บทที่ 14 เนตรสีเื
หยวนปินถามต่อ
“พร์ของเ้าไม่สูง แต่สามารถฝึกตนจนถึงขอบเขตก่อปราณขั้นที่สี่ได้ในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงแค่เดือนเดียว ผู้หญิงคนนั้นคงทิ้งทุนทรัพย์จำนวนมหาศาลให้แก่เ้า ทุนทรัพย์ส่วนที่เหลืออยู่ไหน?”
“ใช้หมดแล้ว” เจียงผิงอันกัดฟันตอบออกไป ซ่อนความคับแค้นและความโกรธเกรี้ยวไว้ในใจ
เพียะ!
เจียงผิงอันโดนแส้ฟาดลำตัวอีกครั้ง ร่างของเขาถึงกับสั่นสะท้าน
ก่อนหน้านี้มีหยกคุ้มภัยคอยปกป้องคุ้มครอง แทบไม่เคยได้รับาเ็ระหว่างการต่อสู้ ครั้งเดียวที่เคยโดนคือตอนที่สู้กับสวีฮ่าวก่อนหน้านี้
ที่แท้การถูกฟาดมันเจ็บเช่นนี้เอง
“ข้าได้ยินเื่ราวของเ้ามาหมดแล้ว รู้ว่าเ้ามีคลังศัสตราต้องประสงค์ บอกมา เ้าเอาของที่เหลือไปซ่อนไว้ที่ไหน!”
“หมดแล้ว… ใช้ไปหมดแล้ว” ต่อให้เจียงผิงอันเจ็บจนแทบจะเป็ลมก็ไม่มีทางบอกเื่อ่างสัมฤทธิ์ผลเด็ดขาด
“อยากตายนักหรือ!”
หยวนปินจับแส้ขึ้นมา ใช้ด้ามแส้แทงเข้าไปในดวงตาข้างขวาของเจียงผิงอัน
“อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปดังก้องไปทั่วถ้ำ ใครได้ยินแล้วเป็ต้องหนาวสะท้าน
โจรป่าที่ยืนอยู่ข้างนอกแอบหัวเราะ
“โง่เขลาเสียจริง ถึงบังอาจทำตัวดื้อด้านต่อหัวหน้าใหญ่”
“มันก็แค่ไอ้หน้าโง่เท่านั้น มีความสามารถนิดหน่อยทำเป็กร่าง หัวหน้าใหญ่ของเราสิอยู่ขั้นที่แปดของขอบเขตก่อปราณเชียวนะ”
“เ้าว่าไอ้เด็กหนุ่มคนนี้จะอดทนได้นานแค่ไหนกัน?”
“ไม่นานหรอก เดี๋ยวก็สารภาพจนหมดเองนั่นแหละ”
เจียงผิงอันเจ็บจนหมดสติไปอีกครั้ง แต่อีกฝ่ายยังคงสะบัดแส้ฟาดจนเขาสะดุ้งตื่น
ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง กลับพบว่าตาขวาของตนมองอะไรไม่เห็นอีกแล้ว
ตาขวาถูกทิ่มจนบอดสนิท
เหมือนศพที่กองอยู่กับพื้นเ่าั้ การแทงตาจะเป็การทรมานที่อีกฝ่ายโปรดปราน
“ข้าจะให้โอกาสเ้าอีกครั้ง บอกมาว่าของที่เหลืออยู่ที่ใด แล้วข้าจะให้เ้าได้ตายอย่างสบาย ไม่อย่างนั้นข้าจะทำให้เ้าอยู่ไม่สู้ตาย!”
หยวนปินพูดเป็ครั้งสุดท้าย
เจียงผิงอันใช้ดวงตาที่เหลือเพียงข้างเดียวจ้องอีกฝ่ายเขม็ง เพื่อจดจำใบหน้านี้ให้ขึ้นใจ
หากว่ารอดไปได้ เขาไม่มีทางปล่อยอีกฝ่ายไปแน่นอน
ไม่ว่าเพื่อตนเองก็ดี หรือเพื่อคนในหมู่บ้านก็ช่าง
หยวนปินเห็นเด็กหนุ่มนิ่งเงียบไม่ปริปากแม้เพียงครึ่งคำ สีหน้าก็พลันเคร่งขรึมขึ้นมา
“กระดูกแข็งไม่เลว เหมาะนักที่จะฝึกตน แต่เสียดายด้อยสติปัญญา หนทางเซียนจบสิ้นลงแล้ว”
ชายเคราแพะย่อตัวลง ควักเนตรสีเืข้างหนึ่งออกมาจากศพที่แห้งกรัง
เห็นเนตรสีเืข้างนั้น สีหน้าของพวกโจรป่าที่เฝ้าหน้าปากถ้ำถึงกับเปลี่ยนไป ถอยหลังไปหลายก้าวอย่างรวดเร็ว
ราวกับเห็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด
สีหน้าของหยวนปินเปลี่ยนไปมีแต่ความเหี้ยมเกรียมอำมหิต
“ดวงเนตรนี้เป็ของที่ข้าขโมยมาจากสำนัก เพื่อดวงเนตรนี้ ข้าจึงยอมสละขอบเขตสร้างรากฐาน ลงมาอยู่ขอบเขตก่อปราณขั้นแปด”
“บางคนบอกว่าดวงเนตรนี้เป็ดวงตาของเซียน แต่ก็มีบางคนที่บอกว่าดวงเนตรนี้เป็ดวงตาของมาร”
“ไม่ว่าจะเป็ของเซียนหรือเป็ของมาร คนส่วนใหญ่ล้วน้าปลูกถ่ายดวงเนตรนี้ให้มาอยู่บนร่างของตัวเอง เพื่อแลกกับพลังอันยิ่งใหญ่”
“แต่สุดท้ายก็ต้องตาย และก่อนตายยังต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสด้วย”
“ต่อมาทางสำนักจึงใช้มันในการสอบสวนผู้กระทำความผิด สามารถสอบสวนได้ผลสำเร็จถึงเก้าส่วน อีกหนึ่งส่วนตายก่อนเพราะทนไม่ไหว”
“จากการสอบสวนที่ผ่านมา มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ปลูกถ่ายได้สำเร็จ แต่คนคนนั้นถูกข้าฆ่าตายไปแล้ว”
หยวนปินกดเนตรสีเืดวงนั้นลงบนตาขวาของเจียงผิงอันอย่างแรง
“ในเมื่อเ้าไม่พูด ถ้าเช่นนั้นก็จงรับความทรมานเสียเถอะ”
พูดจบหยวนปินก็เดินออกไป
เมื่อเดินออกไป เขาก็สั่งกำชับโจรป่าที่เฝ้าหน้าปากถ้ำ “คอยดูให้ดี หากอ้อนวอนขอชีวิตเมื่อใดให้รีบมาบอกข้า”
“ขอรับ ท่านหัวหน้า”
เมื่อหยวนปินจากไป โจรป่าทั้งหลายก็มองไปที่เจียงผิงอัน เสียงหัวเราะเยาะดังระงม
“โง่เสียจริง ถึงบีบคั้นให้หัวหน้าใหญ่ใช้วิธีนี้”
“ที่ผ่านมา ไม่มีใครสามารถทนฤทธิ์ของดวงเนตรนี้ได้เลยสักคน”
“จะว่าไป ดวงเนตรนี้ทำให้เ็ปได้อย่างไรหรือ?”
โจรป่าคนหนึ่งถามด้วยความสงสัย
“ได้ยินหัวหน้าบอกว่า คงเป็เพราะดวงเนตรนี้ทำให้หวนระลึกถึงเื่ราวโศกเศร้าครั้งแล้วครั้งเล่า และแต่ละครั้งที่หวนนึกถึง ความเ็ปก็จะทวีความรุนแรงมากขึ้น จนสุดท้ายต้องตรอมใจตายไปเพราะทนไม่ไหว”
“หากว่าไม่เคยเจอเื่โศกเศร้า ก็จะย้อนระลึกถึงความเ็ปที่ร่างกายเคยได้รับและความเ็ปที่เกิดขึ้น”
“ซี้ด”
โจรป่าคนที่ถามถึงกับสูดปาก
ดวงเนตรนี้น่ากลัวเหลือเกิน!
แทบจะทุกคนล้วนมีอดีตที่ไม่อยากจะยอมรับ แต่ด้วยผลของดวงเนตรนี้ จะทำให้อดีตกลับมาเริ่มต้นใหม่ ทั้งยังเพิ่มความเ็ปยิ่งกว่าเดิม
ใครกันจะสามารถทนไหว?
ในที่สุดก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดสีหน้าของศพเหล่านี้จึงบิดเบี้ยวน่ากลัว
ขณะที่โจรป่าทั้งหลายกำลังสนทนา ร่างของเจียงผิงอันเริ่มสั่นสะท้าน
ภาพความทรงจำที่ไม่อยากจะเห็นผุดขึ้นในความทรงจำ
ในทุ่งนา ดวงตะวันแผดเผาร้อนแรงดั่งเพลิงสุม มารดาคล้องไหล่เข้ากับเชือกที่ผูกคันไถเพื่อไถนา นางลากคันไถไปข้างหน้าช้า ๆ ด้วยหัวเข่าที่คดงอและสั่นระริก
เนื่องจากไถนาเป็เวลานาน ไหล่ถูกเชือกบาดจนมีเืไหลซิบ สามารถมองเห็นรอยสีแดงเข้มผ่านเสื้อที่ทำจากผ้ากระสอบ
“ท่านแม่! หยุดไถนาเถอะ! รีบหยุดเถิด!”
เจียงผิงอันร้องะโด้วยความร้อนใจ เพราะเขารู้ว่าภาพที่ทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออกกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว
แต่มารดาไม่ได้ยินเสียงเขา ยังคงเดินหน้าไถนาไปเรื่อย ๆ
ตู้ม!
ฉับพลันนั้นมารดาล้มลงบนท้องนา น้ำในนาสาดกระเซ็น
“ไม่!”
เจียงผิงอันแผดเสียงร้องะโด้วยความเ็ปรวดร้าว
ทุกครั้งที่เห็นภาพมารดาล้มลง เหมือนกับมีเข็มทิ่มแทงลงบนหัวใจ จนเขาแทบหายใจไม่ออก
ตอนที่ยังเป็เด็ก เจียงผิงอันเห็นภาพนี้ก็รีบทิ้งเมล็ดพันธุ์ในมือ วิ่งปราดเข้าไปหามารดา
“ท่านแม่! ท่านแม่! ท่านแม่เป็อะไรไป!”
“ผิงอัน… แม่ขอโทษ… แม่ไม่สามารถอยู่กับเ้าได้อีกแล้ว… เ้าต้องอยู่ต่อไป...อยู่ต่อไปอย่างปลอดภัย...”
“ท่านแม่!!”
น้ำตาสีแดงเืไหลร่วงออกมาจากปลายหางตาของเจียงผิงอัน ร่างของเขากระตุกอย่างแรง
ภาพเปลี่ยนไปอีกครั้ง ศพของมารดาเลือนหาย ร่างพิการเต็มไปด้วยรอยาแของบิดาปรากฏขึ้นแทน
เพื่อหาเงินจ่ายภาษี บิดาต้องขึ้นเขาล่าสัตว์ แต่สุดท้ายกลับโดนสัตว์ป่าดุร้ายกัดกินจนเหลือแต่ร่างไม่สมประกอบเต็มไปด้วยาแ
แต่ถึงจะเป็เช่นนี้ บิดายังคงกอดไก่ป่าสองตัวที่ล่ามาได้
ร่างของบิดาขดงอ ยอมให้ตัวเองโดนกัดกิน แต่ไม่ยอมให้เสือกินไก่ป่าที่อุตส่าห์ล่ามาได้ด้วยความยากลำบาก
เพราะบิดา้านำไก่ป่าไปขายแลกเงิน ้าให้ลูกชายได้กินไก่ป่าเพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง
“ท่านพ่อ”
เจียงผิงอันสะอื้นไห้
ภาพเปลี่ยนไปอีกครั้ง ร่างบอบบางของมารดาดึงคันไถท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผา...
ภาพที่เ็ปที่สุดผุดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
ในความเป็จริง ที่หน้าประตูห้องขัง พวกโจรป่าเห็นเจียงผิงอันร้องไห้น้ำตานองหน้า ต่างหัวเราะด้วยความชอบใจ
“อดทนได้ไม่นานหรอก เดี๋ยวก็ทนไม่ไหวแล้ว!”
“นี่แค่เริ่มต้น ความเ็ปที่เขาเคยเจอจะวนเวียนไม่หยุด แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แบบนี้สิถึงจะทรมาน”
“ฮ่า ๆ เนตรสีเืนี้เข้าท่าไม่เลว”
ในเวลานี้ ณ อำเภอผิงสุ่ย
พอได้ยินรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชา สวีเทาผู้เพลิดเพลินอยู่กับเรือนร่างอันเย้ายวนของหญิงสาวสองคนถึงกับฟาดโต๊ะจนหักครึ่ง
“เ้าว่าอะไรนะ! ลูกชายข้าตายแล้ว! เป็ไปได้อย่างไร! อีกไม่นานลูกชายข้าก็จะได้เป็นายกองขั้นหนึ่ง เทียบได้กับขอบเขตก่อปราณขั้นห้า ลูกชายข้าจะตายได้อย่างไร!”
ลูกน้องที่นำข่าวมารายงานคุกเข่ากับพื้นตัวสั่นงันงก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ
ดวงตาของสวีเทาแดงก่ำ “กล้าสังหารลูกชายข้าเช่นนี้ ข้าจะฆ่าล้างครอบครัวไอ้เด็กนั่นให้หมด! ฆ่ามันทั้งหมู่บ้าน!”
เขามีลูกชายเพียงคนเดียว มีของดีอะไรก็มอบให้ลูกชายหมด เขาคาดหวังให้ลูกชายสืบทอดตำแหน่งของเขาในอนาคต
แต่ตอนนี้ลูกชายตายแล้ว
ลูกชายมีสัตว์ภูตบินได้ มียันต์ป้องกันตัว จะตายในน้ำมือเด็กหนุ่มอายุสิบสี่ได้อย่างไร?
สวีเทาไม่อยากจะยอมรับความจริงนี้เลยสักนิด เขาต้องฆ่าไอ้เด็กนั่นเพื่อล้างแค้น และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเด็กนั่นต้องตาย!
“ท่าน… แม่ทัพขอรับ คนในครอบครัวไอ้เด็กนั่นตายไปหมดแล้ว คนในหมู่บ้านก็ถูกโจรป่าฆ่าตายหมดแล้วเช่นกัน เขาไม่มีญาติมิตรคนไหนอีก...”
ลูกน้องที่นำข่าวมารายงานเอ่ยเบา ๆ
สวีเทานิ่งไปชั่วครู่ แล้วเตะหัวนายทหารคนนั้นอย่างแรง
“สั่งการลงไป! ส่งทหารสองพันนาย นายกองขั้นหนึ่งสองนาย ขึ้นเขาอินทรีครวญ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามต้องจับไอ้เด็กนั่นกลับมาให้ได้ ข้าจะฆ่ามันด้วยมือข้าเอง!”
“ท่านแม่ทัพขอรับ แต่ชายแดนทางนั้น...”
ใครบางคนอยากจะเอ่ยแย้ง แต่เมื่อเห็นดวงตาแดงก่ำของสวีเทาตวัดมามอง สุดท้ายก็ปิดปากเงียบสนิท