“แต่นารีใมากกว่าคุณแม่ค่ะ คำว่าเห็นดีด้วยของคุณแม่มีความหมายว่ายังไงคะ”
หญิงสาวถามคาดคั้น
“ก็...ก็ ก็หมายความว่าแม่ตกลงรับปากเขาไปแล้วจ๊ะ”
คุณนายตอบอ้อมแอ้มอย่างกลัวว่าบุตรสาวจะโกรธ
“รับปากเขาไปแล้ว แล้วคุณแม่ไม่คิดจะถามความเห็นนารีก่อนหรือคะ”
ลลิตนารีถามเสียงสูงอย่างรู้สึกเดือดร้อนกับเื่นี้จริงๆ
“นารีใจเย็นๆสิลูก ฟังแม่ก่อนก็แม่กำลังมาถามความเห็นของลูกอยู่นี่ไง”
“หลังจากที่คุณแม่รับปากเขาไปแล้วงั้นหรือค่ะ”
หญิงสาวย้อนถามอย่างไม่พอใจ ก็นี่มันไม่ใช่เื่เล็กๆสำหรับชีวิตของเธอเลยนี่น่ะ
“ก็...แม่เห็นว่ามันเป็การดีสำหรับทุกๆฝ่ายนี่ลูก”
“แต่นารีไม่เคยมีความคิดที่จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จักค่ะ”
หญิงสาวกล่าวจริงจังพร้อมกับลุกขึ้นเดินไปยืนอยู่ที่ริมหน้าต่าง นึกโมโหมารดาที่ช่างทำอะไรลงไปโดยที่ไม่ถามเธอก่อน เป็เื่อื่นยังพอว่า แต่กับเื่สำคัญนี้ ...
“ทำไมจะไม่รู้จักละลูก ก็ลูกชายคนเดียวของคุณหญิงเกศกนกกับท่านพิพัฒน์อดีตส.ส.และรัฐมนตรีช่วยหลายสมัยนั้นไงล่ะ ลูกก็รู้จักท่านทั้งสองดีอยู่นี่”
คุณนายลดาเอ่ยถึงครอบครัวของผู้มีเกียรติ์และมีฐานะอยู่ในวงสังคมที่ตนคุ้นเคยดีให้กับบุตรสาวได้รู้
“อ๋อ”
ลลิตนารีทำเสียงรับรู้ บิดากับมารดาของเธอสนิทสนมคุ้นเคยกับครอบครัวนั้นมานานแล้ว เมื่อตอนเด็กๆมารดาก็เคยพาเธอไปที่บ้านของครอบครัวนั้นหลายครั้ง มา่หลังๆที่เธอเริ่มโตนี้เองที่เธอไม่ได้ไปที่นั้นอีกเพราะต้องเรียนหนักก่อนจะต้องทำงาน แต่ก็ยังเคยได้เจอท่านทั้งสองตามงานสังคมบ้างแต่ก็ไม่บ่อยนัก เพราะโดยนิสัยแล้วเธอไม่ชอบการออกงานแบบนั้นเลย
“แต่นารีก็ไม่เคยรู้จักกับลูกชายของท่านทั้งสองนี่คะ”
“อะไรกันยัยนารี นี่ลูกจำพี่กฤติเขาไม่ได้จริงๆเหรอ ก็เมื่อตอนที่ลูกอายุสิบสองปี แม่กับคุณพ่อเคยพาลูกไปงานเลี้ยงส่งก่อนที่พี่เขาจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศไงลูก”
“เมื่อตอนที่นารีอายุสิบสองปี นั้นมันก็ผ่านมาอีกตั้งสิบสองปีแล้วนี่ค่ะ”
“จ๊ะ”
คุณนายลดารับคำเสียงอ่อยเมื่อรู้สึกว่ามุมมองของเธอกับบุตรสาวจะค่อนข้างแตกต่างกัน เธอคิดว่าแค่สิบสองปี แต่ดูเหมือนบุตรสาวจะคิดว่าตั้งสิบสองปี ฟังคล้ายๆกันแต่จริงๆแล้วแตกต่างกันมาก
“แต่นารีจำเขาไม่ได้แล้วค่ะ”
หญิงสาวบอกให้มารดายิ่งรู้สึกใจคอห่อเหี่ยว
“โธ่ ลูกจ๋า พี่เขาก็คนตัวสูงๆ ผิวขาวๆ คิวเข้มๆ จมูกโด่งๆ ตาคมๆผม...”
“พอแล้วคะคุณแม่” ลลิตนารีตัดบทการทวนความจำให้เธอของมารดาลงทันทีอย่างคิดว่าไม่จำเป็จะต้องฟังอะไรอีก“สรุปว่านารีจะไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้น โอเคนะคะ”
กล่าวจบเธอก็เดินไปนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเองอย่างไม่สนใจอะไรอีก คุณนายลดาจึงได้แต่ถอนใจเฮือกๆด้วยความหนักใจ ก่อนจำต้องเดินออกไปเมื่อบุตรสาวแสดงท่าทีไม่อยากจะรับฟังอะไรอีก
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“หนูลลิตนารีว่าไงบ้างคะคุณน้อง”
คุณหญิงเกศกนกเอ่ยถามกับคุณนายลดาในวันต่อมาขณะที่ได้นัดออกมาทานอาหารกลางวันที่ร้านโปรดด้วยกัน
“ยัยหนูขอเวลาตัดสินใจอีกสักสองสามวันคะคุณพี่”
คุณนายลดาบอกออกไปอย่างนั้นขณะในใจคิดเอาไว้ว่าจะต้องไปหาทางเกลี้ยกล่อมบุตรสาวให้ยอมตกลงปลงใจให้จงได้ ก็ครอบครัวนี้ดีพร้อมไปทั้งตระกูล ใครได้เกี่ยวดองด้วยก็นับว่าโชคดีสุดๆ
“คุณน้องก็อย่าลืมไปช่วยพูดจาให้แกยอมตกลงด้วยนะคะเพราะดิฉันอยากได้แกมาเป็ลูกสะใภ้จริงๆ เด็กอะไรไม่รู้ ทั้งสวย ทั้งน่ารักความประพฤติก็ดี กิริยามารยาทก็เรียบร้อย ไม่มีที่ติ”