เมื่อข้ากลายเป็นสามียอดยุทธ์ของท่านแม่คนงาม

    บทที่ 32 ข้าไม่รู้จักเจ้า...!!

            เมื่อสตรีชุดขาวผู้ซึ่งเป็นเจ้าสำนักที่แท้จริงมายืนอยู่ตรงหน้า ซูหยวนเย่จึงเอ่ยถามนางว่า

             

            “เจ้าจะปิดบังใบหน้าไปไย คิดหรือว่าข้าจำเจ้าไม่ได้ น้องหญิง หรือ...จะเรียกแม่นางซูอิ๋งอิ๋งดี” เมื่อมันกล่าวจบก็พลันเกิดเสียงอื้ออึงเซ็งแซ่ขึ้นจากทางด้านล่างเวที

             

            “โอ้ ที่แท้นางก็คือภรรยาที่หายตัวไปของจอมยุทธ์ซูนี้เอง มิน่า เขาถึงสนอกสนใจนางนัก”

             

            “ตาแหลม สมกับที่เป็นผัวเมียกันมานาน มองปราดเดียวก็ทราบว่านางหลบอยู่ด้านหลัง”

             

            “ขอแสดงความยินดีกับจอมยุทธ์ซูด้วย ที่ท่านภรรยาสักที เช่นนั้นพวกข้าก็คงไม่มีธุระอันใดที่นี่อีกแล้วขอตัวก่อน” จอมยุทธ์ผู้หนึ่งเอ่ยพร้อมยกสองมือประสาน ซึ่งอีกหลายคนก็ทำตามเช่นกัน จากนั้นพวกมันก็หมุนกายหันหลัง ค่อย ๆ ทยอยเดินจากไป ซูหยวนเย่ มิอาจกล่าวลาทุกคนได้ทั้งหมด มันจึงทำเพียงประสานสองมือ พร้อมก้มศีรษะเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับมารดาคนงามที่ไม่พบหน้ากันมานานแสนนาน

             

            “เจ้าเป็นผู้ใดกัน? แล้วทราบนามข้าได้อย่างไร...” นั้นคือประโยคแรกที่หลุดออกมาจากปากของซูอิ๋งอิ๋ง มันทำเอาซูหยวนเย่กับเบิกตากว้างด้วยความตื่นตกใจ

             

            “เจ้าพูดอะไร? ข้าก็คือบุตร.. ไม่ ๆ ข้าคือซูอี้หนานสามีของเจ้าไง ล้ออะไรข้าเล่นเนี่ย หรือว่ายังไม่หายโกรธเรื่องเมื่อตอนนั้น” ซูหยวนเย่แค่นฝืนยิ้มก่อนเอ่ยขึ้น ทว่า...สีหน้าของซูอิ๋งอิ๋งยามนี้บึ้งตึง และมองชายที่อยู่ตรงหน้าเหมือนเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่เคยพบกันมาก่อน

             

            “ขออภัยด้วยจอมยุทธ์ซูอี้หนานข้าไม่ทราบจริง ๆ ว่าท่านกำลังพูดเรื่องอะไร บางทีท่านอาจจะจำผิดคนกระมัง...”

             

            “จะ...จำผิดหรือ? จะจำผิดได้อย่างไร ก็ข้าอยู่กับท่านมาตั้งแต่เกิด มะ...หมายถึงตั้งแต่เกิดเรื่องที่เราได้พบกัน ได้รักกัน ได้แต่งงานมีลูกด้วยกัน ต่อให้เจ้าเป็นผุยผงข้าก็จำได้” ในใจของซูหยวนเย่ทราบว่า มารดามัน คงยังทำใจไม่ได้เรื่องกับราวน่าอายในวันนั้น นางถึงพยายามบ่ายเบี่ยง แสร้งทำเป็นไม่รู้จักมัน

             

            “จะ...เจ้าหยุดทำแบบนี้เถอะ ไม่รู้หรือไงว่าข้าคิดถึงเจ้ามากแค่ไหน” ซูหยวนเย่แค่นยิ้มก่อนจะก้าวเข้าไปหาซูอิ๋งอิ๋งทว่า...ในเวลานั้น กระบี่ในมือของนางก็พลันยกขึ้นมาจอที่คอหอยของมัน

             

            “นะ...นี่เจ้า...”

            “ข้าบอกชัดเจนไปแล้ว ว่าไม่รู้จักท่าน เพราะฉะนั้นเชิญกลับไปเถิด อย่าให้ข้าต้องใช้กำลังเลย” ซูอิ๋งอิ๋งพูดด้วยแววตาแข็งกร้าว ใบหน้าดุดัน ซึ่งซูหยวนเย่บอกได้เลย ว่ามารดามันเอาจริง แต่ก่อนที่จะเกิดเรื่องรุนแรงขึ้น เซียงเซียง ก็ได้เดินเข้ามาพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า

             

            “ท่านเจ้าสำนักโปรดลดกระบี่ลงเถิด ให้ข้าเป็นผู้อธิบายกับจอมยุทธ์ซูเอง”

             

            “เช่นนั้นก็ได้ อธิบายให้เขาฟัง จากนั้นก็เชิญเขาออกจากสำนักของเราไป” ซูอิ๋งอิ๋ง กล่าวเสียงเรียบ ก่อนเก็บกระบี่เข้าฝักจากนั้นก็หมุนกายเดินจากไป

             

            “อธิบาย? อธิบายสิ่งใดหรือ แม่นานเซียงเซียง”

             

            “อธิบายว่าเหตุใดนางถึงปฏิบัติตัวเช่นนั้นกับท่าน...” ซูหยวนเย่ถึงกับพลันขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง ก่อนจะตั้งใจฟังที่ เซียงเซียงบอก

             

            เซียงเซียงเล่าว่าเมื่อ... ก่อน ตอนที่จอมยุทธ์ซูอิ๋งอิ๋งมาที่เมืองแห่งนี้ และช่วยเหลือทุกคนจากพวกโจร ตอนนั้นนางได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะมาอยู่แล้ว ซึ่งนางจำไม่ได้ว่าเป็นเพราะฝีมือผู้ใด และจำอะไรเลยไม่ได้นอกจาก ชื่อตนเอง หรือก็คือสูญเสียความทรงจำไปนั้นเอง...

             

            “สูญเสียความทรงจำกระนั้นหรือ....?”

             

            “ใช่ นางจำอะไรไม่ได้เลย นอกจากชื่อ แถมเมื่อพยายามจะนึกศีรษะก็จะปวดมาก ตั้งแต่เมื่อนั้นนางจึงเลิกสนใจอดีต และใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันมาจนถึงบัดนี้...” พอซูหยวนเย่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างหัวใจของมันก็แทบจะแหลกสลาย มารดาที่มันออกตามหาไปทั่วทุกหนแห่ง เป็นเวลานานแสนนาน สุดท้ายได้เจอในที่สุด ทว่า...พอพบหน้ากัน กลับจำกันไม่ได้ สวรรค์ช่างโหดร้าย กับพวกมันสองแม่ลูกยิ่งนัก

             

            “เรื่องราวของพวกท่านสองคน ข้าก็พอได้ยินมาบ้าง มิใช่ว่าข้าอยากจะสอดมือเข้าขัดขวางเรื่องของผัวเมีย ทว่า...ยามนี้นางหาใช่คนเดิมอีกแล้ว ขอจอมยุทธ์โปรดเข้าใจนางด้วย” เซียงเซียงกล่าวพร้อมยกสองมือประสาน ซูหยวนเย่ที่เป็นนั้น ก็ทราบถึงความลำบากใจของนางดี

             

            “ข้าเข้าใจแล้ว ในเมื่อยามนี้ความทรงจำของนางหายไป ข้าก็จะไม่ฝืนใจให้นางจำข้าได้ แต่ข้าจะไปหาวิธีทำให้ความทรงจำนางกลับมาเอง ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรวิเศษ หรือ หมอยาที่เก่งที่สุดในแผ่นดินข้าก็จะพาตัวมา ระหว่างนี้ข้าขอฝากให้เจ้าดูแลนางด้วย” ซูหยวนกล่าวด้วยแววตาท่าทางมุ่งมั่นก่อนที่มันจะหันหลัง และกระโจนหายขึ้นไปกลางอากาศ เซียงเซียงทำได้แค่แหงนหน้ามองตาม ก่อนที่นางจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในสำนัก

             

            เรื่องทุกอย่างในวันนี้ดูเหมือนจะจบลงด้วยดี ทว่า...หาได้เป็นเช่นนั้นไม่

            ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกไกลหลายร้อยลี้ ยามนี้ในโถงปรากฏร่างของคนสองคนกำลังสนทนาบางอย่างกันอยู่ ผู้หนึ่งสวมใส่ชุดสีขาวมุกที่ดูหรูหราราคาแพง ตามใบหน้า ตามแขนมีรอยฟกช้ำ บ่งบอกถึงอาการบาดเจ็บ อีกผู้หนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ สวมใส่ชุดผ้าสีดำ อายุอานามน่าจะประมาณ 50 ขวบปี ใบหน้าของมันยามนี้ดูโกรธเกรี้ยวเดือดดาลเป็นที่สุด

             

            เสียงฝ่ามือตบเท้าแขนเก้าอี้ดัง ปัง พลันนั้น รอยร้าวก็ลามไปทั่วบ่งบอกถึงกำลังภายในอันมหาศาลของคนผู้นี้

             

            “บัดซบ!! มันกล้าพูดเช่นนั้นจึงรึ เอี้ยงจื่อ”

             

            “ขอรับท่านอาจารย์ มันว่าหากท่านไม่ยอมกลับไปที่เกาะดอกทองเพื่อรับ มันจะเป็นฝ่ายมาลากคอท่านอาจารย์ไปเอง”

             

            “เหลวไหล ไร้สาระ! มันคิดว่าตนเองเป็นผู้ใดกัน ก็แค่ลูกเขยของ หลันเทียนหลง หาใช่ตัวของหลันเทียนหลงมาเองซะเมื่อไร พูดจาใหญ่โต คิดดูแคลนข้ารึ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน คิดจะมาเล่นงานข้า ไม่ต้องหรอก เพราะเดี๋ยวข้าจะเป็นผู้ไปล่ามันเอง ครานี้บุตรสาวของหลันเทียงหลงคงได้เป็นม่ายเพราะสามีตายเป็นแน่ ฮ่า ๆ ๆ ๆ สั่งทุกคนให้เตรียมตัว อีกสามวัน ข้าจะบุกไปที่สำนักนั้น ไม่สิ บุกไปที่เมืองแห่งนั้น แล้วกวาดล้างทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง

             

            “รับทราบขอรับท่านอาจารย์” ลิ่วเอี้ยงจื่อยกสองมือประสาน พร้อมค้อมศีรษะ ก่อนจะก้าวถอย ยามนั้นรอยยิ้มแห่งความชั่วร้ายปรากฏขึ้นที่มุมปาก มันคิดในใจว่า คราวนี้แหละจะได้แก้แค้น ซูอี้หนานที่ทำให้มันอับอายต่อหน้าผู้คน แถมจะได้ครอบครองสาว งามมากมายของสำนักสตรีแห่งนั้นควบคู่ไปด้วย ซึ่งเหตุผลที่ลิ่วเอี้ยงจื่อ มั่นอกมั่นใจว่าสามารถทำได้ นั้นก็เพราะครั้งนี้มี ‘ฟู่สิงซุน’ อาจารย์ของมันไปด้วยนั้นเอง...

             

            จบบท

             

    คล้ายกับเรื่องเมื่อข้ากลายเป็นสามียอดยุทธ์ของท่านแม่คนงาม ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371