กลิ่นคาวเืที่ลอยโชยมาจากพื้นถนนเบื้องล่างเริ่มเจือจางลงเมื่อสายลมระลอกใหม่พัดผ่าน ทว่ากลิ่นอายความตึงเครียดภายในตึกแถวไม้สองชั้นกลับยังคงหนาแน่นจนแทบหายใจมิสะดวก
กู่เจี้ยนหุนเดินขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงลั่น เอี๊ยดอ๊าด ทุกย่างก้าวช่างมั่นคงและไร้ซึ่งเสียงหอบหายใจ ดาบดำทมิฬถูกเก็บเข้าฝักไม้เนื้อแข็งอย่างมิดชิดซ่อนเร้นอยู่ใต้แขนเสื้อกว้าง แผงอกซูบตอบของเขาขยับขึ้นลงเป็จังหวะตามการหมุนเวียนของพลังลมปราณขั้นที่ 3 ที่กำลังสลักลึกเข้าสู่เนตรและชีพจรหลักอย่างทรงพลัง
ทันทีที่เขาผลักประตูห้องพักชั้นบนเข้าไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือสตรีสองนางที่ยืนรอคอยการกลับมาของเขาด้วยใจระทึก
เจ้ิอุ้มอาหยวนไว้ในอ้อมแขนอย่างแแ่ ั์ตาของนางฉายแววซับซ้อนอย่างลึกซึ้ง มีทั้งความเคารพยำเกรงและความหวาดหวั่นใจ สตรีที่เคยตราหน้าสามีว่าเป็คนขี้แพ้ไร้ค่าบัดนี้กลับรู้สึกราวกำลังเผชิญหน้ากับพญาัที่พรางกายในคราบมนุษย์ ขณะที่เสี่ยวหลินภรรยารองรีบถลันกายเข้ามาหา ดวงตาคู่สวยยังคงชุ่มด้วยหยาดน้ำตาแห่งความกังวลใจ
"ท่านพี่!" เสี่ยวหลินอุทานแ่เบา นางเอื้อมมืออันสั่นเทาหมายจะคว้าชายเสื้อของเขา ทว่าเมื่อประจักษ์เห็นรอยเืศัตรูที่สาดกระเซ็นติดอยู่ตรงปลายแขนเสื้อ ฝ่ามือของนางพลันชะงักค้างอยู่กลางอากาศ แววตาแปรเปลี่ยนเป็ความตื่นตระหนกหวาดกลัว "ท่าน... ท่านเข่นฆ่าคนตายกลางถนนใหญ่ถึงเพียงนี้ หอโอสถร้อยคุณธรรมและทางการย่อมต้องมิปล่อยพวกเราไว้เป็แน่"
กู่เจี้ยนหุนมองฝ่ามือที่ชะงักไปของเสี่ยวหลิน ก่อนจะสบตาคู่สวยนั้นด้วยแววตาเยือกเย็นตามสัญชาตญาณของจอมยุทธ์ผู้โดดเดี่ยว
‘นึกว่านางจักเชื่อมั่นในตัวข้ามากกว่านี้เสียอีก ที่แท้ก็ยังมองข้าด้วยความหวาดกลัวเหมือนคนอื่น ๆ’ เขาคิดในใจด้วยภาษาสมัยใหม่ ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในส่วนลึกของดวงจิตเดิมของอาเฉินสะท้อนขึ้นมาวูบหนึ่ง จนทำให้เขาเลือกที่จะเบือนหน้าหนีและเอ่ยน้ำเสียงเรียบชา
"หากข้ามิลงมือฆ่าพวกมัน พวกมันก็ย่อมฆ่าข้า และย้อนกลับมาหักคอพวกเ้ากับลูกอยู่ดี หรือเ้าปรารถนาอยากให้ข้านอนเป็ศพอยู่ข้างล่างนั่น"
คำพูดที่ห่างเหินและประโยคที่ดูคล้ายการประชดประชันนั้น เปรียบเสมือนลิ่มที่ตอกเข้ากลางใจของเสี่ยวหลิน ใบหน้าหวานซีดเผือดลงทันตา นางมิได้หมายความเช่นนั้นเลย นางเพียงแต่ห่วงใยในความปลอดภัยของเขาจนใจจะขาด ทว่าความนิ่งขรึมและวาจาเชือดเฉือนของสามีกลับทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกผลักไสออกไปให้ไกลห่าง เกิดเป็ความเข้าใจผิดและรอยร้าวเล็ก ๆ ท่ามกลางอุปสรรคที่ขัดใจขัดอารมณ์
เสี่ยวหลินก้มหน้าลง ตื้นตันลึกล้ำจนพูดไม่ออก หยาดน้ำตาเม็ดโตหยดแหมะลงบนหลังมือของตนเอง นางค่อย ๆ ถอยหลังกลับไปยืนเคียงข้างเจ้ิด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
เจ้ิประจักษ์เห็นบรรยากาศเริ่มอึดอัดตึงเครียด นางจึงส่งอาหยวนที่หลับสนิทให้เสี่ยวหลินอุ้มรับแทน ก่อนจะก้าวเดินเข้ามาหาชายหนุ่มช้า ๆ สายตาของสตรีผู้ผ่านโลกมามากกว่าจับจ้องไปที่ดวงหน้าซูบตอบของสามี นางมองเห็นความเหนื่อยล้าที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความทะนงตนนั้น เจ้ิขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นอายดินหลังฝนหลั่งจากตัวเขา นางมิได้เอ่ยคำติติงเื่การฆ่าฟันหักหาญ แต่มือเรียวที่กรำงานหนักกลับเอื้อมไปจับผ้าเช็ดหน้าผืนมนขยับขึ้นมาเช็ดคราบเืที่กระเด็นติดอยู่บนแก้มของกู่เจี้ยนหุนอย่างแ่เบายิ่ง
ภาษากายที่เต็มไปด้วยความภักดีและห่วงใยโดยไร้คำพูดของภรรยาเอก ทำให้หัวใจที่ด้านชาของอดีตเทพกระบี่สั่นไหวเล็กน้อย เขานิ่งอึ้งยอมปล่อยให้นางเช็ดรอยโลหิตออกจนหมดสิ้น
"ท่านพี่เหน็ดเหนื่อยมามากแล้ว เื่ราวในภายหน้าจะเป็อย่างไร ข้าและเสี่ยวหลินพร้อมจะแบกรับร่วมกับท่าน" เจ้ิเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเด็ดเดี่ยวเด็ดขาด แววตาของนางที่ประสานกับเขาสื่อความหมายลึกซึ้งว่านางเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างหมดหัวใจ
กู่เจี้ยนหุนถอนหายใจออกมาเบา ๆ กระแสความตึงเครียดในอกเริ่มผ่อนคลายลง เขาปรายตาไปมองเสี่ยวหลินที่ยังคงยืนก้มหน้าร้องไห้เงียบ ๆ อยู่มุมห้อง ท่าทางที่ดูน่าสงสารและบอบบางของนางทำให้ความหงุดหงิดในใจของเขาละลายหายไปจนสิ้น
‘เฮ้อ... ข้าจะไปถือสาหาความกับแม่นางตัวน้อยที่รักและเป็ห่วงข้าที่สุดได้อย่างไรกัน’ ชายหนุ่มตำหนิตนเองในใจ
เขาก้าวเท้าสั้น ๆ ทว่ารวดเร็วสืบเท้าเข้าหาเสี่ยวหลิน เสี่ยวหลินที่กำลังสะอื้นไห้พลันรู้สึกถึงเงาร่างหนาที่เข้ามาบดบังแสงสว่าง ยามเมื่อนางเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยก็ปะทะเข้ากับสายตาคมกริบที่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็ความอ่อนโยนและเว้าวอนอย่างลึกล้ำ กู่เจี้ยนหุนไม่ปล่อยให้นางได้ตั้งตัว เขายื่นมือขวาอันอบอุ่นเข้ามากุมมือน้อย ๆ ของนางที่กำลังสั่นระริกไว้แ่า
แรงบีบเบา ๆ จากฝ่ามือหนาขยับส่งผ่านความรู้สึกผิดและความห่วงใยโดยมิต้องเอ่ยอ้างสิ่งใด เสี่ยวหลินช้อนสายตาขึ้นสบตากับเขา แววตาทั้งสองคู่ประสานกันในระยะประชิด เคมีแห่งความรักและความผูกพันไต่ระดับขึ้นสูงจนความเข้าใจผิดก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น หลงเหลือเพียงความซาบซ่านที่ทำให้หัวใจของภรรยารองเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก
"ข้าขอโทษ... ข้ามิได้ตั้งใจจะใช้วาจาร้ายกาจใส่เ้า" เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำชิดใบหูนาง "ที่ข้าทำไปทั้งหมด ก็เพื่อปกป้องเ้าและครอบครัวของเรา"
เสี่ยวหลินใบหน้าแดงซ่านจนลามไปถึงลำคอ นางซุกใบหน้าเข้ากับแผงอกของเขาเบา ๆ โดยมีเจ้ิยืนยิ้มบาง ๆ อยู่เื้ัด้วยความเบาใจ ความอบอุ่นท่ามกลางรอยเืเริ่มถักทอขึ้นใหม่อีกครั้งอย่างแน่นแฟ้นยิ่งนัก
ทว่าความสุขมักอยู่ได้มินาน...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูห้องพักด้านล่างดังกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน มันมิใช่เสียงเคาะของชาวบ้านธรรมดาสามัญ แต่แฝงไปด้วยความดุดันและน้ำหนักที่สม่ำเสมอของข้าราชการจากศาลว่าการเมืองหลวง!
กู่เจี้ยนหุนผละออกจากอ้อมกอดของภรรยา แววตาอบอุ่นพลันกลับกลายเป็เยือกเย็นและเฉียบคมดุจเดิม ดาบดำทมิฬใต้แขนเสื้อส่งเสียงครางเครือเบา ๆ ราวกับตอบรับสัญญาณศึกสู้รบ
‘มาเร็วกว่าที่คิดไว้เล่า... สำนักมือปราบของราชสำนักงั้นรึ คราวนี้จะมาไม้ไหนกันแน่’
เขากระชับฝักดาบแ่า เตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับอุปสรรคชิ้นใหม่ที่จะมาทดสอบวิถีกระบี่ขีดที่ 3 ของเขาในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้แล้ว!