฮาก็ก้าวมาข้างหน้าและจับมืออีกข้างของหานอวิ๋นซีราวกับว่ารู้จักนางเป็นอย่างดี “อวิ๋นซี เจ้าอย่าถ่อมตัวอีกเลยข้าไม่อนุญาตให้เจ้ารักษาไม่ได้! หากแม้แต่เจ้าก็รักษาไม่หายเช่นนั้น…เช่นนั้น...”

            ขณะที่ฮองเฮากำลังพูดนางก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาปิดหน้าและร้องไห้

            ฮ่องเต้ที่เห็นเช่นนี้แววตาก็ดูหมดความอดทนเล็กน้อย “เอาล่ะๆ ฉินหวังเฟย เจ้ามากับข้าเถอะ”

            “เพคะ”หานอวิ๋นซีพยักหน้า เมื่อเห็นว่าไท่เฮาและฮองเฮาไม่ได้คิดที่จะเข้ามานางคิดว่าหลงเฟยเยี่ยเองก็คงไม่เข้ามาเช่นกันแต่ใครจะรู้ว่าชายผู้นี้ที่เงียบมาตลอดนี้กลับเดินอยู่ข้างหน้านาง

            ไม่ได้ช่วยนางพูดอะไรสักคำขณะนี้ตอนนี้ หานอวิ๋นซีรู้สึกว่ามองชายผู้นี้แล้วรกหูรกตาเหลือเกิน

            หานอวิ๋นซีสูดลมหายใจเข้าลึกๆและเดินเข้าไปในห้องด้านใน เมื่อเข้าไปข้างในแล้วนางเห็นคนบนเตียงไม่ชัดเจนสักเท่าไร

            เห็นเพียงชายคนนั้นนอนหงายอยู่ใต้ผ้าห่มเห็นใบหน้าของเขาไม่ชัดเจน ทว่าหานอวิ๋นซีก็รู้ว่าเขาตื่นแล้ว

            นี่คือไท่จื่อแห่งอาณาจักรเทียนหนิงหลงเทียนโม่

            หานอวิ๋นซีที่กำลังมองก็ได้ยินหลงเทียนโม่พูดว่า“เทียนโม่ไม่สามารถลงจากเตียงได้ เสด็จพ่อและเสด็จอาโปรดให้อภัยข้าด้วย”

            หานอวิ๋นซีตกใจเล็กน้อยตอนแรกนางคิดว่าหลงเทียนโม่จะดูถูกตัวเองและมีอารมณ์รุนแรงมากแต่ไม่คาดคิดว่าเขาจะมีมารยาทเช่นนี้

            ฟังจากน้ำเสียงของเขาแม้ว่าจะอ่อนแรงเล็กน้อยแต่กลับไม่ได้ให้ความรู้สึกของคนที่ป่วยมานานเลยแม้แต่น้อย

            เจ็ดปีเต็มเป็นเจ็ดปีที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับโรคที่น่าอับอายนี้การที่เขาไม่พูดหรือขับไล่ผู้คนออกไป มันก็พอเป็นเรื่องที่ให้อภัยได้

            จิตใจของชายผู้นี้ต้องแข็งแกร่งขนาดไหนกัน? ไม่แปลกใจที่ฮ่องเต้เทียนฮุยจะให้ความสำคัญกับเขามากและไม่เคยยอมแพ้จนถึงตอนนี้

            ในฐานะหมอหานอวิ๋นซีผู้อ่อนไหวสัมผัสได้ถึงเจตจำนงอันแรงกล้าของเขาที่อยากจะมีชีวิตรอดในทันทีนอกจากนี้ หานอวิ๋นซีก็ชื่นชมผู้ป่วยประเภทนี้มาก

            เพียงแต่ชายผู้นี้ไม่ได้เห็นนางอยู่ในสายตาเลยอย่างไรก็ตาม ตัวตนของเสด็จอาหญิงก็มีหน้าที่รับผิดชอบเช่นกัน เอาเถอะหานอวิ๋นซียอมรับว่านางชื่นชมไม่ลงแล้ว

            หานอวิ๋นซีนั่งลงข้างเตียงผ่านม่านบางเข้าไปแล้วพูดอย่างใจเย็นว่า “มือ”

            หลังจากนั้นไม่นานหลงเทียนโม่ก็ยื่นมือออกมา ไม่พูดไม่จาเห็นได้ชัดว่าไม่มีความสุขอย่างมากและไม่เชื่อใจหานอวิ๋นซีเช่นกัน

            หานอวิ๋นซีต้องการจะบอกเขาจริงๆว่านางเองก็ไม่ได้มีความสุขมากไปกว่าเขาหรอก แต่หลังจากที่หานอวิ๋นซีจับมือแล้วนางก็ละทิ้งความคิดที่ทำให้ไขว้เขวทั้งหมด และเริ่มจริงจัง

            ด้วยความจริงจังของนางทำให้ฮ่องเต้เทียนฮุยและหลงเทียนโม่เงียบลง ทั้งคู่ต่างประหม่าเล็กน้อยหลงเฟยเยี่ยเองก็นั่งลงข้างๆ มองไปที่ใบหน้าเล็กของหานอวิ๋นซีโดยไม่รู้ว่าเขากำลังมองอะไรอยู่เช่นกัน

            หานอวิ๋นซีไม่ได้จับชีพจรทันทีทว่ากลับเริ่มระบบสแกนเพื่อการตรวจสอบเชิงลึกก่อน น่าเสียดายผลที่ได้ทำให้นางผิดหวังเพราะตรวจไม่พบสารพิษ

            นางจึงตั้งสมาธิและรวบรวมความคิดจากนั้นจึงเริ่มจับชีพจรอย่างจริงจัง

            แม้ว่านางจะเป็นหมอพิษแต่การตรวจอาการต่างๆ นางพอจะทำได้อยู่บ้าง เพียงแต่ไม่เชี่ยวชาญ

            การจับชีพจรนั้นง่ายที่สุดและยากที่สุดในเวลาเดียวกันทันทีที่นางจับชีพจรของหลงเทียนโม่ ก็เข้าใจเรื่องส่วนใหญ่แล้วแต่ก็ไม่กล้าที่จะประมาท

            มองแวบแรกดูเหมือนจะเป็นภาวะชีพจรตั้งครรภ์ของสตรี

            ภาวะชีพจรตั้งครรภ์ของสตรีในความเป็นจริงแล้วไม่ถือเป็นประเภทของชีพจรที่เข้มงวด กล่าวได้ว่า“ภาวะชีพจรตั้งครรภ์ของสตรี” เป็นกรณีพิเศษของ “ชีพจรลื่น”ซึ่งใช้ได้กับสตรีเท่านั้น

            ในทางการแพทย์แผนจีนชีพจรของสตรีที่ตั้งครรภ์มักจะเรียกว่า ซีม่าย หากสตรีไม่มีประจำเดือนไม่มีอาการป่วยและมีชีพจรเหมือนชีพจรลื่น ก็จะพิจารณาได้ว่าอาจจะตั้งครรภ์หรือไม่

            ชีพจรลื่นเต้นเป็นจังหวะอย่างไหลลื่น เร็ว ลื่น ชีพจรมีความรู้สึกกลมกล่อม

            หากมีอาการเช่นโลหิตจาง โรคไขข้ออักเสบ การติดเชื้อเฉียบพลันและมีไข้ในระยะหลังกระเพาะลำไส้อักเสบเฉียบพลันเรื้อรัง ตับแข็งก็จะสามารถเกิดอาการชีพจรลื่นได้เช่นกัน

            สิ่งที่หานอวิ๋นซีวินิจฉัยออกมาได้คือชีพจรลื่นเมื่อจับชีพจรดูแล้วและร่างกายของหลงเทียนโม่ไม่มีบาดแผลใดๆ

            ชั่วขณะหนึ่งหานอวิ๋นซีก็สับสนเช่นกัน ชีพจรนี้ควรเป็นอย่างไร?

            หานฉงอันและผู้ดูแลสำนักแพทย์เหล่านั้นต่างจัดชีพจรนี้เป็นชีพจรตั้งครรภ์ของสตรี แล้วนางล่ะ?

            คนโบราณไม่เข้าใจความรู้ขั้นพื้นฐานนางต้องเข้าใจว่า จะมีชายหนุ่มที่ไหนมีมดลูกแล้วให้กำเนิดลูกได้กัน!

            แม้ว่าจะมีทฤษฎีทางการแพทย์สมัยใหม่หลายทฤษฎีที่นำเสนอว่าชายหนุ่มก็สามารถตั้งครรภ์ได้และคลอดบุตรได้ด้วยการผ่าตัด แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นทฤษฎีเท่านั้น

            หลงเทียนโม่เป็นอะไรกันแน่?

            นี่อาจกล่าวได้ว่าเป็นชีพจรลื่นโดยไม่มีอาการใดๆ

            เมื่อคิดได้เช่นนี้หานอวิ๋นซีก็ปล่อยมือของหลงเทียนโม่

            เห็นเช่นนี้ฮ่องเต้เทียนฮุยก็รีบถามว่า “เป็นอย่างไรบ้าง?”

            “ฝ่าบาทเชิญหมอหลวงกู้มาได้หรือไม่?” หานอวิ๋นซีพูดอย่างจริงจังนางต้องขอคำแนะนำเกี่ยวกับชีพจรนี้

            เมื่อได้ยินสิ่งที่หานอวิ๋นซีพูดสีหน้าของฮ่องเต้เทียนฮุยก็แย่มาก “กู้เป่ยเยวี่ยเคยมาดูแล้ว เขาช่วยไม่ได้!สรุปแล้วเจ้าเห็นอะไรกันแน่?”

            หานอวิ๋นซีที่ไม่กลัวและบอกความจริงว่า“ฝ่าบาท สภาพชีพจรเป็นชีพจรลื่นข้าไม่แน่ใจเกี่ยวกับสภาพชีพจรที่เฉพาะเจาะจงเช่นนี้จำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมและต้องการความขอช่วยเหลือจากหมอหลวงกู้”

            “ไม่ใช่ภาวะชีพจรตั้งครรภ์ของสตรีหรอกหรือ?” ฮ่องเต้ตกใจ

            หลงเฟยเยี่ยมองมาอย่างจริงจังและรู้สึกประหลาดใจอย่างมากในเวลานี้ ไท่เฮากับฮองเฮาก็เข้ามาพร้อมกัน

            “ไม่ใช่ภาวะชีพจรตั้งครรภ์ของสตรีงั้นหรือ? ไม่ใช่ภาวะชีพจรตั้งครรภ์ของสตรีจริงๆ ใช่หรือไม่?”

            “อวิ๋นซีเช่นนั้นมันคืออะไร? เจ้ารีบบอกข้ามาสิ!”

            “อวิ๋นซีข้ารู้ว่าเจ้าไม่มีทางทำให้ฮ่องเต้ผิดหวังดังนั้นเจ้ารีบบอกมาเถอะว่าเกิดอะไรขึ้น”

            …

            ไท่เฮาและฮองเฮาตื่นเต้นอย่างมากชั่วขณะหนึ่ง หานอวิ๋นซีเกือบจะเชื่อว่าพวกเขาจริงใจแล้ว

            อย่างไรก็ตามในขณะนี้ จู่ๆ หลงเทียนโม่ก็ยกผ้าห่มขึ้นมาชี้ไปที่ท้องของตนเองและพูดประชดประชันว่า “ฉินหวังเฟยบอกได้หรือไม่ว่าถ้าไม่ใช่ภาวะชีพจรตั้งครรภ์ของสตรีแล้วมันคืออะไร?”

            แม้จะผ่านม่านผ้าโปร่งหานอวิ๋นซีก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

            พระเจ้า!

            นางเห็นว่าท้องของหลงเทียนโม่นั้นใหญ่มากๆเหมือนกับคนท้องเจ็ดเดือน!

            เอ่อ…

            หานอวิ๋นซีดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้ใบหน้าก็ซีดลงทันที นางรู้ว่าเรื่องนี้ยากลำบากมาก ลำบากสุดๆ ไปเลย!

            “แค่ตรวจชีพจรก็ยังมองไม่ออกเสด็จพ่อ ลูกไม่อยากให้นางรักษา” หลงเทียนโม่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเขาเบื่อหานฉงอันแล้ว จะยังไว้ใจลูกสาวของหานฉงอันได้อย่างไรกัน?

            แม้ว่าหานอวิ๋นซีจะเป็นฉินหวังเฟยแม้ว่าเสด็จอาที่น่ากลัวที่สุดของเขาอยู่ที่นี่ เขาก็ไม่เกรงใจเขารู้ว่าเสด็จอาไม่มีวันมองสตรีผู้นี้

            “จับชีพจรผิดหรือไม่?” ไท่เฮารู้สึกผิดหวังอย่างมาก

            “ข้าคิดว่าจะมีปาฏิหาริย์อวิ๋นซี ในตอนแรกเจ้ายังไม่เห็นท้องของเทียนโม่!ข้าคิดว่าท่าน...หากแค่จับชีพจรก็ยังไม่รู้ แล้วจะช่วยชีวิตผู้คนได้อย่างไรกัน!”ฮองเฮาพูดแล้วถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า

            หลงเทียนโม่ห่มผ้าอีกครั้งและหันหลังให้

            เมื่อเห็นสิ่งนี้คิ้วของฮ่องเต้เทียนฮุยกลายเป็นคำว่า “ชวน”เขามองมาที่หานอวิ๋นซีด้วยความโกรธและพูดอย่างเย็นชาว่า“ใช้วิธีการไม่ชอบเพื่อให้ได้มาซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศ! ลวงโลก!ทหาร...มาพานางไปโบยสามสิบที!”

            ไท่เฮาและฮองเฮามองหน้ากันและยิ้มอย่างเย็นชาขณะที่หลงเฟยเยี่ยนั่งมองหานอวิ๋นซีอย่างเย็นชาตลอดเวลาราวกับว่าสตรีผู้นี้ไม่ใช่หวังเฟยของเขาและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน

            ไท่เฮาและฮองเฮาต่างก็รอให้หานอวิ๋นซีร้องขอความเมตตารอให้ตกลงไปอยู่ในปัญหาและมอบความผิดฐานหลอกลวงฮ่องเต้ให้นางแต่ใครจะรู้ว่าดวงตาของหานอวิ๋นซีที่สั่นไหว เผยให้เห็นถึงความโกรธ

            จริงๆแล้วนาง...จ้องเขม็งไปที่ฮ่องเต้เทียนฮุยด้วยความโกรธ สองมือของนางกำหมัดแน่นร่างกายที่เล็กกะทัดรัดของนางดูเหมือนจะซ่อนพลังที่อาจระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ

            สตรีผู้นี้ต้องการทำอะไร? นางรู้ใช่หรือไม่ว่าตอนนี้ตนเองกำลังทำอะไรอยู่?

            ดวงตาของฮ่องเต้เทียนฮุยเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อนี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้าจ้องเขาเช่นนั้น!

            —----------------------------------

            [1]ชูจุน (储君) แปลว่า ว่าที่กษัตริย์

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ] ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808