ก้องภพ จับจูง คนธรส ไปถึงห้องนอน ปิดประตูเสียงดังด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด
“ทำไมไปจับไม้จับมือกันอย่างหน้าไม่อายอย่างนั้น เธอแต่งงานแล้ว ยังจะอ่อยให้ท่าคนอื่นอีกเหรอ หัดรักษาเกียรติกันบ้างนะ” ก้องภพ ต่อว่าหญิงสาวตรงหน้าด้วยอารมณ์โมโหสุดขีด
“พี่ภพ จะมากไปแล้วนะคะ นั้นเพื่อนรสนะ และรสก็ไม่ได้จะทำอย่างที่พี่ว่ามาด้วย” คนธรส เผลอกัดริมฝีปากล่างของตัวเอง ก่อนจะกล่าวตอบออกไป ซึ่งเธอไม่คิดเลยว่าผู้ชายตรงหน้าจะปากร้ายได้มากขนาดนี้
“เป็เพื่อนกันเขาจับมือกันอย่างนี้เหรอ ฉันไม่เชื่อเธอหรอก เธอเป็แฟนกับมันใช่ไหม? บอกความจริงมานะ” ก้องภพ หึงจนพาลไปหมดทุกอย่างเลยในตอนนี้
“พี่ภพจะอยากรู้ไปทำไมคะ? ถึงรู้ไปยังไงเราก็ต้องอยู่ด้วยกันไปจนถึงหนึ่งปีอยู่ดี ตามข้อตกลงไม่ใช่หรือคะ แล้วพี่จะมาสนทำไมกับเื่นี้” คนธรส เอ่ยบอก
“ฮึ! จะไม่ให้สนได้ไง นี้ขนาดต่อหน้ายังจับไม้จับมือกันซะขนาดนี้ แล้วถ้าลับหลังจะไม่พากันไปเข้าโรงแรมเลยหรือไง” ก้องภพ ตอบกับหญิงสาวตรงหน้าทันควัน
“เพี๊ยะ!..”
คนธรส โมโหจนพลั้งมือเรียวเล็กไปฟาดลงบนแก้มของ ก้องภพ หนึ่งที ซึ่งเธอเองก็ใกับการกระทำของตนเองเหมือนกันที่กล้าไปตบชายหนุ่มได้ ช่างไม่กลัวบ้างเลยว่าชายหนุ่มจะสวนกลับเอา ตัวก็เล็กเท่ามด ยังจะไปสู้รบปรบมือกับช้างสารอีก
“คนธรส!”
ก้องภพ ส่งเสียงเรียกชื่อหญิงสาวเสียงเข้มราวกับจะกินเืกันเนื้อ จากนั้นชายหนุ่มจึงดึงร่างบางเข้าหาตัวอย่างแรง แล้วก้มลงทำโทษคนตัวเล็กด้วยจูบที่รุนแรง
ก้องภพ บดขยี้ริมฝีปากบางจิ้มลิ้มนั้นอยู่เป็นาน จนหญิงสาวรู้สึกได้ถึงรสชาติเค็มๆ จากเืที่ฟันได้เผลอไปกัดกระพุงแก้มเข้า น้ำตาเ้ากรรมของหญิงสาวไหลร่วงรินลงมาตามแก้มนวลเนียน จนชายหนุ่มััได้ จึงค่อยๆ ผ่อนความรุนแรงลงเรื่อยๆ
“นี้คือบทลงโทษที่กล้าตบหน้าฉัน” ก้องภพ เอ่ยบอก เมื่อถอนจูบออกจากปากบางจิ้มลิ้ม ด้วยเสียงที่ไม่ได้เข้มดุเหมือนแต่แรก
“รสไปได้หรือยังคะ เพื่อนรออยู่” คนธรส เอ่ยถามพร้อมกับเช็ดน้ำตาออกจากแก้ม และไม่ยอมมองหน้าคนที่ทำให้ต้องร้องไห้ ปากหญิงสาวบวมเจ่อแดงระเรื่อเพราะพิษจูบลงโทษของชายหนุ่ม
“ยัง.. ไปล้างหน้าก่อนแล้วค่อยลงไปด้วยกัน” คนธรส หันกลับมามองหน้าคนพูด จ้องอยู่ชั่วขณะหนึ่งเหมือนจะอยากพูดอะไรออกมา แต่ที่สุดก็ไม่พูดและตัดสินใจเดินเข้าห้องน้ำ ไปล้างหน้าล้างตาตามที่ชายหนุ่มบอก และออกจากห้องนอนไปพร้อมกัน
คนธรส เดินออกไปยังโต๊ะนั่งรับลมหน้าบ้านที่เพื่อนๆ นั่งทานของว่างกันอยู่ โดยมี ก้องภพ เดินขนาบข้างมาด้วยไม่ยอมห่างตัวเลยทีเดียว
“เดี๋ยวไปทานข้าวกัน ดีกว่าป้านิ่มตั้งโต๊ะน่าจะเสร็จแล้วล่ะ” คนธรส เอ่ยบอกเพื่อนทุกคนจึงลุกขึ้นและเดินเข้าไปในบ้าน ซึ่งแม่บ้าน และคนรับใช้ในบ้านได้ตั้งโต๊ะอาหารเสร็จกันพอดิบพอดี
“อ้าวเข้ามากันแล้วเหรอ แม่ว่าจะให้เด็กไปตามอยู่พอดีเลย มาๆ นั่งกันเลย” สุมนทา เอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่า ก้องภพ คนธรส และเพื่อนๆ ของ คนธรส เดินเข้ามาในบ้าน
“อาหารน่ากินจังเลยนะคะ” อนงค์นาถ กล่าวขึ้นเมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะน่าตาน่าทานทุกอย่างเลย
“ไม่ใช่แค่น่าตาที่น่ากินอย่างเดียวนะ รสชาติยังอร่อยด้วย ป้ารับรอง แม่นิ่มเขาทำอาหารอร่อยมากเลยนะจ้ะ ขอบอก” สุมนทา เอ่ยชมแม่บ้านของตนเองให้เพื่อนๆ ของ คนธรส ฟัง ซึ่งผู้ที่ถูกชมที่ยืนอยู่ข้างๆ โต๊ะอาหารยิ้มแก้มปริเลยทีเดียว
“ลงมือทานกันเลย รับรองจะติดใจ” สุมนทา กล่าวบอกให้เริ่มทานกันได้
“รสทานนี้สิ อันนี้ของชอบรสนี้” สุเมธ ตักไข่พะโล้ให้ คนธรส ซึ่งทำให้ทุกคนต่างหันมามอง คนธรส เป็ตาเดียวกัน
“เอาอีกแล้วนะเมศ อย่าให้มันเยอะไปนักนะ สงสารยายรสมันบ้าง” อนงค์นาถ ใช้มือบิดลงไปที่สีข้าง สุเมศ พร้อมกระซิบบอก
“รสตักผัดคะน้าหมูกรอบให้พี่หน่อยสิ” ก้องภพ เอ่ยบอกคนตัวเล็กข้างกาย ซึ่งทุกคนก็มองมายัง คนธรส อีกเช่นเคย
ซึ่ง สุมนทา มองดูพร้อมกับแอบอมยิ้มไปด้วย เพราะคิดว่ามองดูเ้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตนไม่ผิดแน่ อาการแบบนี้หึงหวงชัวร์ แต่ สุมนทา ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่นิดเดียว และทุกคนก็ต่างลงมือรับประทานอาหารกัน ซึ่งทุกครั้งเวลาที่ ก้องภพ ้าอยากทานอาหารอะไรก็จะเรียกร้องให้ คนธรส ตักอาหารให้อยู่อย่างนั้นจนกระทั้งอิ่ม
๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗