“หนีพ้นหรือไม่อีกเดี๋ยวเ้าก็จะรู้เอง”หลู่จื่อเทาพร้อมคนของเขาพุ่งกระบี่เข้าใส่มู่หยางจินกับซ่งเสวี่ยนลู่พร้อมกันทั้งสองเบี่ยงตัวหลบออกคนละฝั่งแล้วฟันเข้าที่แขนคนสนิทของหลู่จื่อเทาสองคน ในขณะเดียวกันพวกเขาเองก็โดนคมกระบี่บาดลงที่สีข้างและแผ่นหลังอีกคนละแผลถึงจะเ็ปแต่พวกเขาถอยไม่ได้ การยอมแพ้ก็เท่ากับตาย คนทั้งหกกวัดแกว่งดาบและกระบี่เข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือดและด้วยพละกำลังของคนที่หนุ่มกว่า มู่หยางจินก็ฟันเข้าที่หน้าของหลู่จื่อเทาจนทำให้ดวงตาด้านซ้ายของเขาาเ็ขณะที่คนสนิทของหลู่จื่อเทาก็ได้รับาเ็หนักเช่นกัน
“ท่านอ๋อง!คุ้มกันท่านอ๋อง! ข้าจะรั้งพวกมันไว้เอง พวกเ้ารีบพาท่านอ๋องหนีไป”คนสนิทคนหนึ่งของหลู่จื่อเทาเข้ามาขวางทางพวกเขาเอาไว้มันล้มตัวลงและกอดขาพวกเขาเอาไว้แน่น ขณะนั้นเองซ่งเสวี่ยนลู่ก็ง้างดาบฟันคนผู้นั้นเข้าถึงสามแผลเขาจึงสิ้นใจ
มู่หยางจินเร่งฝีเท้าวิ่งตามหลู่จื่อเทาที่าเ็หนักแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เขายืนมองเรือของพวกมันแล่นออกไปทางทิศเหนือข้างหน้าคือเมืองชิงฉาง มู่หยางจิน ทรุดกายลงอย่างเหนื่อยหอบเขาเองก็าเ็หนักเช่นกัน
“ท่านอ๋องน้อยเป็อย่างไรบ้าง” เสียงของท่านอาจารย์ดึงสติของมู่หยางจินที่จดจ่ออยู่กับเรือลำเล็กที่แล่นห่างออกไปไกลให้กลับมาสนใจสิ่งรอบข้างอีกครั้ง
“อีกนิดเดียวท่านอาจารย์อีกนิดเดียว” มู่หยางจินใช้ดาบค้ำยันกายแล้วลุกขึ้นเดินทิ้งความล้มเหลวไว้เื้ัแล้วเร่งเดินทางกลับค่าย
ห้องทรงอักษร
“ยังมาไม่ถึงอีกหรือเยี่ยนชาง”มู่หยางหย่งเล่อพูดกับองครักษ์คนสนิทขณะกำลังอ่านฎีกางานราชกิจตอนนี้มากมายจนเขาไม่สามารถปลีกตัวไปไหนได้เลย
“ผ่านเข้ากำแพงเมืองมาแล้วพ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
“บอกมู่หยางจินให้มาหาเราทันทีคนอื่นให้กลับไปพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยมาเข้าเฝ้าโดยเฉพาะท่านอาจารย์บอกให้กลับจวนไปเสีย ไม่ต้องมาห้ามศึก”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าา” ซ่งเยี่ยนชางอมยิ้มกับคำพูดของฮ่องเต้ที่บอกเป็นัยๆว่าจะเอาเื่ท่านอ๋องน้อยแต่เขาที่เป็ทั้งสหายและคนสนิทรู้ดีว่าที่ฮ่องเต้พูดอย่างนี้ ก็เพียงแค่อยากคุยกับน้องชายเพียงลำพังและอยากให้เหล่าทหารผู้ติดตามของท่านอ๋องน้อยได้พักผ่อนจากการเดินทางเท่านั้น
“อย่าเพิ่งไปบอกคนให้ตามหมอหลวงมาด้วย”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าา” ฮ่องเต้มองตามซ่งเยี่ยนชางเดินออกจากห้องไปแล้วจึงหยิบแท่งไม้ที่ภายในบรรจุม้วนกระดาษขึ้นมาคลี่อ่านข้อความด้านในที่มู่หยางจินส่งมาให้เมื่อครั้งล่าสุด
ข้าพบคนที่ท่านพี่้าแล้วอีกไม่นานข้าจะกลับไป’
“จะล้มเหลวผิดหวังบ้างจะเป็อะไรไปจินเอ๋อร์เมื่อไหร่เ้าจะเรียนรู้ที่จะยอมรับความผิดหวังซะที” ฮ่องเต้ม้วนกระดาษแล้วสอดเข้าเก็บในแท่งไม้ดังเดิมการตามหาหลู่จื่อเทาไม่ง่ายเลย หลายปีนี้เขาก็ส่งคนออกไปตามสืบแต่ก็คว้าน้ำเหลวกลับมาทุกครั้ง ความล้มเหลวและผิดหวังนั้นเขาเข้าใจดีฮ่องเต้นั่งคิดถึง่เวลาที่พระองค์ยืดเมืองหลวงกลับมาได้แล้ว ตอนนั้นมู่หยางจินกำลังเติบโตและกำลังฝึกซ้อมฟันดาบ มือของน้องชายกำดาบแน่นสายตาที่มองมาที่พี่ชายอย่างพระองค์นั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังเมื่อได้ยินพี่ชายบอกว่าจะไม่ยอมให้ออกไปตามหาหลู่จื่อเทามู่หยางจินไม่ได้ประท้วงด้วยการอดอาหาร หรือประท้วงด้วยการไม่พูดคุยแต่เขาทำเพียงฝึกฝนและฝึกหนักอย่างจริงจังพี่ชายที่กลัวว่าน้องชายจะล้มป่วยจึงทำได้เพียงให้เหล่าคนสนิทดูแลเขาอย่างใกล้ชิดและให้หมอหลวงจัดหายามาบำรุงร่างกายให้เขาสิ่งที่เปลี่ยนคือความดื้อดึงหัวรั้นไม่ยอมใครที่ยิ่งทวีเพิ่มขึ้นไม่ต้องพูดถึงความคิดที่ฉลาดหลักแหลมของมู่หยางจินเขาช่างคิดสรรหาวิธีการมาโน้มน้าวเปลี่ยนใจผู้อื่นได้อย่างง่ายดายและยิ่งพัฒนาขึ้นเรื่อยๆตอนเป็เด็กก็ดูน่ารักน่าเอ็นดูอยู่หรอกหากแต่พอเติบโตขึ้นมากลับดูเหมือนว่าจะเป็พวกเ้าเล่ห์เ้าแผนการอย่างไรอย่างนั้น
“ท่านอ๋องน้อยมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะฝ่าา” ซ่งเยี่ยนชางเดินนำอ๋องน้อยมู่หยางจินที่อยู่ในชุดเกราะนักรบอย่างสง่าผ่าเผยเข้ามาในห้องคนทั้งคู่ทำความเคารพฮ่องเต้ที่นั่งอ่านฎีกาอยู่พระองค์ทำเพียงชำเลืองมองเล็กน้อยและทำเป็ไม่สนใจผู้มาถึงแต่ในใจนั้นรู้สึกยินดีที่น้องชายกลับมาอย่างปลอดภัย
“ถวายบังคมฝ่าากระหม่อมกลับมาอย่างปลอดภัยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”มู่หยางจินทำความเคารพฮ่องเต้อีกครั้งหลังเห็นว่าพระองค์ทำเหมือนไม่สนใจเขา
“กว่าจะกลับมาได้นะท่านอ๋องเราส่งคนให้ไปตามทั้งเดือนก็ไม่ยอมกลับ เห็นคำพูดเราเป็ดั่งสายลมหรืออย่างไรที่พัดไปเข้าหูซ้ายของเ้าแล้วก็ทะลุออกไปยังหูขวา”
“กระหม่อมมิบังอาจคิดเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะความจริงคือกระหม่อมเพียงติดงานราชการ ไปปราบโจรครั้งนี้ช่างยาวนานเดินทางผ่านไปยังท้องที่ใดก็ล้วนมีโจรชุกชุม”
“โจรชุกชุมอย่างนั้นหรือแม่ทัพเซียวซีเหวินที่ไปปราบโจรกับเ้ากลับมาตั้งปีกว่าแล้วแล้วตัวเ้าเล่ามัวไปปราบโจรอยู่ที่ใด ต้าหยางอย่างนั้นหรือหรือว่าไม่ได้ข้ามไปเพราะมัวติดอยู่ที่เขาซานหลิน โจรที่นั่นคงตัวใหญ่น่าดูถึงทำให้ท่านอ๋องน้อยแห่งแคว้นหนิงต้องใช้เวลาติดตามนานเป็ปี พี่ถามเ้าหน่อยเถอะขอทหารไว้เพียงห้าร้อย ทหารห้าร้อยนายเพียงหยิบมือน้อยๆของเ้าเพียงพอให้ไปปราบโจรหรือ!” ฮ่องเต้พูดกับอ๋องน้อยอย่างมีอารมณ์เขาโกรธมากที่มู่หยางจินไม่ยอมเดินทางกลับมาพร้อมกับแม่ทัพเซียวซีเหวินแต่กลับขอกำลังทหารไว้เพียงห้าร้อยนายพร้อมกับจดหมายที่เขียนอักษรไว้เพียงว่า 'ขอไปปราบโจรไม่นานจะกลับ' ไม่นานของน้องชายตอนนี้กินเวลาไปถึงสามปี
“เพียงพอพ่ะย่ะค่ะระหว่างปราบโจร กระหม่อมก็ได้กำลังพลมาอีกมากกำลังพลเ่าั้กระหม่อมก็ส่งเื่แจ้งพระองค์ทั้งหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ”มู่หยางจินก้มหน้าตอบอย่างสำรวม กิริยานี้หากเป็คนอื่นมาเห็นก็คงคิดว่าท่านอ๋องน้อยคนนี้ช่างนอบน้อมยิ่งนักหากแต่พี่ชายอย่างมู่หยางหย่งเล่อเพียงชายตามองก็มองออกว่าเป็กิริยาที่แสร้งทำ
“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเื่เ้าบอกพี่ว่าจะไปไม่นาน แล้วเป็อย่างไร ก่อนไปสูงแค่หัวไหล่พี่ตอนนี้กลับมาตัวเ้าสูงกว่าพี่ชายคนนี้แล้วเ้าไม่รู้จักนับวันเวลาเลยหรือจินเอ๋อร์”ฮ่องเต้ยังคงนั่งมองท่าทางนอบน้อมจอมปลอมของน้องชายอย่างหมั่นไส้อยากจะรู้ว่าสามปีที่ไม่ได้พบกันน้องชายของพระองค์จะเปลี่ยนไปเพียงใด
“สามปีพ่ะย่ะค่ะแต่สามปีนี้ กระหม่อมก็ส่งข่าวบอกพระองค์ทุกเดือนว่ากระหม่อมปราบโจรอยู่ที่ใดเสด็จพี่ไม่สบายหรือพ่ะย่ะค่ะหรือทำงานหนักไปจึงลืมว่ากระหม่อมไปที่ใดเวลาใดมาบ้าง หมอหลวง ตามหมอมาเดี๋ยวนี้” เอาแล้วอย่างไรมู่หยางจินออกลายแล้ว เขาเก็บซ่อนอาการชอบแกล้งให้พี่ชายโกรธไม่ได้จริงๆ
“มู่หยางจิน!เ้า! ไอ้น้องเวร! กลับมาก็แช่งพี่ชายตัวเองถึงเพียงนี้เลยถ้าไม่เห็นแก่ท่านอาหญิง ข้าจะตีเ้า ตีให้ขาหักออกไปไหนไม่ได้อีกเลย”มู่หยางหย่งเล่อสลัดคราบฮ่องเต้ลงสวมบทบาทพี่ชายจอมเผด็จการทันทีเขาเดินออกมาชี้หน้าด่าน้องชายที่รักอย่างมีอารมณ์มีอย่างที่ไหนเพิ่งพบกันหน้ากันเพียงไม่นานกลับมาแช่งให้พี่ชายที่รักและห่วงใยน้องอย่างเขาเจ็บป่วย
“หมอหลวงมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ซ่งเยี่ยนชางที่เห็นสถานการณ์ภายในไม่ค่อยจะดีรีบเดินไปนำตัวหมอหลวงที่มาถึงตั้งนานแล้วให้รีบเข้ามาห้ามทัพ
“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าา ทรงประชวรที่ใดขอให้กระหม่อมตรวจดูหน่อยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”หมอหลวงที่รู้และได้ยินเหตุการณ์เพราะแอบฟังพร้อมกับเหล่าข้ารับใช้อยู่ที่หน้าห้องนานแล้วรีบเขามาขอตรวจดูอาการของฮ่องเต้ตามคำร้องหาของท่านอ๋องน้อยทันที
“ไม่ต้องมาจับเราไปดูไอ้เด็กบ้านั่น โดนฟันมากี่แผลก็ไม่รู้ รีบๆไปเลย”มู่หยางหย่งเล่อยกมือห้ามหมอหลวงไม่ให้มาดูอาการตนเองแต่กลับชี้ไปที่มู่หยางจินที่ยืนอมยิ้มอย่างมีความสุขที่ทำให้พี่ชายโมโหได้