หวงจื่อฉินกุมแก้มฝั่งที่ถูกตบั้แ่เล็กจนโต ท่านพ่อไม่เคยลงมือกับเขาเลยสักครั้งนี่คือบทพิสูจน์ที่ดีที่สุดว่าในใจท่านพ่อนั้นมีแต่หลุนจี้ชายหนุ่มใช้ดวงตาแข็งกร้าวจ้องมองผู้เป็พ่อ
“นับแต่นี้ไปข้าไม่ขอมีบิดาเช่นท่าน”
“ไป! ออกไปให้พ้นๆหน้าข้า!” หวงกว่างฝูเงื้อมืออีกครั้งแต่หนนี้บุตรชายไม่ยอมให้ตบ เขากำข้อมือบิดาไว้ ด้วยความคับแค้นใจเหลือจะกล่าวอยู่ไปก็เป็ตัวตลกให้คนหัวเราะเยาะ
“ให้สมดั่งใจท่านเถิด”
หวงจื่อฉินใช้เวลาเก็บของไม่นานก็ติดตามภรรยาสาวไปอยู่ที่บ้านสกุลว่านไม่สนใจเสียงร้องไห้ห้ามปรามของผู้เป็ย่าไม่สนใจว่าใครหน้าไหนจะดูแคลนว่าแต่งงานได้เพียงสี่เดือนก็ต้องย้ายไปอยู่บ้านพ่อตา
หวงกว่างฝูชอกช้ำใจถึงกับกระอักเืล้มป่วยที่ถูกบุตรชายคนโตกล่าววาจาตัดพ่อตัดลูกท่ามกลางการแตกสลายของคนบ้านสกุลหวง หลางรั่วอิ๋งลอบซ่อนรอยยิ้มไว้ในใจเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างราบรื่น บ้านหวงแตกแยกยากจะต่อความสัมพันธ์ติดเท่าไรชีวิตนางกับลูกยิ่งเป็ปึกแผ่นมากขึ้นเท่านั้น
“จื่อฉินกับพี่สะใภ้เ้าก็ไม่อยู่แล้วจิ่วหลินก็แต่งออกไปอยู่เสียไกลเ้าเหงาบ้างหรือไม่” ติงเฉิงคุนถาม หากไม่ติดเื่ดูแลร้าน ทุกๆบ่ายเขาจะมาคุยเล่นเป็เพื่อนว่าที่คู่หมั้นหมาย
ปรกติพี่ชายพี่สาวเมื่ออยู่บ้านพวกเขาก็ไม่ค่อยสนใจความเป็อยู่ของนางอยู่แล้ว แต่คนคุ้นเคยหายหน้าไปทีละคนสองคนเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะหรือแม้กระทั่งเสียงเย้ยหยันที่หายไปราวกับจะตอกย้ำว่านางเป็คนไร้ญาติขาดมิตรไม่มีเพื่อน ไม่มีญาติ มีแต่ความเหงาเป็เพื่อน “อย่างน้อยก็มีท่านแวะมาเยี่ยมข้าบ่อยๆข้าไม่เหงาหรอก”
“หรือเราจะเลื่อนวันแต่งให้เร็วขึ้น”ชายหนุ่มเสนอแนะ มองจากสีหน้าอมทุกข์ของหวงเฟิ่งเหยาเขานึกอยากพานางไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเสียวันนี้พรุ่งนี้
“ท่านอย่าขัดใจท่านป้าจะดีกว่าหากข้าแต่งเข้าสกุลติงก็ควรให้ท่านป้าพอใจ” หวงเฟิ่งเหยารู้สึกว่าตนเองไม่ควรเกิดปัญหาแม่สามีอย่างเช่นพบเจอในบ้านสกุลหวงตัวนางไม่มีบิดามารดา ขาดญาติผู้ใหญ่คอยหนุนแต่งงานไปอยู่บ้านสามีในขณะที่มารดาเขาสามารถเลือกผู้หญิงเพียบพร้อมได้ดีกว่านางนางจึงอยากให้คนในครอบครัวชายหนุ่มรักและเห็นจุดบกพร่องของนางน้อยที่สุด
แค่ได้ความรักจากเขาจะมั่นคงกระไรได้หากวันหนึ่งวันหน้าความรักจืดจางลงอย่างน้อยก็ขอให้หลงเหลือความเมตตาเอ็นดูจากคนในครอบครัวสามีเมื่อเห็นจุดจบของอาสะใภ้แล้วก็สะท้อนใจนางไม่อยากแต่งงานหามเกี้ยวเข้าประตูหน้าแล้วต้องเดินเท้าออกประตูหลัง
ติงเฉิงคุนกุมมือหวงเฟิ่งเหยาอย่างทะนุถนอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบา แต่หนักแน่นในเนื้อความ “ข้าอยากแต่งงานและอยากดูแลเ้าเร็วๆ”
เด็กสาวสะเทิ้นอายนางพยายามชักมือตนเองออก “เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า ข้าจะเสียหายข้าไม่อยากมีมลทินให้คนอื่นครหา พลอยทำให้ท่านเสียชื่อไปด้วย”
“ช่างปะไรคนที่จับมือเ้าคือข้าข้าจับจองเป็เ้าของคนที่ข้ารักยังจะเรียกว่าสร้างมลทินอันใดให้เ้า”
“ท่านช่างดีกับข้านัก”การถูกบอกรักครั้งแรกทำให้ใบหน้านวลซับสีเืสูบฉีดนางไม่เคยบอกชอบบอกรักเขาสักหน กลับได้รับความจริงใจมาถึงเพียงนี้จิตใจของหวงเฟิ่งเหยารู้สึกมั่นคงขึ้นมาก
“แล้วเ้ายินดีรับความรักของข้าหรือไม่”เขายกเรียวมือน้อยขาวสะอ้านหมายจะจดจุมพิตเบาๆแต่หวงเฟิ่งเหยาก็ยังไม่ยินยอมโดยง่าย
“อยากทำให้ข้ารู้สึกอายมากไปกว่านี้เลยหากข้าไม่ยินดี ข้าคงไม่ออกมานั่งให้ท่านป้อยอคำหวานใส่เช่นนี้หรอก”
ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเขารุดหน้าไปมากชายหนุ่มจึงยอมปล่อยมือเนียนนุ่มของนางให้เป็อิสระ
“บ่ายนี้เ้าอยากจะออกไปที่ใด”
“ท่านว่างรึ”
“ว่างเสมอหากเฟิ่งเอ๋อร์ของข้า้า”
“ข้าจะทำท่านเสียเวลาทำงานเปล่าๆน่ะสิ ข้าไม่ไปไหนหรอก” นางสบตาเขาอย่างเอียงอายนางเบื่อคนนอกบ้านเพราะถ้อยคำติฉินอาสะใภ้กับพี่ชายยังลอยเข้าหูให้ระคายใจ “อยู่บ้านรอท่านนำของอร่อยๆ มาฝากก็พอแล้ว”
บนโต๊ะในศาลาหน้าเรือนนอนมีตะกร้าที่ใส่ขนมเซาปิ่งอุ่นๆห่อด้วยกระดาษอยู่หลายชิ้น หวงเฟิ่งเหยาบิกินไปครึ่งชิ้นก่อนควักผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดริมฝีปากที่เลอะน้ำมัน ขณะจะซ่อนเก็บในแขนเสื้อติงเฉิงคุนก็คว้าผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมาซ่อนไว้ในอกเสื้อของตน
“ท่าน...คืนข้ามานะ”เขาขยันทำให้นางหน้าแดงเสียเหลือเกิน
“ข้าอยากเก็บไว้เป็ที่ระลึกอย่างน้อยมีผ้าเช็ดหน้าของเ้าอยู่กับตัว จะได้คลายคิดถึงอย่างไรเล่า”
“ที่ข้าเคยปักให้ท่านไม่พอหรือพอเถอะ อย่าพูดมากอีกเลย” นางยื่นมือขอผ้าเช็ดหน้าคืนชายหนุ่มคว้ามือเด็กสาวมากุมไว้อีกครั้ง
“ผืนที่เ้าปักให้ไม่มีกลิ่นผิวกายของเ้านี่นา”สายตาและน้ำเสียงผู้พูดแฝงแววสนิทสิเน่หาไว้เต็มเปี่ยม
หลังพุ่มไม้หลางเชียนอิงถือถาดวางถ้วยถั่วเขียวต้มน้ำตาลแอบซุ่มจดจ้องอยู่พักใหญ่เพราะเกรงจะเป็การบุ่มบ่ามเกินไปถ้านางโผล่เข้ามาขัดจังหวะั้แ่ติงเฉิงคุนเข้าไปนั่งในศาลานางสู้ทนมองภาพบาดตาบาดใจที่คุณชายติงพยายามจะหอมหลังมือหวงเฟิ่งเหยาเขาแย่งชิงผ้าเช็ดหน้าที่ฝ่ายนั้นใช้เช็ดปากและกุมมือศัตรูหัวใจของนางอีกครั้งหากปรากฏตัวช้ากว่านี้ต้องเห็นภาพตำตาตำใจอีกมาก จึงทำทีว่ายกของหวานมาให้เด็กสาว
“อ้าว...ข้าไม่รู้ว่าคุณชายติงอยู่นี่ด้วยข้าแบ่งถั่วต้มน้ำตาลมาให้เฟิ่งเอ๋อร์ หากรู้ก่อนหน้าว่าคุณชายติงอยู่ที่นี่ จะจัดมาเผื่ออีกถ้วยเ้าค่ะ”กล่าวแล้วหญิงสาวก็วางถาดไม้ลงบนโต๊ะหิน
หวงเฟิ่งเหยาชักมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของติงเฉิงคุนนางหน้าไม่หนาพอจะปล่อยให้คนนอกจ้องมองมือของนางแทบตาถลนและนางก็ไม่เชื่อว่าหลางเชียนอิงตั้งใจยกขนมหวานมาให้ถ้าไม่ใช่เพราะคุณชายติงมาหานาง ผู้หญิงน่าทุบให้ตายคนนี้ไม่แม้แต่จะย่างกรายมาที่เขตเรือนของนางถ้าไม่ใช่จงใจมาหาเื่
“ขอบใจเ้ามากวันนี้เอาเซาปิ่งมาฝากเฟิ่งเอ๋อร์ ก็ว่าจะกลับแล้ว” ติงเฉิงคุนออกตัวจากเหตุการณ์ที่ต้องมาพัวพันกับหญิงสาวคราวก่อน กว่าจะแก้ไขความเข้าใจผิดได้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกขยาดที่จะอยู่ใกล้หลางเชียนอิง
“ข้าก็อยากงีบตอนบ่ายตื่นมาจะได้ปักผ้าต่อ” นางไม่อยากอยู่มองหน้าเหม็นๆของหลางเชียนอิงเช่นกัน
“เ้าจะปักผ้าเช็ดหน้ามอบให้ข้าอีกใช่หรือไม่”ชายหนุ่มกล่าวถ้อยคำเย้าแหย่เด็กสาวต่อหน้าคนนอก
หวงเฟิ่งเหยาแสดงท่าทีเหนียมอายปรายหางตามองคนนอกแวบหนึ่งแล้วลุกขึ้น
“ขอบคุณที่อุตส่าห์ยกขนมมาให้ข้าจะเก็บไว้กินหลังตื่น” นางพูดไปอย่างนั้นลับหลังกะว่าจะเททิ้งอาหารจากหลางเชียนอิงแน่ใจได้หรือว่าไม่ได้ใส่สิ่งแปลกปลอมลงไป
“ไว้วันหน้าข้าจะมาขออนุญาตท่านอาหวงพาเ้าออกไปข้างนอก”ติงเฉิงคุนให้คำมั่นกับเด็กสาวก่อนลากลับไป
พอคล้อยหลังติงเฉิงคุนและหวงเฟิ่งเหยาก็กลับเข้าห้องของตัวเองแล้วหลางเชียนอิงก็ระบายความริษยาที่พลุ่งพล่านด้วยการล้มกระถางต้นไม้ที่วางอยู่ใกล้ศาลามีวิธีเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ติงเฉิงคุนหันมาสนใจนางนั่นคือกำจัดหวงเฟิ่งเหยาให้พ้นทางอย่างเร็วที่สุด!