หมดเวลา!
คุณชายจากทางใต้ยังดื่มสุราไหที่แปดไม่หมดและคุณชายจากทางเหนือยังดื่มสุราไหที่เก้าไม่หมด ทั้งคู่ล้มลงเมาหานอวิ๋นซีดื่มสุราไปเก้าไหเต็มและยังยืนได้อย่างมั่นคง
หานอวิ๋นซีชนะ!
ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นกับตาตัวเอง อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงอยู่ตรงหน้าพวกเขาผู้คนที่รอดูหานอวิ๋นซีพ่ายแพ้ก่อนหน้านั้นและเหล่าบุรุษที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ต่างก็มองไปที่สตรีผู้นี้ด้วยความชื่นชมอย่างมาก
แข็งแกร่งเหลือเกิน!
ชื่นชม...สตรีผู้นี้จริงๆ!
องค์หญิงฉางผิงเองก็ตกใจเช่นกันนางยืนอยู่ที่เดิมและมองไปที่หานอวิ๋นซีที่หน้าแดงก่ำทว่ายังคงหยิ่งผยองและสง่างามอยู่จู่ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยโดยไม่มีเหตุผล
ในขณะเดียวกันมู่หรงหว่านหรูก็ชนนางจากด้านหลัง “องค์หญิง!”
จากนั้นองค์หญิงฉางผิงจึงจะฟื้นคืนสติเมื่อตระหนักว่าโอกาสมาถึงแล้ว นางก็รีบยิ้มอย่างสนุกสนานทันที พูดพลางหัวเราะว่า“ข้ารู้อยู่แล้วว่าเสด็จอาหญิงฉินจะไม่แพ้ และไม่ทำให้เสด็จอาฉินขายหน้า!การดวลสุราครั้งนี้ เสด็จอาหญิงฉินชนะ!”
กลุ่มคนที่ชื่นชมต่างคิดว่าองค์หญิงฉางผิงเองก็ชื่นชมเช่นกันแต่หานอวิ๋นซีกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ในความเป็นจริงตอนนี้หานอวิ๋นซีไม่สามารถยืนได้อย่างมั่นคงแล้วและนางก็เมาเช่นกันแต่นางยังควบคุมสติไว้ นางเองไม่รู้ว่าทำไมองค์หญิงฉางผิงถึงได้เชิญคุณชายทั้งสองมารู้สึกอยู่เสมอว่าที่นี่ต้องมีบางอย่างผิดปกติ แต่ก็ไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัด
อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นว่าคุณชายทั้งสองเมามากเช่นนั้นนางจึงคิดว่าทั้งสองคนคงไม่มีทางจะทำอะไรได้
“ถ้าอย่างนั้นเชิญองค์หญิงฉางผิงจัดการคุณชายทั้งสองในภายหลังด้วย อย่าลืมกฎเดิมพันของเราล่ะ!”หานอวิ๋นซีพูด
”แน่นอน!ต้องทำอยู่แล้ว!” องค์หญิงฉางผิงมีความสุขมาก
หลังจากยืนยันว่าการดวลสุราจบลงหานอวิ๋นซีก็ผ่อนคลายความตึงเครียดและความระแวงลงต้องยอมรับว่านางดื่มมากเกินไปและเกินขีดจำกัดของตัวเองไปแล้ว
นางนั่งลงช้าๆวางมือข้างหนึ่งไว้บนหน้าผาก ตอนนี้นางเวียนหัวอย่างมาก ท้องไส้ก็ปั่นป่วนอยากจะอาเจียนแต่กลับทำไม่ได้ เรี่ยวแรงทั้งหมดในร่างกายของนางก็ค่อยๆ หายไปขี้เกียจเกินกว่าจะเคลื่อนไหว เป็นไปได้ก็อยากจะนอนหลับไม่ตื่นไปเลยด้วยซ้ำ
ในขณะที่หานอวิ๋นซีกำลังจะขอให้สาวใช้พานางไปที่ห้องเพื่อพักผ่อนมู่หรงหว่านหรูก็เดินเข้ามา “พี่สะใภ้ ให้ข้าช่วยพาท่านไปพักผ่อนเถิดท่านดื่มมากไปแล้ว”
“ไม่จำเป็นสั่งให้สาวใช้พาข้าไปก็พอแล้ว” หานอวิ๋นซีพูดอย่างเฉยเมยพยายามทำให้ตัวเองดูมีสติมากขึ้น หากให้มู่หรงหว่านหรูพานางไปในเวลานี้นางไม่สามารถไว้วางใจได้
“วันนี้เป็นวันดีพวกเจ้าสองคนพาหวังเฟยไปพักผ่อนเถิด ดูแลนางอย่างระมัดระวังด้วยล่ะ!”
ทันทีที่องค์หญิงฉางผิงเอ่ยปากพูดคนรับใช้สองคนก็รีบเข้ามาพยุงทันที มู่หรงหว่านหรูยังคงเสแสร้งต่อ “พี่สะใภ้ให้ข้าไปกับท่านเถิด”
“ไม่เป็นไรพวกเจ้าไปต่อกันเถอะ พักสักครู่ข้าก็ดีขึ้นแล้ว”
ถึงหานอวิ๋นซีจะดูมีสติมากก็จริงทว่าหลังจากเห็นว่านางดื่มไปมากขนาดไหน ทุกคนต่างรู้ว่าอาการเมาจะเกิดขึ้นไม่ช้า
มู่หรงหว่านหรูเดินตามไปสองสามก้าวก่อนจะหันกลับมายิ้มให้องค์หญิงฉางผิงแล้วนั่งลงที่เดิม
องค์หญิงฉางผิงก็นั่งลงอย่างสงบมองไปที่คุณชายทั้งสองซึ่งนอนอยู่ข้างๆ และพูดอย่างเฉื่อยชาว่า “หลี่กงกงพาคุณชายทั้งสองลงไปสร่างเมา เป็นถึงชายฉกรรจ์แต่พ่ายแพ้ให้กับสตรีช่างน่าอายเสียจริง!”
“พ่ะย่ะค่ะกระหม่อมน้อมรับคำสั่ง” หลี่กงกงตอบกลับมา
ในไม่ช้างานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไป องค์หญิงฉางผิงก็ดูจะอารมณ์ดีขึ้นมาก พูดคุยกับทุกคนหัวเราะสนุกสนานอย่างมีชีวิตชีวา
อีกด้านหนึ่งของห้องหลังจากที่หานอวิ๋นซีขอให้สาวใช้สองคนออกไปนางก็ลงกลอนประตูด้วยตัวเองและปล่อยความระแวงทั้งหมดออกไปในที่สุดทันทีที่ผ่อนคลาย นางก็ล้มลงบนเก้าอี้อย่างแรง ไม่สามารถแม้แต่จะลุกขึ้นยืนได้
เมาจริงๆ!
นางอยากจะล้มตัวลงนอนเหลือเกินแต่นางก็รู้ว่าตนเองทำไม่ได้ วิธีที่เร็วและดีต่อสุขภาพที่สุดคือทำให้อาเจียนเพื่อให้สุราที่ดื่มลงไปทั้งหมดออกมา
หลังจากพักไปครู่หนึ่งเปลือกตาก็หนักอึ้งจนแทบจะยกไม่ขึ้นนางนอนตะแคงและใช้วิธีที่โหดร้ายที่สุดเพื่อทำให้อาเจียน
นางใช้นิ้วกดไปที่ลิ้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็แหย่ลงไปในลำคอ ทันทีที่แหย่ลงไป นางก็อาเจียนออกมา!
การอาเจียนนี้ไม่มีอาหารอะไรเลย และสิ่งที่อาเจียนออกมาก็มีแต่น้ำกับสุรา
นางยังคงอาเจียนอย่างต่อเนื่องไม่รู้ว่ากี่ครั้งและอาเจียนไปมากเท่าไร ในที่สุดอวัยวะภายในของนางก็สบายขึ้นและมีสติมากขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย ทว่าร่างกายยังคงปวกเปียกและไร้เรี่ยวแรง
หลังจากที่หานอวิ๋นซีบ้วนปากแล้วนางก็หยิบน้ำตาลกลูโคสจากระบบการล้างพิษออกมาและดื่มเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองทรุดลง
แม้ว่านางจะเป็นหมอพิษแต่นางก็ยังมียาฉุกเฉินจำนวนมากในคลังยาระบบล้างพิษของนาง
ใครก็ตามที่เคยเมามากต่างรู้ว่าถึงแม้จะอาเจียนแล้ว ดื่มน้ำตาลกลูโคสแล้วก็ยังต้องนอนอย่างน้อยสองสามชั่วโมงเพื่อฟื้นฟูพละกำลัง
หานอวิ๋นซีพยายามถอยกลับไปที่เตียงและล้มลงไปบนเตียง ไม่มีแรงที่จะขยับเคลื่อนไหวอีกต่อไปดังนั้นไม่ว่าจะล้มลงไปท่าไหน นางก็นอนหลับไปด้วยท่านั้น
ทั้งห้องเต็มไปด้วยความเงียบอย่างไรก็ตาม ผ่านไปไม่นานก็มีการเคลื่อนไหวจากประตูที่ปิดสนิท พร้อมกับเสียง“เอี๊ยด แกร๊ก” ที่ดังขึ้นเรื่อยๆ นี่...เห็นได้ชัดว่ามีคนกำลังพังประตู!
บนเตียงหานอวิ๋นซีไร้เรี่ยวแรงจนไม่รู้สึกตัวใดๆ และไม่ได้ยินการเคลื่อนไหวใดๆ เลยเช่นกัน
ในไม่ช้าเสียง “แกร๊ก” ที่ดังขึ้นพร้อมกับกลอนที่พังลงประตูก็ถูกผลักเปิดออกอย่างระมัดระวังโดยคนข้างนอก
มีเพียงเสียงกระซิบไม่รู้ว่าเป็นใครและไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เห็นเพียงคนหนึ่งถูกผลักเข้ามาทรุดลงกับพื้นพร้อมกับเสียง “ปัง” และเสียงอู้อี้อยู่บนพื้น จากนั้นประตูก็ค่อยๆปิดลงอีกครั้ง
ทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบดังเดิมและหานอวิ๋นซียังคงไม่รู้อะไรเลย
ภายในประตูคนที่ถูกผลักเข้ามาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากจ่างซุนเช่อคุณชายจากทางเหนือที่เมามายจนไม่ได้สติเขานอนอยู่บนพื้นครู่หนึ่ง ทว่าแทนที่จะหลับ เขากลับพลิกตัวและนอนหงาย
เห็นเพียงว่าใบหน้าของเขาแดงไปหมดหูและคอของเขาก็แดงด้วย ความแดงแบบนั้นดูเหมือนจะเข้มยิ่งกว่าสีแดงของความมึนเมามันทำให้คนรู้สึกร้อนแทนเขา
ในเวลานี้จ่างซุนเช่อร้อนไปทั้งตัว เขาไม่มีสติเลยแม้แต่น้อย ร่างกายเองก็อุ่นเช่นกันเพียงแต่ความร้อนยิ่งชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าเขาค่อยๆ มีแรงเพิ่มขึ้นมาเช่นกัน
ไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งนี้มาจากไหนเขารู้สึกอึดอัดเหลือเกิน!
“ร้อน!”
เขาพึมพำกับตัวเองพลางดึงคอเสื้อและปลดเข็มขัดโดยไม่รู้ตัว คลานขึ้นไปก่อนจะจับโต๊ะเพื่อให้ตนยืนได้อย่างมั่นคง
ในเวลานี้จู่ๆ เขาก็เห็นหานอวิ๋นซีอยู่บนเตียง!
จ่างซุนเช่ออดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายและยิ้มอย่างมึนเมา“สตรี ฮ่าฮ่า! ข้ามาแล้ว!”
เขาจะไปรู้ที่ไหนกันว่านี่คือฉินหวังเฟยเขาเผยรอยยิ้มลามกออกมา ในขณะที่ถอดเสื้อผ้าออก เขาก็เดินเข้าไปทีละก้าว “สาวน้อยข้ามาแล้ว!”
เมื่อเห็นว่าจ่างซุนเช่อกำลังจะเข้ามาใกล้หานอวิ๋นซีก็ยังคงนิ่งเฉยราวกับว่าไม่รู้ว่าตัวเองตกอยู่ในอันตรายเพียงใด
จ่างซุนเช่อถอดเสื้อผ้าของเขาอย่างร้อนรนเห็นได้ชัดว่าเขาถูกวางยา!
พระเจ้าหานอวิ๋นซีเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ
น่ากลัวเกินไปแล้ว!
ในขณะนี้จ่างซุนเช่อห่างจากเตียงเพียงสามก้าว เขายืนนิ่งมองหานอวิ๋นซีราวกับว่านางเป็นเหยื่อ พร้อมกับกลืนน้ำลายอย่างดุเดือด
อย่างไรก็ตามในเวลาเดียวกัน “ตู๊ด ตู๊ด! ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด!”
จู่ๆในสมองของหานอวิ๋นซีก็มีเสียงเตือนดังอย่างรวดเร็ว มีพิษ!
ความระมัดระวังอย่างมืออาชีพในระยะยาวทำให้หานอวิ๋นซีที่เมาจนหลับไปลืมตาขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงเตือนและมีสติขึ้นมาทันที ต้องรู้ว่าในฐานะหมอ แม้ว่าจะได้รับภารกิจฉุกเฉินกลางดึก ก็ต้องตื่นทันที
อย่างไรก็ตามในตอนที่นางตื่นขึ้น จ่างซุนเช่อที่ไม่สวมเสื้อก็วิ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“อ๊าย!”
หานอวิ๋นซีส่งเสียงกรีดร้องและถอยห่างโดยสัญชาตญาณ
จ่างซุนเช่อกระโจนตัวลงบนผ้าห่มข้างๆนาง ส่วนนางที่ไร้เรี่ยวแรง การกระโจนเมื่อครู่เป็นเพียงการตอบสนองฉุกเฉินเท่านั้นนางที่นอนอยู่ด้านข้าง มองชายข้างๆ ด้วยความไม่เชื่อ ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความตกใจ
คิดไม่ถึงว่าจะเป็นจ่างซุนเช่อทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?
“ตู๊ดตู๊ด ตู๊ด! ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด!”
ในสมองระบบล้างพิษยังคงส่งเสียงเตือนอยู่ หานอวิ๋นซีมองไปและเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นชายผู้นี้ถูกวางยา!
ยาแม้จะเรียกว่ายา แต่โดยหลักแล้วคือยาพิษ ยาพิษที่ทำร้ายคน!
นางไม่ได้ลงกลอนประตูหรือ? ชายผู้นี้เข้ามาที่นี่ได้อย่างไร
หานอวิ๋นซีมองไปที่ประตูและพบว่าสลักถูกงัดออก
นางถึงกับอ้าปากค้างและเข้าใจทันทีว่านี่คือการสมรู้ร่วมคิดจ่างซุนเช่อต้องถูกมอมยาก่อนที่จะถูกคนโยนเข้ามา!
มีการงัดแงะเปิดประตูขนาดนั้นสาวใช้กับองครักษ์ตายไปหมดแล้วหรือไร? ไม่เห็นกันหรือ?ต้องเป็นองค์หญิงฉางผิงแน่นอนที่ทำเช่นนี้!
น่างรังเกียจสิ้นดี!
ไม่เรียกได้ว่ามันน่าขยะแขยง คิดไม่ถึงว่าจะใช้วิธีการที่น่ารังเกียจและสกปรกเช่นนี้!
หานอวิ๋นซีที่กำลังโกรธเกรี้ยวใครจะคิดว่าจู่ๆ จ่างซุนเช่อก็หันกลับมาและยื่นมือไปทางนาง “สาวน้อย อย่าหลบเลยข้าสัญญาว่าจะทำให้เจ้าสบายสุดๆ ไปเลยล่ะ!”
หานอวิ๋นซีหลบแขนของเขาแต่จ่างซุนเช่อก็ใช้มืออีกข้างจับนางไว้ทันที จับแขนเสื้อของนางและดึงเข้าไปใกล้และสูดลมหายใจอย่างแรง
หานอวิ๋นซีหวาดกลัวเดิมทีนางไม่มีแรงที่จะหนีหรือหลบหลีก นางไม่ได้คิดอะไรมากมายใช้เข็มทองคำจากระบบล้างพิษเป็นอาวุธและแทงต้นขาด้านในของจ่างซุนเช่อด้วยแรงทั้งหมดของนาง!
“อ๊าก…”
จ่างซุนเช่อส่งเสียงอู้อี้และกลิ้งไปด้านข้างด้วยความเจ็บปวดตอนนี้เขาเองก็สร่างเมาขึ้นมาเล็กน้อย แต่เนื่องจากฤทธิ์ของยาและสุราผสมกันมันเลยทำให้เขาเสียสติไป และต้องการที่จะได้สตรีผู้นี้
“นังสารเลว!”
เขาคำรามด้วยความโกรธและพุ่งเข้ามาอีกครั้งหานอวิ๋นซีที่ต้องการจะหนี ทว่านางไร้เรี่ยวแรงจริงๆ โดยไม่ทันระวังในตอนที่พลิกตัวนางก็กลิ้งตกลงมาจากเตียง
แต่ใครจะรู้จริงๆ แล้วจ่างซุนเช่อจับแขนของนางไว้แน่น และใช้มืออีกข้างลูบคลำ
“ไปให้พ้น!”
หานอวิ๋นซีกรีดร้องด้วยความโกรธเข็มทองก็แทงเข้าไปอีกครั้ง แต่นางไม่มีแรงที่จะทำมันจริงๆการแทงครั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนต่อจ่างซุนเช่อเลย
จ่างซุนเช่อดึงแขนเสื้อและฉีกแขนเสื้อของนางอย่างรุนแรงทว่าการดึงครั้งนี้กลับทำให้หานอวิ๋นซีหลุดพ้น หานอวิ๋นซีจึงเดินไปด้านข้างเพื่อที่จะได้อยู่ห่างจากจ่างซุนเช่อ
นางถอนหายใจยาวและทันใดนั้นก็ตระหนักได้ว่าตัวเองสามารถวางยาพิษ แล้วก็ล้างพิษได้!
บ้าบอ!
นี่นางกลัวจนโง่ไปเลยหรือไร?
นางอยากจะรีบวางยาพิษหมอนี่เสียเหลือเกินแต่นางก็ต้องอดทนไว้ ในเมื่อองค์หญิงฉางผิงวางยาก็ต้องมีแผนสำหรับขั้นตอนต่อไปและจ่างซุนเช่อจะต้องไม่เป็นไร
ในเวลานี้จ่างซุนเช่อปีนลงจากเตียงและบังคับหานอวิ๋นซีอีกครั้งยาในตัวเขาเป็นยาที่ธรรมดามาก ทันทีที่สแกนหานอวิ๋นซีก็รู้ได้เลยว่าต้องล้างพิษอย่างไร
นางถือเข็มทองไว้ในมือและกดจุดฝังเข็มที่ท้องของจ่างซุนเช่อเพียงฝังเข็มลงไปสองเข็ม ยาก็จะหมดฤทธิ์ไป
นางเฝ้าดูจ่างซุนเช่อใกล้เข้ามาอย่างตัวสั่นนางที่ไม่มีแรงมากนัก จะลงมือได้ก็ต่อเมื่อจ่างซุนเช่อเข้ามาใกล้ ฝ่ามือของนางเหงื่อออกนางไม่เคยประหม่าเท่านี้มาก่อนในชีวิต
ต้องรู้ว่าหากพลาด นางต้องเสร็จแน่ๆ!