หลังเที่ยงคืน บรรยากาศรอบห้องเช่าซอมซ่อขนาดเล็กเงียบสงัด รินทอดกายลงนอนบนฟูกหนานุ่มอย่างเหนื่อยล้าหยิบโทรศัพท์มือถือต่อสายตรงหา ‘กานต์’ พี่ชายที่อยู่กรุงเทพฯ ทันทีเมื่อปลายสายรับด้วยน้ำเสียงทุ้มอบอุ่นอันคุ้นเคย เขื่อนน้ำตาที่เด็กสาวกักเก็บไว้ตลอดทั้งคืนก็พังทลายลงทันที
"ฮึก... พี่กานต์... รินโดนลูกค้าลวนลามอีกแล้วค่ะ" รินสะอื้นไห้เสียงสั่นเครือพรั่งพรูเหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ ให้พี่ชายฟังหมดเปลือก
"รินกลัวมากเลยพี่กานต์ถ้าวันนี้รินหลบไม่ทัน... รินคง..."
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง กานต์ที่กำลังยืนรับลมอยู่บนระเบียงห้องพักหลังจากกลับจากบาร์โฮสกำหมัดแน่นจนเส้นเืปูด ใบหน้าคมเข้มฉายแววเ็ปและแค้นใจที่ไม่สามารถปกป้องน้องสาวได้ในยามนี้แต่เขาต้องสะกดอารมณ์ไว้เพื่อเป็ที่พึ่งให้เธอ
"ริน... ฟังพี่นะ" กานต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแสนอบอุ่นหวังจะช่วยเยียวยาหัวใจให้ริน
"พี่ขอโทษที่ปล่อยให้รินต้องไปเผชิญเื่ทุเรศๆ แบบนั้นคนเดียว แต่อดทนอีกนิดนะริน... พี่ขอเวลาอีกไม่นานตอนนี้พี่ทำงานเก็บเงินได้โขแล้ว ตราบใดที่พี่มีเงินมากพอ พี่จะไปเซ้งตึกเปิดร้านกาแฟ ตามความฝันของเรา ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ พี่จะรีบขึ้นไปรับรินมาอยู่กรุงเทพฯด้วยกันทันที เราจะได้ไม่ต้องไปรองรับอารมณ์ขี้เมาของใครอีก"
"ค่ะ พี่กานต์ รินจะอดทน รินอยากไปอยู่กับพี่กานต์เร็ว ๆ "รินปาดน้ำตา รู้สึกอุ่นวาบในหัวใจขึ้นมาทันทีเมื่อมีเป้าหมายของพี่ชายคอยค้ำจุน
"ระวังตัวดีๆ นะริน ถ้าเห็นท่าไม่ดีให้รีบวิ่งหนีออกมาก่อนเลย อย่างอื่นช่างมัน...ชีวิตและความปลอดภัยของน้องสาวพี่สำคัญที่สุด" กานต์ย้ำเตือนด้วยความรักก่อนจะวางสายไป
รินวางโทรศัพท์ลงข้างกาย สูดหายใจเข้าลึกๆความกลัวเริ่มทุเลาลงเพราะคำปลอบประโลมอันแสนอบอุ่นของพี่ชายเด็กสาวหลับตาลงกอดเก็บความหวังไว้ในใจ โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่าเหตุการณ์เฉียดฉิวในค่ำคืนนี้คือฟางเส้นสุดท้าย และในวันรุ่งขึ้น...การปรากฏตัวของหนุ่มใหญ่ผู้อ้างว้างอย่าง ‘ธนัท’ ที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาร้านอาหารแห่งนี้ จะเข้ามาเป็ผู้อุปถัมภ์และฮีโร่ขี่ม้าขาวช่วยปกป้องเธอจากคนเมาจนตัวเองได้รับาเ็นำพาชีวิตของสาวน้อยเด็กเสิร์ฟคนนี้ไปสู่บทเรียนรักที่นุ่มนวลและซาบซึ้งใจในที่สุด
++++++++++
สายลมหนาวของค่ำคืนในจังหวัดเชียงใหม่ไม่ได้ช่วยให้หัวใจของ‘ธนัท’ อบอุ่นขึ้นเลย หนุ่มใหญ่วัย 48ปี ที่เพิ่งสูญเสียภรรยาคู่ชีวิตไปเมื่อสามเดือนก่อนยังคงมีความโศกเศร้าและความเงียบเหงาผลักดันให้เขาตัดสินใจเดินทางมาพักผ่อนที่ภาคเหนือเพื่อหลบหนีจากความทรงจำอันเ็ป
เขานั่งจมดิ่งอยู่กับความหลังในร้านอาหารกึ่งบาร์สไตล์พื้นเมืองจนกระทั่งร้านปิดโดยมี ‘ริน’ สาวน้อยวัย 19 ปีคอยเดินมาเสิร์ฟเครื่องดื่มและเช็ดโต๊ะอยู่ใกล้ๆ แม้ไม่ได้พูดคุยกันสักคำแต่สายตาเศร้าสร้อยของธนัทก็อยู่ในสายตาของเด็กสาวตลอดเวลา จนกระทั่งร้านปิด ธนัทเดินออกจากร้านมุ่งหน้ากลับโฮมสเตย์ แต่เดินไปได้ไม่ไกล เขาก็ล้วงกระเป๋าแล้วพบว่าลืมโทรศัพท์มือถือไว้ที่โต๊ะ จึงต้องหมุนตัวเดินกลับมาทางเดิม
แต่แล้วในซอยมืดข้างร้านอาหาร ธนัทกลับได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังบ้างแ่เบาบ้างน่าสงสัย เมื่อเพ่งมองซอยเปลี่ยวข้างทาง เขาเห็นรินในชุดพนักงานกำลังถูกชายขี้เมาสองคนยื้อยุดฉุดกระชากลวนลาม หนึ่งในนั้นใช้มืออุดปากของหญิงสาวอยู่ในขณะที่เ้าหล่อนดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง สัญชาตญาณทำให้หนุ่มใหญ่พุ่งตัวเข้าไปกระชากคนเมาออกมาทันที เกิดการปะทะกันอย่างชุลมุน แม้จะหนึ่งต่อสอง ธนัทอาศัยรูปร่างที่สูงใหญ่กว่าคว่ำพวกมันลงได้ แต่เขาก็พลาดท่าถูกต่อยเข้าที่มุมปากและแก้มจนแตกช้ำ เืไหลซึมออกมาก่อนที่พวกคนเมาจะรีบวิ่งหนีไป
"คุณ! คุณเป็อะไรไหมคะ? เืออกใหญ่แล้ว" รินวิ่งเข้ามาประคองแขนธนัทด้วยความตื่นตระหนกร่างกายของเธอยังคงสั่นเทาจากความกลัว
"ฉันไม่เป็ไร... เธอเจ็บตรงไหนหรือเปล่า" ธนัทถามเสียงทุ้มแม้จะเจ็บแผลแต่ความห่วงใยในแววตากลับเด่นชัด
"หนูไม่เป็ไรค่ะ บ้านหนูอยู่ถัดไปสองซอยนี้เองไปทำแผลที่บ้านหนูก่อนนะคะ"
“ไม่เป็ไรครับ”
“ไปเถอะค่ะ ถือว่าหนูขอร้อง” หญิงสาวยืนยันหนักแน่นหวังตอบแทนความมีน้ำใจของเขา
++++++++++