หลังจากที่จัดการงูน้ำเกล็ดเงินทั้งสองตัวเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามก็มาเก็บเอาปลา ซากลูกงูและสำรวจบริเวณรอบๆ บึงจนเสร็จ ใน่ที่กำลังเดินทางกลับ เอเลน่าเหมือนคนที่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เดินด้วยแววตาล่องลอยเหมือนสูดดมสารระเหยอะไรมาสักอย่าง
‘คลาส5ขั้นสุดยอด คลาส5ขั้นสุดยอด’ เธอพึมพำกับตัวเองอย่างตื่นตะลึง ตอนแรกที่คาดการณ์ไว้เธอคิดว่าแกรนด์น่าจะพลังอยู่ที่คลาส 5 ขั้นต้น ซึ่งก็พอๆ กับเธอ แค่นี้ก็ทำให้ต้องตื่นตะลึงมากพอแล้ว เพราะในเมืองกลอเซนแห่งนี้ขนาดคนที่มีอายุมากกว่าเธอถึง 5 ปียังไม่มีใครที่มีพลังในระดับเดียวกันกับเธอเลย อยู่ๆ ก็มีคนโผล่มา อายุรุ่นเดียวกัน มีพลังพอๆ กัน นี่ยังพอรับได้ เพราะเดินทางมาจากต่างเมือง แต่นี่แกรนด์เพิ่งเล่าให้ฟังเมื่อกี้นี้เอง นักรบคลาส 5 พลัง100% นี่มันชั้นยอดฝีมือขั้นสุดยอด! อีกเพียงก้าวเดียวถ้าทะลวงคอขวดไปได้ก็จะได้พลังคลาสที่ 6 มาแล้ว! มีกี่คนในเมืองกลอเซนที่จะโค่นชายคนนี้แบบตัวต่อตัวได้ แล้วอะไรที่บอกว่าเป็นักรบแล้วดันใช้พลังเวทย์ได้เนี่ยคืออะไรกัน ในประวัติศาสตร์ไม่เห็นมีเล่มไหนบันทึกไว้เลย เอเลน่าคิดซ้ำไปซ้ำมาจนเบลอ อีกอย่าง บ็อบเองก็มีพลังเทียบเท่ากับคลาส 5 ขั้นกลาง ซึ่งนอกจากเผ่ามนุษย์แล้ว สกิลตรวจสอบไม่สามารถระบุพลังของเผ่าอื่นได้เลย นอกจากเ้าตัวจะบอกเองหรือใช้จนสกิลตรวจสอบเลื่อนระดับเป็สกิลตรวจสอบขั้นสูง ซึ่งจะสามารถประเมินพลังของเผ่าอื่นๆ เป็%ได้ แกรนด์กะเอาจากความรู้สึกและประสบการณ์ที่อยู่ร่วมกันมาบอกว่าบ็อบมีพลังเทียบเท่านักรบคลาส 5 ขั้นกลาง
บ็อบบอกว่าตัวเองนั้นมีพลังอยู่ที่70%แล้ว หากครบ100%และทะลวงคอขวดขึ้นไปได้จะเป็การวิวัฒนาการของสายพันธุ์ไปสู่ร่างใหม่ที่จะไม่ใช่ออร์คอีกต่อไป มีพลังเพิ่มขึ้นแบบที่ร่างเก่าเทียบไม่ติด แต่มีน้อยมากในจำนวนสมาชิกในเผ่าพันธุ์ทั้งหมดที่สามารถวิวัฒนาการได้ ในโลกแห่งนี้นอกจากเผ่ามนุษย์แล้ว เผ่าอื่นถ้าหากทะลวงคอขวดได้จะวิวัฒนาการเพื่อเพิ่มพลังกันทุกเผ่า ซึ่งแน่นอนว่าเกือบทุกเผ่านั้นวิวัฒนาการมีแค่ขั้นหรือสองขั้นเท่านั้น การจะทะลวงจึงยากกว่าการทะลวงขั้นพลังของมนุษย์
“นี่...ยัยแว่น เป็อะไรไป จิตตกเพราะสู้กับงูนั่นหรอ อ่อนจริงๆ ฮ่าๆ ๆ ๆ”
“จิตตกเื่นั้นที่ไหน อีกอย่างที่ว่าอ่อนจริงๆ นี่คืออะไร ถ้าไม่มียากับเวทย์ของข้าพวกเ้าได้กลายเป็ผีเฝ้าบึงไปแล้ว” เอเลน่าเอ่ยขึ้นมาอย่างหัวเสียทันทีที่เห็นใบหน้ายิ้มเย้ยท่าทางกวนบาทาของแกรนด์
“ยาของเ้านี่ยอดไปเลยนะ แค่แป็บเดียวพลังก็ค่อยๆ ฟื้นฟูขึ้นมาหลายส่วนแล้ว” บ็อบพูดแทรกขึ้นมากลางวง
“มันแหงอยู่แล้ว ทั้งยาเพิ่มพลัง ยารักษาพลังเวทย์ ยารักษากล้ามเนื้อ ยาฟื้นฟูพลัง ทักษะฮีล ที่ข้าใช้ไปทั้งหมดวันนี้คิดแล้วมูลค่าเป็แสนเหรียญเลยนะ” เอเลน่ากอดอกเชิดขึ้นอย่างภูมิใจในผลงานของตัวเอง
“แสนเหรียญ!!! ซื้อเบียร์ได้หลายร้อยถังเลยนะนั่น!!” บ็อบอ้าปากค้างด้วยความตะลึง ราคายาที่กลุ่มของเขาใช้ไปนั้นมากมายขนาดนี้เลยงั้นหรือ
“หวังว่าเ้าพวกนี้มันจะทำกำไรให้เราอย่างคุ้มค่านะ” แกรนด์เอ่ยขึ้นพลางคิดถึงมูลค่าของมัน เขาไม่รู้จริงๆ ว่ามูลค่าของเ้างูน้ำเกล็ดเงินนี่จะราคาสักเท่าไหร่
“ข้าจะเอาเขี้ยวทั้งสี่ของมันไปทำเครื่องประดับ มันเป็สัตว์อสูรระดับสูงธาตุน้ำ มีประโยชน์กับข้ากว่าใครเพื่อน”
“แล้วเ้ารู้มั้ยว่าหนังมันราคาเท่าไหร่?” แกรนด์เอ่ยถามขึ้น เขาไม่สนใจเขี้ยวที่เพิ่มพลังธาตุน้ำอยู่แล้ว
“ไม่รู้สิ แต่รู้สึกว่าส่วนมากถ้าใครล่าหรือมีสินค้าที่มาจากสัตว์อสูรระดับสูงขึ้นไปจะนิยมนำไปประมูลกันนะ เพราะถือว่าเป็ของหายาก โรงประมูลคือสถานที่ที่ถูกควบคุมโดยเ้าเมืองกลอเซน เป็สถานที่ที่มีการคุ้มกันแ่ามากที่สุด แน่นอนว่าไม่มีคนกล้ามีเื่อย่างแน่นอน ถ้านำของไปประมูล มูลค่าที่ประมูลได้ 20% จะถูกหักเป็ค่าธรรมเนียม”
“หัก 20%!!! หน้าเือะไรแบบนี้ นี่มันกินกันง่ายๆ เลยนี่หว่า” แกรนด์เอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ แน่นอนว่ามูลค่า 20% ที่จ่ายไปมันเป็อัตราส่วนที่มากพอดู
“เ้าก็อย่างกนักเลย ถือว่าเป็การจ่ายภาษีและเป็การอำนวยความสะดวกในการขายสินค้าแล้วกัน ในนั้นจะรวมพวกผู้ดีมีเงินกับกลุ่มการค้าต่างๆ เอาไว้ สินค้าของเ้าอาจขายได้ราคาสูงอย่างไม่คาดคิด อีกอย่าง มันจะมีสินค้าของคนอื่นมาเข้าร่วมการประมูลด้วย เ้าก็ลองไปดูสิ เผื่อได้อะไรติดมือกลับมาบ้าง”
“ลูกพี่จะพาไปฉลองในเมืองจริงๆ งั้นหรอ?” บ็อบพูดพลางเลียปาก ตอนนี้เขาหิวสุดๆ เพราะใช้พลังงานในการต่อสู้ไปเยอะ แกรนด์เอาผ้าคลุมสีน้ำตาลออกมาให้บ็อบใส่เพื่อที่จะได้เหมือนนักเดินทางทั่วไป ถ้าเดินโทงๆ แบบนี้เข้าไปต้องสะดุดตาคนอย่างแน่นอน การตกเป็เป้าสายตาไม่ใช่เื่ดีแน่สำหรับคนแปลกหน้า แกรนด์กับบ็อบใส่ผ้าคลุมสีน้ำตาลทำให้แลดูเหมือนนักผจญภัยเร่ร่อนทั่วไป เอเลน่าเห็นแล้วก็ขอใส่บ้าง
“เ้าจะใส่ไปทำไม? ในเมืองนี้มีใครที่ไหนไม่รู้จักเ้ากัน”
“ข้าใส่ด้วยสิ เรากลุ่มเดียวกันก็บอกว่าข้าพาพวกเ้ามาก็ได้หนิ”
แกรนด์ี้เีเถียงจึงหยิบผ้าคลุมสำรองอีกผืนยื่นให้เอเลน่า เธอดูสนุกในการทำอะไรใหม่ๆ กับคนอื่นๆ ซะจริง คงจะเป็อย่างที่เธอเล่าที่หมกมุ่นอยู่กับการทดลองจนไม่ค่อยได้คลุกคลีกับใคร เขามองไปที่เอเลน่าด้วยสายตาที่ซับซ้อน ยามนี้เธอดูสนุก ยิ้ม หัวเราะ พูดคุยอย่างเป็กันเอง เขาถอนใจอย่างช่วยไม่ได้ ยังไงแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะนะ
“เ้าไม่กลัวเป็ที่ผิดสังเกตของฝ่ายสอดแนมรึไง? ด้วยระดับพลังของเ้าต้องไปเตะตาพวกนั้นแล้วมันต้องพยายามค้นประวัติเ้าแน่นอน” เอเลน่าเอ่ยขึ้นด้วยความเป็กังวล แน่นอนว่าฝ่ายตรวจสอบและเฝ้าระวังคอยสอดส่องผู้คนในเมืองตลอดเวลา โดยเฉพาะบุคคลต้องสงสัยจากต่างเมือง
“ข้าซ่อนพลังได้ ไม่ต้องห่วงเื่นี้หรอก”
“งั้นก็แล้วไป”
แกรนด์เข้าเมืองทุกครั้งเขาจะใช้ทักษะอสนีบาตซ่อนเงา เป็ทักษะที่ใช้ประจุไฟฟ้าซ่อนออร่าพลังที่แผ่ออกมาจากร่างกาย ซึ่งพลังที่ซ่อนเอาไว้จะถูกปล่อยออกมาที่คลาสไหนก็ได้แต่จะต้องไม่เกินระดับพลังจริงของผู้ใช้ทักษะนี้
ทั้งสามเดินเข้าเมืองและตรงไปยังร้านของอริสเพื่อหาอาวุธใหม่ให้บ็อบตามที่ได้ตกลงกันไว้ หญิงสาวที่อยู่ในร้านดูท่าทางใเล็กน้อยกับการมาของพวกเขาทั้งสามคน
“เห็นท่านบอกว่าจะกลับมาอีกครึ่งเดือน แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้มาเร็วนัก?” หญิงสาวสงสัยแต่ก็ไม่ได้ซักไซ้เอาคำตอบอะไร เธอเชิญทั้งสามเข้ามานั่งที่โต๊ะรับรองแขก
“นี่คือเพื่อนของท่านที่เคยกล่าวถึงงั้นหรอคะ?” อริสมองไปที่บ็อบด้วยสายตาหวาดหวั่น ร่างที่มีมัดกล้ามเนื้อใหญ่โต สูงมากกว่า 2.5เมตร สวมผ้าคลุมสีน้ำตาลเข้มนั่งกอดอกที่เก้าอี้ดูน่าเกรงขามเป็อย่างมาก
“ทางร้านเรายินดีต้อนรับค่ะ คุณหนูเอเลน่า” อริสกล่าวทักทายด้วยความสุภาพ ทำไมเอเลน่าถึงได้มากับคนพวกนี้กัน แถมยังสวมชุดคลุมเหมือนๆ กันอีกด้วย คนที่ปฏิเสธทุกกองกำลังแต่เข้าร่วมกับชายคนนี้งั้นหรือ? รึเอเลน่าเป็คนตั้งกองกำลังแล้วทั้งสองเป็ผู้ติดตามของเธอ? ถึงอริสจะสงสัยแค่ไหนก็ไม่ปริปากถามนอกเื่ที่ไม่ใช่เื่ของธุรกิจ
“ข้ามาเพื่อหาอาวุธใหม่ให้เพื่อนข้า ขวานที่สั่งไว้เตรียมเรียบร้อยแล้วรึยัง?”
“ข้าเตรียมขวานใหญ่ทั้งหมดที่ทางร้านเรามีไว้ที่โซนข้างในแล้ว เชิญพวกท่านไปเลือกชมกันก่อนได้” อริสนำทางทั้งสามมาที่โซนอาวุธ ที่ผนังด้านหนึ่งมีขวานใหญ่แขวนติดผนังไว้นับสิบเล่ม บ็อบดวงตาเป็ประกาย เขาไม่เคยได้จับอาวุธชั้นยอดแบบนี้มาก่อน ไม่นึกว่าวันนี้จะมีพวกมันนับสิบเล่มอยู่ตรงหน้าและให้เขาได้เลือกตามใจชอบ บ็อบกวาดสายตาไปแล้วไปหยุดที่ขวานเล่มหนึ่ง มันดูสะดุดตาเป็อย่างมาก ทั้งตัวอาวุธเป็เหล็กสีนิล ตรงหัวอาวุธดูไม่ออกว่าเป็อาวุธชนิดไหนกันแน่ หัวด้านนึงเป็คมขวานขนาดใหญ่ คมขวานสีเงินวับส่องประกายน่ากลัว หัวอีกด้านเป็หัวค้อนขนาดใหญ่เช่นกัน เป็เหล็กนิลทั้งก้อนดูหนักแน่นน่าเกรงขาม ด้ามจับที่ทำจากเหล็กชนิดเดียวกันยาวกว่าเมตรครึ่ง ที่ปลายด้ามจับมีโซ่ห้อยไว้ยาว 1 เมตร อาวุธชนิดนี้ไม่ได้ถูกแขวนไว้ แต่มันวางอยู่ด้านล่างสุดที่พื้น
“ดูเหมือนท่านจะสนใจอาวุธชิ้นนี้ อาวุธชิ้นนี้ทำจากเหล็กสีดำที่มาจากก้อนอุกกาบาต ตอนผลิตต้องใช้ช่าง 5 คนช่วยกันผลิต เป็อาวุธที่อยู่คู่กับร้านเรามาหลายชั่วคนแล้ว ไม่เคยมีผู้สนใจจะซื้อมันออกไปเลย” อริสอธิบายพร้อมกับผายมือไปที่ตัวสินค้า
“ทำไม? มันแพงมากหรอ? เห็นบอกทำจากหินอุกกาบาต”
“ไม่ใช่ค่ะ ในอดีตบรรพบุรุษของข้าได้รับขวานเล่มนี้มาจากเผ่าคนแคระในเมืองหลวงโดยการประมูลมา มันเป็หนึ่งในของสะสมของตระกูลข้า ถึงจะเป็แบบนั้นท่านพ่อก็นำมันมาไว้ที่โซนอาวุธเพื่อที่จะประดับมากกว่าเป็การขาย ท่านบอกว่าใครอยากซื้อก็ขายให้ แต่ไม่รับเป็ตัวเงิน ให้เอาของที่มีมูลค่าเทียบเท่าพอรับได้มาแลกไป”
‘ของที่มีมูลค่าเทียบเท่า?’ แกรนด์คิดในใจขึ้นมาแว็บหนึ่ง ถึงจะเป็ของสะสมของตระกูลแต่ก็มีเพื่อตั้งโชว์เท่านั้น สู้เอามาแลกกับทรัพยากรอื่นๆ จะมีประโยชน์มากกว่างั้นหรือ
“เ้าพอใจจะเอาอาวุธชิ้นนี้งั้นหรอบ็อบ?”
“ใช่ ข้าอยากได้มัน” บ็อบพยักหน้าแล้วมองมาที่มันไม่วางตา
“อาวุธชิ้นนี้ถึงจะอายุยาวนานแต่ยังไม่มีใครเลยที่ใช้มันได้” อริสกล่าวขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม
“ทำไม?” แกรนด์ขมวดคิ้ว อาวุธชิ้นนี้มันมีอะไรพิเศษอีกนอกจากรูปทรงประหลาดๆ ของมัน
“มันหนักมากค่ะ” อริสตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย แกรนด์ที่กำลังนั่งจิบชากับเอเลน่าอยู่หันมามองหน้ากัน มันหนัก? ถึงจะเป็เหล็กทั้งท่อนมันจะหนักเท่าใดกันดูจากทรงแล้วมันไม่น่าจะเกิน300กิโล ขวานเก่าของบ็อบเองก็หนักร้อยกิโล ซึ่งชิ้นนี้มันดูใหญ่กว่าเล่มเดิมแต่ก็ไม่ควรจะเกิน300กิโล
“มันหนักเท่าไหร่ล่ะ? เพื่อนข้าเป็ออร์ค คงไม่เกินพละกำลังของเขา ที่หนักมากเนี่ยมันหนักเท่าไหร่หรอ?”
“สามตันค่ะ”
พรวดดดดดดดดดด!!!
แกรนด์กับเอเลน่าชาพุ่งออกปากพร้อมกัน
“สามตัน! สามตันเนี่ยนะ! อะไรมันจะหนักขนาดนั้น” แกรนด์มองไปที่ขวานเล่มดังกล่าวอย่างตะลึง บ็อบมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย สามตันเป็น้ำหนักที่เขายกได้ก็จริง แต่เป็น้ำหนักที่ถึงขีดจำกัดของเขาเหมือนกัน การจะจับมันกวัดแกว่งเป็อาวุธคงเป็ไปไม่ได้แน่ บ็อบยื่นมือไปจับที่ขวานแล้วลองยกขึ้น น้ำหนักสามตันที่กดทับลงพื้นดินทำให้มันเป็วัตถุที่ยากจะยกขึ้นได้ มัดกล้ามของบ็อบปูดเกร็งขึ้น เขายกขวานขึ้นมาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง อย่าว่าแต่กวัดแกว่งเลย แค่จะประคองไว้ด้วยกำลังก็เต็มกลืนแล้ว บ็อบวางขวานลงที่พื้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
“เ้า้ามันรึเปล่า?” แกรนด์มองหน้าบ็อบก่อนจะยิงคำถามชี้ขาด
“ข้าจะเอา ถึงแม้ตอนนี้ข้าจะใช้มันไม่ได้แต่เหมือนมีบางอย่างที่มันดึงดูดข้า ข้าจะฝึกมันจนกว่าจะใช้ได้อย่างชำนาญ” บ็อบตอบอย่างมั่นใจ
“ดี งั้นในระหว่างที่ฝึกใช้เ้านี่ก็เลือกอาวุธไปใช้ก่อนอีกสักชิ้นสิ”
บ็อบพยักหน้าแล้วเลือกไปที่ขวานใหญ่เล่มหนึ่งที่มีสองหัวคล้ายกับเล่มที่ทำมันพัง แต่อาวุธชิ้นที่พังคุณภาพเทียบชิ้นนี้ไม่ได้เลย ถ้าเอาอาวุธชิ้นนี้ฟันสุดแรงไปที่งูน้ำเกล็ดเงิน ผลลัพธ์คงไม่เป็แค่กรามหัก แต่คงเป็หัวขาด!
“ขอแหวนมิติทองแดงด้วยวงนึง ใส่อาวุธสองชิ้นนี้มา” แกรนด์เอ่ยขึ้น เขาคิดได้แล้วว่าจะหาอะไรมาแลกกับของพวกนี้ เมื่อได้แหวนมิติและอาวุธที่อยู่ในนั้นบ็อบไม่จำเป็ต้องพกถือเดินไปไหนมาไหน เนื่องจากขนาดแหวนนั้นเป็ขนาดนิ้วของมนุษย์ บ็อบจึงเอาใส่สร้อยและห้อยไว้ที่คอแทน
“ไม่ทราบว่าท่านจะมีสิ่งใดมาแลกเปลี่ยนกับสินค้าของทางเรา?” อริสเอ่ยถามขึ้นหลังจากส่งมอบสินค้าแล้ว
“หนังของงูเห่าไฟดำกับงูน้ำเกล็ดเงิน เ้าคิดว่ายังไงล่ะ?” อริสได้ยินสิ่งที่แกรนด์พูดถึงกับตาเบิกโพลง ชิ้นส่วนสัตว์อสูรระดับสูง มีมากกว่าหนึ่งชิ้น ถ้านำมาแลกกับของที่เธอเพิ่งส่งมอบไปมันย่อมตั้งคุ้มค่าแน่นอน ในความเป็จริงการแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งของที่ว่า ทางร้านก็หวังว่าของที่แลกเปลี่ยนมาจะนำไปประมูลเพิ่มมูลค่าในโรงประมูลได้ ซึ่งโรงประมูลจะเปิดการประมูลเป็ประจำทุกเดือน แต่นี่ไม่ต้องพิจารณาเลยว่าจะสามารถนำไปประมูลได้หรือไม่ เมื่อเห็นสายตาของอริสแกรนด์ก็รู้ได้ทันทีเลยว่าของในมือเขานั้นมูลค่าสูงแค่ไหน
“ข้ามีอยู่รวมแล้ว3ชิ้น ถ้าเ้าอำนวยความสะดวกเอาไปประมูลให้ข้าจะแบ่งรายได้ให้50%”
“ข้าตกลงตามข้อเสนอของท่าน” อริสโค้งคำนับพร้อมกับยิ้มอย่างยินดี
‘เฮ้ยๆ ตอบรับทันที ไม่คิดจะต่อขึ้นเป็60%สักคำเลยหรอ รึว่าที่ข้าเสนอไปมันมากกว่าที่เธอคาดไว้’ แกรนด์ขมวดคิ้วและคิดในใจอย่างสงสัย
‘ช่างเถอะ ยังไงข้าก็ไม่เคยทำการประมูล ให้พวกเขาจัดการไปแล้วกัน’
“อีกอย่าง ข้าจะวางมัดจำไว้เป็เ้าพวกนี้ก่อน มันเยอะ ข้าี้เีแกะ” พูดจบแกรนด์ก็เอาตัวนิ่งเกราะเหล็ก 88 ตัวออกมากองไว้ในร้าน อริสตื่นตะลึงทันทีที่เห็นสัตว์อสูรระดับกลางมากมายขนาดนี้ เขาใช้เวลาแค่นี้จัดการงั้นเหรอ? ไม่สิ หรือว่าเขาล่ามานานแล้วกะจะสะสมมาขายทีเดียว?
“ข้าจะมารับพร้อมกับค่าประมูลในวันนั้นเลย อีก 12 วันถึงรอบประมูลเดือนนี้สินะ แล้วเจอกับ ไปกันเถอะพวกเรา” ทั้งสามหันหลังเดินออกจากร้านอย่างสง่าน่าเกรงขาม
“เ้าเลือกร้านได้ดีนี่ ร้านเวสก้าเป็ร้านที่ขึ้นชื่อเื่ความเที่ยงตรงและค้าขายแลกเปลี่ยนอย่างเป็ธรรม ถึงจะไม่ใช่ร้านที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้แต่ก็เป็ร้านที่เชื่อถือได้ที่สุดล่ะนะ” ทั้งสามเดินมุ่งมายังบาร์แห่งหนึ่งที่อยู่ในย่านการค้า เมื่อเปิดประตูเข้าไปทั้งสามก็กลายเป็เป้าสายตาของทุกคนในร้านทันที ส่วนใหญ่ภายในร้านจะเป็คนในเมืองและคนในขบวนการค้าต่างๆ ทั้งสามนั่งที่โต๊ะใกล้ๆ หน้าเคาน์เตอร์บาร์พร้อมกับสั่งอาหารชุดใหญ่กับเบียร์อีกสองถัง
“เฮ้ย นั่นเอเลน่า คนที่ปฏิเสธในคำเชิญในการเข้าร่วมกับทุกกองกำลังนี่นา” ชายคนหนึ่งที่โต๊ะมุมหน้าต่างกระซิบกับเพื่อนร่วมโต๊ะ
“เธออยู่กับใครล่ะนั่น?”
“ข้าว่าไอ้หมอนั่นไม่น่าอยู่กับเธอได้เกินสองวันก็เผ่นหนีเหมือนหนูลองยาตัวอื่น อิอิ”
ทั่วทั้งร้านแอบนินทากันอย่างสนุกปาก ทั้งสามทำเป็ไม่ได้ยินและไม่สนใจสิ่งที่คนอื่นในร้านพูดกัน พวกเขามนั่งกินอาหารและคุยกันเื่การล่าวันนี้อย่างออกรส ซึ่งส่วนมากจะล้อแกรนด์เื่การโชว์โง่ในบึงซะมากกว่า
ผลั๊กกกก!!!
เสียงถีบเก้าอีกดังขึ้นที่โต๊ะข้างๆ ชายใบหน้าซูบผอมไว้ทรงสกินเฮด ดูแล้วคล้ายปลาไหลไว้หูเป็คนถีบเก้าอีก ท่าทางในตอนนี้เหมือนคนที่เหล้าเขาปากแต่ยังไม่เมาเต็มที่ มันเดินมาพร้อมใบหน้าและรอยยิ้มที่กวนส้น ดูทรงแล้วมาหาเื่แน่นอน ชายคนนี้เป็หัวหน้าผู้คุ้มกันของขบวนการค้าแห่งหนึ่ง เป็ผู้ที่มีพลังนักรบคลาส 4 ขั้นสุดยอด เหลือเพียงก้าวเดียวในการทะลวงขึ้นไปขั้นที่ 5 แม้แต่ทหารตรวจการในเมืองยังไม่กล้าที่จะขัดแย้งกับเขา เขาเป็ลูกค้าประจำของร้านนี้ เมาแล้วมักหาเื่โต๊ะอื่น ซึ่งทุกครั้งคู่กรณีก็ต้องล่าถอยกับพฤติกรรมสุดถ่อยนี้ คนที่นั่งดื่มกันอยู่โต๊ะอื่นเห็นดังนั้นก็หลีกทางตีเป็วงกว้างให้ เหลือเพียงแค่ทั้งสามที่นั่งโต๊ะอยู่และชายหน้าเดฟที่ท่าทางเอาเื่ยืนอยู่ใกล้ๆ เ้าของร้านที่กำลังเช็ดแก้วอยู่ที่บาร์มองมาด้วยความจนใจ เขาก็ไม่รู้จะทำอะไรกับพฤติกรรมของลูกค้ารายนี้เช่นกัน
“เฮ้ย คิดว่าเอ็งเป็ใครวะ มาตีสนิทกับคุณหนูเอเลน่าแบบนี้ ข้าขอเตือนให้พวกเอ็...”
ตูม!!!
มีเสียงดังสนั่นขึ้นที่โต๊ะนั้น แววตาคู่หนึ่งแผ่จิตสังหารออกมาอย่างดุร้าย บ็อบนั่นเอง เขาจับหัวชายหน้าเดฟฟาดเข้ากับโต๊ะจนกระจายและหน้าของชายคนนั้นพุ่งลงกระแทกพื้นอย่างแรงจนพื้นหินปูนยุบลง ใบหน้าเขาจมลงกว่าครึ่งใบหน้า ฟันข้างหน้าทั้งบนล่างกว่าครึ่งปากร่วงหลุดดูแล้วน่าอนาถยิ่งนัก
“บ็อบ” แกรนด์ที่อยู่ข้างๆ มองมาทางบ็อบพร้อมกับส่ายหัวเล็กน้อย ในขณะที่บ็อบที่กำลังจะสังหารด้วยการบีบหัวชายคนนี้จนแหลกคามือ บ็อบสะบัดหน้าด้วยสีหน้าที่เกรี้ยวกราดพร้อมกับขว้างชายหน้าเดฟกระแทกประตูทะลุไปนอนกองที่ถนนหน้าร้าน คนในร้านเบิกตากว้างอ้าปากค้างไร้ซึ่งคำพูดใดๆ คลาส 4 ยอดนักรบขั้นสุดยอดโดนการโจมตีแต่ครั้งเดียวถึงกับหมดสภาพ แถมโดนโจมตีั้แ่ยังพูดไม่จบประโยคด้วยซ้ำ เ้าออร์คนั่นมันเกรี้ยวกราดอะไรขนาดนั้น เมื่อกี้ยังเห็นหัวเราะอยู่เลย
“เ้าของร้าน นี่ค่าอาหารกับค่าซ่อมร้านนะ ขอโทษด้วย”
แกรนด์วาง 3 เหรียญเงินที่เคาน์เตอร์ก่อนที่ทั้งสามจนจะเดินออกจากร้าน เ้าของร้านและผู้ที่อยู่ในร้านมองตามด้วยความตะลึง ทั้งสามเดินไปที่ประตู คนในร้านที่มุงอยู่เปิดทางให้ทั้งสามเดินด้วยความหวาดกลัว สาเหตุที่บ็อบโกรธขนาดนั้นเป็เพราะเขาไม่ชอบอย่างมากเวลามีอะไรมาขัดจังหวะหรือขัดความสุขตอนที่กินอาหาร เขาไม่ลังเลที่จะโจมตีไม่ว่าจะเป็ใครหน้าไหน การขัดจังหวะตอนกำลังมีความสุขในการกินสามารถยั่วโมโหของเข้าได้พอๆ กับการทำลายอาหารที่อยู่ต่อหน้าเขาเป็ตันเลยทีเดียว
“โทษทีที่ทำให้เห็นภาพไม่น่าดู พรุ่งนี้เจอกัน” แกรนด์เอ่ยลาเอเลน่าเมื่อกำลังจะเดินทางกับ
“สมควรแล้ว ถ้าบ็อบไม่ทำข้าก็กำลังจะลุกไปจัดการมันพอดี แล้วเจอกัน” เธอเดินจากไปอีกทางที่พวกเขากำลังจะไป
“กลับกันเถอะบ็อบ” แกรนด์ตบที่หลังบ็อบ ทั้งสองเดินจากหน้าร้านไป
ก่อนไปแกรนด์ไม่ลืมที่จะรูดเอาแหวนมิติของชายหน้าเดฟที่นอนหมดสติอย่างน่าสมเพชอยู่กลางถนน ค่าเสียหายที่เ้าต้องจ่าย มันไม่ใช่แค่นอนเลียพื้นอยู่กลางถนนหรอกนะ