ซูชิ่นอาศัยจังหวะที่รอบกายไม่มีผู้คน พาเด็กน้อยทั้งสองไปอาบน้ำในลำธาร
นางไม่กล้าถอดเสื้อผ้าของตนเองและลูก ๆ เพราะอย่างไรเสียที่นี่ก็เป็ป่าเขา หากมีใครบังเอิญผ่านมาคงไม่ใช่เื่ล้อเล่น เหตุการณ์เมื่อคืนทิ้งรอยแผลในใจให้ซูชิ่น ทำให้นางมีความระแวดระวังตัวสูงมากในตอนนี้
อุณหภูมิในป่า่เช้าไม่สูงนัก ทำให้น้ำในลำธารค่อนข้างเย็น สามแม่ลูกจึงไม่กล้าอาบน้ำอย่างละเอียด และรีบขึ้นจากลำธารอย่างรวดเร็ว
พวกเขามีสัมภาระติดตัวไม่มาก แม้ข้างในจะมีเพียงเสื้อผ้าขาด ๆ ไม่กี่ชุด แต่ซูชิ่นก็ไม่ได้ทิ้งห่อผ้าเล็กนั้นไป
นางพาเ้าตัวเล็กทั้งสองคนเข้าสู่มิติวิเศษเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ซูชิ่นตรวจดูที่ขาของเยว่เยว่อย่างละเอียดอีกครั้ง รอยเขียวช้ำที่พบเมื่อคืนได้หายไปแล้วด้วยอานุภาพของน้ำพุวิเศษ แต่ซูชิ่นยังคงต้องถามสิ่งที่สงสัยอยู่ในใจออกมา
"ก่อนหน้านี้มีใครหยิกตรงนี้ของเ้าใช่หรือไม่?" ซูชิ่นถามพลางใช้มือลูบตรงจุดที่เคยพบรอยเขียวช้ำเมื่อคืน
เยว่เยว่เกร็งตัวโดยสัญชาตญาณ ใบหน้าปรากฏแววหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
"ท่านอาหญิงเ้าค่ะ นางชอบแอบหยิกข้า และไม่ยอมให้ข้าร้องไห้ ทั้งยังหยิกพี่ชายด้วยเ้าค่ะ"
ดวงตาของซูชิ่นพลันฉายแววเย็นเยียบ
เฉิงเหลียนเซียง!
เพราะประสบการณ์การเติบโตของตนเอง นางจึงเกลียดชังคนที่ทารุณเด็กเป็ที่สุด การทารุณเช่นนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการทำร้ายร่างกาย แต่ยังรวมถึงการทำร้ายทางจิตใจด้วย
ใครก็ตามที่ลงมือกับเด็กเล็ก ล้วนต่ำช้ากว่าหมูและสุนัข!
นางสะกดกลั้นความโกรธที่อยากจะฉีกร่างเฉิงเหลียนเซียงเป็ชิ้น ๆ แล้วถามว่า "นอกจากนางแล้ว ยังมีใครคนอื่นตีพวกเ้าอีกหรือไม่?"
เยว่เยว่นึกถึงบางอย่าง ดวงตาพลันเริ่มแดงก่ำ "ท่านแม่ เยว่เยว่ไม่เจ็บเ้าค่ะ เยว่เยว่ไม่เจ็บเลยสักนิด ท่านอย่าไปหาท่านย่ากับอาสะใภ้รองเลยนะเ้าคะ พวกนางจะตีท่าน"
ดีมาก ยังมีเฉิงโจวซื่อและหลี่ซื่ออีก!
เมื่อเห็นเด็กทั้งสองกังวลว่าตนเองจะเสียเปรียบ หัวใจของซูชิ่นก็อ่อนยวบ เด็กสองคนนี้ช่างรู้ความยิ่งนัก ไม่เหมือนกับเ้าเด็กสารเลวสองคนที่เกิดจากแม่เลี้ยงในชาติก่อนเลยสักนิด ดังนั้นนางจึงปรับน้ำเสียงให้อ่อนโยนลงโดยทันที
"วันหน้าไม่ว่าใครจะรังแกพวกเ้าอีก ห้ามอดทนเด็ดขาด ต้องบอกแม่ แม่จะช่วยพวกเ้าตีคืนให้หมด"
เด็กทั้งสองมองนางด้วยสีหน้าราวกับ 'ท่านแม่พูดเหลวไหลอะไรกัน'
โจวโจวคิดในใจว่า ท่านแม่ต้องถูกทำให้ขวัญหายไปแล้วแน่ ๆ เดี๋ยวต้องหาวิธีเรียกขวัญให้ท่านแม่เสียหน่อย มิเช่นนั้นไม่ช้าก็เร็วต้องเกิดเื่แน่นอน เขาจึงส่ายหน้าถอนหายใจแล้วกล่าวว่า "ท่านแม่ ท่านวางใจเถิด วันหน้าข้าจะปกป้องน้องสาวและท่านเอง จะไม่ยอมให้ท่านย่าและคนอื่น ๆ รังแกพวกท่านอีก"
เยว่เยว่ก็กล่าวว่า "ท่านแม่ วันหน้าข้าจะทำตัวให้ฉลาดขึ้น ไม่ให้พวกเขาหาโอกาสจับตัวข้าได้ เช่นนี้พวกเขาก็จะตีข้าไม่ได้ ท่านอย่าไปสู้กับพวกเขาเลยนะเ้าคะ ท่านสู้พวกเขาไม่ได้หรอก"
มุมปากของซูชิ่นกระตุก เมื่อนึกถึงความขี้ขลาดของเ้าของร่างเดิม นางก็รู้สึกว่าความคิดของเด็กทั้งสองไม่มีปัญหาเลยสักนิด
นางคิดว่าในเมื่อตนเองมาอยู่ในร่างของเ้าของร่างเดิมแล้ว ก็จำเป็ต้องเลี้ยงเด็กสองคนนี้ให้เติบโตแทน นางไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงเด็ก แต่ก็รู้ว่าในกระบวนการเติบโตของเด็ก บทบาทของผู้ปกครองสำคัญมาก
ชาติก่อนเหตุใดนางจึงมีนิสัยเช่นนั้น? ส่วนหนึ่งเป็เพราะแม่เลี้ยงคอยกลั่นแกล้ง แต่อีกส่วนหนึ่งเป็เพราะบิดาไม่เคยเชื่อใจและไม่เคยปกป้องนางเลย
ดังนั้นซูชิ่นจึงนำประสบการณ์ของตนมาปรับใช้ และรู้ว่าควรปฏิบัติต่อเด็กสองคนนี้อย่างไร
"พวกเ้าลืมไปแล้วหรือว่า แม่รู้จักกับท่านเซียนเฒ่า? มีท่านเซียนเฒ่าช่วยแม่ ท่านย่าของพวกเ้าไม่มีทางเป็คู่ต่อสู้ของแม่ได้เลย!"
ดวงตาของเด็กทั้งสองพลันเป็ประกาย
ใช่แล้ว ท่านแม่รู้จักกับท่านเซียนเฒ่า! เ้าคนเลวเมื่อคืนก็ถูกท่านเซียนเฒ่าตีจนตาย!
พวกเขาเห็นกับตาว่ารูปปั้นหินขนาดใหญ่นั่นทับเ้าคนเลวจนแบนในทีเดียว เช่นนั้นหากวันหน้าท่านย่า ท่านอา และอาสะใภ้รองรังแกพวกเขาอีก ท่านแม่ต้องขอให้ท่านเซียนเฒ่าช่วยทับพวกเขาให้แบนเหมือนกันแน่!
คราวนี้แววตาของเด็กทั้งสองเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ในใจของซูชิ่นก็รู้สึกภูมิใจเล็กน้อย ดูสิ เด็ก ๆ หลอกล่อได้ง่ายเช่นนี้เอง นางต้องเป็ผู้ปกครองที่ดีได้อย่างแน่นอน ทว่า ความภูมิใจเพียงเล็กน้อยนั้นกลับถูกทำลายลงตอนที่ช่วยเยว่เยว่เปลี่ยนเสื้อผ้า
เยว่เยว่มองดูท่านแม่ที่ช่วยนางใส่เสื้อผ้าผิดเป็ครั้งที่สี่ จนแทบจะทนไม่ไหวแล้วเอ่ยว่า "ท่านแม่ เหตุใดวันนี้ท่านถึงดูซื่อบื้อเช่นนี้เ้าคะ?"
ซูชิ่นรู้สึกกระอักกระอ่วน แม้นางจะมีความทรงจำของเ้าของร่างเดิม แต่ก็นับเป็ครั้งแรกที่ต้องดูแลเด็กด้วยตนเอง ประกอบกับเสื้อผ้าของคนโบราณนั้นซับซ้อน ในขณะที่ลนลานจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะกลายเป็เื่ตลก
โจวโจวที่อยู่ข้าง ๆ จัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว จึงเดินเข้ามาเบียดซูชิ่นออกไปด้านข้าง
"ท่านแม่ ท่านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถิด ข้าจะช่วยน้องสาวใส่เอง"
ซูชิ่นมองดูเ้าตัวเล็กที่สูงไม่ถึงเอวของนาง แล้วถามอย่างสงสัย "เ้าทำเป็หรือ?"
โจวโจวส่งเสียงหึอย่างทะนงตัว มือเล็ก ๆ จัดการเสื้อผ้าให้เยว่เยว่อย่างคล่องแคล่ว ไม่นานนัก เสื้อผ้าของเยว่เยว่ก็ถูกสวมใส่อย่างเรียบร้อย เมื่อเสร็จแล้วยังทำหน้าขรึมแล้วกล่าวว่า "เื่ง่าย ๆ แค่นี้ ดูครั้งเดียวก็ทำเป็แล้ว"
ซูชิ่นรู้สึกกระดากใจ ไม่กล้าบอกว่านางดูครั้งหนึ่งแล้วแต่ก็ยังทำไม่เป็ จึงได้แต่หยิบเสื้อผ้าของตนเองเพื่อเตรียมจะไปเปลี่ยนที่หลังกระท่อม
โจวโจวกล่าวตามหลังอย่างเนิบนาบว่า "ท่านแม่ หากท่านทำไม่เป็ เรียกข้าให้ช่วยได้นะขอรับ"
ซูชิ่นเก้อเขินจนใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อ "ไม่ต้อง"
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ซูชิ่นกลัวว่าเด็กน้อยทั้งสองจะหนาว จึงนำน้ำจากบ่อมาให้พวกเขาดื่ม
เมื่อพวกเขาดื่มเสร็จ ซูชิ่นจึงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า "ท่านเซียนเฒ่าบอกว่า ห้ามบอกเื่สถานที่แห่งนี้แก่ใคร และห้ามบอกเื่ที่พวกเรารู้จักท่านออกไป มิเช่นนั้นท่านจะลงโทษพวกเรา"
ใบหน้าของเยว่เยว่ปรากฏแววหวาดกลัวทันที ส่วนโจวโจวกลับเอียงคอถามอย่างใจเย็น
"เป็การลงโทษแบบไหนหรือขอรับ?"
ซูชิ่นรู้สึกว่าเ้าตัวเล็กนี่ฉลาดเกินไปหน่อย ไม่เหมือนเด็กห้าขวบทั่วไปเลย
"ท่านเซียนเฒ่าไม่ได้บอก แต่การลงโทษของเซียนต้องรุนแรงแน่นอน ดังนั้น พวกเ้าต้องจำไว้ ห้ามพูดเื่นี้กับใครเด็ดขาด"
"ท่านแม่ ข้าสัญญาว่าจะไม่บอกใครเลยเ้าค่ะ" เยว่เยว่ใจนรีบโผเข้ากอดซูชิ่น
ร่างกายของซูชิ่นแข็งทื่อ นางไม่ค่อยชินกับการใกล้ชิดเช่นนี้กับเยว่เยว่เท่าไหร่นัก
"ท่านแม่ ทำไมข้ารู้สึกว่าวันนี้ท่านแปลก ๆ ไปเล่าขอรับ?" โจวโจวมองซูชิ่นด้วยความสงสัย
"แปลกตรงไหนกัน?" ซูชิ่นชะงัก
โจวโจวทำหน้าขรึมแล้วกล่าวว่า "แปลกทุกตรงเลยขอรับ เมื่อก่อนเวลาท่านเห็นพวกเรากลัว ท่านจะกอดพวกเราแล้วก็ลูบหัวปลอบพวกเรา แต่วันนี้ท่านไม่ได้ทำ!"
ลูบหัว?
เื่นี้นางเข้าใจ ตอนเด็ก ๆ ท่านย่ามักจะลูบหัวนางบ่อย ๆ
แต่ว่า... เพราะเื่ลูกสองคนของแม่เลี้ยงทำให้นางมีความรู้สึกต่อต้านเด็กเล็ก ซึ่งหมายถึงเด็กทุกคน
ทว่า เมื่อเห็นสายตากึ่งตัดพ้อของเ้าตัวเล็กทั้งสองตรงหน้า นางก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
ตนเองร่างกายมารดาของพวกเขา หากไม่สามารถทำให้พวกเขาััถึงความรักของมารดาได้ วันหน้าพวกเขาจะกลายเป็คนที่มีนิสัยเหมือนนางในชาติก่อนหรือไม่?
หากเป็เช่นนั้น นางคงมีความผิดมหันต์
เมื่อคิดได้ดังนี้ ซูชิ่นจึงลองยื่นมือออกไปหาศีรษะที่ยุ่งเหยิงของโจวโจวอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
โจวโจวเห็นนางทำท่าทางเชื่องช้าก็รอไม่ไหว จึงดึงมือของนางมาวางบนศีรษะเล็ก ๆ ของตน และบังคับให้นางลูบหนึ่งที พร้อมกับพึมพำว่า "ลูบหัวแล้ว ไม่น่ากลัว โจวโจวไม่กลัวแล้ว"
มุมปากของซูชิ่นกระตุก