
ตื้อ...ตื้อ...ตื้อ เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้น จอภาพในโทรศัพท์ขึ้นแจ้งเตือนข้อความใหม่ส่งมา ฟ้าใสกำลังนอนกลิ้งอยู่บนเตียงหันมาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความ เธอกำลังสงสัยว่าใครเป็คนส่งมา ข้อความนั้นมาจากแชทกลุ่มสาขาการตลาด “ทุกคนค่ะรุ่นพี่ฝากแนนมาบอกว่า พรุ่งนี้มีแข่งฟุตบอลระหว่างคณะ เวลา 16:00 น. ถ้าใครว่างไปดูไปเชียร์เพื่อนๆพี่ๆได้” แนนเฮดเจอร์การตลาดส่งข้อความมาบอกเพื่อนๆในกลุ่มแชท
พรุ่งนี้.....พรุ่งนี้เลิกเรียน 16:00 น. จะไปดูดีไหมนะ ฟ้าใสกำลังคิดเพื่อวางแผนชีวิตในวันรุ่นขึ้น ตอนนี้กี่โมงแล้วเนี่ย เธอมองมุมขวา้าของจอโทรศัพท์มือถือ เอ๊ะ 22:45 น. โอ้ ดึกละ รีบนอนดีกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นไม่ไหว
.
.
.
.
วันต่อมา ฟ้าใสมาเรียนตามปกติ เมื่อมาถึงห้องเรียนเห็นฝ้าย ข้าวปั้น และแยมนั่งอยู่ก่อนแล้ว เธอเดินเข้าไปทักทาย “อรุณสวัสดิ์คร้าาาาทุกโคนนนน”
“おはようございます (OHAYOU)” แยมกล่าว
“แปลว่าอะไรอะ” ฟ้าใสถามด้วยความสงสัย
“แปลว่า อรุณสวัสดิ์”
“ภาษาญี่ปุ่นใช่ปะ”
“ใช่ เราเคยเรียนญี่ปุ่นตอนม.ปลาย”
“เรียนที่โรงเรียนเหรอ”
“ป่าว เรียนพิเศษข้างนอก ่นั้นติดอนิเมะมากเลยสนใจภาษาญี่ปุ่นขึ้นมา”
อาจารย์เดินเข้ามาในห้องเรียนที่สว่างไสวและดังไปด้วยเสียงพูดคุยของนิสิตชายหญิง อาจารย์หยิบไมค์ลอยที่วางอยู่บนโต๊ะหน้าห้องเรียนเพื่อพูดกับนิสิต “สวัสดีค่ะนิสิตทุกคน วันนี้อาจารย์ติดประชุม จะสอนประมาณ 45 นาที นิสิตเปิดบทที่ 3ค่ะ”
“วันนี้หลังเลิกเรียนไปไหนต่อปะ” ฟ้าใสเอ่ย
“ไม่รู้ดิ” ฝ้ายตอบ
“กลับหอละ เมื่อคืนนอนดึกตอนนี้ง่วนนอนนิดหน่อยจะกลับไปนอน” แยมกล่าว
“แล้วข้าวปั้นละ” ฟ้าใสถาม
“กลับหอพร้อมกับแยม”
“อยู่หอเดียวกันเหรอ”
“ใช่ เป็รูมเมทกัน”
“ห้องนึงอยู่กันกี่คนละ”
“4 คน”
“หอในใช่ปะ”
“ใช่”
"เรากำลังตัดสินใจว่าจะอยู่หอหรือไม่ เพราะไปเช้าเย็นกลับ มันเหนื่อยมาก ต้องตื่นตีสี่ครึ่งกลับถึงบ้านหนึ่งทุ่มทุกวันเลย และเสียเวลาเดินทางไปกลับรวมเกือบสี่ชั่วโมง”
“อยู่หอดีกว่านะ ปี 1 กิจกรรมเยอะ จะเหนื่อยจากการเดินทางเอา” ฝ้ายบอก
“ใช่ คิดเหมือนกันเลย” ข้าวปั้นเอ๋ย
“ถ้าจะคุยกันออกไปคุยกันข้างนอก” อาจารย์ที่กำลังสอนอยู่หน้าห้องกล่าว
ทันใดนั้นแมพเดินมานั่งข้างๆฟ้าใส พร้อมพูดเบาๆว่า “วันนี้หลังเลิกเรียนว่างปะ” แมพพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม น้ำเสียงระรื่น ฟ้าใสรู้ทันทีว่าเขากำลังมีความสุขอยู่ ถึงแม้วันนี้แมพจะมาเรียนสาย เพราะก่อนหน้านี้ไม่เห็นเขานั่งอยู่ในห้องเลย และปกติแมพจะนั่งหน้าห้อง เขาดูตั้งใจเรียนทุกคาบ ตั้งใจเรียนทุกวิชา ไม่ว่าจะวิชานั้นจะยากหรือง่ายก็ตาม
“เอ้ะ...อืม ว่างนะทำไมเหรอ”
“ไปดูบอลกัน”
สีหน้า แววตา น้ำเสียง และความรู้สึกที่เขาส่งออกมา ทุกอย่างบ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกัน แมพ เขากำลังมีความสุข ซึ่งหายากมาก เป็ครั้งแรกที่เห็นเขามีความสุขมากขนาดนี้ แมพคงคาดหวังในคำตอบของเราอยู่แน่ๆ เราคงปฏิเสธแมพไม่ได้แล้วละ “โอเคจ้าาาา” ฟ้าใสตอบด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
.
.
.
.
ณ สนามกีฬากลาง 2 เป็สนามฟุตบอลที่มีความจุผู้ชมได้มากที่สุดในมหาวิทยาลัย บางครั้งบางคราวทีมสมัครเล่นก็มาขอเช่าสนามเพื่อจัดแข่งขันและฝึกซ้อมหรือใช้สนามจัดแข่งฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างตำบล
ฟ้าใสกับแมพค่อยๆเดินจากอาคารเรียนทางประตูหน้า เดินตัดถนนมาสนามกีฬากลาง 2 ถึงแม้แมพจะมีจักรยานแต่เขาเลือกไม่ปั่นจักรยาน เขาเดินจูงจักรยานเพื่อเดินมาสนามกีฬากลาง 2 พร้อมกับฟ้าใส









ณ เวลา16:45 น. เป็่พักครึ่งแรก แมพไม่ลุกจากที่นั่งไปไหนไม่เหมือนผู้คนรอบข้างเขาที่ค่อยๆทยอยออกจากอัฒจรรย์อย่างช้าๆ เพราะเขานั่งจองที่และรอฟ้าใสกลับมา
อ๊ายยย เย็นจัง เย็นสบาย กระแสลมอ่อนๆพัดผ่านร่างกายช้าๆ แมพชอบลมแบบนี้มาก มันสบาย ผ่อนคลาย ให้ความรู้สึกต่างจากแอร์หรือพัดลมอย่างสิ้นเชิง ความเบาสบายความรู้สึกสดชื่นต้องเป็ลมจากธรรมชาติเท่านั้นที่ให้ความรู้สึกนี้ ชอบจัง อยากอยู่นานๆ ชอบจริงๆ
หลังจากนั้นไม่นานฟ้าใสกลับมาพร้อมขนมเบื้อง ปลาหมึกย่าง และนํ้าอัดลมสีดำเข้ม “กินปะ”
“เื่ของกินไม่ต้องบอก กินอยู่แล้ว”
“ปลาหมึกย่างให้ 1 ไม้นะ”
“ซื้อมาเท่าไหร่”
“ให้ฟรี เราเลี้ยงเอง กินเลยไม่ต้องเกรงใจ”
“จะดีเหรอ”
“อืม”
แมพหยิบปลาหมึกย่างขึ้นมา 1 ไม้ กัดคำแรกรู้สึกถึงความเผ็ดร้อนจนต้องรีบกินนํ้าอัดลมที่ตั้งอยู่ข้างลำตัว “ค่อยยังชั่ว ร้อนมาก เอ่ย…ถามอะไรหน่อย ทำไมเลือกเรียนการตลาดละ”
“ช่วยพัฒนาธุรกิจของครอบครัว”
“ครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร”
“รองเท้า มีแบรนด์เป็ของตัวเองด้วย”
“คุณตาเราก็เคยทำรองเท้า สมัยหนุ่มๆ คุณตาเป็ถึงเถ้าแก่รองเท้า มีลูกน้องเกือบ 100 คนเลยนะ เสียดายคุณตาวางมือตอนอายุ 60 ปี ตอนนั้นเรายังไม่เกิดเลย ถ้าตอนนี้ยังทำอยู่เราคงบริหารต่อละ”
“มาช่วยเราป่าว”
“น่าสนใจนะ”
“แล้วแมพละ ทำไมเลือกเรียนการตลาด”
“คิดว่าไปได้กว้าง ไปได้ทั่ว มีความหลากหลาย และสามารถสร้างธุรกิจเป็ของตัวเองได้ด้วย แต่ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจแล้วละ ว่าคิดถูกหรือป่าวเพราะยิ่งไปได้กว้างเท่าไหร่ คู่แข่งก็ยิ่งเยอะ ถ้าเลือกเรียนคณะหรือสาขาที่เฉพาะ ที่แคบๆ คู่แข่งน้อย แต่การทำงานจะอยู่ในวงแคบๆเล็กๆ การหางานก็เฉพาะเจาะจง”
“แล้วชอบเรียนหรือป่าว”
“เฉยๆอะ ไม่ถึงกับชอบ แต่ก็ไม่ถึงกับไม่ชอบ ตอนนี้เรายังไม่รู้ความชอบของตัวเองเลย ไม่รู้ตัวเองชอบอะไร แบบชอบมากขนาดที่สามารถทำงานหรือทำสิ่งนี้ได้ทั้งวันโดยไม่เบื่อหรือี้เี ซึ่งเรายังไม่รู้เลยว่าตัวเองชอบอะไร”
เสียงผู้บรรยายดังขึ้น “อีก 5 นาที เกมในครึ่งเวลาหลังจะเริ่มขึ้นครับ” เมื่อสิ้นเสียงประกาศ ผู้ชมเริ่มทยอยหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
“รู้ยังเฉลยบัดดี้เทอม 2” แมพเอ่ย
“ยังเลย รู้ได้ไง”
“เพื่อนบอกมา ชื่อปัน รู้จักปะ”
“ไม่รู้ เจอร์เรามี100กว่าคน รู้จักทุกคนก็แปลกละ แล้วเขารู้มาจากไหนอะ”
“ปันอะนะ”
“ใช่”
“ถามพี่รหัส”
“ได้ใครเป็บัดดี้อะ” ฟ้าใสถามเพราะอยากรู้
“ไม่บอก”
“บอกหน่อยน้าาา” เสียงอ้อนวอนของฟ้าใสทำให้ใจแมพเต้นแรง
“ไม่บอก” ฟ้าใส เธอก็น่ารักดีแฮะ เอะ เอะอะ นี่เราคิดอะไรอยู่เนี่ย ไม่เอาน่า… ไม่ ไม่ เอาความคิดนี้ออกจากหัวไปซะ
“ใบ้หน่อยสิเป็ผู้หญิงหรือผู้ชาย”
“ผู้ชาย ฟ้าใสละ”
“ผู้ชายเหมือนกัน”
“เอ๋ยยยแมพ....เธอรู้ว่าตัวเองมีพลังจิตได้ยังไง”
“สงสัยไปทุกเื่เลยเนอะ”
“อยากรู้เฉยๆ ลองคิดดูดิ ถ้าเธอรู้เอง โดยไม่มีใครบอก ไม่มีใครสอน เธอแน่ใจได้ยังไงว่าตัวเองมีพลังจิต มันฟังดูเพ้อเจ้อ เธออาจคิดไปเองก็ได้ จริงปะ”
“สังเกตคนรอบข้างจากเหตุการณ์ในวัยเด็กและประสบการณ์ที่ผ่านมา เื่ที่ทำให้แน่ใจ ต้องย้อนกลับไปสมัยเรียนมัธยมปลายตอนนั้นเราทำผิดพลาดมากๆ จนไม่อยากให้อภัยตัวเอง ขอไม่เล่ารายละเอียดนะ และนั้นเป็จุดเริ่มต้นที่เราเริ่มสังเกตตัวเอง จนค้นพบความพิเศษของตัวเอง จริงๆเรากลัวมากเลยนะ กลัวควบคุมตัวเองไม่ได้ กลัวทำอะไรแปลกๆ กังวลเื่พลังจิต กลัวจะเผลอใช้พลังจิต กลัวว่าจะใช้พลังจิตสร้างความเดือดร้อน กลัวไปหมด มันยากมากเลยนะการใช้ชีวิตให้ผ่านไปแต่ละวัน ต้องคอยระวังเสียงที่แว่ว มันเป็เสียงที่เรียกชื่อเรา คอยบอกเื่ต่างๆ บ้างครั้งก็ยั่วยุปลุกปั่น ต้องคอยแยกเสียงที่เกิดขึ้นในออกว่าเป็เสียงจริงๆหรือเสียงแว่วภายในหู ซึ่งเราไม่ชอบเลย”
เข้าใจละ เพราะอย่างนี้เองแมพถึงนั่งคนเดียวในห้อง การเจอเื่อย่างนี้ลำบากน่าดู มิน่าละ ตอนเจอคุณหลุยส์ แมพถึงดีใจมาก “สู้ๆนะ เราจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ”
“ขอบคุณมากนะ” การได้พูดออกไปถึงแม้ไม่ได้ช่วยให้ปัญหาลดลง แต่ทำให้สบายใจขึ้นเยอะ ไม่รู้ว่าอย่างนี้เรียกการระบายได้หรือป่าว แต่ยังไงก็ขอบคุณมากนะฟ้าใส
“รู้ปะ เวลาเราอยู่กับฟ้าใส เรารู้สึกสบายใจแทบไม่มีอะไรให้กังวลเลย พลังจิตแทบไม่แสดงผลอะไรเลย”
“พูดอย่างนี้กับผู้หญิงทุกคนหรือป่าว”
“เฮ้ยยยยย....เดี๋ยวนะ....ไม่ใช่ เราพูดจริงๆ ไม่ได้จีบนะ”
“แน่ใจ”
“แล้วแต่เธอจะคิดแล้วกัน”
“แหมมมม ทำเป็งอน เรารู้น่า แซวเล่นเฉยๆฮาๆฮาๆ”