Bad skil

    บทที่ 7

     
    “ นายว่ายังไงนะ ! ” ลอเรียลถามย้ำด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แม้จะได้ยินอยู่เต็มสองรูหูก็ตาม เพราะเธอและบาโรลท์นั้นเป็นพวกอับโชคมากถึงมากที่สุด
    “ ห้องสมบัติ ! พวกเราเจอห้องสมบัติ ! ” บาโรลท์เองก็มีน้ำเสียงตื่นเต้นไม่แพ้กัน ส่วนเอมอสนั้นไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะเขาไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่
    “ กรี๊ดดด ! ไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้ยินคำนี้ ” ลอเรียลกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ น้อยครั้งมากที่จะเจอห้องสมบัติภายในดันเจี้ยนระดับต่ำแบบนี้ ตั้งแต่เธอและบาโรลท์มาเป็นนักผจญภัยได้ 7 เดือน พวกเธอไม่เคยเจอห้องสมบัติเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ดูเหมือนเธอจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงสงบสติอารมณ์และกล่าวว่า 
    “ ถ้าลูกสมุนเฝ้าหน้าห้องสมบัติที่มันควบคุมมีจำนวนมากขนาดนี้ ตัวหัวหน้ามันคงไม่ธรรมดา ” ลอเรียลเอ่ยด้วยน้ำเสียงวิตกกังวล แม้ใจจะอยากได้สมบัติมากแค่ไหนเแต่เรื่องความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ 
    “ นั่นสินะ เอมอสนายยังไหวอยู่ไหม ” บาโรลท์เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เขาเห็นว่าเอมอสนั้นใช้มานาไปค่อนข้างเยอะกับการล่อก็อบลินออกมา 
    “ ห่วงลอเรียลดีกว่า ฉันยังไม่ได้รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิด ” เอมอสตอบด้วยท่าทางสบายๆ เขาในตอนนี้รู้สึกเฉยๆไม่ได้มีอาการเหนื่อยล้าอะไร แต่ลอเรียอาการน่าเป็นห่วงมากกว่า เพราะนิ้วและข้อมือของเธอนั้น ล้าไปพอสมควรแล้ว
    “ ไม่ต้องเป็นห่วง ได้ฮีลลิ่งของนายบวกกับน้ำยาฟื้นฟูพลัง ตอนนี้เริ่มไม่รู้สึกอะไรแล้วหละ ” ลอเรียลเอ่ย
    “ ถ้างั้นพักวางแผนกันก่อนดีไหม ” เอมอสเสนอ
    “ ก็ดีนะ ยังไงตอนนี้พวกเราก็ปลอดภัยแล้ว ถ้าไม่เปิดประตูห้องสมบัติเข้าไปยังไงมันก็ไม่ออกมา ” ลอเรียลเห็นด้วย เอมอสเห็นดังนั้นจึงหยิบเสบียงออกมาจากกระเป๋าเล็กๆ ที่ไม่น่ายัดอะไรเข้าไปได้มากมายนัก 
    “ นายนี่ครบครันจริงๆ ” ลอเรียลกล่าว เมื่อเห็นว่าเอมอสมีกระเป๋ามิติที่สามารถเก็บของได้หลากหลายอย่าง และมันจะถูกจัดระเบียบอย่างชัดเจนไม่เละเทะ แถมยังถนอมอาหารได้นานอีกด้วย แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่แสนแพง 
    “ ของพ่อฉันน่ะ นี่ของนาย ” เอมอสกล่าวพลางยื่นข้าวผัดร้อนๆจานยักษ์ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นจนบาโรลท์น้ำลายสอออกมา 
    “ ส่วนนี่ของเธอ ” เอมอสยื่นสลัดผักให้กับลอเรียล
    “ นายไปซื้อมาตอนไหนกันเนี่ย ” ลอเรียลเอ่ยถามด้วยความสงสัย
    “ ฉันทำเองตอนอยู่บนรถม้าไง ตอนนั้นเธอน่าจะยังหลับอยู่ ลองชิมดูสิ ” เอมอสเอ่ย พลางตักอาหารของตัวเองเข้าปาก 
    “ สุดยอดเลย เอมอส ! ฉันไม่เคยกินข้าวผัดที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อน ! ตัวของไข่เข้ากันกับข้าว แถมเนื้อสัตว์ยังไม่ไปทำลายความหอมของตัวข้าวกับไข่อีก ” บาโรลท์เอ่ยชมออกมาอย่างใจจริง เขาตักข้าวเข้าปากอย่างช้าๆ เพราะกลัวอาหารที่สุดแสนจะเอร็ดอร่อยนี้จะหมดไป 
    “ อร่อยจัง ! นายทำน้ำสลัดแบบนี้ออกมาได้ยังไงกัน มันลงตัวและเข้ากันกับผักได้เป็นอย่างดีไม่หวานไม่เปรี้ยวจนเกินไป ทำให้รักษารสชาติของผักได้เป็นอย่างดี ” ลอเรียลเอ่ยด้วยดวงตาเป็นประกาย ปกติเธอจะกินแต่สลัดผักและเมนูอาหารที่ทำจากผัก นานๆครั้งถึงจะกินเนื้อสัตว์ แต่น้ำสลัดของเอมอสนั้นอร่อยจนเธอยากที่จะบรรยายมันออกมา
    “ พวกนายชอบ ฉันก็ดีใจ ” เอมอสเอ่ยพลางยิ้มออกมา จนลอเรียลนั้นยังนิ่งไปเล็กน้อยเพราะตอนที่เอมอสยิ้มนั้นเขาดูมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก รอยยิ้มของเขาทำให้ขับใบหน้าที่หล่อเหลาเด่นชัดขึ้นมา 
     
    หลังจากท้องของพวกเขาย่อยเป็นที่เรียบร้อย ก็พากันมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูรูปทรงโบราณบานมหึมา
    “ ฉันเปิดละนะ ” บาโรลท์เอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าทุกคนพยักหน้าเป็นคำตอบ เขาก็ใช้แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามขนาดใหญ่พลักประตูออกไปอย่างช้าๆ ด้วยขนาดของประตูทำให้บาโรลท์ต้องออกเเรงเกร็งกล้ามเนื้อจนเส้นเลือดปูดโปน 
       เสียงเอี๊ยดอ๊าดแสดงถึงความฝืดของประตูดังจนเเสบแก้วหู พอบาโรลท์เปิดประตูไปจนสุดก็พบว่าภายในนั้นเป็นห้องโถงโออ่าขนาดใหญ่ เสาแต่ละต้นล้วนทำมาจากทองคำประดับประดาไปด้วยเพรชนินจินดามากมาย ด้านในสุดมีกองหินเวทยมนต์ระดับต่ำกองอยู่เป็นภูเขาขนาดเล็ก
      ทันทีที่ลอเรียลและบาโรลท์เห็นกองสมบัติ พวกเขาก็ทำตาโตเท่ากับใข่ห่าน เเววตาของทั้งสองคนนั้นทอประกายเจิดจ้า แต่ดูเหมือนพวกเขาจะลืมอะไรบางอย่างไป พวกเขาก้าวเท้าออกไปโดยไม่รอ
    “ เดี๊ยวก่อน ! ” เอมอสเอ่ยเรียกสติ แม้ว่าเขาจะไม่มีประสบการณ์เรื่องของดันเจี้ยน แต่ทุกสิ่งอย่างมันดูง่ายเกินไป 
    ฟิ้ว ! ฟิ้ว !
     พูดยังไม่ทันขาดคำ หอกอันแหลมคมก็พุ่งเข้าหาบาโรลท์และลอเรียลอย่างรวดเร็วด้วยความที่ไม่ทันตั้งตัวของทั้งคู่ ทำให้ไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าได้ทัน 
    “ ไฟร์บอล ! ไฟร์บอล ! ” เอมอสใช้ทักษะตอบสนองได้อย่างว่องไว โชคดีที่เขาคอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา 
    “ เกือบไปแล้วไหมหล่ะ ขอบใจมากเอมอส ” บาโรลท์เอ่ยพลางปาดเหงื่อ ถ้าไม่ได้เอมอสช่วยไว้หัวของเขาได้หลุดออกจากบ่าแน่นอน 
    “ ขอโทษทีเอมอส ถ้าไม่ได้นายฉันไปเกิดใหม่พร้อมกับตาทึ่มนี่แน่ ” ลอเรียลถอนหายใจอย่างโล่งอก 
    “ เจ้าตัวนี้มันฉลาดใช่ย่อย รู้จักวางกับดักซะด้วย ” บาโรลท์ตอนนี้เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้เป็นที่เรียบร้อย เขาถือดาบและโล่ขนาดใหญ่ที่เหมาะสมกับร่างกายอันใหญ่โตของเขา 
    “ มาแล้ว ! " ลอเรียลตะโกนบอก
      เมื่อเห็นร่างของก็อบลินตัวสีเขียว แต่ขนาดมันแตกต่างกับตัวที่ผ่านๆมาลิบลับ มันมีขนาดที่ใหญ่โตพอๆกับบาโรลท์ ก็อบลินเปิดฉากพุ่งเข้าโจมตีบาโรลท์อย่างรุนแรง แต่บาโรลท์ก็สวนกลับด้วยการใช้โล่กระแทกกลับไป 
    ฟิ้ว ! 
     ลอเรียลปล่อยคันธนูออกไปอย่างรวดเร็ว ลูกธนูพุ่งเข้าหาร่างก็อบลินอย่างแม่นยำ แต่มันไม่เหมือนกับก็อบลินเฝ้ายามก่อนหน้านี้ มันเพียงโยกตัวหลบเล็กน้อย ก็สามารถหลบลูกธนูของลอเรียลได้อย่างง่ายดาย
    “ ชาร์จ แอ็คแท็ค ! ”
      ทันทีที่บาโรลท์ใช้ทักษะเวทย์ ตัวของเขาก็พุ่งออกไปดุจวิหคและฟันดาบออกไปอย่างรุนแรง ทว่าก็อบลินกลับไม่ปะทะกับเขาตรงๆ มันพุ่งตัวหลบไปด้านข้างอย่างว่องไว แต่ด้วยทักษะของบาโรลท์นั้นเหมือนกับการดับเครื่องชน ทำให้เขาไม่สามารถหยุดสภาะวะการพุ่งไปได้ ทำให้เข้าชนเสาทองคำเข้าไปเต็มๆ 
    ตู้ม ! 
    “ ระวังด้วยเอมอส ! มันฉลาดมาก ” ลอเรียลเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง เธอไม่คิดว่าดันเจี้ยนระดับต่ำจะเจอกับก็อบลินที่มีความสามารถมากขนาดนี้ 
    ฟิ้ว ! ฟิ้ว ! ฟิ้ว !
    ลอเรียลง้างคันธนูยิงออกไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อซื้อเวลาให้บาโรลท์ลุกขึ้นก่อนที่มันจะไปโจมตีเขาซ้ำ และดูเหมือนจะได้ผลมันพุ่งเป้ามาที่ลอเรียลแทน มันวิ่งเข้าหาลอเรียลด้วยความเร็วจนเธอนั้นยังตกใจ แต่เธอก็ไม่ใช่นักธนูธรรมดาเธอใช้วิธีถอยไปยิงสวนออกไปอย่างต่อเนื่อง จนก็อบลินไม่สามารถเข้าหาเธอได้ดั่งใจ 
    “ ไฟร์บอล ! ไฟร์บอล ! ” เอมอสที่เห็นช่องว่างจึงใช้เวทย์โจมตีออกไปอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เพื่อขัดจังหวะไม่ให้ถึงตัวของลอเรียลได้โดยง่าย 
    “ ฮีลลิ่ง ! " เอมอสร่ายเวทย์รักษาให้บาโรลท์ทันทีที่เข้าลุกขึ้นมาได้ 
    “ สวิทซ์ ! " บาโรลท์ตะโกนบอกลอเรียล เขาพุ่งเข้าไปเปลี่ยนตำแหน่งเป็นตัวล่อแทนลอเรียล 
    “ ฮีลลิ่ง ! " เอมอสใช้ทักษะฟื้นฟูให้กับลอเรียลแม้จะไม่ให้ผลที่ดีมากมายนัก แต่ก็ยังดีกว่าไม่ใช้เลย 
    “ ไฟร์บอล ! ไฟร์บอล ! ”
      เอมอสที่เริ่มจับจังหวะของบาโรลท์ได้เขาก็โจมตีเสริมโดยไม่รีรอ แม้ว่าเวทมนต์ของเขาจะไม่สามารถทำอะไรมันได้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้มันเสียจังหวะ และหลบหลีกการโจมตีได้ไม่ดีเท่าในตอนแรก
    “ เอมอส ! สวิทซ์กับฉันที คอยโจมตีช่วยหมอนั่นแทนฉันหน่อย ฉันขอเวลาร่ายเวทย์ 1 นาที ” ลอเรียลเห็นว่าเอมอสสามารถจับจังหวะบาโรลท์ได้ จึงขอให้มาแทนที่ตำแหน่งโจมตีแทนเธอ 
    “ ได้ ! ” เอมอสกล่าวจบ ก็พุ่งเข้าไปไกล้กว่าเดิมเล็กน้อยและเริ่มร่ายเวทย์อย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพักทันที
    “ ไฟร์บอล ! ไฟร์บอล ! ไฟร์บอล ! ”
    “ เอาอีกเอมอส ! มันเสียสมาธิแล้ว ” บาโรลท์ตะโกนบอก พร้อมกับถือโล่กระแทกเข้าไปที่ตัวมันอย่างรุนแรง 
      แต่ทันใดนั้น ก็อบลินก็ทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมันคำรามออกอย่างเกรี้ยวกราด พร้อมกับง้างกระบองขนาดใหญ่และโจมตีใส่โล่ของบาโรลท์ออกไปอย่างหนักหน่วง จนมีเสียงเเตกร้าวดังลั่นพร้อมกับร่างของบาโรลท์ที่กระเด็นออกไป 
    “ บาโรลท์ ! ” เอมอสตะโกนออกมาอย่างเป็นห่วง เเต่เขาไม่มีเวลาให้ห่วงมากนัก เพราะเป้าหมายหลักของก็อบลินในตอนนี้คือเขา มันพุ่งเข้าหาเอมอสอย่างบ้าคลั่ง 
     ในจังหวะนั้นเองเอมอสก็ใช้ทักษะเวทย์ที่พึ่งได้มาไหม่ 
    “ สปีดอัพ ! ”
        เอมอสพึ่งนึกขึ้นได้ว่ามีทักษะนี้ เขาร่ายเวทย์เพิ่มความเร็วกับตัวเอง พร้อมกับฉีกถอยออกไปด้านหลังและโจมตีสวนออกไปอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยความต่างชั้นของระดับทักษะบวกกับก็อบลินนั้นมีผิวหนังที่ทนทานต่อเวทมนต์ ทำให้ไม่สามารถฝากรอยแผลให้มันได้แม้เพียงนิด เอมอสเคลื่อนที่หลบหลีกจนเข้ามาในระยะที่ไกล้กับบาโรลท์ บาโรลท์ที่กำลังสะบัดหัวไหล่ความมึนงง บาโรลท์นั้นได้รับบาดเจ็บหนักพอสมควร แต่โชคดีที่เขามีร่างกายอันเเข็งแกร่งผิดมนุษย์มนา
    “ ฮีลลิ่ง ! ” 
    “ สวิทซ์ ! ” เสียงของลอเรียลดังขึ้นจากด้านหลัง เอมอสพุ่งตัวหลบไปด้านข้างทันที เพราะเขาสัมผัสได้ถึงการหน่วงพลังเวทย์อันรุนแรงเอาไว้
    “ ชาร์จ แอร์โรว์ ! ”
      ลูกธนูที่ห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิงสีเขียวอ่อน ถูกปล่อยจากคันธนูอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้ก็อบลินที่กำลังจะฟาดกระบองใส่เอมอส โดนลูกธนูเข้าไปอย่างจัง 
    ตู้ม ! 
     ร่างของก็อบลินกระเด็นออกไปไกลหลายสิบเมตร มันกลิ้งไปกับพื้นราวกับลูกข่าง แต่การโจมตีของลอเรียลยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น 
    “ ฟรอส แอร์โรว์ ! ”
    ฉึก !
      ลูกธนูที่ห้อหุ่มไปด้วกลิ่นอายแห่งความเย็นยะเยือก พุ่งเข้าไปที่กลางหัวเข่าของก็อบลินเข้าอย่างจัง ทำให้มันร้องคำรามออกมาอย่างเจ็บปวด 
    “ พอไหวไหม บาโรลท์ ” ลอเรียลวิ่งเข้ามายืนคุ้มกันเอมอสและบาโรลท์
    “ ฉันไหวน่า ” บาโรลท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เซื่องซึมเล็กน้อย แต่พวกเขาไม่มีเวลามาสนใจในตอนนี้มากนัก เพราะศัตรูตรงหน้ายังไม่สิ้นฤิทธิ์ มันวิ่งเข้าหาพวกเขาด้วยแววตาสีแดงฉานแสดงให้เห็นว่า มันกำลังโกรธถึงขีดสุด 
    “ ฮีลลิ่ง ! ฮีลลิ่ง ! ” 
    “ สปีดอัพ ! สปีดอัพ ! ” 
    “ ทำตามรูปแบบเดิม ตอนนี้มันเคลื่อนที่ได้ช้าลงมาก พวกเราคงจัดการมันได้ไม่ยากแล้ว ” ลอเรียลกล่าวจบ ก็ถอยออกไปยืนอยู่ด้านหลังสลับตำแหน่งกับบาโรลท์ 
    “ ไฟร์บอล ! ไฟร์บอล ! ”
       ในตอนนี้เอมอสเริ่มชินกับการเคลื่อนไหวของบาโรลท์และลอเรียลขึ้นมาก ทำให้เขาสวนการโจมตีประสานเข้ากับลูกธนูของลอเรียลได้อย่างงดงาม ทำให้ลูกธนูของลอเรียลเพิ่มความรุนแรงเป็นทวีคูณ 
      ลอเรียลที่เห็นดังนั้นก็แอบชื่นชมเขาในใจไม่คิดว่าการลงดันเจี้ยนด้วยกันเพียงสองครั้ง เอมอสจะจับจังหวะและเข้าขากับพวกเธอได้ขนาดนี้ 
      บาโรลท์โยนโล่ที่มีรอยแตกร้าวของเขาทิ้ง และจับดาบไว้ในมือมั่นก่อนจะพุ่งเข้าไปปักเข้าที่แผลเดิมตรงหัวเข่าของมันอย่างสุดแรง จนก็อบลินร้องครวญครางออกมาอย่างเจ็บปวด แต่การโจมตีไม่หยุดเพียงแค่นั้น ลูกธนูที่ห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิงหลายสิบดอก พุ่งปักเข้าที่กลางลำตัวและตามส่วนต่างๆของมันอย่างรุนแรง จนมันไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้อีก 
    “ ตายซะ ! ” บาโรลท์สะบั้นดาบไปที่ลำคอของก็อบลินราวกับกำลังโกรธแค้น
    – ---------- ------------
    ไม่ค้างกันแล้วน้าาา