กลยุทธ์ที่ 11 300 ล้านเหรียญทอง
ตอนแรกที่เขาคิดว่าอดัมไม่น่ารู้ว่าตนปล้นเขามาเพราะเื่ของเขากับซิลเวอร์ที่มักชอบเล่นเป็โจรกับตำรวจกันนั้นเป็สิ่งที่เป็ความลับของทั้ง2 จะมีข้อยกเว้นก็แค่วอเร็นบางอย่างการที่อดัมฉงนใจและรู้ว่าเขาขโมยของมาคงเป็เพราะมันนั้นสำคัญจริงๆ นั่นเองจากเมืองธรรมดาทำให้ให้กลายเป็ป้อมปราการได้ในเวลาแค่ 2 อาทิตย์คือสิ่งยืนยัน
ถึงจะศึกษาข้อมูลของเกมบางส่วนก่อนเข้ามาแล้วเขายังถือว่าตัวเองยังรู้น้อยเกินไปไม่นานมาเขาเพึ่งรู้จักสกิลผนึกสิ่งของมันมีความสามารถทำให้ของที่มีค่าดูไม่มีค่าหรือไม่ปรากฏข้อมูลใดๆ ออกมา
แค่ไปหาเอ็นพีซีสถานที่จ้างงานและถามคนที่เขาขายคนต่อคนในที่สุดจักรพรรดิก็ได้ความจนมาถึงร้านขายของของเอ็นพีซีที่ใหญ่ที่สุดของเมืองที่ไม่น่าจะมีของราคาเกิน 1,000 เหรียญทองของเมืองเริ่มต้นขาย
แต่ของที่เป็เป้าหมายที่จักรพรรดิรู้ชื่อของมันแล้วว่าคือ โลหิตัแดง กับตั้งขายในราคา 300 ล้านเหรียญทอง ซึ่งจักรพรรดิตอนนี้มีแค่ 130 เหรียญทองติดตัว เรกับเบ็นรวมกันยังไม่ถึง 3,000 เหรียญทองเสียด้วยซ้ำแถมพร้อมราคาของมันยังสูงขึ้นวันต่อวันเนื่องจากมันนั้นถูกประมูลซื้อจากคนมากมายที่สนใจและดูเหมือนจะเป็กลุ่มคนที่เป็ภัยต่ออาณาจักรอย่างไม่เปิดเผย
ต่อมาทั้ง 3 ได้เช่าห้องอาหารแห่งนึงเพื่อทำการพูดคุยต่อไปด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียดมากยิ่งขึ้นเบ็นถึงกับอยู่ไม่ติดที่นั่งเดินวนไปวนมาที่มุมห้องนึงส่วนเรพิมพ์ข้อความเป็รายงานส่งไปยังจุดหมายปลายทางอย่างช้าๆถึงไม่คิดจักรพรรดิก็รู้ว่าส่งไปให้ใคร และพอพูดถึงจักรพรรดิว่าเขาทำอะไรอยู่นั้นนั่นก็คือการกินอาหารพร้อมเอาหนังสือเล่มนึงขึ้นมาอ่านพลางๆ
เงินของเกมนี้นั้นมี 2 แบบคือเหรียญเงินและเหรียญทองเหรียญเงินนั้นสามารถทำเควสและรับได้ทั่วไปแต่เหรียญทองนั้นเป็สิ่งที่ต้องทำเควสพิเศษหรือไม่งั้นก็ต้องล่าระดับมินิบอสได้ที่สำคัญเหรียญทองสามารถแลกออกไปเป็เงินจริงได้ อัตราเฉลี่ยของมันอยู่ที่ 10 เหรียญทองต่อ 1 ดอลล่ากลับกันเกมนี้ไม่มีระบบเติมเงินของผู้เล่นเพราะป้องกันค่าเงินเฟ้อและสมดุลของผู้เล่น
นั่นแหละปัญหาเพราะเงินจริงแลกเข้ามาไม่ได้เบ็นถึงเดินให้วุ่นอยู่แบบนี้ถึงจะอยากฆ่าจักรพรรดิให้ตายแต่เขาจำเป็ต้องรอคำสั่งยืนยันจากอดัมก่อน
300 ล้านเหรียญทองขณะนี้ของโลหิตัแดงเทียบเท่ากับ30 ล้านดอนล่าในโลกแห่งความเป็จริงเลยก็ว่าได้ต่อให้ระดมเงินของคนทั้งกิลด์อย่างเร่งด่วนก็ใช่ว่าจะหาเงินจำนวนนี้ได้
พอข่าวถูกส่งไปให้อดัมปลายเส้นทางเขาถึงกับนั่งกุมขมับก่อนจะมีข้อความสั้นๆ ตอบกลับมาที่เรว่า
(รอฟังคำสั่งต่อไป)
“มีคำสั่งอะไรใหม่ไหม?” เบ็นถามเรที่ยืนอ่านข้อความ เรส่ายหน้าช้าๆเบ็นถึงกับเตะเก้าอี้ที่ตนเองนั่งกระเด็นลงไปกองกับพื้น
“ค่าเก้าอี้นั่นนายจ่ายเองนะ” เ้าตัวการยังคงมีอากัปกิริยาเดิมกินอาหารอ่านหนังสือทำให้เบ็นยกปืนขึ้นมาจ่อที่หัวจักรพรรดิทว่าเขาก็ยังไม่สน
“ยังไม่มีคำสั่ง”เรจับมือที่ถือปืนของเขาลงตอนนั้นจักรพรรดิก็ปิดหนังสือลง
เขาพอเข้าใจสถานการณ์ของกิลไวท์ไนซ์แล้วว่าเป็ยังไงตัวาาแห่งอาณาจักรเพนดราก้อน้าอัญมณีนั้นเพื่อออกไปทำาขณะที่กำลังถูกอาณาจักรอากุมรุกรานจากทิศตะวันออกด้วยกำลังที่มากมายมหาศาลแต่อดัมกลับขอให้เขาผลัดไปก่อนทำให้ตัวาาไม่พอใจเพราะของนั้นไม่ได้อยู่ที่เขาและหากเป็แบบนี้เรื่อยๆ ตำแหน่งและสถานที่ทำงานของอดัมจะถูกเปลี่ยนแปลงไปนั่นก็หมายความว่าตัวอดัมอาจจะทำรัฐปะากับเอ็นพีซีเพื่อยึดครองอำนาจเป็าาของอาณาจักรนี้เสียเองเพราะว่าเขานั้นไม่สามารถไปอยู่ที่อื่นได้
แต่เปอร์เซ็นต์ที่จะเอาชนะได้นั้นก็น้อยยิ่งกว่าน้อยเหลือเกินจริงอยู่ว่าอดัมเป็กิลด์อันดับ 1 มีลูกน้องหลักหมื่น แต่ตัวาานั้นมีลูกน้องที่เป็เอ็นพีซีรวมทั้งประเทศในหลักหลายแสนยังไม่นับรวมสิทธิ์ของาาที่สามารถเรียกเก็บภาษีของประชาชนเอาเป็ภาษีในเกมหรือสามารถเรียกเก็บไอเทมทุกระดับที่ตนเอง้าได้มาเป็ของตนทั่วสหราชอาณาจักรเลวร้ายกว่านั้นที่ทำให้อดัมมีเปอร์เซ็นต์น้อยมากๆ ที่จะชนะคือตัวาาของทั้ง 5 อาณาจักรมีความสามารถขั้นเทพทุกคนด้านกำลังถือว่าเสียเปรียบอย่างยิ่งยวด
และหากใช้กรณีรวบรวมเงินระดมทุนทั้งหมดเพื่อมาซื้อของเพียงชิ้นเดียวที่น่าจะเป็ของกิลด์อยู่แล้วล่ะก็ความไม่พึงพอใจต่อลูกกิลด์ต้องมีแน่นอน และกรณีถัดไปข้อมูลนั่นอาจจะรั่วไหลทำให้กิลด์อื่นเข้ามาโจมตีอดัมได้
ต่อให้อดัมบอกเื่นี้กับตัวาาเองและเรียกของนั้นมาได้แบบไม่ต้องใช้เงินแม้แต่สักเหรียญเดียวในฐานะคนที่คอยคุ้มกันและมียศในปราสาทเขาคงถูกถอดยศและขับออกจากปราสาททันทีข้อหาไว้ใจไม่ได้ก็ติดอยู่ที่กำไลแห่งสัจจะอีกนั่นล่ะ
นี่นับว่าเป็หายนะครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกิลไวท์ไนซ์เลยก็เป็ได้และคนที่ทำให้มันเกิดขึ้นก็คือผู้ชายที่ยกชาขึ้นมาจิบช้าๆ สร้างความหมั่นไส้ให้กับผู้มองทั้ง 2
“เรบอกอดัมไปว่าผมมีแผนดีๆ แล้ว” จักรพรรดิพูดขึ้นมาด้วยท่าทางผ่อนคลายพร้อมหนังสือที่เก็บลงไป
“แผน? ...แกจะใช้วิธีเอาตัวรอดยังไงอีกคิดจะหนีเหรอ? แต่ฉันไม่ปล่อยให้แกรอดสายตาตอนนี้ของฉันไปได้แน่”เบ็นเค้นเสียงพูดขึ้นมา
ข่าวสารที่พอมีให้เสพจากบอร์ดในหน้าต่างระบบและจากคนทั้ง2 ตอนนี้ก็พอแล้วสำหรับจักรพรรดิ
“ฉันผิดเองล่ะ แต่ฉันไม่คิดจะหนีหรอกนะ เดี๋ยวจะเอามันคืนมาให้เอง...”
“ฉันไม่เชื่อ” เบ็นพูดเสียงแข็งก่อนจะถูกเรห้ามเอาไว้ก่อน
“ถอยไปก่อน” เบ็นถอยไปด้านหลังด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง
“ถึงจะรู้ว่ามันไม่น่าเชื่อถือ แต่หากมันเป็อีก 1 ทางออกของกิลด์ฉันก็อยากฟังนายพูด” เบ็นที่ได้ยินแบบนั้นรู้สึกหงุดหงิด
“ไม่ใช่ 1 วิธี แต่เป็ 2 วิธีที่ฉันจะเสนอออกไปเลยล่ะ”
เบ็นกลับเข้าโหมดเดิมทันที
“ไอ้ขี้โม้ คนไม่มีปัญญาทำดาเมจได้อย่างแกจะไปทำแบบนั้นได้ยังไง!!?”
“...งั้นช่วยบอก 2 วิธีนั้นขึ้นมาหน่อย” กลับกันเรกลับต่างจากเบ็นอย่างสิ้นเชิง
“อย่างแรกก็ใช่วิธีอย่างที่ฉันทำกับพวกนายก็สิ้นเื่ไปปล้นมันกลับมาซะแค่นั้นก็จบ” ทั้ง 2 นิ่งเงียบไปเมื่อได้ยินแบบนั้น
จริงอยู่ว่าระบบเกมนี้นั้นมีอิสระอย่างมากแต่หากปล้นของของเอ็นพีซีแล้วละก็จะถูกหมายหัวตั้งประกาศจับทั้งอาณาจักรพร้อมไม่สามารถดำเนินธุระกับระบบอาคารเอ็นพีซีได้มิหนำซ้ำยังไม่สามารถเข้ากิลด์หรือก่อตั้งกิลด์ นั่นก็คือกรณีที่ถูกพบเห็นใบหน้าและจับได้นั่นเอง
“นายจะบอกว่านายทำได้โดยไม่มีใครเห็นอย่างงั้นเหรอ?” เบ็นพอเข้าใจแล้ว
“ไม่ต้องห่วงฉันไม่ยืมมือของพวกนายทำอะไรเสี่ยงๆ หรอก เื่นี้ฉันก่อขึ้นเองและฉันจะเป็คนจัดการมัน”
เรตั้งข้อสงสัยขึ้นมา
“แต่ถ้าทำแบบนั้น...นายเองก็อาจเจอปัญหาข้างหน้าฉันไม่เห็นเข้าใจเลยว่านายจะได้อะไรจากการทำสิ่งนี้”
เบ็นเองก็ว่าตาม
“เออ คนอย่างนายยังไงก็พึ่งไม่ได้อยู่แล้ว”
จักรพรรดิยังคงอยู่ในท่าทางสบายๆว่าต่อด้วยรอยยิ้มน่ารังเกียจ
“แค่สนุกก็พอแล้ว”
ทั้ง 2 เงียบไปก่อนเรจะว่าต่อ
“แล้วอีกวิธีล่ะ” คราวนี้จักรพรรดิกลับไม่คิดจะตอบ
“หนทางนั้นเอาไว้แผนแรกผิดพลาดก่อนเดี๋ยวค่อยว่ากัน แล้วก็เอ่อ...อย่างที่ว่าผมขอยืมแรงพวกคุณหน่อยไม่ใช้ให้ทำอะไรเสี่ยงๆหรอก”
“ใครจะ...” ไม่ทันที่เบ็นจะพูดขึ้นมา
“ได้สิ” เรตัดบทเบ็นทันทีปัญหาของกิลด์ตอนนี้เป็ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเื่ของจักรพรรดินั้นถือเป็เื่รอง
เรรายงานอดัมอีกครั้งไม่นานข้อความจากอดัมก็ส่งมาเป็ข้อความตกลงแต่เหมือนฝืนๆที่จะเขียนดูจากภาษาที่แปลกออกไปจากที่เรเคยอ่าน
แม้อดัมจะยืมมือจักรพรรดิตอนนี้เพื่อคิดจะจัดการไทหยางแต่ด้วยพื้นฐานแล้วอดัมไม่ใช่คนที่ชอบพึ่งพาคนอื่นโดยเฉพาะกับคนที่ดัดหลังเขาได้อย่างแสบทรวงตัวหนังสือจะแปลกไปบ้างก็ไม่แปลก
“เมื่อตกลงกันได้แล้วนายก็บอกแผนของนายมาสักทีสิ”เบ็นหันมาหาจักรพรรดิก่อนทั้ง 3 จะสุมหัววางแผนกันอย่างรัดกุม
การเล่นเป็โจรและขโมยของจากอาคารของเอ็นพีซีนั้นถือว่าเป็เื่ยากมากโดยเฉพาะของที่มีราคาสูงเช่นพวกแรร์ไอเทมเพราะระบบจะทำการคุ้มกันโดยอัตโนมัติแถมยังแ่าตามลำดับของที่มีอยู่ในร้านเสียด้วยต่างจากการขโมยของผู้เล่นด้วยกันที่เปิดร้านขายหรือถืออยู่กับตัวที่ไม่มีระบบคุ้มกันถ้าจะจ้างคนคุ้มกันก็ราคาสูงไม่คุ้มทุนทำได้เต็มที่มากที่สุดเพียงแค่ตั้งค่าหัวจากทางระบบเพื่อล้างแค้นในกรณีที่รู้ตัวคนร้ายและพอมีเงินพวกเล่นเป็พ่อค้าส่วนใหญ่ในเกมนี้จึงตั้งกันเป็องค์กรหรือสมาคมมากกว่าเพื่อความปลอดภัยแต่ด้วยระบบที่ไม่สะดวกและรัดกุมเหมือนพวกเอ็นพีซีพวกเขาก็ยังมีช่องโหว่อยู่ดี
หลังจากที่เบ็นกับเรไปสืบข้อมูลของระบบคุ้มกันทางร้านมาแล้วแล้วมาบอกจักรพรรดิต่อจักรพรรดิก็คิดซึ่งหนทางต่อไปที่จะเข้าไปด้านในแต่ในระหว่างนั้นเขาก็ต้องสั่งงานให้ทวนไปทำอย่างอื่นเสียก่อน พอจักรพรรดิปลีกตัวออกห่างทวนในยามนี้ซึ่งใกล้ค่ำแล้วเบ็นก็เข้ามากระซิบข้างหูเขาทันที
“ขอบอกเพิ่มเติมไว้หน่อย ตอนนี้เรามีเวลาเหลือเต็มที่ 1 อาทิตย์ที่จะเอาของสิ่งนั้นคืนมาเพราะอดัมได้เจรจาและส่งคนของกิลด์บางส่วนไปช่วยตัวาาปกป้องเขตที่ถูกรุกรานแต่ถ้านานกว่านั้นคือเกมโอเวอร์แน่นอนนั่นหมายถึงนายตายทันที”
จักรพรรดิที่มีสีหน้าเรียบเฉยฉีกยิ้มแล้วตอบ
“น่าสนุกดีนี่...แต่ฉันว่าเต็มที่ก็แค่ 5 วันเท่านั้นล่ะ...” แล้วเขาก็เดินฮัมเพลงไปหาเรแม้สุดท้ายเบ็นจะวิ่งโวยเข้าไปขวางเขาเอาไว้ก็ตาม
พอตกดึกของวันนี้ซึ่งผู้คนนอนหลับเพื่อฟื้นฟูพลังใจบางส่วนก็ออฟไลน์เงาดำ3 เงาก็ค่อยๆ เคลื่อนไปบนหลังคาจักรพรรดิต้องลงทุนด้วยส่วนของตัวเองอีกนิดหน่อยซื้อชุดนินจาดำของสายนักฆ่ามาสวมใส่ซึ่งอยู่ในระดับ 2 ดาว มีค่าพลังป้องกันแค่ 15 หน่วย แต่บวกค่าความคล่องตัวให้เขาถึง 10% มิหนำซ้ำมันเข้ากับบรรยากาศต่อสิ่งที่เขาทำตอนนี้สุดๆอีกด้วย
ในเกมนี้นั้นแม้จะอยู่สายอาชีพที่ต่างกันจากของที่สวมใส่ก็สามารถสวมใส่ได้หากไม่ขัดต่อเงื่อนไขบางข้อหรือข้อจำกัดของมัน และในเกมยังมีระบบปกปิดข้อมูลอัตโนมัติอีกด้วย
ยกตัวอย่างเช่นหากมีใครสวมหน้ากากปิดทับใบหน้าข้อมูลนั้นจะถูกปิดกั้นให้ผู้อื่นรู้ทันทีแม้จะมีหน้าต่างระบบที่เหนือกว่าก็อ่านค่าอะไรไม่ได้ยกเว้นจะมีสกิลตรวจสอบโดยตรงและอีกฝ่ายไม่มีสกิลปิดบังโดยตรงเช่นกันกรณีของเบ็นและเรที่สวมชุดคลุมมาหาจักรพรรดิเองก็เช่นกันเพราะทั้ง 2 ค่อนข้างจะมีชื่อเสียง
เงาดำ 3 เงาที่นอนทาบกับตัวหลังคาค่อยๆชูหัวออกมามองเอ็นพีซีทหารยามของเมืองเริ่มต้นที่ถือว่าแข็งแกร่งที่สุดในขั้นองครักษ์นับ 30 คนที่เดินยามกันอย่างเป็ระเบียบ เหตุที่แข็งแกร่งก็อย่างที่เคยบรรยายไปแล้ว
เบ็นถึงกับเหงื่อออกถึงเขาจะอยู่ขั้นบารอนแต่ด้วยระดับชั้นที่ห่างกันไม่มากหากสู้กันเขาอาจแพ้ได้โดยง่ายเพราะจำนวนอีกอย่างคือห้ามสู้ด้วยนี่สิเพราะถ้าทำแบบนั้นเขาจะโดนหมายหัวทันทีทั้งอาณาจักรหากถูกรู้ถึงตัวตนไปไหนก็โดนไล่ฆ่าจนกว่าจะตายต่างจากโดนข้อหาขโมยแล้วถูกจับได้ และยิ่งหากรู้ว่าเขาอยู่ในองค์กรไหนองค์กรนั้นก็จะถูกสอบสวนไปด้วยในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือหากพลาดเขาจะต้องออกจากกิลด์โดยทันที
จักรพรรดิที่สวมผ้าปิดปากเห็นเบ็นตอนนี้พูดขึ้น
“จริงๆ เลยนา...นายเนี่ย”
“เงียบเถอะน่า” เบ็นกล่าวขึ้นมาเรียบๆ ถึงยังไงซะเขาก็ไม่คิดจะให้จักรพรรดิมาดูถูกตนหรอกจักรพรรดิไม่สนพูดขึ้นต่อ
“...ทำไมนายถึงมาอยู่กลางระหว่างฉันกับเรล่ะเนี่ย”
“นี่แกเวลาแบบนี้ยังจะ..!!” เบ็นเผลอลุกโวยวายเสียงดังทำให้เอ็นพีซียามหยุดมองมาที่เขาเป็จุดเดียวชั่วครู่แต่โชคดีก่อนจะโดนพบจักรพรรดิได้จับหัวเขากดลงพื้นหลังคาได้ทัน
“นายนี่มันงี่เง่าจริงๆ” จักรพรรดิพูดเบาๆ ออกมา
“แกนั่นล่ะ...” เบ็นกัดฟันขู่ฟ่อๆ
เรที่เงียบมานานอดพูดไม่ได้เมื่อเห็นทั้ง 2 เล่นกันอยู่ (เธอคิดแบบนั้น)
“งี่เง่าจริงๆ นั่นล่ะ พวกนายทั้งคู่เลย”
“....”
ทั้ง 3 ยังคงดูการเดินยามของเหล่าทหารยามอยู่จนพอถึงจังหวะที่จักรพรรดิเล็งเอาไว้เขาก็ได้ส่งสัญญาณมือให้ทั้ง 2 แยกออกไป ส่วนตัวเขาทิ้งตัวลงสู่พื้นด้วยความรวดเร็วและแ่เบา
ไม่ต้องทำท่าย่องเหมือนโจรฝีเท้าของเขาก็เบาไร้เสียงอยู่แล้วยิ่งมาบวกกับสกิลตัวเบาและสกิลที่เคยใช้หลบสายตาพวกหมาโครงกระดูกอย่างสกิลลมหายใจผู้ตายที่มีเงื่อนไขต้องกลั้นหายใจในระหว่างใช้
สกิลลมหายใจผู้ตาย ความสามารถของมันก็คือสามารถลบตัวตนของเราออกไปจากจุดนั้นได้ครู่นึงเขาได้สกิลนี้มาจากการเฝ้ามองเก่งที่คิดว่านี่เป็สกิลลับของเขาแต่ก็ไม่พ้นสายตาจักรพรรดิจนได้แต่มันก็เป็สกิลที่ค่อนข้างยากที่จะเรียนรู้ได้โดยง่าย เขาจึงเสียเวลาจ้องเก่งมากกว่าใครเพื่อนจนทำให้เขากับเก่งมีความสัมพันธ์ไม่ค่อยดีนัก
ถึงจะดูเป็สกิลที่ใช้ง่ายและเงื่อนไขไม่ยากแต่ถ้าหากเจอกับคนหรือมอนเตอร์ที่มีสกิลตรวจจับหรือแค่ดมกลิ่นละก็สกิลนี้จะไร้พิษสงทันทีนี่คือสิ่งที่จักรพรรดิใช้ให้เบ็นกับเรไปสืบ เพราะทั้ง 2 นั้นมีหน้าต่างระบบที่ระดับสูงจึงสามารถอ่านสกิลและรายละเอียดตัวละครหรือแม้แต่เอ็นพีซีรวมๆได้ซึ่งมันนั้นสามารถอำนวยความสะดวกให้ผู้เล่นส่วนนึงได้ดีที่เดียวหากปรับใช้ทั้งจากต่อสู้หรือทำเควสและยิ่งเจาะจงค้นหาหรือเพ่งเล็งแม้จะใช้เวลาหน่อยก็สามารถหาข้อมูลได้ละเอียดกว่านั้นหากเป็ผู้เล่นด้วยกันอาจจะใช้ไอเทมหรือสกิลปิดบังหรือแค่ปิดหน้าเฉยๆแต่เอ็นพีซีนั้นไม่
“....” หลังของจักรพรรดิพิงเข้ากับตัวอาคารสายตามองล่อกแล่กก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วใช้สกิลลมหายใจผู้ตายอีกครั้งพร้อมกับส่งข้อความถึงเบ็น
ในตอนนั้นงานเบ็นก็มาถึง
“ปัง!!!” เบ็นยิงปืนขึ้นฟ้าต่อหน้าเอ็นพีซีหัวหน้ายามที่มีสกิลตรวจจับแม้จะไม่ได้สู้กันหรือทะเลาะวิวาทแต่การออกอาวุธและใช้กำลังในเมืองก็มีโทษถึงกับจำคุกเช่นกันหัวหน้าเอ็นพีซีพร้อมกับเอ็นพีซีส่วนนึงวิ่งตามเบ็นทันที
นอกจากยิงปืนแล้วเบ็นยังต้องทำทีเป็ค่อยๆหนีอยู่ในสายตาพวกนั้นตลอดอีกด้วยเพื่อไม่ให้พวกนั้นถอดใจไล่ล่าตนเองเรียกได้ว่าเป็ตัวล่อก็ไม่ผิดทำให้เขาคิดในใจไม่น้อยว่า
‘งานของฉันไม่เสี่ยงตรงไหนเนี่ย!!’
ตัวอาคารเอ็นพีซีนั้นส่วนใหญ่อาคารที่ถูกระบบคุ้มกันจะเป็อาคารสำคัญๆในการทำเควสหรือดำเนินเื่ แต่อาคารพ่อค้านั้นไม่มันจึงแค่ลงกลอนปกติเอาไว้บ่งบอกได้เลยว่าผู้เล่นมีอิสระที่จะเล่นได้หลากหลายแนวทาง
ใช้เวลาแป๊บเดียวกลอนของทางร้านก็ถูกปลดล็อกออกเดินเข้ามาในตัวร้านกวาดสายตาดูไม่กี่ครั้งจักรพรรดิก็พบกับของที่้าแต่เขากลับคิดว่าทุกอย่างนั้น
“มันง่ายเกินไป....”จักรพรรดิพึมพำกับตัวเองพร้อมสำรวจดูรอบทิศทางอีกครั้งเผื่อว่าอาจจะมีกับดักหรืออะไรซ้อนอยู่จนตัดสินใจะโปีนขึ้นไปและเอามันลงมาจากที่แขวนโชว์
ตอนนั้นเองเขาก็เข้าใจทุกอย่าง หากมองไกลๆอาจจะเห็นเหมือนว่ามันนั้นคล้ายกันแต่จริงๆ แล้วเ้านี่ไม่ใช่ของที่พวกเขาอยากได้แม้แต่น้อยมันเป็แค่ของทำเลียนแบบเอาไว้ตั้งโชว์ล่อพวกโจรทั้งน้ำหนักและััของความหลงใหลจักรพรรดิยังคงจำถึงของสิ่งนั้นได้ดีแต่สิ่งนี้นั้นไม่แล้วมันอยู่ที่ไหนกัน?
เอ็นพีซีธรรมดาไม่น่าจะคิดกลยุทธ์ที่ซับซ้อนแบบนี้ได้ในขณะที่จักรพรรดิกำลังคิดถึงสิ่งที่พวกเขา้าจริงๆ อยู่นั้นเสียงที่คุ้นหูจักรพรรดิก็ได้ดังขึ้นมาจากตัวไมค์ที่อยู่ในอาคารพร้อมระบบเตือนภัยที่ดังลั่นเหมือนมันตั้งเอาไว้ให้ดังทันทีหลังจากของปลอมถูกหยิบออกมา
(หากในกรณีนี้มาถึงจริงๆ ก็แปลว่าผมมีงานยุ่งขึ้นมาอีกแล้วสินะนักผจญภัยที่หวังจะรวยทางลัดเอ้ยพวกคุณติดกับผมแล้ว...)
พอเสียงนั้นจบลงตอนนั้นเอง
“เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!! เพล้ง!!!” เ้าชุดเกราะ 5 ร่าง คนล่ะรูปลักษณ์ที่ถูกตั้งโชว์ไว้ก็ถึงกับทุบกระจกแล้วกระโจนออกมารายล้อมตัวจักรพรรดิไว้
สถานะของพวกมันนั้นจากกองไอเทมประดับห้องธรรมดากลายเป็มอนเตอร์ประเภทสายเวทที่มีชื่อว่า เกราะอารักษ์ ชั้นอัศวิน ระดับ 55 ทันที
ของที่จะมาเอาก็ไม่ได้แถมยังติดอยู่ในกับดักอีกความไว้วางใจคือภัยร้ายของมนุษย์ จะกล่าวแบบนี้ก็ไม่ผิด เขาคิดว่าเขารอบคอบแล้วแต่สุดท้ายในโลกนี้ก็ไม่มีคำว่าสมบูรณ์แบบที่แท้จริง
“ต้องโดนเรเกลียดแน่เลย...” จักรพรรดิยิ้มแห้งๆก่อนจะะโม้วนตัวหลบลูกศรที่ยิงออกมาจากหน้าไม้ของเ้าชุดเกราะร่างนึง
ไม่ทันได้พักหายใจเ้าชุดเกราะก็เวียนหน้าเข้ามาเล่นงานจักรพรรดิด้วยอาวุธที่ต่างกันไปในมือเขาแทบจะหาเวลาปลีกตัวมาเขียนข้อความส่งไปให้เรไม่ทันและแม้ถึงจะส่งได้สำเร็จทางเรกลับตอบกลับเขาด้วยข้อความที่ทำให้เขาคิดว่าเขาแพ้แล้วจริงๆแพ้ต่อคนวางแผนนี้ที่คิดจะจัดการคนร้ายที่หมายจะมาขโมยอัญมณีที่หมายตา
(โทษทีนะ รู้สึกว่ารอบๆ ตัวอาคารที่นายอยู่จะถูกลงอักขระที่ห้ามใช้ไอเทมหรือสกิลในการหลบหนี...นายต้องช่วยตัวเองแล้วล่ะ)
ทันทีที่เห็นข้อความเสียงหัวเราะก็ได้ผุดออกมาจากภายใต้ผ้าปิดปาก
“ฮึ ฮึ ฮึ น่าสนุกดีนี่...”
จักรพรรดิหลบการโจมตีของเหล่าชุดเกราะอย่างต่อเนื่องที่ผลัดกันเข้ามาเล่นงานเขาจนด้านในร้านเริ่มเละเทะพอตัวกับดักเริ่มทำงานเหล่าเอ็นพีซีที่เคยไล่ตามเบ็นก็ได้กลับมาทำงานหลักของตัวเองอีกยิ่งช้าการหลบหนีของจักรพรรดิจะยิ่งยากขึ้นเป็เท่าทวีคูณ
ของก็ไม่ได้ยังมาติดกับดักชีวิตก็มีแค่ชีวิตเดียวเขาไม่ยอมให้การเล่นเกมที่เพิ่งจะเริ่มสนุกของเขามาจบลงเพียงเท่านี้แน่นอน
จักรพรรดิหยิบพัดที่เหน็บไว้ที่เอวมาถือไว้ในมือหน้ากากจักรพรรดิเหยี่ยวขาวนำออกมาสวมสกิลชั้นทหารที่ฝึกฝนมาพร้อมกับสกิลการจำได้เริ่มถูกใช้ออกมาทีล่ะสกิลยกเว้นสกิลลมหายใจผู้ตายเพราะเ้าชุดเกราะพวกนี้มีสกิลตรวจจับทุกร่าง
1 ใน 3 สกิลชั้นทหารได้ถูกใช้ออกมา
ปราชญ์วิเคราะห์ สามารถวิเคราะห์สิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวในระยะสายตาได้เหมือนกางแผนที่ในหัว
ในเวลานี้จักรพรรดิเหมือนมีดวงตาที่ 3 ลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะทำให้เขาเห็นภาพรอบทิศทางพอมาบวกกับหน้ากากที่เพิ่มค่าสายตาเขาก็ยิ่งเห็นเส้นทางและการเคลื่อนไหวของเ้าพวกชุดเกราะชัดเจนขึ้นการเคลื่อนไหวของเขาจึงเปลี่ยนจากแค่การหลบเฉยๆ มุ่งสู่การทำอย่างมีเป้าหมาย
จักรพรรดิค่อยๆเคลื่อนผ่านเ้าชุดเกราะร่างต่อร่างเพื่อคิดจะหลุดจากวงล้อมขณะนั้นเขาก็ใช้สกิลที่2 ต่อ
เสียงปราชญ์