เื่ภายในบ้านซึ่งเหมือนกำลังก่อเกิดคลื่นวนใต้น้ำ ยังคงนิ่งอยู่เช่นนั้นโดยที่จอมพธูเองไม่ทันเฉลียวใจสักนิด เพราะตนเองมัวแต่มุ่งมั่นกับงานใหม่่สองวันให้หลังจึงง่วนอยู่กับการติดต่อคนทำงานเพิ่มเติมและจัดหาของประกอบตกแต่งบ้านจำพวกของจุกจิก
เมื่อเตรียมพร้อมทั้งเื่คนเื่สิ่งของ จอมพธูจึงไปรับอานนท์ที่บ้านแต่เช้า ไปถึงบ้านลูกค้า แต่ไม่พบคุณนามมีแต่ชุมสายที่อยู่รอต้อนรับ โดยกล่าวเพียงสั้นๆ
“เพื่อนผมมันไปถ่ายภาพนอกสถานที่ั้แ่เมื่อวานค้างหนึ่งคืน เห็นว่าจะกลับ่บ่ายๆโทร.มาสั่งให้ผมบอกคุณสองคนกับทีมงานว่าลงมือทำงานได้เลยมีอะไรติดขัดก็บอกผมได้โดยตรง”
จอมพธูคล้ายโล่งใจที่ไม่ต้องพบความหน้าบึ้งของนายนั่นทั้งที่ไม่รู้ตัวสักนิดว่าคอยเหลือบมองนาฬิกาเป็ระยะ คล้ายรอใคร...
เพื่อนร่วมงานจำนวนหลายคนที่จอมพธูชักชวนมาต่างแบ่งหน้าที่กันคนละไม้คนละมือ ส่วนแรกที่เริ่มปรับแก้ก่อนก็คือเื่ ‘สีสัน’ ตรงนี้ถือเป็เอกลักษณ์ชัดเจนเมื่อทุกส่วนของตัวบ้านทั้งภายนอก ภายใน ล้วนใช้สีสดต่างเฉด โดยเน้นผนังในหลายจุดไปโทนสีน้ำตาลไล่ระดับไม่เท่ากัน มีส่วนที่เป็เพดานปูน เพดานไม้ระแนงทาสีฟ้าน้ำทะเลเฉดเดียวกับประตูบ้าน มีการแต่งสีขาวบ้างเป็บางจุดประเภทที่เป็กรอบไม้ หรือเป็่คิ้วไม้
บรรยากาศบ้านเดี่ยวขนาดสองชั้นเมื่อได้รับการตกแต่งทาสีใหม่ จากเดิมที่ดูกระดำกระด่างคล้ายงานจงใจไม่เสร็จจึงเริ่มมีกลิ่นอายของ ‘วันวาน’ ตามที่เ้าของบ้าน้าระหว่างนั้นรายการเฟอร์นิเจอร์ที่ได้ติดต่อซื้อไว้ ทยอยมาส่งกันเป็แถวจนบ้านนี้กลายเป็ที่ครึกครื้นเมื่อคนเดินเข้าออกเป็ว่าเล่น
จอมพธูเริ่มตกแต่งตามแบบแผนที่เลือกไว้คือทีละส่วนโดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพื้นที่ชานชั้นล่างให้กลายเป็สวนต้นไม้ขนาดย่อมใช้นั่งเล่นพักผ่อน หรือไว้ต้อนรับแขกก็ได้กำแพงที่ทึบอยู่มุมหนึ่งใช้สีเขียวของต้นลีลาวดีขนาดเหมาะเจาะตัดกับสีน้ำตาลเข้มของผนังมุงหลังคากันแดดและฝนไว้ตามเดิม โดยส่วนหนึ่งเว้นช่องว่างตีระแนงไม้ไว้้าระบายลม...เฟอร์นิเจอร์ตรงส่วนนี้ที่จอมพธูเลือกมาวาง เป็งานเก่าแต่ทำสีใหม่
สีเหลืองของเก้าอี้สดใสรูปทรงสี่เหลี่ยมเตี้ย พนักพิงหนึ่งด้านครึ่งตีช่องว่างเป็ซี่เล็กมีโต๊ะกลางเข้าชุด เด่นตัดกับผนังสีน้ำเงินกรอบความยาวสูงหนึ่งเมตรเพ้นท์ลายเป็ต้นไม้แบบคลาสสิก
ระหว่างกำลังจัดวางของเพลินใจชุมสายก็ถือกรงนกขนาดเล็กมา พร้อมกับเอ่ย “ทึ่งในฝีมือคุณจอมจริงๆครับผมเห็นคุณทำงานอย่างคล่องแคล่วแบบนี้ เห็นทีไม่เกินหนึ่งอาทิตย์งานน่าจะเสร็จก่อนกำหนดถมไป ยิ่งมุมนั่งเล่นตรงนี้ ทีแรกที่เห็นผมดูแล้วมันโล่งโจ้งขัดตาชอบกล ไม่นึกว่าเพียงแค่ใช้ลูกเล่นทำช่องลมระบายจะลดความทึบลงได้มาก แถมสีสันที่ตัดกันฉูดฉาด นึกว่าจะแสบหูแสบตา ที่ไหนได้ผมว่าสบายตา จนไม่อยากจะไปมุมอื่นเลยเชียว”
“ยังแค่เริ่มต้นคุณชุมสายเล่นชมขนาดนี้ ระวังคนทำจะเหลิงนะคะ...ใช่ไหมนนท์”
อานนท์ซึ่งได้แต่ยืนดูเพียงออกไอเดียเล็กน้อย จึงพยักหน้าแบบขอไปทีดังนั้นผู้ที่ชื่นชมจากใจอย่างชุมสายจึงชวนคุยต่อเสียเอง
“ตรงนี้เห็นทีว่าเหมาะจะเก็บไว้เป็ที่ก๊งเหล้าจะเข้าท่ากว่านะครับ” ชุมสายหันไปมองอานนท์แล้วบอก “ถ้าวันไหนมีฤกษ์สะดวกผมเชิญคุณมานั่งดื่มเป็เพื่อนกันบ้างนะครับ”
อานนท์ยิ้มแห้งๆ...ทำให้จอมพธูอดขำในใจไม่ได้เพราะถ้าบุคคลที่เอ่ยปากเช่นนี้ เป็หนุ่มหล่อหน้าตาดีอย่างเ้าของบ้านตัวจริงขี้คร้านอานนท์อาจจะเผลอตัว กระดี๊กระด๊าตอบรับอย่างเร็วไปแล้วก็ได้
“ยินดีครับ...แต่รอให้งานเสร็จก่อนดีกว่าครับ ว่าแต่เห็นคุณชุมสายถือกรงนกอยู่ตั้งนานจะนำไปแขวนตรงไหนเหรอครับ”
ชุมสายถึงกับสะดุ้งเพราะมัวแต่สนทนาเพลิน จนลืมว่าตนตั้งใจนำกรงนกซึ่งเลี้ยงนกหงส์หยกตัวเล็กหนึ่งคู่ มาหาที่แขวนเขาจึงกวาดสายตาไปยังกิ่งของไม้ต้นหนึ่ง ซึ่งน่าจะเหมาะ ไม่รอช้านำไปแขวนพลางเล่าบางเื่เกี่ยวกับนกและเ้าของนกโดยไม่ทันสังเกตเช่นกันว่าผู้ฟังทั้งสองดูจะสนใจไม่น้อย
“นกหงส์หยกคู่นี้มีคนให้เพื่อนผมมาเป็ของขวัญวันเกิดเมื่อไม่กี่เดือนนี้เองครับบอกว่าประชด...รู้ไหมครับว่าเื่อะไร”
ชุมสายถามเองตอบเสียเองเมื่อหันไปมองผู้ฟัง แล้วเจอแต่คนส่ายหน้า “ยังไงคะ”
“เื่ของเื่คือเพื่อนผมมันเป็คนง่ายๆไม่ค่อยดูแลตัวเองสักเท่าไหร่ ั้แ่เช้าตื่นนอนมาก็ทำอะไรรวดเร็วคล่องแคล่วไปซะทุกอย่าง จนบางครั้งแทบจะไม่ได้ดูแลตัวเอง บางวันผมมาเจอมันถ้าไม่ได้ออกไปทำงานที่ไหน อยู่ชุดไหนตอนเช้า ตกเย็นจะนอนแล้วก็ยังไม่เปลี่ยนล่ะครับ...คนที่ให้นกหงส์หยกมันมาก็เพราะอยากจะให้มันหัดรักสวยรักงามแบบนกประเภทนี้บ้างก็เท่านั้นเอง”
อานนท์ทำตาโตเหลือเชื่อกับเื่ที่เล่าจึงถามเจื้อยแจ้วต่อ “ดูผิวเผิน ผมว่าคุณนามออกจะเป็คนสะอาดแต่งตัวก็ดูทันสมัย หน้าตาก็ดูดีมากไม่เห็นจะเหมือนคนที่ไม่ชอบดูแลตัวเองอย่างที่คุณชุมสายเล่าสักนิด”
ชุมสายจึงหัวเราะเสียงดัง เมื่อได้ทีก็สาธยายตอบไม่แพ้กัน “ผมบอกแล้วไงครับ ว่ามันจะดูดีก็ต่อเมื่อมีเหตุการณ์บังคับเท่านั้นเพราะเหตุนี้ล่ะครับ สาวๆถึงไม่เอามันสักคน เพราะคิดว่าขนาดตัวมันเองมันยังไม่ดูแล แล้วจะมีเวลาเอาใจใส่คนรักได้ยังไง”
จอมพธูนิ่งฟังโดยเก็บรายละเอียดอีตาหน้าบึ้งไว้ครบถ้วนขณะที่เพื่อนรักรุกถามไม่ยั้ง คงเพราะแอบสนใจคุณนามอยู่ในส่วนลึก “แสดงว่าคุณนามยังโสด”
จอมพธูเห็นขัดหูจึงสัพยอกทีเล่นทีจริง “ไม่ใช่โสดเพราะว่าชอบทำหน้าเป็เสื้อยิ้มยากหรอกเหรอคะ เห็นเอาแต่หน้าบึ้ง”
ยังไม่ทันที่จะ ‘เผาเพื่อน’ จนเกรียมผู้ถูกนินทาก็เดินมาหยุดพิงกรอบประตู มือสองข้างกอดอก คิ้วเข้มขมวดต่อกันพลางส่งเสียงกระแอมเป็เชิงเตือน คนทั้งหมดจึงหันไปมองทางเดียวกันชุมสายได้แต่ยิ้มแหย กลบเกลื่อนด้วยการเข้าไปตบบ่าเพื่อน
“ว่าไงมาเงียบๆแบบนี้...ตั้งใจจะมาซุ่มดูฝีมืองานตกแต่งของคุณนนท์กับคุณจอมเหรอ”
คุณนามหัวเราะหึๆในลำคอ “นายนี่มันเปลี่ยนเื่ได้ฉับไวซะจริง...ถ้าผมไม่มาเงียบๆจะทันได้ยินใครบางคนนินทาว่าผมเป็อะไรนะ...เสือ...เสืออะไรนะคุณจอม”
คุณนามแกล้งกระเซ้าฝ่ายหญิงทว่าหล่อนก็มิได้เก้อเขินแต่อย่างใด กลับตอบฉะฉาน “ฟังไม่ชัดเหรอคะงั้นฉันจะพูดให้คุณได้ยินดังๆ ชัดๆอีกสักครั้ง”
อานนท์ขยับตัวเข้าไปบีบแขนเพื่อนเบาๆปรามว่าไม่ควรพูด เพราะอย่างไรเขาก็เป็ลูกค้า การไปนินทาลูกค้าถือเป็สิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อจอมพธูดูเหมือนจงใจเน้นคำนั้น
“เสือ-ยิ้ม-ยาก”
ทว่าเสือตัวนั้นไม่ได้ทำหน้าบึ้งตอบกลับฉีกยิ้มกว้าง แม้มันจะเป็เพียงแค่ยิ้มจอมปลอมแต่มันก็เป็ยิ้มที่ทำให้จอมพธูถึงกับเผลอมองไม่วางตา
.......................................................