ตอนที่ 43 ล่า
เนี่ยฟงหลบซ่อนตัวตนบนต้นไม้สูง ทอดสายตามองออกไปไกล ก่อนจะพบกับอสูรงูตนหนึ่ง ที่กำลังไล่ล่ากวางป่าอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งในละแวกเดียวกันก็ยังมีอสูรงูอีกตน ที่กำลังแบกหามหมูป่าอย่างทุลักทุเล ยืนมองพวกพ้องของมันที่กำลังไล่ล่าอย่างสนุกสนาน เมื่อลองตรวจดูพลังลมปราณของพวกมันทั้งสอง ก็อยู่ในระดับก่อกำเนิดขั้นกลาง ส่วนอีกตนก็อยู่ระหว่างครึ่งก้าวก่อนเข้าสู่ขั้นปลาย เท่านั้นเนี่ยฟงกระทืบฝ่าเท้าเบาๆ กลายเป็นเงาดำสายหนึ่งที่พุ่งทะยานด้วยความรวดเร็ว ดุจดั่งสายลมที่พัดผ่านต้นไม้และใบหญ้า ใช้เวลาไม่ถึงสิบลมหายใจ เนี่ยฟงก็มาถึงต้นไม้ใหญ่ โดยมีอสูรงูแบกหมูป่าอยู่ใต้ต้น ก่อนที่เนี่ยฟงปลดปล่อยพลังลมปราณอย่างแผ่วเบา เฝ้ารอจังหวะอย่างใจเย็น เมื่อยามที่อสูรงูอีกตนหายไปจากสายตา เนี่ยฟงก็พุ่งทะยานลงมา พร้อมกับแทงเข่ากระแทกเข้าที่ศีรษะของมันทันที“เปรี้ยงง!!” รวดเร็วดุจดั่งสายฟ้าฟาด รุนแรงดุจดั่งพายุที่โหมกระหน่ำ เพียงการจู่โจมแค่หนึ่งครั้ง ก็ทำให้อสูรงูถึงกับคอหักตายในทันที เนี่ยฟงไม่รอช้ารีบทำลายหลักฐานด้วยความรวดเร็ว เขาแบกร่างของอสูรงูแล้วทะยานขึ้นไปบนต้นไม้อีกครั้ง โดยลืมหมูป่าไว้ที่ด้านล่าง เมื่อจะทะยานลงกลับเอามันขึ้นมา ในตอนนั้นเองที่อสูรงูอีกตนหนึ่งกลับมาพอดี พร้อมกับร่างของกวางป่าในสภาพที่ไร้หัว เมื่อมาถึงต้นไม้ใหญ่มันก็หันซ้ายหันขวา มองหาเพื่อนของมันทันที “ฟ่อ~!! เจ้าบ้านั้นไปไหนซะแล้ว? หรือว่ามันหนีกลับไปก่อน เอ๊ะ!! แต่หมูป่าก็ยังอยู่แล้วมันไปไหนกัน? ฟ่อ~!!” “แปะ! แปะ!!” ความรู้สึกคล้ายดั่งของเหลวร่วงหล่นใส่หัว อสูรงูใช่มือของตนลูบไล้ไปทั่วศีรษะของตน ก่อนจะจ้องมองดูที่ฝ่ามือของตนว่ามันคือสิ่งใด ทันทีที่เห็นของเหลวในมือของตนคือหยาดโลหิต มันก็จ้องมองไปด้านบนด้วยความรวดเร็ว ทันใดนั้น! มันก็พบเจอกับเพื่อนของตน ในสภาพห้อยหัวอีกทั้งยังมีโลหิตเปรอะเปื้อนไปทั่วใบหน้า แต่สิ่งที่ทำให้ดวงตามันเบิกกว้าง ก็คือกำปั้นของเนี่ยฟง ที่กำลังพุ่งทะยานลงมาด้วยความรวดเร็ว“ปัง!!!” เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว ดวงตาทั้งสองข้างของอสูรงูแทบถลนออกนอกเบ้า ร่างกายของหมุนคว้างกลางอากาศหลายตลบ ก่อนจะหล่นกระแทกลงสู่พื้น พร้อมทั้งกระอักเลือดปนเขี้ยวของมันออกมาไม่ขาดสาย ด้วยพลังลมปราณก่อกำเนิดขั้นปลาย แล้วอีกเพียงครึ่งก้าวจะเข้าสู่ปราณพิภพ ทำให้มันมีพลังชีวิตมากกว่าตนก่อน จึงไม่ได้ตกตายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว มันกำลังพยายามดันตัวเองลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เมื่อเนี่ยฟงเห็นดังนั้น! ก็พุ่งทะยานเข้าไปซ้ำในทันที “นาคาบิดหาง!!” เนี่ยฟงกระแทกเข่าเข้าที่ปลายคางของอสูรงูอย่างหนักหน่วง จนเกิดเสียงดัง “ปัง!!” พร้อมกับใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างคว้าจับศีรษะของมัน แล้วบิดออกด้านนอกทันที “กร๊อบบ!!” เสียงกระดูกหักดังสนั่นหวั่นไหว ดวงตาทั้งสองข้างของอสูรงูเหลือกขึ้นบน พร้อมกับฟองโลหิตแตกกระจายทั่วทั้งปาก เมื่อเนี่ยฟงปลดปล่อยอุ้มมือจากศีรษะของมัน ร่างของอสูรงูก็ร่วงหล่นลงไปนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นทันที พร้อมกับโลหิตที่หลั่งออกมาจากปากมันไม่ขาดสาย กลายเป็นแอ่งโลหิตไปในทันที“นั่นใคร!!!” จู่ๆ ก็ปรากฏเสียงหนึ่งที่ดังมาจากด้านหลัง เนี่ยฟงหันกลับไปยังทิศทางของต้นเสียงทันที ก่อนจะพบเห็นกับอสูรงูสามตน ที่กำลังคืบคลานมาอย่างเชื่องช้า เมื่อมันเห็นศพของอสูรงูที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ก็ทำให้ดวงตาของพวกมันเบิกกว้างทันที ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างติดๆ ขัดๆ “ผะ...ผะ..ผู้บุกรุก!!!” “ไอหยา!! ถูกเจอตัวซะแล้ว เห็นทีคงจะยุ่งยากขึ้นสักหน่อย” เนี่ยฟงกล่าวพึมพำออกมา พร้อมทั้งยกยิ้มขึ้น โดยที่ยังมีคราบเลือดเปรอะเปื้อนบนใบหน้า ทำให้อสูรงูทั้งสามตนรู้สึกสยดสยองไปตามๆ กัน เมื่อเนี่ยฟงลองตรวจระดับพลังลมปราณของพวกมันทั้งสาม ก็พบว่าอยู่ในระดับก่อกำเนิดขั้นกลางเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ต้องระมัดระวังอย่างที่สุด ในขณะนั้นเองที่อสูรงูตนหนึ่งก็กล่าวออกมา“เจ้า! รีบกลับไปรายงานท่านหัวหน้ากลุ่มเดี๋ยวนี้!!” อสูรงูหนึ่งในสามพยักหน้ารับ แล้วเตรียมจะกลับไปแจ้งหัวหน้าทันที หากมีอสูรงูตนใดตนหนึ่ง สามารถกลับไปแจ้งแก่หัวหน้ามันได้ คงต้องมีปัญหายุ่งยากตามมาแน่นอน เมื่อเนี่ยฟงได้ยินดังนั้นก็กล่าวออกมาในทันที“อ๊า~!! เห็นทีข้าคงปล่อยพวกเจ้าหนีกลับไปฟ้องบิดาคงไม่ได้” เมื่อกล่าวจบเนี่ยฟงก็หายวับไปกับตาทันที ก่อนจะมาปรากฏตัวด้านหน้าของอสูรงู ที่กำลังจะกลับไปยังรังของตนเพื่อแจ้งข่าว พร้อมกับคว้าจับที่ศีรษะของมันโน้มลงมาอย่างรวดเร็ว แล้วแทงเข่าเข้าไปที่ใบหน้าทันที “ปัง!!” “หักคอเอราวัณ!!” อสูรงูหน้าหงายพร้อมกับเลือดที่สาดกระจายไปทั่ว ก่อนจะลงไปนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น เนี่ยฟงไม่รอช้ารีบทะยานเข้าหาอสูรงูตนที่สองทันที พร้อมกับเสยหมัดเข้าที่ปลายคางของหมัดอย่างจัง “ปัง!!” “เอราวัณเสยงา!!” อสูรงูตนที่สองลอยหมุนคว้างกลางอากาศ ก่อนจะกระแทกลงมานอนขดอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด ไม่เพียงเท่านั้นยังถูกพิษของปีศาจผึ้ง จึงไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้เมื่อเห็นเพื่อนของตนถูกซัดไปต่อหน้าต่อตา อสูรงูตนที่สามก็เอ่ยออกมาทันที “นั่นมันเด็กอายุไม่ถึงยี่สิบปีใช่หรือไม่ หรือว่าข้าฝันไปกันแน่?” เม็ดเหงื่อหลั่งเย็นปรากฏขึ้นไปทั่วทั้งใบหน้า ความรู้สึกเย็นยะเยือกปรากฏไปทั่วทั้งแผ่นหลัง มันแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง ว่านั่นคือเด็กหนุ่มที่มีอายุไม่ถึงยี่สิบปี แต่กลับโค่นล้มอสูรงูได้ราวกับพลิกฝ่ามือ อีกทั้งยังมีจิตสังหารที่รุนแรง ราวกับว่าผ่านการต่อสู้มานับไม่ถ้วน ทำให้ดวงตาของมันต้องสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว ในชั่วขณะที่มันกำลังงุนงงอยู่นั้นเอง ก็ปรากฏกำปั้นของเนี่ยฟงในรูม่านตาของมันทันที “ปัง!!!” “ไม่มีใครสั่งสอนหรือไง ว่ายามต่อสู้ห้ามเหม่อลอยเด็ดขาด!” เนี่ยฟงกล่าวออกมาอย่างบางเบา ในขณะที่อสูรงูตนสุดท้ายลงไปนอนกองอยู่ที่พื้น และแน่นอนว่ามันถูกพิษของปีศาจผึ้ง จึงไร้ซึ่งหนทางจะหลบหนี และเนี่ยฟงก็เริ่มสังหารพวกมันทันที โดยไร้ซึ่งความเมตตาแต่อย่างใด ในขณะที่กำลังจะเดินไปสังหารอสูรงูตนแรก ดวงตาของเนี่ยฟงก็เบิกโพลงกว้าง ตรงบริเวณที่อสูรงูตนแรกนอนอยู่นั้น กลับปรากฏเพียงความว่างเปล่า เหลือเพียงคราบโลหิตที่เปรอะเปื้อนไปตามพื้น ทำให้เนี่ยฟงหลั่งเม็ดเหงื่อบนใบหน้าทันที“บัดซบ! หวังว่าคงไปไม่ไกลนะ” เนี่ยฟงพุ่งทะยานด้วยความรวดเร็ว ติดตามคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนไปตามต้นไม้และใบหญ้า หลังจากพุ่งทะยานออกไปไม่นานเนี่ยฟงก็พบเห็นอสูรงู ที่กำลังวิ่งเลื้อยไปหาพวกพ้องของมันอีกสองตน“ช่วยประหยัดเวลาในการออกล่าพวกมันให้ข้ายิ่งนัก!” เนี่ยฟงยกยิ้มขึ้นพร้อมกับเอ่ยพึมพำออกมา ในขณะนั้นเองที่อสูรงูทั้งสองก็เลื้อยมาหาเพื่อนมัน ด้วยสีหน้าที่แตกตื่น“เกิดอะไร?” “มีผู้บุกรุกอยู่ที่นี่ ฝีมือของมันช่างร้ายกาจยิ่งนัก แค่กๆ !! พวกอสรูรงูตนอื่นล้วนตกตายด้วยฝีมือของมันจนหมดสิ้น จะเหลือก็เพียงพวกเราแค่สามตนเท่านั้น แค่กๆ!! รีบกลับไปรายงานหัวหน้ากลุ่มเร็วเข้า!!” อสูรงูกล่าวออกมาพร้อมกับกระอักเลือดคำใหญ่ ทำให้พวกพ้องของมันอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างทันที พลางคิดในใจว่าศัตรูคงเป็นพวกพรรคหรือสำนักใหญ่ในเมือง มาช่วยเหลือคนที่ถูกจับตัวมา ก่อนจะเอ่ยถามออกไปอย่างรวดเร็ว“เป็นพรรคหรือสำนักใดกัน!! พวกมันมีจำนวนเท่าไหร่?” “เพียงแค่หนึ่ง!!” ซุ่มเสียงหนึ่งดังขึ้นในสายลม พร้อมกับการปรากฏตัวของเนี่ยฟง ที่ทะยานลงมาจากฟากฟ้า ดวงตาของเนี่ยฟงทอประกายแสงที่ล้ำลึก เขาปลดปล่อยพลังลมปราณถึงขีดสุด เนื่องจากอสูรงูอีกสองตนมีพลังลมปราณก่อกำเนิดขั้นปลาย ก่อนจะใช้ฝ่าเท้าของตนเหยียบหัวอสูรงูที่บาดเจ็บจมลงไปสู่พื้นดิน“ตูมม!!” เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว รู้สึกได้ถึงพื้นแผ่นดินที่สั่นสะเทือน ดวงตาของอสูรงูอีกสองตน เบิกกว้างเท่าไข่ห่าน เมื่อโลหิตของพวกพ้องสาดกระจายเข้าใบหน้าอย่างจัง ในชั่วขณะที่เนี่ยฟงปรากฏตัวอย่างกะทันหัน เขาก็ปลดปล่อยหมัดกระแทกเข้ากับใบหน้า ของอสูรอีกตนทันที “เปรี้ยงง!!” เพียงแค่พริบตาเนี่ยฟงสามารถกำจัดอสูรงูได้ถึงสองตน ภายในเวลาแค่เศษเสี้ยว และเนี่ยฟงไม่ปล่อยให้เสียจังหวะหมุนตัวเตะใส่ก้านคอ ของอสูรงูอีกตนในทันที“วูบ~~!!” อสูรงูตนสุดท้ายเอนหัวถอยหลบอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมันเป็นถึงรองหัวหน้ากลุ่ม และอีกเพียงครึ่งก้าวจะเข้าสู่ลมปราณพิภพ จึงมีประสบการณ์ในการต่อสู้มาไม่น้อย ภายในสถานการณ์ที่คับขัน จึงทำให้มันมีปฏิกิริยาที่รวดเร็วกว่าอสูรงูตนอื่นๆ ทำให้บนใบหน้าของมันปรากฏรอยยิ้มออกมาทันที ก่อนจะพุ่งเข้าหาเนี่ยฟงพร้อมกับอ้าปากโชว์เขี้ยวที่แหลมคม และยังเคลือบไปด้วยพิษ เตรียมจะกัดเนี่ยฟงให้ตกตาย แต่ทว่าในขณะนั้นเอง ที่การโจมตีของเนี่ยฟงยังไม่สิ้นสุด เขาใช้เท้าที่เตะวืดมาเป็นเสาค้ำ ก่อนจะหมุนตัวฟาดส้นเท้าของขาอีกข้างออกไปทันที“จระเข้ฟาดหาง!!!!” “เปรี้ยงงง!!!!!!”