มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 157 ไปคัดเลือกตัวแทนระดับอาณาจักร

            ด้วยระยะทางที่ห่างกันต้องใช้เวลาในการเดินทางเกือบสี่วันกว่าจะไปถึงเมืองเหลียว ระหว่างทาง กังหลงเริ่มพบเจอผู้คนที่ออกเดินทาง จากการสอบถามจึงทราบว่า ผู้คนหลายขบวนต่างเดินทางเพื่อไปร่วมงานที่เมืองเหลียวเช่นกัน      

     

            กังหลง เยี่ยนฟาง นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะ กังหลาง กังหลิว กังเหยาและผู้อาวุโสสูงสุดของตระดูลกังร่วมเดินทางมาด้วยกัน ทั้งเจ็ดมุ่งหน้าไปสู่เมืองเหลียวโดยการนำของผู้อาวุโสสูงสุดที่เคยไปยังเมืองเหลียว วันที่ห้าระหว่างทางไปเมืองเหลียว กลุ่มของหยางเสี่ยวเอ๋อร์ก็ได้มาสมทบกับทั้งเจ็ดคนจนกลายเป็นกลุ่มใหญ่ หยางไป่หู่และหยางเช็งซีได้มาพร้อมกัน เมื่อทุกคนต่างทักทายกันแล้วจึงเดินทางต่อจนวันที่หกจึงเข้าสู่เขตของเมืองเหลียว


            มองเห็นกำแพงเมืองขนาดใหญ่บัดนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่ทยอยเข้าประตูเมืองไปมีการตรวจตราจากทหารยามเล็กน้อยเมืองเหลียวเป็นเมืองที่ใหญ่และเป็นเมืองหลวงที่มีความเจริญที่สุดของอาณาจักรเนตรอสูรในบรรดาสามเมืองคือ  เมืองเนตรอสูรเมืองเหลียว เมืองชิวหลิง แต่ละเมืองต่างมีตระกูลใหญ่ ๆ อยู่สี่ตระกูลเมืองเนตรอสูร ประกอบด้วย ตระกูลกัง ตระกูลหม่า ตระกูลหยาง ตระกูลเยี่ยนเมืองเหลียวประกอบด้วย ตระกูลเหลียว ตระกูลเกา ตระกูลมู่ ตระกูลเฉินเมืองชิวหลิงประกอบด้วย ตระกูลเหยียน ตระกูลหลิง ตระกูลชิว ตระกูลเซิน

     

           แต่เมืองเหลียวนั้นยังมีตระกูลลึกลับที่ปลีกแยกออกไปอีกคือตระกูลราชวงศ์ซึ่งถือเป็นชนชั้นปกครองของอาณาจักรเนตรอสูรตระกูลราชวงศ์เป็นตระกูลเก่าแก่ที่มาพร้อมกับการก่อตั้งอาณาจักรเนตรอสูรเป็นเวลานานหลายสิบปีแล้วที่ตระกูลราชวงศ์มิได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องการสู้รบอื่นๆ ที่ปลีกย่อยของอาณาจักรที่ผ่านมาเพียงทำการปกครองและสนับสนุนให้ความช่วยเหลือดูและเก็บภาษีปฏิบัติตามความเหมาะสมเป็นธรรมแก่ทุกตระกูลในอาณาจักรหลายเมืองและหลายตระกูลในอาณาจักรจึงให้ความเคารพเกรงใจต่อตระกูลราชวงศ์เป็นอย่างยิ่ง

     

           ขบวนของกังหลงถือเป็นกลุ่มใหญ่และสะดุดตาผู้คนตามรายทางยิ่งเนื่องจากในกลุ่มถึงกับมีสตรีงามปานล่มเมืองถึงสามคนร่วมทางมาด้วยการเดินทางครานี้สตรีทั้งสามมิได้ปกปิดโฉมหน้าใด ๆอันเนื่องจากต่างคนต่างเชื่อมั่นในพลังฝีมือของตนและเชื่อมั่นในพลังฝีมือของกังหลงมีบางคราที่มาพบเจอกับกลุ่มอันธพาลกลุ่มชายหนุ่มที่คิดจะเข้ามาเกี้ยวพาราสีแต่เนื่องด้วยคนเหล่านั้นเห็นกลุ่มของกังหลงมีจำนวนมากมายถึงสิบคนจึงต่างอดใจไว้เหลียวมองสตรีงามทั้งสามด้วยความเสียดาย สตรีทั้งสามก็มิได้สนใจใด ๆต่างเดินคุยกันยิ้มแย้มสนุกสนาน ชมโน่นชมนี่ด้วยความตื่นตาเหตุเนื่องจากทั้งสามเพิ่งเคยมาเมืองเหลียวเป็นคราแรก

     

           ทันใดนั้นมีเสียงอึกทึกครึกโครมพร้อมเสียงหวีดร้องของผู้คนและเสียงตวาดไล่พร้อมเสียงรถม้าห้อตะบึงมาตามถนนภายในเมืองอย่างดังสนั่นวุ่นวายไปทั่ว

     

           "หลีกไป ๆอย่าขวางทางเจ้าพวกสวะ..นายน้อยของข้าจะเดินทาง..หาที่ตายรึ..!!" 

     

           "เพี๊ยะ..!!"       

     

           "ว๊ายย...ช่วยด้วย...ช่วยบุตรของข้าด้วย..!!"

     

           กลุ่มของกังหลงทั้งหมดหันไปมองยังด้านหลังตามเสียงที่ดังมาบัดนี้มีรถม้าคันหนึ่งกำลังวิ่งอย่างรวดเร็วมาตามถนนอย่างมิสนใจผู้ใดสารถีที่เป็นชายฉกรรย์ท่าทางหยาบกระด้างกักขฬะกำลังหวดแส้ใส่ผู้คนที่ขวางทางอย่างไม่ปราณี

     

            และขณะนี้มีหญิงชาวบ้านพร้อมเด็กชายตัวเล็ก ๆยืนตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูกขวางทางอยู่ ผู้เป็นแม่โดนแส้ฟาดกระเด็นออกนอกทางไปแต่เด็กน้อยยังยืนจังงังด้วยความตกใจอยู่ที่เดิม รถม้าที่วิ่งมาอย่างรวดเร็วสารถีผู้นั้นคล้ายมิได้สนใจชิวิตน้อย ๆ ที่ขวางอยู่ด้านหน้า สายตาเย็นชาเพียงมองผ่านไปอย่างมิสนใจ

     

            ขณะเท้าม้าคู่นั้นกำลังจะบดขยี้ร่างน้อย ๆ นั้นทุกผู้คนที่เห็นมิอาจช่วยเหลืออันใดได้ต่างหลับตาลงมิอยากเห็นภาพอเนจอนาถที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้      

           

           "วูบบบ..!!"

     

           "เอี๊ยด..!!"   

     

           "ฮี้..ฮี้.!!....โครม...!!" 

     

           "หาที่ตาย..!!"

     

           เมื่อทุกคนลืมตาขึ้นกลับพบเห็นบุรุษหนุ่มชุดนักศึกษาสีขาวร่างบอบบางหล่อเหลามิทราบไปยืนอยู่เบื้องหน้ารถม้าตั้งแต่เมื่อใดมือข้างหนึ่งยันรถม้าไว้จนเกือบพลิกคว่ำ มืออีกข้างหนึ่งจับกุมแส้ของสารถีไว้แน่น  เสียงดังอึกทึกครึกโครมเรียกให้ผู้คนพากันมาดูอย่างเนืองแน่นนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะเข้าไปอุ้มทารกชายนำไปให้สตรีขาวบ้านผู้นั้นซึ่งกำลังตื่นตะลึงกับสิ่งที่เห็นพร้อมกล่าว

     

           "ไปเสียเถอะ..บุตรชายของเจ้าปลอดภัยแล้วคราวหลังระวังด้วย.." 

     

           "ลูกแม่...ขอบ..ขอบคุณเจ้าค่ะ.."

     

           สารถีผู้นั้นแสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมากที่มีคนกล้ามาขัดขวางทางจนรถเกือบจะพลิกคว่ำก่อนหน้านั้นไมันด้หวดแส้ออกไปหวังจะฟาดให้ร่างที่พุ่งเข้ามาอย่างกระทันหันกระเด็นกลับไปแต่แส้ได้ถูกจับยึดไว้อย่างแน่นหนา

     

            เมื่อมองเห็นผู้ที่สามารถหยุดรถที่พุ่งมาอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งสามารถยึดจับแส้ของตนที่ฟาดออกไปด้วยพลังระดับปราณขุนพลระดับเจ็ดขั้นสุดไว้ได้เป็นเพียงบุรุษหนุ่มชุดนักศึกษาสีขาวร่างบอบบางหล่อเหลาคนหนึ่งที่อายุยังเยาว์ถึงกับตื่นตระหนกไปวูบหนึ่งรถที่ถูกทำให้หยุดกระทันหันทำให้ผู้ที่โดยสารมารับทราบจึงมีเสียงกล่าวถามมาอย่างฉุนเฉียว

     

           "เกิดอะไรขึ้นเส้าเหยียน  ขับรถเช่นนี้ทำให้ข้าเกือบคะมำ กลับไปเจ้าจะได้รับโทษ" 

     

           เมื่อได้ยินเสียงประกาศิตจากในรถม้าที่คล้ายเป็นเสียงของบุรุษหนุ่มอายุเยาว์สารถีผู้นี้ถึงกับหน้าถอดสี รีบกล่าวออกไป

     

           "มิมีอันใดนายน้อยพอดีมีพวกเศษสวะมาขวางทางทำให้รถม้าหยุดกระทันหันเดี๋ยวข้าจะจัดการให้เรียบร้อย.."

     

           "อืม..รีบ ๆ จัดการเสร็จแล้วจะได้เดินทางต่อ องค์ชายสี่คงรอข้ายิ่งแล้ว"

           

           สุ้มเสียงในรถเงียบหายไปคล้ายมิเห็นสิ่งใดอยู่ในสายตาผู้ที่มีชื่อว่าเส้าเหยียนหันไปมองยังบุรุษหนุ่มที่กำลังยึดจับแส้อยู่กล่าวอย่างหยิ่งผยอง 

     

           "เฮอะ..นับว่าเจ้าโชคดีวันนี้บิดาต้องรีบพานายน้อยไปพบองค์ชายสี่สหายของนายน้อยมิเช่นนั้นเจ้าจะได้เห็นดีที่กล้ามาขัดขวางทางครานี้"

     

           พูดจบก็ออกแรงดึงแส้กลับไป กังหลงนั้นเห็นมิมีผู้ใดได้รับอันตรายก็มีอยากมีปัญหายุ่งยากตั้งแต่เริ่มเข้าสู่เมืองเหลียวจึงปล่อยมือจากแส้ พร้อมกล่าวอย่างแย้มยิ้ม และเดินกลับไปหากลุ่มของตนเอง

     

           "คราหน้าก็ขับรถในเขตชุมชนให้ช้า ๆลงและระมัดระวังหน่อยก็แล้วกันเพื่อป้องกันมิให้ผู้อื่นมาพลอยได้รับอันตรายไปด้วย"

     

           ทันที่ที่ได้ยินบุรุษหนุ่มกล่าวเหมือนเชิงตำหนิตนเส้าเหยียนที่อารมณ์หงุดหงิดจากการโดนผู้เป็นนายน้อยตำหนิคาดโทษไว้จึงโกรธเกรี้ยวยิ่ง ก่อนหน้านี้คิดระบายอารมณ์อันขุ่นแค้นนี้ออกไปแต่ยังไม่มีที่ลงครั้นบุรุษหนุ่มบอบบางคล้ายนักศึกษาอ่อนแอผู้นี้กลับมาบังอาจกล้ากล่าวตำหนิตนและกำลังเดินหันหลังไป ขณะที่อารมณ์มันได้สุดกลั้นจึงพาลเอาความรู้สึกทั้งหมดที่มีหวังจะระบายไปกับบุรุษหนุ่มผู้ไม่รู้จักแผ่นดินสูงแผ่นดินต่ำให้สิ้น

             

           "บัดซบ..!!..บิดาคิดจะปล่อยผ่านไปแต่เจ้าดันกล้ามากล่าวตำหนิบิดาอีก วันนี้บิดาจะให้เจ้าต้องคืบคลานกลับบ้านไปโดยมิอาจเดินไปได้ ..!"

     

           "ฟ้าววว...!!"

     

           กังหลงเดินไปได้เพียงสองก้าวก็ได้ยินเสียงด่าทออย่างหยาบคายพร้อมพลังแส้ที่แหวกฟาดตรงมายังด้านหลังตนจึงเกิดโทสะขยับกายด้วยท่วงท่าเก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอยพร้อมตบไปยังใบหน้าของผู้ลงมือในทันที

     

           "เพี๊ยะ.!!"

     

           "อั๊กก..!!"

     


    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988