พ.ศ.2244
จอมข้าราชสำนักสังกัดหน่วยดูแลเสบียงอาหารให้แก่กองทหารได้ถูกตัดสินให้รับโทษการติดสินบนซึ่งเป็โทษที่เขาไม่ได้ทำผิดจริง โดยการดื่มสุราใส่ยาพิษ
ในวันที่ถูกปะา จอมหยิบแก้วสุราและดมมันจากนั้นหรี่ตาลง “พระอาจารย์เคยบอกว่าไม่ควรเป็ข้าราชสำนักดูเหมือนว่ามันจะเป็เื่จริง มีเพียงคนทำผิดจริงเท่านั้นที่รุ่งเรืองได้”
ก่อนที่จอมจะเสียชีวิตในลานปะาเขาพึมพำอะไรบางอย่างในปากของเขาและไม่มีใครได้ยิน
“ชีวิตหน้าข้าขอมีความรักไม่อยู่อย่างโดดเดี่ยวเช่นนี้”
…
พ.ศ.2544 กรุงเทพมหานคร
จอมตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ที่ที่เขาไม่คุ้นเคยเลยดูเหมือนร่างกายจะยังเป็ร่างของเขาอยู่ แต่มีอายุเพียงสิบแปดปีเท่านั้นเขามีความสุขมากที่มีชีวิตอยู่
ไม่มีบุคคลอื่นในบ้านที่เขาตื่นขึ้นมามีเพียงเขาคนเดียว และไม่ใช่บ้านคนรวย
หลังจากสำรวจในบ้านไปสองสามวัน เขาก็ค่อยๆเรียนรู้มากมายเกี่ยวกับโลกใหม่เช่น เมื่อกดสี่เหลี่ยมจะมีภาพตัวละครเรียกว่าทีวีสิ่งที่ส่องแสงได้ในเวลากลางคืนเรียกว่าไฟฟ้า ทั้งหมดนี้เรียนรู้จากหนังสือในบ้าน โชคดีที่เขายังสามารถอ่านหนังสือที่นี่ได้แม้ว่าคำบางคำจะต่างกัน แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ต่างกัน
ไม่มีอะไรที่น่าใไปกว่าที่เขายังมีชีวิตอยู่
เขาจะดูทีวีเพื่อที่จะได้เข้าใจโลกมากขึ้นในที่สุดเขาก็มีความเข้าใจทั่วไปเกี่ยวกับโลกแล้ว เมื่อเวลาล่วงเลยไปหนึ่งเดือน
เขาอาศัยอยู่ในประเทศไทย กรุงเทพมหานครเขาต้องอาศัยอยู่ที่นี่ ชีวิตต้องดำเนินต่อไป
เขากินข้าวสารและอาหารแห้งในบ้านใกล้หมดแล้ว
โลกเก่าเขาเป็ข้าราชสำนักดูแลเสบียงอาหารจำเป็ต้องประกอบอาหารเองบ้างในบางครั้ง ดังนั้นเขาจึงทำอาหารเหล่านี้ได้
เมื่อเขาใช้หม้อหุงข้าวและเตาแก๊สในครั้งแรกมีความยากอยู่แต่หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน ในที่สุดก็ไม่มีปัญหาอะไรในการทำอาหาร
ปัญหาใหญ่ คือเขาจะหากระดาษที่เรียกว่าเงินได้อย่างไร
จอมจึงตัดสินใจออกไปข้างนอกและได้พบกับคนแรกในโลกใหม่ คือ คุณอาเดี่ยว
เด็กหนุ่มตัดสินใจเข้าไปช่วยคุณอาเพราะเห็นว่าเขากำลังรดน้ำต้นไม้ พืชผักสวนครัวอยู่ คุณอาคือบุคคลแรกที่เขาพบที่นี่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเขา
“ผมช่วยครับ”
คุณอายิ้มและหรี่ตาลง มันดูเป็มิตรเป็พิเศษ
“ขอบใจมาก ทำไม่นี้ไม่เห็นหน้าเลย”
“ผมอยู่ในบ้าน”
“อ่อ นึกมาตลอดว่าบ้านไม่มีคนอยู่แล้วเธอเพิ่งกลับจากโรงเรียน”
จอมไม่รู้จะพูดอย่างไร จึงพยักหน้า
“อาจะตัดแต่งต้นไม้ต่อ ถ้าเธอมีอะไรก็ไปทำเถอะ”
เด็กหนุ่มส่ายหัว
“ถ้าไม่มีอะไร ก็ช่วยอาทำเดี๋ยวกินข้าวเย็นกัน”
…
“เดี๋ยวอาทำข้าวผัดหมูให้กินนะ”
จอมกลืนน้ำลายลงคอ และคิดถึงรายการทีวี
“ข้าวผัดหมู รสแบบนี้เอง”
ต่างจากในทีวีอย่างไร? จอมมองลงไปในชาม
“กินสิ รับรองว่าอร่อย”
เมื่อจอมกินจนเกลี้ยงชามแล้ว
“ชอบมากครับ”
หลังกินข้าวเย็นด้วยกันเสร็จ จอมยังอยู่ที่นั่นอาเดี่ยวชวนเขาคุย
“สอบเข้ามหาวิทยาลัยปีนี้?”
เด็กหนุ่มคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงส่ายหัว
“พ่อกับแม่ไม่อยู่ ผมต้องใช้เงินไปเรียน”
เขาอาศัยอยู่ในบ้านนั้นเป็เดือนแล้วแต่ไม่เห็นใครเลย เขาเห็นบัตรประชาชนชื่อจอม ทั้งชื่อและหน้าตาเหมือนกับเขาแต่อายุเพียงสิบแปดปี และเห็นรูปถ่ายในบ้านมีสามคน
หนุ่มใหญ่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าโศกกับเด็กหนุ่มด้วย
“มันผ่านไปแล้ว อย่าเศร้าไปนะ”
เดิมทีจอมอยากออกไปดูโลกใหม่แต่ตอนนี้คิดดูแล้ว มันไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะออกไปมีช่องว่างบางอย่างระหว่างโลกใหม่กับโลกเดิมของเขา
“ถ้ายังไม่อยากกลับบ้าน อยู่นั่งคุยกับอาก่อนได้นะ”
จอมไม่มีอะไรจะทำอยู่แล้ว จึงอยู่คุยต่ออีกสักพักก่อนลากลับ