เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครอยากแก้ผ้าต่อหน้าสาธารณชน แต่ก็ไม่มีใครอยากตายมากกว่า ศิษย์ขั้นรวบรวมปราณทั้งสี่คนสบตากัน แล้วพากันหันไปมองศิษย์ขั้นสร้างรากฐานที่เป็หัวหน้ากลุ่ม
ถ้าศิษย์พี่ถอด พวกเขาก็พร้อมจะถอดตาม...
เพราะอย่างน้อยถ้าเื่นี้แพร่งพรายออกไป การที่มีคนระดับขั้นสร้างรากฐานอยู่ด้วย คนที่ต้องอับอายขายหน้ามากกว่าก็ย่อมต้องเป็ขั้นสร้างรากฐานผู้นั้นแน่นอน
ทว่าศิษย์พี่ขั้นสร้างรากฐานนั้นมีศักดิ์ศรี แม้จะถูกกระบี่ของเซียวหลีลั่วจ่อคออยู่ เขาก็หาได้เกรงกลัว ะโก้องเสียงดัง "ปัญญาชนฆ่าได้หยามไม่ได้!"
เซิ่งซีว่าง่ายสุด ๆ "งั้นก็ฆ่าเขาเถอะเ้าค่ะ"
เซียวหลีลั่วเงื้อกระบี่ขึ้น ศิษย์พี่ขั้นสร้างรากฐานคนนั้นก็รีบะโลั่น "ข้าถอดแล้ว!"
ลวี่เสี่ยงที่แอบซุ่มกางค่ายกลกักเสียงอยู่ถึงกับหลุดขำพรืดออกมา
ศิษย์สำนักลั่วเฟิงทั้งห้าคนทยอยถอดเสื้อตัวนอกออก แล้วก็ถูกเซิ่งซีเคี่ยวเข็ญต่อ "ถอดให้หมดเ้าค่ะ"
ทั้งห้าคนโกรธจนฟันแทบหัก แต่เพราะสู้ไม่ได้จึงได้แต่จำใจอดทน ถอดเสื้อผ้าออกจนล่อนจ้อน ยืนบิดไปบิดมาอย่างอับอาย พวกเขายืนเบียดเสียดกันแน่นและไม่มีแม้แต่ความกล้าจะเงยหน้าขึ้นมองใคร
เซียวหลีลั่วรู้สึกว่าภาพตรงหน้ามันอุจาดตาเกินไป เขาหันไปบอกเซิ่งซีว่า "ศิษย์น้องเล็ก เ้าอย่ามองเลย"
ความสนใจของเซิ่งซีไม่ได้อยู่ที่หมูสามชั้นเ่าั้เลยแม้แต่นิดเดียว นางสะบัดลูกไฟออกมาดวงหนึ่งเพื่อเผาเสื้อผ้าบนพื้น
เสื้อผ้าเหล่านี้คือชุดเครื่องแบบที่ทางสำนักแจกให้ ถือเป็อุปกรณ์ป้องกันระดับต่ำ สำหรับศิษย์สายในที่มีระดับพลังต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่างพวกเขาแล้ว ของพวกนี้ถือว่ามีค่ามาก
เมื่อเห็นเสื้อผ้าถูกเผา หัวใจของศิษย์สำนักลั่วเฟิงก็แทบจะสลาย "สหายเต๋า ได้โปรดเมตตาด้วย..."
"ในเมื่อพวกท่านขอร้องข้าด้วยความจริงใจ ข้าจะยอมให้ก็ได้เ้าค่ะ" เซิ่งซีพูดง่ายอย่างคาดไม่ถึง นางยอมคืนเสื้อผ้าให้พวกเขาอย่างใจดีและไล่ให้พวกเขารีบไสหัวไป
ทั้งห้าคนตกตะลึง เมื่อเห็นเซิ่งซีและเซียวหลีลั่วเดินจากไปไกลแล้ว ถึงเพิ่งรู้ตัวว่ารอดตายมาได้จริง ๆ จึงรีบพุ่งเข้าไปแย่งเสื้อผ้าบนพื้นทันที
เสื้อตัวในถูกเผาจนเกลี้ยง ส่วนเสื้อตัวนอกทั้งห้าตัวก็ถูกเผาจนเหลือเพียงครึ่งเดียว แต่ตราสัญลักษณ์สำนักลั่วเฟิงที่ปักอยู่บนผ้านั้นกลับยังคงเด่นหราเตะตาเป็พิเศษ
ผ้าเพียงแค่นี้ปกปิดร่างกายได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ทั้งห้าคนจึงตกลงกันอย่างเป็เอกฉันท์ว่าจะใช้มันปกปิดส่วนสำคัญไว้ ส่วนพื้นที่ที่มีตราสำนักลั่วเฟิงปักอยู่ก็ถูกเปิดเผยออกมาต่อหน้าสายตาทุกคนอย่างโจ่งแจ้ง
ทั้งห้าคนค่อย ๆ ย่องออกจากตรอก แต่พอมาปรากฏตัวที่ถนนใหญ่ในสภาพกึ่งเปลือยท่อนบน ก็ถูกชาวบ้านนึกว่าเป็พวกวิตถารและถูกรุมประชาทัณฑ์ไปตลอดทาง สุดท้ายก็ถูกคนของหอผู้คุมกฎเมืองเซียนหยางจับกุมตัวไป
สามศิษย์พี่ศิษย์น้องนั่งดูเหตุการณ์ทั้งหมดจากชั้นสองของร้านน้ำชาแล้วพากันหัวเราะร่วน
คราวนี้ทุกคนคงจะได้รู้กันเสียทีว่าศิษย์สำนักลั่วเฟิงนั้นเก่งกาจเพียงใด ไม่เพียงแต่ออกไปข้างนอกแล้วถูกปล้นจนเหลือแต่ตัว แต่ยังทำเื่ให้น่าขายหน้าได้แหวกแนวขนาดนี้
สามศิษย์พี่ศิษย์น้องแบ่งสมบัติที่ชิงมาจากคนทั้งห้า เซียวหลีลั่วมองเทียบเชิญด้วยความรังเกียจแล้วแค่นเสียงเหอะ "แค่รับศิษย์น้องเล็กคนเดียวถึงกับต้องจัดงานพิธีกราบอาจารย์เสียใหญ่โต? ทำอย่างกับคนอื่นเขาไม่มีศิษย์น้องเล็กอย่างนั้นแหละ"
เซิ่งซีใช้ลูกไฟเผาเทียบเชิญทิ้งทันที
ลวี่เสี่ยงใ "ไม่เอากลับไปให้ผู้าุโกุยหรือ?"
"ทำแบบนั้นก็เท่ากับสารภาพสิเ้าคะว่าพวกเราคือโจรที่ลงมือในวันนี้" เซิ่งซีพูดพลางเผยรอยยิ้มหวาน "อีกอย่าง ถ้าเทียบเชิญส่งไม่ถึง พวกเขาก็ทำงานไม่สำเร็จ ย่อมต้องส่งศิษย์คนอื่นมาอีก แบบนี้พวกเราก็จะได้ปล้นอีกรอบยังไงล่ะเ้าคะ?"
วิเศษที่สุด! ศิษย์น้องเล็กเป็อัจฉริยะจริง ๆ ด้วย!
เซียวหลีลั่วเริ่มคันไม้คันมือ รอคอยให้แกะอ้วนระลอกที่สองมาให้เชือดถึงที่
เซิ่งซีใช้ปลาเส้นิญญาหนึ่งตะกร้าใหญ่ ติดสินบนเหล่านกกระเรียนเซียนให้ช่วยสลับกันไปสอดแนมบนเส้นทางที่สำนักลั่วเฟิงต้องใช้เดินทางมายังสำนักเวิ่นซิน
นกกระเรียนเหล่านี้เคยทำงานขนส่งศิษย์ในสำนักลั่วเฟิงมาทั้งวันทั้งคืน แม้ศิษย์สำนักลั่วเฟิงจะแยกพวกมันไม่ออก แต่พวกมันกลับจำศิษย์สำนักลั่วเฟิงได้ทุกคน รับรองว่าไม่มีพลาด
ภายในเวลาสั้น ๆ เพียงครึ่งเดือน สำนักลั่วเฟิงส่งคนมาที่สำนักเวิ่นซินถึงสี่ครั้ง และทั้งสี่ครั้งก็ถูกกลุ่มของเซิ่งซีปล้นจนเหลือเพียงเสื้อนอกครึ่งตัวเหมือนเดิมเป๊ะ
ในชั่วพริบตา แดนิญญาตงหนานต่างก็โจษจันกันไปทั่วว่าศิษย์สำนักลั่วเฟิงถูกปล้นจนเกือบจะล่อนจ้อน กลายเป็ตัวตลกให้ผู้คนหัวเราะเยาะ
แม้แต่ผู้าุโกุยที่อยู่บนเขาทั้งวันยังได้รับรู้เื่นี้ เมื่อเห็นว่าเหตุเกิดใกล้สำนักเวิ่นซิน เขาก็เกรงว่าจะลามมาถึงสำนักตัวเอง จึงเรียกสามศิษย์พี่ศิษย์น้องมากำชับว่า่นี้อย่าออกไปข้างนอกส่งเดช เดี๋ยวจะถูกปล้นจนไม่เหลือเสื้อผ้าติดกายเหมือนพวกนั้น
เซิ่งซีพยักหน้าหงึก ๆ อย่างเชื่อฟัง เมื่อเห็นนกกระเรียนที่ออกไปสอดแนมบินกลับมาอย่างรีบร้อน นางก็รู้ทันทีว่าถึงเวลาผดุงธรรมอีกครั้งแล้ว จึงรีบส่งผู้าุโกุยกลับไปอย่างรวดเร็ว
เซียวหลีลั่วชักกระบี่ออกมาอย่างอดใจไม่ไหว "ศิษย์น้องเล็ก ตอนนี้พวกนั้นอยู่ที่ไหน?"
เสียงร้องของนกกระเรียนในครั้งนี้ดังกังวานกว่าทุกครั้ง เซิ่งซีคาดการณ์ว่า "คราวนี้พวกนั้นส่งคนเก่งมาหรือ?"
นกกระเรียนพยักหน้า
ถูกปล้นสี่ครั้งในครึ่งเดือน แถมเสื้อผ้ายังถูกเผาจนเหลือแต่ตราสำนัก ต่อให้สำนักลั่วเฟิงจะโง่แค่ไหน ก็ต้องเดาออกว่ามีคนจงใจเล่นงาน คราวนี้เป็ไปได้สูงว่าจะเป็กับดัก
"พวกเขาคงไม่ได้ส่งเซวียเฟยเฉินมาโดยตรงเลยหรอกนะ?" เซิ่งซีถาม
นกกระเรียนส่งเสียงขานรับเสียงสูง เห็นได้ชัดว่าเซิ่งซีเดาถูก
เซวียเฟยเฉิน คือศิษย์เอกอันดับหนึ่งของสำนักลั่วเฟิง เป็ศิษย์สายตรงของิซิวเซียนจวิน และยังเป็ฆาตกรทางอ้อมที่ทำให้เ้าของร่างเดิมต้องตาย
เมื่อครึ่งปีก่อน เ้าของร่างเดิมเดินทางกลับบ้านไปเยี่ยมญาติ ระหว่างทางได้ช่วยชีวิตเซวียเฟยเฉินที่าเ็สาหัสจากสัตว์อสูรเอาไว้ และตกหลุมรักเขาั้แ่แรกเห็น
หลังจากรักษาแผลจนหายดี เซวียเฟยเฉินก็ได้ร่วมเดินทางไปเยี่ยมญาติกับเ้าของร่างเดิม พร้อมทั้งสัญญาว่าเมื่อทั้งคู่กลับถึงสำนัก เขาจะขอร้องให้ิซิวเซียนจวินรับเซิ่งซีเป็ศิษย์สายตรง
ทว่าทันทีที่ได้พบกับเซิ่งหรูเยว่ที่บ้านตระกูลเซิ่ง เซวียเฟยเฉินก็ลืมเลือนคำสัญญาที่เคยให้ไว้จนสิ้น ในสายตาและหัวใจของเขามีเพียงแค่เซิ่งหรูเยว่เท่านั้น
เมื่อทราบว่าเซิ่งหรูเยว่มีร่างกายอ่อนแอแต่กำเนิดและต้องกินโอสถรักษาตัวเป็ประจำ เซวียเฟยเฉินก็เหินกระบี่พานางกลับสำนักลั่วเฟิงในคืนนั้นทันที เพื่อขอให้ิซิวเซียนจวินช่วยรักษา
กว่าเ้าของร่างเดิมที่มีระดับพลังเพียงขั้นรวบรวมปราณระดับสองจะดั้นด้นเดินทางรอนแรมกลับถึงสำนักลั่วเฟิงเพียงลำพัง เซิ่งหรูเยว่ก็ได้กลายเป็ศิษย์สายตรงของิซิวเซียนจวินไปเสียแล้ว
เมื่อเ้าของร่างเดิมไปทวงถามสัญญาจากเซวียเฟยเฉิน เขากลับปฏิเสธ "ข้าอ้อนวอนท่านอาจารย์เพื่อหรูเยว่ไปแล้วครั้งหนึ่ง ไม่อาจขอร้องท่านเป็ครั้งที่สองได้"
ส่วนความรักที่เ้าของร่างเดิมมีให้ กลับได้รับเพียงคำตำหนิว่า 'เพ้อเจ้อ' จากปากของเซวียเฟยเฉิน
หลังจากนั้นเมื่อเซิ่งซีทะลุมิติมา ในจังหวะที่หยกของเ้าของร่างเดิมถูกแย่งชิงไป เซวียเฟยเฉินก็ยืนดูอยู่ในโถงหลักด้วยสายตาเ็า ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากช่วยนางเลยสักคำ
เซิ่งซีประมวลเื่ราวที่เกี่ยวข้องกับเซวียเฟยเฉินในสมองอย่างรวดเร็ว แล้วก็พลันรู้สึกปวดแปลบที่หัวใจ ซึ่งเป็ความจำของร่างกายที่หลงเหลืออยู่จากเ้าของร่างเดิม นางลูบอกเบา ๆ แล้วลอบถอนหายใจ
'ไม่จำเป็ต้องเสียใจเพราะผู้ชายสารเลวแบบนั้นหรอก คอยดูนะ ข้าจะแก้แค้นแทนเ้าให้สาสมเอง!'
"นอกจากเซวียเฟยเฉินแล้ว มีใครมาด้วยอีกหรือไม่?" เซิ่งซีถามนกกระเรียน
นกกระเรียนสองตัวที่กลับมาส่งข่าวเริ่มเต้นระบำสื่อสาร เซิ่งซีอ่านข้อมูลนั้นแล้วพบว่าคราวนี้สำนักลั่วเฟิงคงจะโกรธจัดจริง ๆ ถึงขั้นส่งศิษย์สายตรงมาทีเดียวสองคน นอกจากเซวียเฟยเฉินแล้ว ยังมีหลี่เหยียนรุ่ย ซึ่งคนผู้นี้ก็มีหนี้แค้นกับเ้าของร่างเดิมอยู่เช่นกัน
ส่วนอีกสามคนที่เหลือล้วนเป็ศิษย์สายในขั้นสร้างรากฐานตอนปลาย ทั้งเซวียเฟยเฉินและหลี่เหยียนรุ่ยต่างก็พรางตัวมา หากนกกระเรียนจำหน้าพวกเขาไม่ได้ ก็คงนึกว่าเป็เพียงศิษย์ขั้นรวบรวมปราณธรรมดา
เซวียเฟยเฉินอยู่ขั้นแก่นพลังทองคำตอนกลาง ส่วนหลี่เหยียนรุ่ยเพิ่งจะทะลวงผ่านขั้นแก่นพลังทองคำได้ไม่นาน ในเมื่อพวกเขาเป็ศิษย์สายตรงและคราวนี้มาเพื่อล้างอายให้สำนัก บนตัวย่อมต้องมีอาวุธวิเศษที่สามารถปลดปล่อยพลังในระดับขั้นแก่นพลังทองคำตอนปลายได้แน่นอน
แต่เซียวหลีลั่วที่อยู่ขั้นแก่นพลังทองคำตอนต้นกลับไม่เกรงกลัวเลยสักนิด "ขั้นแก่นพลังทองคำสองคนแล้วยังไง? ข้าก็ปล้นพวกเขาได้เหมือนเดิมนั่นแหละ ศิษย์พี่สี่กับศิษย์น้องเล็กไม่ต้องไปหรอก เผื่อสู้กันรุนแรงเกินไป ข้ากลัวจะพลาดไปโดนพวกเ้าเข้า"
เซิ่งซีคลี่ยิ้มบาง ๆ "ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะ พวกเราเรียกศิษย์พี่ใหญ่ไปด้วยกันก็ได้นี่นา"
ศิษย์พี่ใหญ่ของนางสามารถข้ามขั้นไปสังหารผู้ฝึกตนขั้นิญญาต้นกำเนิดได้เลยนะ เซวียเฟยเฉินกับหลี่เหยียนรุ่ยรวมหัวกันก็ทำได้แค่ถูกเขากดลงไปนอนกับพื้นเท่านั้นแหละ ไม่มีทางที่พวกนางจะโดนลูกหลงแน่นอน!