“พี่กายค่ะ? ..” เต้ยที่เอ่ยเรียกผม และขยับกายอย่างเอนลงนอน เมื่อผมมีท่าทีนิ่งไปครู่ใหญ่ หลังจากได้ฟังเื่ดั่งกล่าว ซึ่งการเอ่ยเรียกของเธอนั้น ก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นแต่อย่างใด และเธอก็ไม่ได้ใช่เพียงแค่การเอ่ยเรียกเท่านั้น ซึ่งผมไม่แน่ใจว่า เต้ยรู้ตัวรึเปล่านะ ว่าการเอนกายลงมาพิงผมแทบจะล้มลงนอนนั้น มันทำให้ ตัวของเธอยืดขึ้นและเสื้อกล้ามที่เธอสวมใส่นั้นก็รัดตึงจนเน้นหน้าอกของเธออย่างชัดเจน จนเห็นเม็ดเล็กๆ บางอย่างที่นู่นๆ ออกมาด้วย...
ถึงแม้ ผมจะหันไปมองเธอ และเหลือบเห็น จุดนู่นๆ 2 เม็ดนั้นก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมดีขึ้นเลย ขนาด มี Service ขนาดนั้นแล้วแท้ๆ ...เพราะในหัวของผมตอนนี้ มันมีแต่อารมณ์ เศร้าอย่างรู้สึกผิด ต่อไอ้ดำ อย่างค่อนข้างมากอยู่... ยิ่งคิดว่า่วาระสุดท้ายของมัน มันคงอาจจะอยาก เจอกับผมมากที่สุดก็ได้...ยิ่งทำให้ผมยิ่งเศร้าหนักเลย...
‘ทำไมตอนนั้น ถึงไม่เคยมีความคิดจะไปเยี่ยมมัน มั้ยนะ? ด้วยความ เป็เด็กจึงลืมอะไรง่ายๆ เหรอ? หรือ วางใจว่า มีเต้ยอยู่? ..’ ผมคิดและค่อนข้างรู้สึกผิดไม่น้อย โดยไม่ทันสังเกตมองเลยว่า เต้ยนั้นก็จับจ้องมองดูท่าทีของผมแทบตลอดเวลา
“ขะ ขอโทษนะค่ะ ที่เล่า เื่ไอ้ดำจนทำให้พี่กาย เศร้าแบบนี้นะ..” เต้ยที่ขยับอย่างค่อยๆ ลุกขึ้นและหันมาหาผมแบบเต็มตัว ซึ่งผมก็แหงกหน้ามองเธอและเอ่ยตอบ..
“ไม่หรอก เต้ย จะว่าไป พี่เองก็อยากรู้เื่ของมันเหมือนกัน จะช้า จะเร็ว พี่ก็คงถามเื่ไอ้ดำกับมันเหมือนกัน..” ผมเอ่ยตอบ อย่างมองหน้าของเต้ยเล็กน้อย และก็กลับไปก้มหน้าอีกรอบ อย่างรู้สึกผิดอยู่...โดยที่เต้ยนั้นก็จ้องมองผม ก่อนจะเอ่ย
“งั้นเต้ย มีอีกเื่ที่จะบอกพี่กายค่ะ และเชื่อว่าพี่กายต้องรู้สึกดีขึ้นแน่ๆ ค่ะ...” คำกล่าวของเธอที่ทำให้ผม ค่อยๆ แหงกหน้าเงยหน้าขึ้น เพื่อมองเธอ และทันทีที่ เงยหน้าขึ้น เธอก็ได้ขยับใบหน้า เข้าจูบยังที่ปากของผม และทำการเอ่ยบอก เมื่อได้ถอนริมฝีปากออกไป...
“เต้ย รัก พี่กายค่ะ..” ถ้อยคำนั้นที่ทำให้ทุกอย่างของผมแทบหยุดนิ่งไปไม่รู้กี่วินาที ก่อนจะเอ่ยร้องด้วยความใ
“หะ หา!!!!...” ผมเอ่ยร้องด้วยท่าทีที่ใ และ งง อย่างสุดๆ ...ขณะที่ตัวของหญิงสาวนั้นก็ยังจ้องมองและยิ้มน้อยๆ ด้วยสีหน้าระเรือแดง...
“รัก...รักมานานแล้วด้วย ั้แ่สมัยเด็กๆ เลยด้วย ถึงขั้นตั้งใจจะแต่งงานเลยด้วยละ..” เต้ยที่เอ่ยกล่าวต่อ ด้วยสีหน้าที่ระเรือแดงอย่างเขินอายนั้น..ขณะที่ผมก็ยังคงอึ้งและอึ้งมากขึ้น ให้กับประโยคที่น่าจะมีเพียงแค่ในการ์ตูนเท่านั้น...
“ฉะนั้นเป็แฟนเต้ยนะค่ะ พี่กาย..” เธอเอ่ยกล่าวต่อ ด้วยท่าทีที่จริงจังมากขึ้น ขณะที่ผมก็ยังคงทำอะไรไม่ถูก...
“ดะ เดี๋ยวสิ...” ผมที่เอ่ยร้อง กับการสารภาพและรุกใส่ อย่างสายฟ้าแลบของเธอนั้น..ซึ่งเต้ยก็ชะงักและมองเล็กน้อย ก่อนจะร้องถาม...
“พี่กายมีแฟนแล้วเหรอค่ะ? ...” เธอร้องถามขึ้น คงเพราะผมเอ่ยร้อง “เดี๋ยว” ด้วยละมัง แน่นอนว่าคำถามของเธอก็ทำให้ผมตอบไม่ถูก ครั้นจะบอกว่า มี มันก็ไม่เชิง เพราะความสัมพันธ์ของผมกับตาลนั้น ยังไม่สามารถเรียกว่าแฟน ได้เต็มปาก เธอก็ยังไม่ได้เลิกกับแฟนเก่า ผมก็เป็เพียงแค่ คนที่เธอกำลังคบด้วย หรือ อาจจะเป็ทางเลือกทางหนึ่งเท่านั้น.. (ถ้าพูดถึงสถานะของผมที่เป็กับตาลนั้นก็คงราวๆ นี้แหละ..)
“ยัง..ยังไม่มี...มีแต่คนที่กำลังคบหาดูใจอยู่ แต่ยังไม่ถึงขั้นนั้น...” ผมตอบไปตามตรง ซึ่งคำตอบของผมก็ทำให้ เต้ย เนตไอดอล ดารา/นางแบบแสนสวยนั้น ชะงักเล็กน้อย และเหมือนเธอจะพึมพำอย่างทวนกับคำตอบของผมอยู่...
“แค่คบกัน? แต่ยังไม่ได้เป็แฟน? ..” เธอเอ่ยทวนและนิ่งไป แวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยกล่าวต่อ ด้วยสีหน้าท่าทีที่ดูจริงจังมากขึ้น
“งั้นหมายความว่า เต้ยก็ยังมีสิทธิ์สินะค่ะ..” ถ้อยคำที่เอ่ยต่อของเธอนั้น ก็ทำให้ผมอึ้งอย่างตาโต อย่างไม่คิดเลยว่าคำกล่าวตอบของเธอจะออกมาในรูปนี้ และที่สำคัญเธอขยับเข้าทำการจูบปากของผมซ้ำอีกครั้งทันทีที่ เอ่ยกล่าวจบ..
“อะ อือออออออออ...อือออออออออ...” เสียงครางในลำคอของผมกับเธอที่เอ่ยร้องขึ้น โดยที่การจูบซ้ำครั้งที่ 2 นั้นมันเป็อะไรที่ต่างจากครั้งแรกมากๆ เธอที่กดริมฝีปากเข้าัักับริมฝีปากของผมอย่างแแ่มากขึ้น...แถมมิได้แค่กดริมฝีปากอย่างหนักหน่วงมากขึ้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น..
หากแต่.....
“!!! อะ อืออออออออ..” ผมที่เอ่ยร้องด้วยความใหน่อยๆ เมื่อรู้สึกลิ้นเรียวๆ ของเธอที่ได้ค่อยๆ สอดใส่เข้าไปในปากของผม..ใช่ ได้สอดใส่และัักับลิ้นของผม ซึ่งเธอก็ตวัดลิ้นเข้าััอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก ซึ่งใบหน้าสวยๆ ของเธอนั้นก็แดงก่ำกว่าเดิม...
เต้ยที่จ้องมองผมด้วยใบหน้าที่เขินอาย และหอบคราง...ส่วนผมนั้นก็จ้องมองเธอตอบเช่นกัน โดยที่ความรู้สึกของผมในเวลานี้มันค่อนข้างปั่นป่วนมากๆ และก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับสถานการณ์นี้อย่างไรดีด้วย...ใช่ ไม่รู้ว่าจะจัดการ และก็ไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไรกับผมต่อ...
แต่แล้วความตึงเครียดนั้น ก็พังทลายด้วยถ้อยคำของเต้ยเอง....
“ถึงตรงนี้แล้ว เต้ยควรทำไงต่อค่ะ? ..” คำกล่าวเชิงถามของเธอก็เล่นทำให้ผมที่กำลังเครียดๆ นั้น ต้องสะดุดชะงัก กึก กันเลยทีเดียว..แถมเธอเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่จริงจังสุดๆ ด้วย ก่อนที่เธอจะเอ่ยพึมพำกับตนเอง.. ซึ่งผมก็พอได้ยินสิ่งที่เธอเอ่ยบ่นนั้นด้วย...
“ถ้าเป็ละครส่วนใหญ่ พอจูบแล้ว ก็จะตัดไปนี่นะ....” ถ้อยคำที่เธอเอ่ยนั้นก็แทบทำให้ผมเหงื่อตก อย่างไม่รู้จะพูดยังไงต่อดี…
‘ที่พูด ที่บ่นเมื่อกี้ มันมุข หรือ พูดจริงๆ เนี่ย!!!’ ผมคิดอย่างอยากขำ แต่ก็ขำไม่ออก เพราะสีหน้าของเต้ยนั้นดูจริงจังมากๆ ใช่ ดูท่าเธอจริงจังจะรุกผมมากๆ เลย...แต่ติดขัดที่ เธอไม่เคย? ไร้ประสบการณ์งั้นเหรอ? ...
ก่อนที่ไม่กี่อึดใจเธอก็เอ่ยโพล่งขึ้น เหมือนนึกขั้นตอนต่อไปได้แล้ว....
“ใช่แล้วค่ะ!! ถอดกางเกงออกค่ะ พี่กาย..ถอดกางเกงออก..” เต้ยทีเอ่ยโพล่งขึ้น และขยับร่าง และมือไม้หมายจะจัดการถอดกางเกงผมอย่างทันที ซึ่งนั้นก็ทำให้ผมสะดุ้งโหยงอย่างใให้กับคำกล่าวโพล่งอย่างเสียงดังที่อยู่ๆ ได้เอ่ยออกมานั้น
“ฮะ เฮ้ยยย เดี๋ยว...” ผมที่เอ่ยร้องและพยายามขัดขืน แต่ด้วยเหตุสุดวิสัย และไม่รู้ผมขัดขืนอีกท่าไหน เต้ยก็ตกจากการคร่อมยังที่ร่างของผม ลงไปนั่งที่พื้น แต่เธอไม่ได้ตกไปเปล่าๆ แต่ไปพร้อมกับกางเกงของผมที่อยู่ในมือของเธอด้วย!!
“ปะ เป็อะไรรึเปล่า..” ผมเอ่ยร้องถาม อย่างใและเป็ห่วง โดยที่ตอนนั้นลืมและไม่สนเื่กางเกงไปเลย...
“อูยยยยย มะ ไม่ค่ะ..” เต้ยที่ส่งเสียงตอบและ สูดปากร้องด้วยความเจ็บนิดๆ กับสะโพกที่กระแทกกับพื้นอย่างเต็มแรงนั้น ซึ่งพอเธอตอบจบและแหงกเงยหน้ามามองผม ก็ต้องชะงักอย่างตาโตอ้าปากหวออย่างทันที...“พี่กายค่ะ? ..” เต้ยที่เอ่ยเรียกผม และขยับกายอย่างเอนลงนอน เมื่อผมมีท่าทีนิ่งไปครู่ใหญ่ หลังจากได้ฟังเื่ดั่งกล่าว ซึ่งการเอ่ยเรียกของเธอนั้น ก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นแต่อย่างใด และเธอก็ไม่ได้ใช่เพียงแค่การเอ่ยเรียกเท่านั้น ซึ่งผมไม่แน่ใจว่า เต้ยรู้ตัวรึเปล่านะ ว่าการเอนกายลงมาพิงผมแทบจะล้มลงนอนนั้น มันทำให้ ตัวของเธอยืดขึ้นและเสื้อกล้ามที่เธอสวมใส่นั้นก็รัดตึงจนเน้นหน้าอกของเธออย่างชัดเจน จนเห็นเม็ดเล็กๆ บางอย่างที่นู่นๆ ออกมาด้วย...
ถึงแม้ ผมจะหันไปมองเธอ และเหลือบเห็น จุดนู่นๆ 2 เม็ดนั้นก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมดีขึ้นเลย ขนาด มี Service ขนาดนั้นแล้วแท้ๆ ...เพราะในหัวของผมตอนนี้ มันมีแต่อารมณ์ เศร้าอย่างรู้สึกผิด ต่อไอ้ดำ อย่างค่อนข้างมากอยู่... ยิ่งคิดว่า่วาระสุดท้ายของมัน มันคงอาจจะอยาก เจอกับผมมากที่สุดก็ได้...ยิ่งทำให้ผมยิ่งเศร้าหนักเลย...
‘ทำไมตอนนั้น ถึงไม่เคยมีความคิดจะไปเยี่ยมมัน มั้ยนะ? ด้วยความ เป็เด็กจึงลืมอะไรง่ายๆ เหรอ? หรือ วางใจว่า มีเต้ยอยู่? ..’ ผมคิดและค่อนข้างรู้สึกผิดไม่น้อย โดยไม่ทันสังเกตมองเลยว่า เต้ยนั้นก็จับจ้องมองดูท่าทีของผมแทบตลอดเวลา
“ขะ ขอโทษนะค่ะ ที่เล่า เื่ไอ้ดำจนทำให้พี่กาย เศร้าแบบนี้นะ..” เต้ยที่ขยับอย่างค่อยๆ ลุกขึ้นและหันมาหาผมแบบเต็มตัว ซึ่งผมก็แหงกหน้ามองเธอและเอ่ยตอบ..
“ไม่หรอก เต้ย จะว่าไป พี่เองก็อยากรู้เื่ของมันเหมือนกัน จะช้า จะเร็ว พี่ก็คงถามเื่ไอ้ดำกับมันเหมือนกัน..” ผมเอ่ยตอบ อย่างมองหน้าของเต้ยเล็กน้อย และก็กลับไปก้มหน้าอีกรอบ อย่างรู้สึกผิดอยู่...โดยที่เต้ยนั้นก็จ้องมองผม ก่อนจะเอ่ย
“งั้นเต้ย มีอีกเื่ที่จะบอกพี่กายค่ะ และเชื่อว่าพี่กายต้องรู้สึกดีขึ้นแน่ๆ ค่ะ...” คำกล่าวของเธอที่ทำให้ผม ค่อยๆ แหงกหน้าเงยหน้าขึ้น เพื่อมองเธอ และทันทีที่ เงยหน้าขึ้น เธอก็ได้ขยับใบหน้า เข้าจูบยังที่ปากของผม และทำการเอ่ยบอก เมื่อได้ถอนริมฝีปากออกไป...
“เต้ย รัก พี่กายค่ะ..” ถ้อยคำนั้นที่ทำให้ทุกอย่างของผมแทบหยุดนิ่งไปไม่รู้กี่วินาที ก่อนจะเอ่ยร้องด้วยความใ
“หะ หา!!!!...” ผมเอ่ยร้องด้วยท่าทีที่ใ และ งง อย่างสุดๆ ...ขณะที่ตัวของหญิงสาวนั้นก็ยังจ้องมองและยิ้มน้อยๆ ด้วยสีหน้าระเรือแดง...
“รัก...รักมานานแล้วด้วย ั้แ่สมัยเด็กๆ เลยด้วย ถึงขั้นตั้งใจจะแต่งงานเลยด้วยละ..” เต้ยที่เอ่ยกล่าวต่อ ด้วยสีหน้าที่ระเรือแดงอย่างเขินอายนั้น..ขณะที่ผมก็ยังคงอึ้งและอึ้งมากขึ้น ให้กับประโยคที่น่าจะมีเพียงแค่ในการ์ตูนเท่านั้น...
“ฉะนั้นเป็แฟนเต้ยนะค่ะ พี่กาย..” เธอเอ่ยกล่าวต่อ ด้วยท่าทีที่จริงจังมากขึ้น ขณะที่ผมก็ยังคงทำอะไรไม่ถูก...
“ดะ เดี๋ยวสิ...” ผมที่เอ่ยร้อง กับการสารภาพและรุกใส่ อย่างสายฟ้าแลบของเธอนั้น..ซึ่งเต้ยก็ชะงักและมองเล็กน้อย ก่อนจะร้องถาม...
“พี่กายมีแฟนแล้วเหรอค่ะ? ...” เธอร้องถามขึ้น คงเพราะผมเอ่ยร้อง “เดี๋ยว” ด้วยละมัง แน่นอนว่าคำถามของเธอก็ทำให้ผมตอบไม่ถูก ครั้นจะบอกว่า มี มันก็ไม่เชิง เพราะความสัมพันธ์ของผมกับตาลนั้น ยังไม่สามารถเรียกว่าแฟน ได้เต็มปาก เธอก็ยังไม่ได้เลิกกับแฟนเก่า ผมก็เป็เพียงแค่ คนที่เธอกำลังคบด้วย หรือ อาจจะเป็ทางเลือกทางหนึ่งเท่านั้น.. (ถ้าพูดถึงสถานะของผมที่เป็กับตาลนั้นก็คงราวๆ นี้แหละ..)
“ยัง..ยังไม่มี...มีแต่คนที่กำลังคบหาดูใจอยู่ แต่ยังไม่ถึงขั้นนั้น...” ผมตอบไปตามตรง ซึ่งคำตอบของผมก็ทำให้ เต้ย เนตไอดอล ดารา/นางแบบแสนสวยนั้น ชะงักเล็กน้อย และเหมือนเธอจะพึมพำอย่างทวนกับคำตอบของผมอยู่...
“แค่คบกัน? แต่ยังไม่ได้เป็แฟน? ..” เธอเอ่ยทวนและนิ่งไป แวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยกล่าวต่อ ด้วยสีหน้าท่าทีที่ดูจริงจังมากขึ้น
“งั้นหมายความว่า เต้ยก็ยังมีสิทธิ์สินะค่ะ..” ถ้อยคำที่เอ่ยต่อของเธอนั้น ก็ทำให้ผมอึ้งอย่างตาโต อย่างไม่คิดเลยว่าคำกล่าวตอบของเธอจะออกมาในรูปนี้ และที่สำคัญเธอขยับเข้าทำการจูบปากของผมซ้ำอีกครั้งทันทีที่ เอ่ยกล่าวจบ..
“อะ อือออออออออ...อือออออออออ...” เสียงครางในลำคอของผมกับเธอที่เอ่ยร้องขึ้น โดยที่การจูบซ้ำครั้งที่ 2 นั้นมันเป็อะไรที่ต่างจากครั้งแรกมากๆ เธอที่กดริมฝีปากเข้าัักับริมฝีปากของผมอย่างแแ่มากขึ้น...แถมมิได้แค่กดริมฝีปากอย่างหนักหน่วงมากขึ้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น..
หากแต่.....
“!!! อะ อืออออออออ..” ผมที่เอ่ยร้องด้วยความใหน่อยๆ เมื่อรู้สึกลิ้นเรียวๆ ของเธอที่ได้ค่อยๆ สอดใส่เข้าไปในปากของผม..ใช่ ได้สอดใส่และัักับลิ้นของผม ซึ่งเธอก็ตวัดลิ้นเข้าััอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก ซึ่งใบหน้าสวยๆ ของเธอนั้นก็แดงก่ำกว่าเดิม...
เต้ยที่จ้องมองผมด้วยใบหน้าที่เขินอาย และหอบคราง...ส่วนผมนั้นก็จ้องมองเธอตอบเช่นกัน โดยที่ความรู้สึกของผมในเวลานี้มันค่อนข้างปั่นป่วนมากๆ และก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับสถานการณ์นี้อย่างไรดีด้วย...ใช่ ไม่รู้ว่าจะจัดการ และก็ไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไรกับผมต่อ...
แต่แล้วความตึงเครียดนั้น ก็พังทลายด้วยถ้อยคำของเต้ยเอง....
“ถึงตรงนี้แล้ว เต้ยควรทำไงต่อค่ะ? ..” คำกล่าวเชิงถามของเธอก็เล่นทำให้ผมที่กำลังเครียดๆ นั้น ต้องสะดุดชะงัก กึก กันเลยทีเดียว..แถมเธอเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่จริงจังสุดๆ ด้วย ก่อนที่เธอจะเอ่ยพึมพำกับตนเอง.. ซึ่งผมก็พอได้ยินสิ่งที่เธอเอ่ยบ่นนั้นด้วย...
“ถ้าเป็ละครส่วนใหญ่ พอจูบแล้ว ก็จะตัดไปนี่นะ....” ถ้อยคำที่เธอเอ่ยนั้นก็แทบทำให้ผมเหงื่อตก อย่างไม่รู้จะพูดยังไงต่อดี…
‘ที่พูด ที่บ่นเมื่อกี้ มันมุข หรือ พูดจริงๆ เนี่ย!!!’ ผมคิดอย่างอยากขำ แต่ก็ขำไม่ออก เพราะสีหน้าของเต้ยนั้นดูจริงจังมากๆ ใช่ ดูท่าเธอจริงจังจะรุกผมมากๆ เลย...แต่ติดขัดที่ เธอไม่เคย? ไร้ประสบการณ์งั้นเหรอ? ...
ก่อนที่ไม่กี่อึดใจเธอก็เอ่ยโพล่งขึ้น เหมือนนึกขั้นตอนต่อไปได้แล้ว....
“ใช่แล้วค่ะ!! ถอดกางเกงออกค่ะ พี่กาย..ถอดกางเกงออก..” เต้ยทีเอ่ยโพล่งขึ้น และขยับร่าง และมือไม้หมายจะจัดการถอดกางเกงผมอย่างทันที ซึ่งนั้นก็ทำให้ผมสะดุ้งโหยงอย่างใให้กับคำกล่าวโพล่งอย่างเสียงดังที่อยู่ๆ ได้เอ่ยออกมานั้น
“ฮะ เฮ้ยยย เดี๋ยว...” ผมที่เอ่ยร้องและพยายามขัดขืน แต่ด้วยเหตุสุดวิสัย และไม่รู้ผมขัดขืนอีกท่าไหน เต้ยก็ตกจากการคร่อมยังที่ร่างของผม ลงไปนั่งที่พื้น แต่เธอไม่ได้ตกไปเปล่าๆ แต่ไปพร้อมกับกางเกงของผมที่อยู่ในมือของเธอด้วย!!
“ปะ เป็อะไรรึเปล่า..” ผมเอ่ยร้องถาม อย่างใและเป็ห่วง โดยที่ตอนนั้นลืมและไม่สนเื่กางเกงไปเลย...
“อูยยยยย มะ ไม่ค่ะ..” เต้ยที่ส่งเสียงตอบและ สูดปากร้องด้วยความเจ็บนิดๆ กับสะโพกที่กระแทกกับพื้นอย่างเต็มแรงนั้น ซึ่งพอเธอตอบจบและแหงกเงยหน้ามามองผม ก็ต้องชะงักอย่างตาโตอ้าปากหวออย่างทันที...