ผู้ที่นำอาหารเข้ามาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากกู้ชีฉ่าวที่ลวนลามหานอวิ๋นซีเมื่อไม่กี่วันก่อน!
เขายังคงสวมชุดคลุมสีแดงหรูหราหาที่เปรียบมิได้แม้ในขณะที่เขาถือจานก็ยังทำให้ผู้คนสัมผัสถึงความสง่างามอันน่าทึ่งและความสูงส่งดวงตาสีดำที่เรียวยาวนั้นดูเย้ายวนน่าหลงใหลและดูเหมือนยิ้มอยู่เสมอราวกับไม่เคยรู้ว่าความเศร้าคืออะไร
หานอวิ๋นซียืนขึ้นและตบโต๊ะอย่างแรง“ทำไมถึงเป็นเจ้า?”
กู้ชีฉ่าวยิ้มอย่างมีความสุขมาก“หาได้ยากเหลือเกินที่หวังเฟยจะมาร้านเล็กๆ เช่นนี้ ร้านเล็กๆเปล่งประกายด้วยความงดงามเหลือเกิน ในฐานะเจ้าของแน่นอนว่าข้าจึงต้องบริการด้วยตัวเอง”
เขาเดินเข้ามาและวางจานลงอย่างสง่างามโดยไม่ได้สนใจความตกใจของหานอวิ๋นซีเลย
โรงน้ำชาเทียนเซียงโรงน้ำชาหมิงเซียง... ผู้ชายคนนี้ร่ำรวยและมีอำนาจ มีธุรกิจทั่วทุกแห่งหนทำไมนางถึงคิดไม่ถึงกันนะ?
ช่างหลอนเสียเหลือเกิน!
ในเมื่อกู้เป่ยเยวี่ยอยู่ที่นี่หานอวิ๋นซีก็ไม่ต้องการที่เสียเวลาพูดคุยกับคนผู้นี้อีกต่อไปดังนั้นนางจึงนั่งลงอย่างสงบและยอมรับบริการของเจ้าของร้านแต่โดยดี
แววตาของกู้เป่ยเยวี่ยเต็มไปด้วยความซับซ้อนด้วยความเป็นคนมีเหตุผล จึงไม่พูดอะไรมาก
หลังจากที่กู้ชีฉ่าววางเครื่องเคียงจานสุดท้ายลง หานอวิ๋นซีก็โบกมืออย่างเย่อหยิ่ง“เสร็จเรื่องแล้ว ก็ออกไป”
กู้ชีฉ่าวยิ้มจงใจเดินอ้อมกู้เป่ยเยวี่ยไปที่ด้านข้างของหานอวิ๋นซีและพูดด้วยท่าทางที่เป็นมืออาชีพ“หวังเฟย สิ่งที่ท่านสั่งคือขนมขึ้นชื่อของร้านทั้งหมด แต่ละอย่างตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบการจัดทำจนไปถึงการแปรรูป พวกมันผ่านการวิจัยมาอย่างดี ค่อยๆ ชิมดูแล้วข้าจะเล่าแต่ละอย่างให้ฟังในครั้งหน้า"
ขณะที่เขาพูดเขาก็หยิบขนมกุ้ยฮวาขึ้นมาชิ้นหนึ่งแล้ววางลงบนจานของหานอวิ๋นซี
หานอวิ๋นซีชำเลืองมองหยิบจานช้าๆ แล้วเททิ้ง!
“เจ้าเชื่อหรือไม่ถ้าเจ้ายังไม่ออกไป ข้าจะทำให้เจ้าปิดร้านได้เลยนะ?”
ใครจะรู้ว่ากู้ชีฉ่าวไม่โกรธทั้งยังยกเสื้อคลุมของเขาขึ้นแล้วนั่งลงอย่างสง่างาม “ข้าเชื่ออยู่แล้วถ้าหวังเฟยชอบของที่อยู่ด้านล่าง พวกมันทั้งหมดก็เป็นของท่าน”
ฮึฮึช่างเป็นผู้ช่ำชองในเรื่องการใช้คำพูดที่น่าประทับใจมาหลอกลวงผู้คนเสียจริง!
หานอวิ๋นซียิ้มเหมือนไม่ยิ้มและโยนผงพิษไปที่ใบหน้าของกู้ชีฉ่าวในทันทีแต่กู้ชีฉ่าวกลับจงใจสูดลมหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่ยินยอมที่จะรับพิษของนาง
เอาเถอะเคล็ดลับการวางยาพิษแบบนี้คงใช้ได้ผลกับพวกอันธพาลข้างถนนแต่มันใช้ไม่ได้ผลกับกู้ชีฉ่าวนักเลงหัวไม้ผู้นี้
เป็นอีกครั้งที่หานอวิ๋นซีจำได้ถึงสิ่งที่หลี่ซื่อพูดก่อนที่นางจะเสียชีวิตว่าผู้ที่เก่งในการล้างพิษคือปรมจารย์ในเรื่องการวางพิษคำพูดเหล่านี้เป็นเพียงการกล่าวหานางอย่างผิดๆ!
นางไม่เก่งเรื่องการวางพิษโดยเฉพาะพิษล่องหน!
หานอวิ๋นซีหรี่ตาพร้อมกับใบหน้าที่ดุร้ายเห็นท่าทางของนางแบบนี้ กู้ชีฉ่าวก็ยิ่งชอบนางมากขึ้นเรื่อยๆอันที่จริงเขาเพิ่งบังเอิญผ่านมาที่นี่และเห็นหานอวิ๋นซีเดินเข้ามาโดยบังเอิญและไม่ได้จะเข้ามารบกวนนางจริงๆ
“เอาล่ะๆสาวน้อยยาพิษ เจ้าก็เลี้ยงข้าสักมื้อเป็นการตอบแทนที่ข้าช่วยชีวิตเจ้าสิ”กู้ชีฉ่าวเริ่มจริงจัง
อย่างไรก็ตามเมื่อมองเวลาชายผู้นี้จริงจังเพียงใด ไม่ว่าอย่างไรก็ดูไม่จริงจังอยู่ดี
“ตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตของเจ้าต้องดีขนาดนั้นเลยหรือ? กินข้าว แล้วจะจบใช่หรือไม่?” หานอวิ๋นซีต้องการกำจัดชายผู้นี้ให้เร็วที่สุด
กู้ชีฉ่าวครุ่นคิดเป็นเวลานานด้วยใบหน้าที่จริงจัง“ถ้าเจ้าแต่งงานกับข้า ข้าก็ตกลง”
ทันทีที่พูดจบหานอวิ๋นซีก็ง้างมือขึ้น และในขณะเดียวกัน กู้เป่ยเยวี่ยก็ตบโต๊ะอย่างแรง“บังอาจนัก!”
กู้ชีฉ่าวคว้ามือของหานอวิ๋นซีพลางเหล่ตาเรียวไปมองที่กู้เป่ยเยวี่ยอย่างเย่อหยิ่งทันใดนั้นกู้เป่ยเยวี่ยก็ระเบิดรัศมีสังหารออกมาชายผู้นี้ดูเหมือนจะมีใบหน้ายิ้มแย้ม แต่กลับไม่ธรรมดาเลยทีเดียว!
ในขณะนี้บรรยากาศเริ่มตึงเครียด
อย่างไรก็ตามกู้เป่ยเยวี่ยไม่กลัว เขายืนขึ้นและพูดอย่างเย็นชาว่า “คุณชายท่านนี้โปรดปล่อยมือหวังเฟยเดี๋ยวนี้!”
หานอวิ๋นซีไม่คาดคิดว่ากู้เป่ยเยวี่ยผู้อ่อนโยนจะมีด้านที่ดุร้ายเช่นนี้นางที่รู้สึกตัวก็รีบผละออกจากมือของกู้ชีฉ่าวทันทีและลุกขึ้นเช่นกัน “หมอหลวงกู้ไปกันเถอะ!”
หานอวิ๋นซีอยากจะเรียกราชสำนักมาจัดการกับการชายผู้ล่วงละเมิดคนนี้เสียเหลือเกินอย่างไรก็ตาม ถึงจะปิดร้านของเขาแต่เขาก็มีร้านค้ามากมายต่อให้ปิดไปสักร้านก็คงไม่เป็นไร อย่างไรก็ตามครั้งนี้กู้เป่ยเยวี่ยที่อยู่ที่นี่่ด้วย แม้ว่าจะไม่มีอะไรน่าอายแต่สุดท้ายแล้วก็ยังขัดต่อกฎนางไม่อยากกลายเป็นขี้ปากชาวบ้านและไม่อยากเป็นภาระให้กู้เป่ยเยวี่ย!
หากกู้ชีฉ่าวทำให้สิ่งต่างๆแย่ลง กู้เป่ยเยวี่ยจะทำอย่างไรล่ะ?
หานอวิ๋นซีเดินไปอย่างรวดเร็วกู้เป่ยเยวี่ยเองก็รีบตามไป ทว่ายังไม่ทันที่จะได้เดินไปไกลนางก็ชนเข้ากับหลงเฟยเยี่ยและตวนมู่เหยาที่เดินเข้ามา
เอ่อ…
โลกมันกลมจริงๆ!
หานอวิ๋นซีหยุดกะทันหันคราวนี้หลงเฟยเยี่ยเองก็หยุดเช่นกันเขามองไปที่กู้เป่ยเยวี่ยด้วยแววตาที่ประหลาดใจ
หานอวิ๋นซีเหลือบมองตวนมู่เหยาพวกเขามาที่นี่เพื่อทานอาหารเย็นอย่างนั้นหรือ? ดีจริงๆฉินอ๋อง มีเวลามากพอที่จะใช้เวลาทั้งวันกับตวนมู่เหยา!
ตวนมู่เหยามองไปที่หานอวิ๋นซีจากนั้นก็มองไปที่กู้เป่ยเยวี่ยในชุดขาวข้างๆ นาง นางไม่ได้รู้จักกับกู้เป่ยเยวี่ยแต่กลับรู้สึกว่าชายผู้นี้หล่อและอ่อนโยนราวกับหยก และเขาก็เป็นคู่ที่เหมาะสมกับหานอวิ๋นซี
แต่กู้เป่ยเยวี่ยกลับจำตวนมู่เหยาได้และสงสัยอยู่ในใจว่าฉินอ๋องและองค์หญิงหรงเล่อมาที่โรงน้ำชาได้อย่างไร?
ดังนั้นทั้งสี่คนจึงนิ่งเงียบ ต่างคนก็ต่างตกอยู่ในความคิดของตัวเอง
หานอวิ๋นซีและหลงเฟยเยี่ยสบตากันคนหนึ่งมองอย่างเงียบๆ อีกคนก็มองลึกอย่างน่ากลัว
ในความเงียบนี้กู้ชีฉ่าวออกมาจากห้องด้วยรอยยิ้มราวกับปีศาจ “ไอ้หยา วันนี้ลมอะไรพัดมากันเนี่ยแม้แต่ฉิน...”
ใครจะคิดว่าก่อนที่เขาจะพูดจบหานอวิ๋นซีก็หันกลับมาและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “กู้ชีฉ่าว เจ้าไม่ได้บอกว่าจะไปทานอาหารเย็นด้วยกันหรอกหรือ? มาสิ!”
ขณะที่นางพูดนางยังดึงกู้เป่ยเยวี่ยออกไปด้วย “หมอหลวงกู้ ไปกันเถอะข้าสร้างปัญหาให้เจ้าหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ขอบคุณเจ้าเลย!”
นี่...จังหวะอะไรกัน
กู้ชีฉ่าวไม่เข้าใจและแม้แต่กู้เป่ยเยวี่ยก็ยังไม่ได้สติกลับมาหานอวิ๋นซีลากทั้งสองคนเข้าไปในห้องส่วนตัว
หานอวิ๋นซีหันหลังกลับเดินเข้าประตูโดยไม่ได้มองที่หลงเฟยเยี่ยและปิดประตูเสียงดัง “ตึง” โดยไม่ลังเลด้วย
ทันทีที่ประตูปิดนางก็พิงประตูแล้วหายใจเข้าลึกๆ ครั้งนี้ ก่อนที่หลงเฟยเยี่ยจะทิ้งนางนางได้ทิ้งเขาก่อน ช่างเป็นความรู้สึกที่ดีเหลือเกิน!
กู้ชีฉ่าวและกู้เป่ยเยวี่ยที่ถูกนางลากเข้ามาก็มองหน้ากันอย่างสงสัย
นางคิดกำลังจะทำอะไรกัน?
การปิดประตูนี้ไม่ว่าอย่างไรก็รู้สึกเหมือนฉากต่อสู้ที่ต้องหายใจเข้าลึกๆ?
“หวังเฟยนี่มันไม่เหมาะสม ท่านอ๋อง...” กู้เป่ยเยวี่ยไม่สบายใจเล็กน้อย
“ท่านอ๋องยุ่งมากเราอย่าไปรบกวนเขาเลย ไปกินข้าวกัน...มา มา มากินกันเถอะ”
หานอวิ๋นซีที่มีท่าทางผิดปกติขยับตะเกียบอย่างลนลาน คิ้วของกู้เป่ยเยวี่ยที่มองมาก็ขมวดมากขึ้นในขณะที่กู้ชีฉ่าวลูบคางอย่างสนุกสนาน ราวกับว่ากำลังพยายามทำความเข้าใจอะไรบางอย่างเขานั่งลงด้วยรอยยิ้ม “สาวน้อยยาพิษคนเมื่อครู่นี้คือองค์หญิงหรงเล่อแห่งซีโจวใช่หรือไม่?”
ตะเกียบของหานอวิ๋นซีหยุดเล็กน้อยแล้วพยักหน้า“อืม
“ได้ยินมาว่าฮ่องเต้แห่งซีโจวมีแผนที่จะให้องค์หญิงหรงเล่ออภิเษกกับเทียนหนิงดูเหมือนว่าองค์หญิงหรงเล่อมาที่นี่เพื่อพบสามีสินะ” กู้ชีฉ่าวพูดอย่างติดตลก
คราวนี้หานอวิ๋นซีถึงกับหยุดเคี้ยว แต่ในไม่ช้าก็กลับไปเคี้ยวอีกครั้งนางพูดไปพลางกินไปพลาง “มันเป็นการอภิเษกเพื่อสันติภาพไม่ใช่มาประกาศรับสมัครลูกเขยเสียหน่อย อภิเษกไปก็ไม่มีประโยชน์มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับนางเสียหน่อยว่าจะอภิเษกกับใคร”
“นี่คือองค์หญิงที่เกิดจากฮองเฮาน้องสาวของไท่จื่อซีโจว นางมาที่เทียนหนิงเพื่ออภิเษกอย่างไรก็ไม่สามารถหนีจากตัวเลือกเหล่านั้นได้อยู่ดี”
ดวงตาที่ลุกเป็นไฟของกู้ชีฉ่าวจับจ้องไปที่ปากเล็กๆของหานอวิ๋นซี สตรีผู้นี้ขนาดกินอาหารก็ยังแตกต่างจากสตรีอื่นเขายิ่งชอบมากขึ้นเรื่อยๆ เสียแล้วสิ
หลงเฟยเยี่ยจะหย่ากับนางเมื่อใดกันนะ? หรือต้องทำให้นางผิดใจกับหลงเฟยเยี่ย
หานอวิ๋นซียังไม่เข้าใจเรื่องการอภิเษกจริงๆดังนั้นนางจึงแสร้งทำเป็นไม่สนใจและถามว่า “ใครคือตัวเลือกหรือ?”
ในเวลานี้กู้เป่ยเยวี่ยก็นั่งลงข้างๆ และมองไปที่กู้ชีฉ่าวอย่างตั้งใจ โดยไม่พูดแทรกอะไรใดๆพลางคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างหวังเฟยกับชายผู้นี้เป็นอะไรกันแน่? ดูจากท่าทางแล้ว ดูเหมือนจะไม่ใช่เชิงชู้สาว
“ไท่จื่อแม่ทัพใหญ่ แล้วก็...” กู้ชีฉ่าวจงใจหยุดชั่วคราวก่อนที่จะพูดต่อ “ฉินอ๋อง”
หานอวิ๋นซีมองกู้ชีฉ่าวอย่างลึกล้ำแล้วยิ้มเบาๆ จากนั้นก็หยุดหัวข้อนี้ “กินข้าวเถอะ”
ขณะที่นางพูดนางก็เหลือบมองไปที่กู้เป่ยเยวี่ย “หมอหลวงกู้ ไม่ต้องพิธีรีตองมากมายหรอกกินข้าวกันเถอะ”
ถ้าตวนมู่เหยาอภิเษกกับหลงเฟยเยี่ยนางเป็นถึงองค์หญิงที่เกิดจากฮองเฮา ไม่ใช่ฟู่เหรินสวี่เสียหน่อยจะยอมเป็นนางสนมด้วยความเต็มใจได้อย่างไรกัน?
ดูแล้วตวนมู่เหยามีแนวโน้มที่จะอภิเษกกับไท่จื่อมากกว่าและถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องเรียกเขาว่าเสด็จอาหลงเฟยเยี่ยอย่างไรก็ตามนางก็ถูกกำหนดไว้แล้วเช่นกันว่าต้องเรียกเสด็จอาหญิง
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้อารมณ์ไม่ดีของหานอวิ๋นซีก็หายไป
นางหยิบขนมแห้วชิ้นหนึ่งขึ้นมาและชื่นชมมันด้วยความสนใจใครจะรู้ว่ากู้ชีฉ่าวกลับพูดกับตัวเองว่า “ได้ยินมาว่าองค์หญิงท่านนี้เป็นทั้งบู๊ทั้งบุ๋นมีวิสัยทัศน์ที่สูงส่ง นอกจากฉินอ๋องแล้วก็ไม่มีใครอยู่ในสายตานางอีกจวนฉินอ๋องเองก็เป็นไปได้ว่าที่จะมีชายาเอกทั้งสองห้องทั้งซ้ายและขวา”
ชายาเอกสองคนทำไมหานอวิ๋นซีคิดไม่ถึงกันนะ? ต้องรู้ว่าแม้แต่ฮองเฮาก็เคยปรากฏตัวในวังทางตะวันออกและตะวันตกมาแล้วนับประสาอะไรกับหวังเฟยล่ะ? ว่ากันว่าแม้ทิศตะวันออกและทิศตะวันตกด้านซ้ายและขวาล้วนเป็นชายาเอกแต่ก็มีความแตกต่างระหว่างความเหนือกว่าและความด้อยกว่า
คราวนี้มือและปากของหานอวิ๋นซีหยุดลงอย่างสมบูรณ์
ดวงตาที่ซับซ้อนฉายแววในดวงตาของกู้ชีฉ่าวเขายังคงทดสอบด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ “มาๆ หวังเฟย ขนมแห้วนี้ต้องจุ่มลงในน้ำส้มสายชูมันถึงจะอร่อย!”
หานอวิ๋นซีจะไม่เข้าใจความหมายของกู้ชีฉ่าวได้อย่างไรเพียงแต่นางยิ้มเบาๆ และหยุดพูด
ฉินอ๋องอภิเษกตวนมู่เหยาออกเรือน มันเกี่ยวอะไรกับนางกันล่ะ?
นางโกรธแต่นางโกรธที่เขาไม่รักษาสัญญาก็เท่านั้น
ไม่ว่ากู้ชีฉ่าวจะพยายามอย่างไรหานอวิ๋นซีก็ไม่สนใจ กินได้ไม่เยอะแล้วนางก็ไม่มีความอยากอาหารอีกลุกขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “พวกเจ้าค่อยๆ กินกันล่ะ ข้าไปก่อน”
นางเปิดประตูและออกมาและเห็นว่าหลงเฟยเยี่ยกับตวนมู่เหยาไม่ได้เข้าไปในห้องส่วนตัวแต่อยู่ที่โถงใหญ่ซึ่งใกล้กับห้องส่วนตัวของนางมากที่สุด
ดวงตาเย็นชาตามธรรมชาติของหลงเฟยเยี่ยยิ่งเย็นชามากขึ้นเพียงแต่หานอวิ๋นซีเพียงเหลือบมองไปเท่านั้น นางมองไปข้างหน้าและเดินออกไปด้วยแผ่นหลังที่ดูดื้อรั้นแต่ก็กลับโดดเดี่ยว
สายตาของหลงเฟยเยี่ยจ้องมองตามนางลงบันไดไปนอกจากเย็นชาแล้ว ยังซับซ้อนจนยากจะเข้าใจ
ในสายตาของตวนมู่เหยาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “ศิษย์พี่ กินหน่อยสิ อาหารเย็นหมดแล้ว”
เห็นได้ชัดว่ามีห้องส่วนตัวแต่ศิษย์พี่กลับยืนกรานที่จะนั่งตรงนี้แล้วก็นั่งอยู่เป็นเวลานาน ไม่กินอาหารแม้แต่คำเดียว แม้ว่าเขาจะได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้เทียนฮุยให้มากับนางในฐานะเจ้าบ้านแต่เขาก็เงียบและไม่แยแสตลอดทาง
นางคุ้นเคยกับนิสัยเย็นชาของเขามานานแล้วแต่หลังจากพบกับหานอวิ๋นซีในตอนเที่ยง เขาก็เงียบมากขึ้น
ใช่สตรีผู้นั้นหรือไม่ที่ทำให้หัวใจของเขาปั่นป่วน?
ครั้งก่อนนางได้สอบถามอย่างชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านยาผีศิษย์พี่ไม่ได้ต้องการปกป้องนาง แต่ศิษย์พี่ต้องการเซิงเสวี่ยตานเท่านั้นแต่คราวนี้ล่ะ?
ไม่รู้ว่าหลงเฟยเยี่ยได้ยินคำพูดของตวนมู่เหยาหรือไม่เขาไม่ขยับตะเกียบเลยแม้แต่น้อย จิบเพียงแค่ชาร้อน ก่อนที่จะพูดอย่างสงบว่า“คนขับรถม้ากำลังรออยู่ที่ประตู เจ้ากลับไปเองก็แล้วกัน”
“ศิษย์พี่ข้าได้ยินมาว่าตลาดกลางคืนที่ตรอกฮวายฮวาในเมืองหลวงเทียนหนิง...”
ก่อนที่ตวนมู่เหยาพูดจบหลงเฟยเยี่ยก็ลุกขึ้นและเดินออกไป ครู่หนึ่งใบหน้าที่งดงามของตวนมู่เหยาก็บิดเบี้ยวขึ้นมา
หานอวิ๋นซีเป็นเพราะหานอวิ๋นซีอีกแล้ว ความแค้นนี้ต้องจบลงสักที!