ในยามนี้ รถม้าคุ้มกันมิได้ตึงเครียดเช่นที่เก๋อจือกับโม่จ้านคาดคิดเอาไว้ ทว่ากลับกลมกลืนกันเสียจนน่าขนลุกอยู่บ้าง --- ซีนั่วกับจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อกำลังชนแก้ว เพลิดเพลินกับสุราหอมกรุ่น
“อ่า เพราะมีสมบัติอันประเมินค่ามิได้อยู่ข้างกาย กระทั่งจะดื่มสุราสักคำกลับยังรู้สึกไม่ปลอดภัยเสียแล้ว”
ปากของจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อเอ่ยออกมาเช่นนั้น ทว่าสุราไม่กี่หยดที่บังเอิญหกใส่เคราของเขากลับดูคล้ายจะมิเป็นเช่นนั้น ซีนั่วยกยิ้ม ยกแก้วอย่างช่ำชองพลางกระดกดื่มรวดเดียวจนหมด
“ข้าน้อยกลับอยากถามสักหน่อย เหตุใดหัวหน้ากิลด์จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อจึงได้สนใจสิ่งที่อยู่ในหีบถึงเพียงนั้น?”
“ฮ่าๆๆๆ หัวหน้ากิลด์ซีนั่ว ท่านแสร้งถามทั้งที่รู้แก่ใจงั้นหรือ?”
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อหัวเราะเสียงดังพลางเปิดสุราอีกหนึ่งเหยือกด้วยตนเอง ขณะเติมแก้วให้เต็มอีกครั้ง หางตาของจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อเห็นถึงความสงสัยที่แลดูมิคล้ายกับการแสร้งทำในสายตาของซีนั่ว
“...ที่แท้หัวหน้ากิลด์ซีนั่วมิรู้สิ่งใดจริงๆ”
“...อันใด? ความหมายของท่านคือ...?” ซีนั่วงุนงงยิ่งกว่าเก่า แท้จริงแล้วอีกฝ่ายรู้สิ่งใดบ้าง?
“หากหัวหน้ากิลด์ซีนั่วต้องการทราบ เช่นนั้นเชิญดื่มแก้วนี้ให้หมด”
นิ้วชี้ของจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อถูจอนผมที่ถูกโกนจนหนาเพียงน้อยนิด คลี่ยิ้มตาหยีพลางดันแก้วสุราไปตรงหน้ามังกรกึ่งมนุษย์ ซีนั่วขมวดคิ้วและมิได้รับมา
เมื่อเห็นว่าซีนั่วมิแยแส จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อยักไหล่ทั้งรอยยิ้ม นำแก้วของอีกฝ่ายเทสุรากลับมาก่อนจะกระดกดื่มรวดเดียวอีกครั้ง จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อยกเหยือกสุราขึ้นอีกครา จากนั้นรินน้ำสุราหอมสดชื่นลงในแก้วของอีกฝ่าย
“นี่คือสุราดีที่นำมาจากโรงสุราใหญ่ในเมืองเคอเอ่อร์ปัวนั่ว กระทั่งชนชั้นสูงของเผ่าสัตว์กลายร่างยังยากช่วงชิงมาได้ ข้าถึงกับเสนอให้โดยมิคิดเงินแล้ว”
“เอาเถิด ความใคร่รู้เช่นนี้ ไม่ว่าผู้ใดล้วนแต่มีกันทั้งสิ้น..”
ซีนั่วไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกแก้วสุราขึ้นมากระดกดื่มรวดเดียว อีกฝ่ายดื่มสุราจากเหยือกเดียวกันไปแล้ว คงจะไม่มีปัญหาใหญ่อันใด
ครั้นเห็นอีกฝ่ายดื่มสุราจนหมด จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อหัวเราะออกมา จากนั้นล้วงหยิบมวนยาสูบหนึ่งมวนออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
“หีบใบนั้น ท่านน่าจะรู้ประวัติความเป็นมากระมัง?”
“...ข้ามิทราบจริงๆ” ซีนั่วส่ายหน้าอย่างถ่อมตน สื่อว่าต้องการฟังรายละเอียดให้มากขึ้น
“หีบใบนั้นคือผลงานแห่งความภาคภูมิใจของปรมาจารย์ปอเอ่อร์หมี่ ทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่มีเพียงสามใบ นับได้ว่าเป็นสมบัติที่ประเมินค่ามิได้”
อุปกรณ์จุดไฟขนาดประมาณนิ้วมือถูกนิ้วชี้ดีดให้เปิดออก วงเวทย์สีแดงขนาดเล็กพลันสว่างขึ้น เผาไหม้มวนยาสูบที่จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อคาบไว้ในปาก ดวงตาของมังกรกึ่งมนุษย์เต็มไปด้วยความสงสัย มองไปยังหีบที่อยู่บนพื้นด้านข้าง
“ปอเอ่อร์หมี่...ปรมาจารย์การเล่นแร่แปรธาตุท่านนั้น?”
เมื่อเห็นว่าลุงใหญ่ไว้เคราพยักหน้าอย่างจริงจัง สีหน้าของซีนั่วจึงค่อนข้างแปลกประหลาด
“...เหตุใดข้าจึงพบหีบแบบเดียวกันนี้ในตลาด อีกทั้งคล้ายว่าจะมีการผลิตเป็นจำนวนมาก?”
“ปรมาจารย์ปอเอ่อร์หมี่นำสมบัติใส่ไว้ในหีบก่อนส่งไปให้สหาย กระทั่งวันหนึ่งสหายผู้นั้นถูกปล้นบ้าน กระทั่งหีบยังถูกขโมยไปด้วย ทว่าหลังจากนั้นจวบจนโจรขโมยหีบถูกจับกลับยังคงไร้ซึ่งหนทางเปิดหีบ”
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อดูคล้ายจะเพลิดเพลินกับการเล่าเรื่องแปลกประหลาดพลางสูบมวนยาสูบของตนอย่างเอ้อระเหย
“หลังจากที่สหายผู้นั้นได้ยินเรื่องนี้จากทหารรักษาการณ์พลันสนใจใคร่รู้อย่างยิ่ง ดังนั้นจึงมอบหีบให้แก่จอมเวทผู้หนึ่งเพื่อทำการศึกษา จอมเวทพบว่าหีบมีความต้านทานต่อเวทมนตร์สูงมาก และมีเพียงเวทมนตร์ที่มีความแข็งแกร่งมากพอเท่านั้นที่จะสามารถทำลายมันได้ เพียงแต่สิ่งที่อยู่ภายในก็จะเสียหายเช่นกัน”
“เห็นทีว่าความสามารถในการเก็บความลับของหีบใบนี้จะทรงพลังทีเดียว” ซีนั่วพยักหน้ารอคำพูดต่อไปของจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อ
“ต่อมาสหายผู้นั้นเสียชีวิตในสงคราม ในฐานะอัศวินผู้สูงศักดิ์ จักรวรรดิอันปู้เอ่อร์ปลดอาวุธของเขาและมอบเงินบำนาญแก่ภรรยาของเขาจำนวนหนึ่ง ทว่าก่อนหน้านั้น ภรรยาของเขาได้นำอัญมณีแหล่งพลังเวทที่เลี่ยมไว้บนกระบี่ออกมา จากนั้นนำไปซ่อนไว้ภายในหีบ”
มวนยาสูบที่ถูกจุดมีควันบางเบาลอยออกมา จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อสูดควันเฮือกใหญ่อย่างเคลิบเคลิ้ม
“ชนชั้นสูงของจักรวรรดิส่งคนไปเอาคราแล้วคราเล่า ทว่าพวกเขามิอาจทำอันใดภรรยาท่านนั้นได้ เพราะนั่นคืออัญมณีแหล่งพลังเวทที่นางเลี่ยมไว้บนกระบี่ให้แก่ผู้เป็นสามี กล่าวกันตามตรงคือไม่ถือว่าเป็นทรัพย์สินของอาณาจักร”
“หากชนชั้นสูงของจักรวรรดิต้องการ ย่อมสามารถลงมือแย่งชิงกระมัง” น้ำเสียงของซีนั่วไม่เปลี่ยนแปลง ทว่าภายในแววตาปรากฏความหยามเหยียด
“ชิง? ฮ่าๆๆๆ...แค่กๆ...”
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อหัวเราะดังลั่นเสียจนแทบจะสูดควันคำใหญ่เข้าเต็มท้องเสียแล้ว
“ผู้คนภายนอกรู้เพียงแค่ว่านางคือบุตรสาวชาวนา ทว่าบุตรสาวตระกูลธรรมดาจะมีสิ่งของอย่างอัญมณีแหล่งพลังเวทได้อย่างไร? นางเป็นถึงบุตรนอกสมรสของหนึ่งในสามจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่เชียว!”
“การแสดงของภรรยาท่านนั้นยอดเยี่ยมนัก หลอกได้แม้กระทั่งบุตรชายเสียแล้ว คิดว่ามารดาของตนเป็นเพียงคนธรรมดาจิตใจงดงามที่ถูกรังแกได้ง่าย เจ้าเด็กผู้นั้นโตเกินวัยและพามารดาไปยังอาณาจักรไหลเต๋อ นึกมิถึงว่าภายหลังยังกลายเป็น...เฮ้อ นอกเรื่องไปไกลแล้ว..”
เกือบจะเผลอพลั้งปากออกไป จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อกลืนมิเข้าคายมิออกและหยุดหัวข้อสนทนาเอาไว้ได้ทันเวลา ซีนั่วค่อนข้างงงงวย รู้สึกเวียนหัวเพราะการอ้อมค้อมของอีกฝ่ายเสียแล้ว
“...เช่นนั้นท่านเล่าออกมามากมายถึงเพียงนี้ เกี่ยวข้องอันใดกับการผลิตหีบปลอมเป็นจำนวนมากเช่นนั้นหรือ?
“แม้ว่าอัญมณีแหล่งพลังเวทจะหายาก ทว่าหลังจากปรมาจารย์หลัวเล่อปรับวิธีการขุดให้เหมาะสม พวกมันได้เปลี่ยนจากมีราคาทว่าขายมิได้กลายเป็นมีราคาสูงลิ่ว ในทางกลับกันหีบที่ทั่วทั้งโลกมีเพียงสามใบของปรมาจารย์ปอเอ่อร์หมี่ที่เร้นกายไปแล้วกลับกลายเป็นผลงานชิ้นเอก เมื่อไปถึงอาณาจักรไหลเต๋อ ภรรยาท่านนั้นรู้สึกว่าสองแม่ลูกจำต้องพึ่งพาอาศัยกัน หีบใบนั้นถือเป็นการโอ้อวดจนเกินไปจึงนำมันไปประมูลในตลาดมืดเสียแล้ว และในงานประมูลครั้งแรกของตรอกขี้เถ้าก็มีเจ้าของชิ้นนี้”
ซีนั่วพยักหน้า ในฐานะผู้เข้าร่วมการประมูลครั้งแรก ตนพอจะจำได้อยู่บ้าง
“พ่อค้าผู้มั่งคั่งผู้หนึ่งซื้อหีบจากการประมูลด้วยราคาสูงลิ่วและนำไปยังโรงงานเพื่อแยกชิ้นส่วนศึกษา เพียงแต่ไม่ว่าช่างกลหรือนักเล่นแร่แปรธาตุนับสิบจะพยายามมากเพียงใด กลับยังคงไร้หนทางสามารถประกอบหีบกลับคืนสู่สภาพเดิม”
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อยกยิ้มเย้าหยอกก่อนพ่นควันเบาๆ
“เพื่อมิให้ผู้อื่นเยาะเย้ย พ่อค้าเลียนแบบหีบที่มีรูปลักษณ์และหน้าที่คล้ายคลึงกัน อีกทั้งยังนำมาวางขายในตลาดโดยแอบอ้างว่าเขาประสบความสำเร็จในการถอดรหัสสิ่งประดิษฐ์ของปรมาจารย์ปอเอ่อร์หมี่จริงๆ ทว่าแท้จริงแล้วเพียงเพิ่มตัวล็อกระดับสูงขึ้นบ้างไม่กี่ตัว อย่างมากที่สุดก็เป็นเพียงตัวล็อกธรรมดาที่เพิ่มความแข็งแรงเท่านั้น”
“...หากข้าเป็นปรมาจารย์ปอเอ่อร์หมี่ จะต้องก้าวออกมาแล้วบริภาษเขาให้เละเทะ” ซีนั่วเผยรอยยิ้มบางเจือความขี้เล่น
“นิสัยใจคอของปรมาจารย์ปอเอ่อร์หมี่เป็นที่เลื่องลือว่าไร้เหตุผลและลึกลับซับซ้อน มิเคยแยแสเรื่องเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร”
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อคาบมวนยาสูบพลางแบมือยักไหล่ หางตาปรายมองหีบบนพื้นอีกครั้ง
“ดังนั้นของเลียนแบบจึงมีมากขึ้นเรื่อยๆ มากถึงขั้นไม่มีผู้ใดสามารถแยกแยะจริงเท็จเสียแล้ว”
“...ที่แท้เป็นเช่นนี้ ยังมีเรื่องราวเช่นนี้อยู่ด้วย”
ซีนั่วกุมปลายคาง นัยน์ตาแนวตั้งมีประกายคลุมเครือวูบผ่าน
“ความหมายของหัวหน้ากิลด์จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อก็คือ หีบใบนี้----”
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อเผยหนึ่งรอยยิ้มหยอกเย้า จากนั้นกระดกสุราภายในแก้วจนหมดในรวดเดียว
“เรื่องบังเอิญก็คือ จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อคือหนึ่งในผู้ที่สามารถแยกแยะจริงเท็จที่มีจำนวนน้อยนิด”
“...หรือก็หมายความว่า หีบใบนี้คือของจริง?”
ขณะมองสีหน้ามิต้องเอ่ยกลับเข้าใจของจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อ สีหน้าของซีนั่วฉายแววประหลาดใจอยู่บ้างพลางหันกลับไปมองหีบด้านข้าง มือขวาที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว