ขณะนี้ยุทธจักรในเขตอาศัยที่หนึ่งของอาณาจักรเก้าเซียนกำลังปั่นป่วนเป็พัลวัน ตอนนี้ไม่เพียงพรรคฝ่ายธรรมะกำลังเพลี่ยงพล้ำถึงกับปั่นป่วนอลหม่านเป็พัลวัน หลายค่ายพรรคสำนักต้องคล้อยตามแกนนำพรรคฝ่ายอธรรมเพื่อให้อาศัยยืนหยัดอยู่รอดอยู่ดั่งเดิม หากต่อต้านสุดท้ายต้องถูกล้มล้างสังหารจนหมดสิ้นนับว่ายิ่งนานหมู่มารก็ยิ่งยิ่งใหญ่
ค่ายฝ่ายธรรมะยิ่งนานยิ่งอยู่ยากเข้าทุกวันขณะที่ยุทธจักรกำลังปั่นป่วนนี้เองพลันมีข่าวที่เลื่องลือสะท้านจิตใจยั่วยุความโลภของผู้คนออกมาเื่หนึ่ง ข่าวคราวข้อมูลนี้ทำให้เขตอาศัยที่หนึ่งยิ่งระส่ำระสายวุ่นวายอลหม่านกว่าเดิม คัมภีร์วิชาหัตถ์สุริยเทพอันเป็วิชาของพระจักรพรรดิที่สาบสูญไปนับพันปีปรากฏขึ้นอีกครั้ง
วิชาที่ยิ่งใหญ่จนสามารถทำให้คนธรรมดาก่อร่างสร้างฐานเป็ราชวงศ์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับหมื่นปีได้ ไหนเลยไม่ก่อให้เกิดมรสุมโลหิตขึ้นเวลานั้นไม่ว่าค่ายฝ่ายธรรมะหรืออธรรมล้วนแต่ไล่ล่า่ชิงกันอย่างหักโหม เวลาผ่านไปหลายเดือนการไล่ล่ายิ่งรุนแรงดุดันคร่าชีวิตยอดฝีมือไปจำนวนมากมายเวลานั้นปรากฏข่าวใหญ่ขึ้นอีกคราเมืองหนึ่งเมืองถูกล้มล้าง
ชาวบ้านและผู้คนในเมืองนับพันล้วนสูญสิ้นเสียชีวิตแต่มาตรแม้นข่าวจะใหญ่โตก็ยังมิอาจบดบังความโลภในจิตใจคน นับหนึ่งเดือนที่ผ่านมายอดฝีมือนับร้อยนับพันตามสืบสาวไล่ล่าเบาะแสของผู้ถือครองคัมภีร์วิชาอย่างหักโหม แต่มิว่าจะหาอย่างไรก็ไม่มีเบาะแสหรือร่องรอยเลยแม้แต่นิดเดียวขณะที่ผู้คนกำลังวุ่นวายหาทราบไม่ว่าขณะนี้บังเกิดดาวเพชฌฆาตขึ้นมา เป็ดาวเพชฌฆาตที่น่าสะพรึงกลัว
ดาวเพชฌฆาตที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเ้าของคัมภีร์ที่คับแค้นผู้คนที่ผู้คนใฝ่ฝัน มาตรแม้นเขามิสามารถฝึกฝนหรือมีชีวิตต่อแต่ยังฝากฝังสืบทอดปณิธานของตนเองเอาไว้ แม้แต่เขาเองก็ยังคาดไม่ถึงว่าลูกศิษย์ของตนเองจะก่อเกิดการเข่นฆ่าสังหารอันอำมหิตขึ้นกลายเป็ตำนานที่ยิ่งใหญ่ไร้ผู้ต่อต้านในอนาคตได้ เ้าของคัมภีร์ที่ผู้คนตามหาขณะนี้จากโลกนี้ไปอย่างสงบแล้ว
เช่นนี้เท่ากับยอดฝีมือตามหาผีที่ไม่มีวันพบเจอแล้ว ขณะนี้ภายในูเาบรรพตที่สูงใหญ่แห่งหนึ่งมีสายลมโชยพัดใบไม้แห้งโปรยปลิวแสงแดดสาดส่องสว่างไสว บนขุนเขาสามยอดแห่งนี้ปรากฏหลุมฝังศพอยู่หลุมหนึ่งจัดสร้างสุสานขนาดกลางขึ้นหนึ่งหลัง สุสานที่ใช้ฝังซากสังขารของยอดฝีมืออย่างหยางอี้ยิ่งใหญ่มิน้อย ยอดฝีมือเช่นเขาน้อยนิดที่จะได้ตายแล้วถูกฝังอย่างดีเช่นนี้
อาจเพราะพวกเขาเป็ยอดฝีมือเข่นฆ่าสังหารกับผู้คนในยุทธจักร ส่วนมากมักตายขณะต่อสู้มักตายโดยไร้ที่กลบฝัง... สุสานฝังศพของหยางอี้ก่อจากศิลาเหลืองประกายแสงยามต้องแสงแดดราวกับอำพันอันสวยงาม หน้าสุสานสลักลายอักษรยาวเหยียดชื่อเ้าของสุสานสลักวาดอย่างใหญ่โต บรรยากาศรอบด้านสุสานนี้ยากจะบรรยายเพราะมันหลากหลายเหลือเกิน
ที่เบื้องหน้าสุสานนี้ยืนหยัดด้วยบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งองอาจทรงพลัง
เป็บุรุษหนุ่มที่แข็งแกร่งดั่งอัศวินผู้ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่งสูงใหญ่จนน่าตกตะลึง มันสวมใส่ชุดรัดกุมของนักรบสีดำตัดสลับกับสายคาดสีแดง แขนเสื้อยาวพลิ้วดั่งผีเสื้อ ผมยาวสีดำพัดพลิ้วสยายตามลมราวกับธารน้ำตกที่ไหลพร่างพราย เห็นผมด้านหน้าของเขาเป็สีเงินยวงย้อยลงราวกับปลายพู่กัน ดวงตาอันกลมโตสะท้อนประกายไฟเจิดจ้าวูบวาบ ผิวกายอันขาวซีดสะท้อนแสงดั่งสายฟ้าและสะเก็ดไฟ ใบหน้าอันหล่อเหลาเงางามนี้กลับถูกแผลเป็ใหญ่สิบจุดบดบังความสง่างามไปหมดสิ้น
บุรุษหนุ่มสูงเกือบสามเมตรผู้นี้ยืนมือไพล่หน้าก้มหน้าต่ำไว้อาลัยแก่อาจารย์อยู่ชั่วครู่ ค่อยเงยหน้าขึ้นบุรุษหนุ่มที่ทั้งงดงามและอัปลักษณ์ผู้นี้ย่อมเป็เจี้ยนเว่ย มันหลังจากรับการฝากฝังทั้งหมดของหยางอี้ก็รับคำอย่างมั่นเหมาะ จากนั้นหยางอี้ก็จากโลกไปอย่างสงบคล้ายคนที่หลับใหลแต่เป็การหลับใหลที่ไม่มีวันตื่นขึ้นตลอดกาล... ก่อนจะจากไปหยางอี้ฝากฝังมันไว้ว่านำสังขารมันมาฝังไว้ที่ขุนเขาแห่งนี้อันเป็แดนมาตุภูมิบ้านเกิด
เจี้ยนเว่ยเงยหน้ามองฟ้าแววตาเลื่อนลอยร้องบทเพลงอันเศร้าสลดออกมาหนึ่งเพลง เสียงมันมาตรแม้นแข็งกร้าวหนักแน่นพอร้องออกกลับกลายเป็เสียงอันหดหู่ใจที่มิว่าผู้ใดได้ยินต้องเ็ปใจอย่างยิ่ง มันพอร้องเพลงท้องฟ้าที่สดใสพลันแปรเปลี่ยนเป็มืดครึ้มเมฆดำลอยปกคลุมขุนเขา เสียงฟ้าร้องฟ้าแลบดังต่อเนื่องคล้ายร่ำร้องด้วยความหดหู่และเศร้าสลดสายลมโชยดังหวีดหวิวดั่งผีร้ายในขุมนรกกำลังกรีดร้อง
เสียงทั้งสามพอประสานกันยิ่งเป็บทเพลงอันโศกศัลย์คล้ายดั่งแม้แต่ธรรมชาติยังเศร้าโศกา มันพอร้องเพลงจบก็คุกเข่ากราบไหว้หน้าสุสานอาจารย์สามครั้งกล่าวเสียงหนักแน่นคล้ายไร้อารมณ์แต่อัดแน่นด้วยจิตปณิธานว่า" ขอท่านหลับให้สบายเื่ราวในโลกไม่เกี่ยวข้องกับท่านอีกต่อไป เื่ที่ท่านฝากฝังไว้ศิษย์จะช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ"
คำพูดนี้มิทราบว่าิญญาของเขาจะได้ยินหรือไม่แต่คล้ายธรรมชาติได้ยิน พอกล่าวจบเสียงฟ้าร้องพร้อมประกายสายฟ้าแลบพุ่งจากเมฆครึ้มสายฟ้าฟาดผ่าลงมาด้านหลังสุสานสามสายดังกึกก้องไปทั่วขุนเขาบรรพต มิทราบเป็อานุภาพฟ้าหรือความบังเอิญ มิทราบเป็หยางอี้ตอบรับหรือภูตผีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขับขาน เจี้ยนเว่ยเดินหันหลังให้สุสานจากที่นี่ไปโดยไม่หันหลังกลับ เขาในตอนนี้มิใช่ขอทานบัดซบแล้วเขามีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เป็ภาระที่ยิ่งใหญ่เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คนนับหมื่นนับแสน
เวลาผ่านไปอีกสามวัน ณ ทะเลสาบธรรมชาติกว้างใหญ่แห่งหนึ่งนกประหลาดสีทองโบยบินร่ำร้องเสียงเจื้อยแจ้ว เสียงใบไม้พัดโชยซ่าๆที่นี้คือทะเลสาบสามโพรงตั้งอยู่ในป่าไร้มิตรภายในเขตอาศัยที่หนึ่งของอาณาจักรเก้าเซียน เจี้ยนเว่ยเดินทางข้ามเมืองสามเมืองข้ามูเาและป่ายาวหลายร้อยกิโลเมตรมาที่แห่งนี้ สาเหตุที่มันมาที่แห่งนี้เป็เพราะภาระที่อาจารย์ฝากฝังเอาไว้
มันพอเข้าใกล้ทะเลสาบสามโพรงกลับได้ยินเสียงหนึ่งดังสนั่นหวั่นไหว เสียงติงตังครึกโครมดังสนั่นต่อเนื่อง เจี้ยนเว่ยพอรับฟังถึงกับตื่นตัววูบแผ่นดินและต้นไม้หักโค่นซากไม้แตกะเิบนพื้นหญ้าเต็มไปด้วยของเหลวสีแดงฉานที่ใกล้จะแข็งตัว เสียงที่ดังกระหึ่มนั้นกลับเป็เสียงฆ่าฟัน เสียงการเข่นฆ่าสังหารอันโหดร้ายเสียงตวาดร้องด้วยโทสะ เสียงโหยหวนด้วยความเ็ป เสียงกรีดร้องด้วยความสลดดังสับสนปนเปหลากหลายอารมณ์
เจี้ยนเว่ยพอได้ยินก็พุ่งไปด้านหน้าด้วยความเร็วดั่งสายฟ้าเพียงไม่กี่วินาทีก็บรรลุถึงทะเลสาบสามโพรง เห็นทะเลสาบกว้างใหญ่สีน้ำเงินดำแห่งหนึ่ง ใต้น้ำมีโพรงสามโพรงคล้ายหลุมดำอันมืดมิดสามแห่งที่แท้ใต้ทะเลสาบแห่งนี้เป็โพรงดินลึก ใหญ่โตกว่าห้ากิโลเมตรสามโพรงลึกหลายกิโลเมตร มันพอพุ่งตัวบรรลุมาถึงก็เห็นเงาคนพละพล่านพุ่งวาบต่อสู้กันไปมา
คนหลายสิบหลายร้อยต่อสู้ชิงชีวิตกันอย่างหักโหม เจี้ยนเว่ยพอกวาดตามองแวบหนึ่งก็มีวัตถุสีดำสิ่งหนึ่งตวัดวาบเป็ลำแสงสีดำทะมึนสายหนึ่งฟาดฟันใส่ใบหน้าด้วยความเร็วที่เหนือเสียง หากเป็มันในปกติย่อมตื่นตระหนกจนลนลาน แต่ตอนนี้มันมิใช่คนเดิมทั้งยังมิใช่คนที่คล้ายมนุษย์ เขามีจิตใจเยือกเย็นมีภูมิปณิธานอันปราดเปรื่องดังนั้นตัดสินใจเฉียบขาดได้ในเสี้ยววินาที
มันกระทำสิ่งหนึ่งกระแทกฝ่ามือออก เป็ฝ่ามือที่สะท้อนแสงระยิบระยับฝ่ามือของมันส่องแสงมันวาวพอกระแทกออก เสียงอุทานใดังขึ้นด้านหน้าคล้ายคาดไม่ถึงว่าชายหนุ่มผู้นี้จะตั้งสติได้รวดเร็วเช่นนี้ ฝ่ามือมันกระแทกกับกระบี่บินสีดำทะมึนเล่มหนึ่ง เป็กระบี่บินสั้นครึ่งเมตรสีดำมะเมื่อมคล้ายถ่านหินเล่มหนึ่งแต่แม้จะสั้นกลับเฉียบคมอย่างยิ่ง
มันพอปัดกระแทกกระบี่บินออกเสียงชายเสื้อโบกสะบัดพลันดังพั่บๆ เงาร่างสามคนก็โถมจู่โจมเข้าหาเงาร่างสามคนนี้รวดเร็วอย่างยิ่ง รวดเร็วราวกับเป็เงามืด พอกวาดตามองเห็นว่าเป็ชายฉกรรจ์อายุสามสิบกว่าๆสามคนใช้อาวุธที่แตกต่างกันจนพิสดาร คล้ายมิอาจเข้ากันได้เพราะคนหนึ่งถือดาบ คนหนึ่งถือโซ่คม อีกคนหนึ่งถือไม้พายเหล็กกล้าที่ใหญ่เทอะทะเล่มหนึ่ง หนึ่งสั้นเฉียบแหลมหนึ่งยาวปราดเปรียวหนึ่งใหญ่โตหนักหน่วงและเชื่องช้า พอจู่โจมพร้อมกันกลับยิ่งรุนแรงเป็ท่าสังหารลงตัวกันอย่างดี
คล้ายว่าคนทั้งสามนี้ฝึกฝนด้วยกันมาอย่างช่ำชองทุกการเคลื่อนไหวลงตัวกันอย่างหมดจดและสอดคล้องกัน คนหนึ่งยืนด้านหน้าอีกสองขนาบสองข้างของเจี้ยนเว่ยเอาไว้ มันมาตรแม้นจะงงงันอยู่บ้างแต่ใจยังไม่ลนลานพอตัดสินใจมือขวามันก็กวาดออก ปาดจากขวาไปซ้ายแสงสีขาวนวลกระจ่างวูบขึ้นสามครั้งดั่งลำแสงรูเข็มปรากฏขึ้นสามสาย คนทั้งสามพลันนี้จู่โจมเข้ามาพร้อมกัน คนหนึ่งฟาดฟันด้วยความเร็วคนหนึ่งสะบัดโซ่คมด้วยระยะทางที่ไกลคลี่ครอบคลุม อีกคนหนึ่งก็โถมเข้าด้านข้างตวัดทุบไม้พายใหญ่หนักอึ้งใส่ เป็ท่าสังหารที่ยอดเยี่ยม
ท่านหากต้านรับโซ่คมต้องถูกไม้พายเหล็กอันหนักอึ้งฟาดทุบใส่ หากต้านรับทั้งไม้พายเหล็กและโซ่คมต้องถูกดาบที่รวดเร็วฟันใส่ ท่านหากถอยหลังโซ่คมนี้จะครอบใส่ศีรษะทะลวงสมองแตกกระจาย นี้เป็ท่าพิฆาตสังหารที่แยบยลสังหารคนได้โดยไร้ช่องว่าง แต่โชคร้ายคนที่มันจู่โจมใส่กลับเป็ดาวเพชฌฆาตดวงใหม่ดั่งอสูรผู้นี้ เจี้ยนเว่ยพอปาดมือออกดรรชนีสามสายก็ทิ่มแทงออกราวกับเข็มเย็บผ้าที่พุ่งพรวด
ดรรชนีสีขาวคล้ายเข็มใสแยกย้ายราวมีชีวิตทิ่มแทงใส่คนทั้งสมอย่ารวดเร็ว เสียงแผดร้องดังขึ้นสามเสียง เสียงตูมตามดังสนั่นสามครั้งเป็การโจมตีทั้งสามสายพลาดผิดจู่โจมใส่พื้นหินและต้นไม้จนเป็หลุมใหญ่ ซากไม้ฟุ้งกระจายพร้อมเศษหินใบหน้าคนทั้งสามขณะนี้แดงก่ำคล้ายถูกบีบคอมานาน คล้ายเืคั่งอยู่ตรงลำคอมิอาจพุ่งออกมาทั้งหมด แม้มองดูสภาพคล้ายปกติมีเพียงแค่สีหน้าที่แปรเปลี่ยนแต่ความจริงกลับเพิ่มความเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงขึ้นประการหนึ่ง
เป็ทรวงอกที่ผิดปกติเพราะที่ทรวงอกมีเืพุ่งกระฉูดออกมา ที่หน้าอกคนกลับเพิ่มาแหนึ่งรู ถูกทิ่มแทงทะลุหน้าอกทะลวงขั้วหัวใจขาดกระจุย เส้นเืแตกกระเด็นเซ็นซ่านออกพร้อมเศษเนื้ออาบชโลมจนแดงฉาน สุดท้ายตกตายไปด้วยความทรมานและใบหน้าที่คับแค้นเคียดขึ้งอย่างยิ่ง เจี้ยนเว่ยพอปลิดชีพคนทั้งสามก็กวาดตามองรอบด้าน เห็นรอบข้างทะเลสาบสามโพรงเต็มไปด้วยผู้คนพลุ่งพล่านต่อสู้สังหารกันอย่างถาโถม
คนที่ต่อสู้กันแต่งชุดแตกต่างกันสองแบบแตกต่างกัน หนึ่งคือชุดยาวระขาสีขาวเงินที่หลังปักรูปดาบยาวสี่เล่ม อีกหนึ่งเป็ชุดสีดำคล้ำคล้ายความมืดแม้เสื้อผ้ารูปแบบไม่คล้ายคลึงกันมีแต่ที่หน้าอกปักรูปบุปผาเอาไว้ เขาพอมองแวบหนึ่งก็ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นสีหน้าเขาพลันเยือกเย็น รีบโถมร่างเข้าหาวงล้อมเป็วงล้อมคนของสำนักดาบปฐีที่กำลังกลุ้มรุมจู่โจมคนของสำนักบุปผามืด
ที่มันมาหาในครั้งนี้เป็สำนักบุปผามืดดังนั้นมันช่วยเหลือสำนักบุปผามืดเข่นฆ่าสังหารสำนักดาบปฐี เจี้ยนเว่ยพอโถมเข้าหาวงล้อมที่มีคนของสำนักดาบปฐีสิบกว่าคนก็มีเสียงตวาดดังจากด้านข้างกล่าวออกมาว่า" คนไม่เกี่ยวห้ามยุ่งมิฉะนั้นฆ่าโดยไม่ละเว้น" คนกล่าวเป็บุรุษหนุ่มอายุยี่สิบห้าผู้หนึ่ง คนผู้นี้มีผมสั้นสีเขียวราวกับหญ้าที่เขียวชอุ่มใบหน้ามันกลมกลึงคล้ายลูกบอลแต่มองแล้วให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาดชนิดหนึ่ง
เป็ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ขบขันแต่เป็ความขบขันที่หัวเราะมิออก สาเหตุใดถึงหัวเราะมิออกอาจเพราะความรู้สึกของคนบอกว่าหากหัวเราะท่านต้องถูกมันสังหาร...มันสวมใส่ชุดยาวสีเทาเสื้อด้านหน้าสลักเป็รูปดาบโค้งคล้ายจันทร์เสี้ยว เพียงมองปราดเดียวก็ทราบว่ามันมิใช่คนที่มีตำแหน่งต่ำทราม คล้ายเป็คนที่มีตำแหน่งระดับในสำนักดาบปฐี มองดูแววตาอันเคร่งขรึมคล้ายเกรี้ยวกราดของมันคล้ายเป็คนอำมหิต