บทที่สิบหก
รักเอยเตยหอม
แบมแบมลืมตาตื่นขึ้นมาั้แ่เช้ามืด ดวงตากลมโตกวาดมองไปที่ด้านข้างลำตัว ก็เจอว่าคนพี่ยังคงนอนหลับใหลไม่ได้สติ ร่างเล็กขยับตัวออกห่างเล็กน้อย ก่อนจะปรับเปลี่ยนท่านอนของตัวเองมาเป็ท่านอนหงาย
ใบหน้าสวยหวานขึ้นสีระเรื่ออีกครั้ง เมื่อหวนคิดไปถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน และแล้วสิ่งที่เธออยากให้มันเกิดขึ้นก็สำเร็จผลแล้วจริง ๆ ที่เหลือก็รอแค่เวลาให้คนพี่ได้เข้าไปพูดคุยกับผู้เป็ยายให้เรียบร้อย
ร่างเล็กผินใบหน้ากลับไปมองคนที่นอนเคียงข้างกันมาตลอดทั้งคืนอีกครั้ง ก่อนจะยกยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าคนพี่นั้นยังคงหลับสนิทอยู่ หากแต่เรียวแขนแกร่งก็ยังคงพาดมากอดเธอเอาไว้ในอ้อมแขน
แบมแบมนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนสายตากวาดไปเห็นหน้าต่างของห้องนอนที่ยังเปิดเอาไว้ั้แ่เมื่อวานตอนเย็น เด็กสาวแอบหน้าเสียด้วยความใ เมื่อคิดได้ว่าเธอและคล้าวร่วมรักกันไปทั้ง ๆ ที่หน้าต่างห้องนอนถูกเปิดเอาไว้แบบนั้น
แต่พอคิดได้ว่าบ้านหลังนี้มีเพียงแค่คนพี่เท่านั้นที่อาศัยอยู่ก็เริ่มใจชื้นขึ้นมา คิดให้กำลังใจตัวเอง ว่าภาพเหตุการณ์ที่เร่าร้อนพวกนั้นคงจะไม่มีใครคนอื่น มาร่วมรับรู้นอกเหนือไปจากพวกเขาทั้งสองคน
เด็กสาวที่นอนตบตีกับความคิดของตัวเองอยู่หลายนาที เอี้ยวตัวไปมองด้านข้าง เมื่อรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวของคนข้างกาย ร่างเล็กหลุดหัวเราะออกมา เมื่อเห็นว่าคนที่พึ่งจะลืมตาตื่นขึ้นมา กำลังยกมือปิดปากขึ้นหาวอีกครั้งอย่างขี้เซา
“ตื่นแล้วหรือจ๊ะพี่” แบมแบมเอ่ยถามคนพี่ขึ้นเสียงหวาน มือเล็กถือวิสาสะช่วยจัดทรงผมที่ยุ่งเหยิงของอีกฝ่ายให้เป็ทรง
“อืม หนูตื่นนานแล้วหรือครับ” คล้าวเอ่ยตอบรับพร้อมถามกลับไปทั้งที่ยังคงอยู่ในอาการสะลึมสะลือ
“สักพักแล้วจ้ะ” แบมแบมเอ่ยตอบ ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้คนพี่ วาดเรียวแขนโอบกอดร่างหนาเอาไว้ และอิงซบใบหน้าลงกับแผงอกแกร่งอย่าง้าที่จะออดอ้อน
“ปวดตัวหรือเปล่า” คล้าวเอ่ยถามขึ้น พลางกระชับคนตัวเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมแขนของตัวเอง มือหนาเกลี่ยไหล่มนเบา ๆ
“นิดหน่อยจ้ะ” ร่างเล็กเอ่ยตอบ ใบหน้าสวยขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินอาย เพราะต่างก็รู้กันว่าทำไมเธอนั้นถึงมีอาการปวดเนื้อปวดตัว
“ขอโทษนะ เมื่อคืนพี่อาจจะรุนแรงไปหน่อย” ร่างหนารีบเอ่ยขอโทษ เพราะจำได้ว่าในจังหวะ่โค้งสุดท้าย ตัวเขาเองนั้นไม่สามารถที่จะยั้งแรงของตัวเองเอาไว้ได้
“หนูเข้าใจจ้ะ พี่คล้าวไม่ต้องขอโทษหรอก” แบมแบมเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม
“อื้ม” คล้าวส่งเสียงผ่านลำคอเป็การตอบรับ ก่อนจะหลุบสายตาลงมองคนที่กำลังช้อนตามองกันอยู่ด้วยสายตาหวานฉ่ำ
เมื่อสองสายตาสบประสานเข้าหากันนิ่ง ก่อให้เกิดความเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่ใบหน้าของคล้าวจะค่อย ๆ โน้มลงมา และป้อนจูบดูดดื่มให้กับเด็กสาววัยแรกแย้มที่ได้ชื่อว่าเป็เมียของตัวเองต้อนรับเช้าวันใหม่
ร่างเล็กที่โดนหลอกล่อด้วยจุมพิตวาบหวามั้แ่เช้า บดเบียดร่างกายที่ยังคงเปลือยเปล่าของตัวเองเข้าหาร่างหนาอย่างเผลอไผล สองลิ้นตวัดเกี่ยวหยอกล้อกันไปมา จนรู้ตัวอีกทีแบมแบมก็ขึ้นไปเกยอยู่บนตัวของคล้าวแล้วทั้งตัว
คล้าวถอนจูบดูดดื่มออกอย่างอ้อยอิ่ง ใบหน้าหล่อโฉบไปฝากฝังจมูกโด่งไว้ที่แก้มนุ่มที่ขึ้นสีระเรื่อ สูดกลิ่นหอมเย้ายวนใจเข้าปอด เพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้กับตัวเองในเช้าวันนี้ ก่อนจะส่งมือหนาไปลูกศีรษะเล็กของคน้าด้วยความเอ็นดู
ร่างหนายันตัวลุกขึ้นนั่ง หากแต่เรียวแขนก็ยังคงโอบอุ้มคนที่นอนทาบทับกันอยู่้า ให้ติดสอยให้ตามกันไปด้วย จนกลายเป็ว่าในตอนนี้คล้าวและแบมแบมกำลังนั่งคร่อมทับกันอยู่บนตักกว้างในลักษณะที่หันหาเข้าหากัน
แบมแบมวางมือเล็กของตัวเองเอาไว้ที่ไหล่กว้างของเ้าของตัก ดวงตากลมโตช้อนมองคนพี่ด้วยสายตาที่หวานหยดย้อย หัวใจของเด็กสาวกำลังสั่นสะท้านและรู้สึกอิ่มเอมกับความอบอุ่น ที่มันแผ่ซ่านมาจากการกระทำของอีกฝ่าย
“เมื่อวานหนูชอบหรือเปล่า” คล้าวเอ่ยถามคนบนตักขึ้น ในขณะที่มือหนาก็จับเล่นกลุ่มผมที่ปล่อยสยายของเ้าตัว
“พี่คล้าวหมายถึง” ร่างเล็กเอ่ยถามกลับด้วยความเอียงอาย เพราะไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เธอและคนพี่เข้าใจนั้นจะตรงกันไหม
“เื่ที่เกิดขึ้นระหว่างเราทั้งคู่” ร่างหนาเอ่ยตอบ ก่อนจะหลบสายตาไปอีกทาง เพราะเริ่มรู้สึกเขินอายขึ้นมาแล้วเหมือนกัน
“ชอบจ้ะ” แบมแบมเอ่ยตอบเบา ๆ ก่อนจะชิงแนบหน้าผากหนีลงกับไหล่กว้าง เพื่อบดบังใบหน้าที่แดงก่ำของตัวเอง
“พี่ก็ชอบนะ ทั้งเื่เมื่อวานและก็หนู” ร่างหนาเอ่ยพูดขึ้น ยอมที่จะเป็ฝ่ายเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองออกไปก่อนอีกครั้ง
“หนูก็ชอบพี่คล้าว ชอบมาก ๆ” ร่างเล็กเอ่ยกระซิบที่ข้างหูของคนพี่ ก่อนจะจูบซับลงบนปลายคางของอีกฝ่าย
คล้าวและแบมแบมส่งยิ้มให้กัน ใบหน้าของทั้งคู่แดงก่ำเพราะความเขินอาย คำพูดที่หวานหูบวกกับความใกล้ชิด ส่งผลให้คล้าวและแบมแบมรู้สึกราวกับว่า มีผีเสื้อหลายพันตัวบินวนกันอยู่ในท้อง
“พี่คล้าวจะไปหายายของหนูจริง ๆ ใช่ไหมจ๊ะ ได้หนูเป็เมียแล้วจะไม่ทิ้งหนูใช่หรือเปล่า” ร่างเล็กเอ่ยถามขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วชวนให้เศร้า
แม้ว่าแบมแบมจะมั่นใจในตัวเองอยู่ไม่น้อย ว่าอย่างไรแล้วกำนันพ่อม่ายคนนี้ก็หนีไม่พ้นจากเงื้อมมือของเธอ หากแต่จุดประสงค์ในการตั้งคำถามในครั้งนี้ ก็คืออยากจะได้ยินคำมั่นสัญญาจากปากของอีกฝ่ายอีกสักครั้ง
“ไปสิ จะทิ้งได้ยังไง หนูเป็เมียพี่แล้วนะ” คล้าวเอ่ยตอบด้วยความมั่นใจ เขาเองก็มีสัจจะมากพอ และไม่ใช่คนที่จะไข่ทิ้งไปทั่วรายทางแต่ไม่รู้จักความรับผิดชอบ
เอาลูกเอาหลานเข้ามากกมากอดไว้เสียจนข้ามคืน อย่างไรแล้วเื่การไปพูดคุยกับผู้ใหญ่ในเื่ของการสู่ขอทาบทามก็ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หากแต่ก็เข้าใจหากคนน้องจะรู้สึกกลัวว่าจะตัวเองโดนทอดทิ้ง เพราะในตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรที่จะมารับประกันได้ ว่าคล้าวจะไม่ผิดคำพูดทีหลัง
“หนูเชื่อใจพี่คล้าวนะ” แบมแบมผละใบหน้าออกจากไหล่กว้าง ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้น
“อืม เชื่อใจพี่นะ” ร่างหนาเอ่ยตอบรับ พร้อมกับส่งยิ้มไปให้คนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนตัก
แบมแบมส่งยิ้มตอบกลับไป ร่างเล็กโน้มตัวไปกดจูบลงบนหน้าผากของเ้าของตักด้วยความอ่อนโยน ก่อนจะผละออกมาและใช้มือเล็กจับไปที่ใบหน้าของคนพี่ และกดจูบลงบนริมฝีปากหยักเข้ารูปเพื่อให้รางวัล
“อยากย้ายมาอยู่กับพี่คล้าวจะแย่อยู่แล้ว แต่ยายเอาหนูตายแน่ ถ้ายังไม่ได้แต่งงาน” ร่างเล็กเอ่ยบ่นกระปอดกระแปดขึ้นกับตัวเอง
คล้าวที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่หัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู ที่คนน้องใจร้อนหากแต่ก็ยังหวาดกลัวญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของตัวเอง จนไม่กล้าที่จะทำตามใจตัวเองไปมากกว่านี้อีกแล้ว
“รออีกนิดเดียว พี่สัญญาว่าจะจัดการทุกอย่างให้เร็วที่สุด” ร่างหนาเอ่ยพูดให้คนน้องได้มั่นใจ
“หนูรู้ แต่หนูมีผัว ก็ต้องอยากอยู่กับผัวตัวเองหรือเปล่าล่ะจ๊ะ” แบมแบมเอ่ยค้านขึ้นอย่างเด็กที่แก่แดดแก่ลม
ร่างหนาหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง ใบหน้าหล่อคมคายส่ายหน้าไปมา ให้กับความแก่นเซี้ยวของเด็กบนตัก ที่เริ่มเผยความดื้อรั้นของตัวเองออกมาเรื่อย ๆ ผ่านคำพูดคำจา
“มาอยู่ด้วยกันแล้วเด็กแถวนี้จะไหวหรือ เมื่อวานโดนไปแค่น้ำเดียว ก็ชิงหลับไปเสียแล้ว” คล้าวแกล้งพูดสบประมาทเมียเด็กของตัวเอง
แบมแบมที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่ถลึงตาใส่คนพี่อย่างโกรธเคือง ที่โดนอีกฝ่ายพูดจาลบคมกันซึ่ง ๆ หน้า ริมฝีปากอมชมพูบึนใส่คนที่ยังคงหัวเราะชอบใจ ก่อนจะฟาดฝ่ามือเล็กลงบนแผงอกแกร่งเบา ๆ เป็การลงโทษ
“ก็หนูเหนื่อยนี่” ร่างเล็กเอ่ยตอบอย่างแง่งอน และเลือกที่จะเก็บถ้อยคำอื่น ๆ เอาไว้ในใจ
ก็ใครใช้ให้พี่คล้าวแรงดีเสียขนาดนั้น ไอ้ที่ตอกเธอมาแต่ละครั้ง อีกฝ่ายคิดว่ามันเบานักหรืออย่างไรกัน เคี่ยวกรำเธอจนเสร็จสมจนตัวสั่นไปตั้งสองรอบ เด็กสาวที่พึ่งหัดมีผัวเป็ครั้งแรกแบบเธอ จะไปสู้รบตบมือกับพ่อม่ายที่ผ่านศึกมาโชกโชนแล้วได้ยังไงกัน
“พี่ก็แกล้งเล่น ไอ้เด็กขี้งอนเอ๊ย” คล้าวที่ขำขันให้กับท่าทางแสนงอนของคนน้องเอ่ยพูดขึ้น มือหนาแกล้งจี้ไปที่่เอวของคนบนตัก
“อื้อ พี่คล้าว อย่า” แบมแบมที่หลุดหัวเราะออกมาเสียงใสเพราะรู้สึกจั๊กจี้ ร่างเล็กพยายามที่จะดีดดิ้นหลบการกลั่นแกล้งนั้นของชายคนรัก
เสียงหัวเราะของคนสองคนที่พึ่งผ่านค่ำคืนที่เร่าร้อนมาด้วยกัน ยังคงดังก้องทั่วไปทั้งห้องนอน กลิ่นอายของความสุขคลุ้งไปทั่วทั้งบ้านที่เคยมีแต่ความเงียบเหงาและโดดเดี่ยว เป็นิมิตที่บ่งบอกว่าการเริ่มต้นใหม่ได้ดำเนินไปแล้วตามธรรมชาติครรลอง
………………………………………………….
รักกันหวานฉ่ำ รักเอยเตยหอมแบบสุด ใครคลั่งรักกว่ากันล่ะทีนี้ คงต้องให้นักอ่านที่น่ารักทุกท่านช่วยกันตัดสินแล้ว
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่าการได้อ่านคอมเม้นท์ มันเป็แรงผลักดันในการอัพนิยายมาก ๆ เลย // อ้อน
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ // กระพริบตาปริบ ๆ