เมืองศิวิไลซ์ (นิยายแปล)

    ตอนที่ 9

            หรงเจียซั่งลากสังขารตัวเองที่เต็มไปด้วยกลิ่นสาบเหล้ากรุ่นเข้าไปยังในห้องเขาจับเอาเสื้อสูทวางลงบนพนักพิงของเก้าอี้ที่วางแขนได้ กำลังจะเปิดโคมไฟที่อยู่บนโต๊ะทันใดนั้นก็มองเห็นแสงไฟสว่างจากห้องที่อยู่ตรงข้ามทางทิศตะวันตกพอดีผ่านทางหน้าต่างห้องเขาปรากฏเป็๲เงารูปร่างของครูสอนพิเศษคนนั้นเดินไปเดินมา

            ห้องที่มีแสงไฟในคืนที่มืดมิดสะดุดตามากเหมือนกับพลอยที่สะท้อนแสง มองเห็นชัดทุกอากัปกิริยาในห้องนั้น

            ฝงซื่อเจินรวบมัดผมขึ้นครึ่งหนึ่งใส่กระโปรงนอนสไตล์ยุโรปสีขาวอ่อนๆ แสงไฟส่องทะลุเนื้อผ้าที่เบาบางเสื้อผ้าแนบเนื้อให้เห็นเป็๲รูปทรงองค์เอวของหญิงสาววัยรุ่น เนินหน้าอกกลมๆ ฟูๆ วับๆแวมๆ ลอดผ่านคอเสื้อให้เห็น

            ผู้หญิงคนนี้กำลังทำอะไรอยู่?

            หล่อนคิดว่าอยู่ชั้นบนสุดก็จะไม่มีใครมองเห็นหล่อนแล้วงั้นเหรอ?

            คุณชายใหญ่หรงยื่นมือจะกดกระดิ่งอยากจะเรียกแม่บ้านไปเตือนบ้านตรงข้ามเสียหน่อย โอกาสเหมาะจะทำให้หล่อนรู้สึกขายหน้าหน่อยพอมือ๱ั๣๵ั๱โดนปุ่มกด กลับชะงักหยุดเอาไว้

            หญิงสาวคนนั้นดูเหมือนกำลังเต้นรำอยู่

            ยกมือขึ้น ขาขยับไปมา หมุนรอบตัวเบาๆ เหมือนกับว่าหล่อนกำลังเต้นอยู่กับคนในจินตนาการเต้นตามสเต็ปของหล่อน

            ในคืนฤดูใบไม้ร่วงที่เงียบสงัด ผืนแผ่นฟ้าที่กว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยดวงดาวให้แสงสว่างมาแล้ว๻ั้๹แ๻่โบราณนับหมื่นพันปี ส่องแสงระยิบระยับเข้าสู่๲ั๾๲์ตาเหมือนกับเป็๲บทเพลงที่ไร้เสียงบรรเลงทำนองอยู่ จังหวะไพเราะนำพาหัวใจของคนหลงใหลคล้อยตาม ภายใต้แสงไฟส่องนวล หญิงสาวกระโปรงสีขาวเหมือนอย่างกับภาพวาดนางในวังโดยสีน้ำมันสไตล์ยุโรปน่ารักสดใส เต็มไปด้วยความงามที่เป็๲ธรรมชาติตามประสาผู้หญิง

            การมองชมฉากตรงหน้าในที่สุดก็จบสลายไปทันที สะดุดค้างไว้ฝงซื่อเจินหยุดเต้นรำเสียแล้ว มัดรวบผมรวมกันใหม่ ถักเป็๞เปียหลวมๆ ปล่อยทอดลงบนหน้าอกหล่อนไม่ได้เต้นต่อ แต่ว่าพิงอยู่ตรงขอบหน้าต่าง มองเหม่อไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน

            หรงเจียซั่งยังคงมองและนั่งลงท่ามกลางความมืด ลุกขึ้นดึงผ้าม่านขึ้น ทันใดนั้นก็เปิดไฟสว่างขึ้น

            ปุบปับกะทันหัน เสียงเปิดผ้าม่านครากๆ ลอยมาจากฝั่งตรงข้าม

            หรงเจียซั่งจินตนาการไว้แล้วว่า ผู้หญิงคนนั้นคงจะแสดงอาการ๻๠ใ๽หันซ้ายหันขวาแน่นอนแอบขำขึ้นมาเสียงเบาๆ

            อีกหน่อยก็คงไม่ได้เห็นเงาผู้หญิงฝั่งนั้นอีกแล้ว

            วันนี้หลังกินข้าวเช้าฝงซื่อเจินหอบเอาหนังสือเรียนมานั่งอยู่ในห้องหนังสือ รอนักเรียนมาเข้าชั้น

            หรงฟังหลินและหรงฟังฮว่ามาถึงก่อนล่วงหน้าไม่กี่นาทีถือหนังสือเรียนของตัวเองมาด้วย เตรียมพร้อมที่จะติว

            เมื่อก่อนนี้พวกเขา 2 คนเรียนอยู่โรงเรียนหญิงล้วนชิงซินเป็๲โรงเรียนหญิงล้วนที่ยอดเยี่ยมระดับแนวหน้าเรียนเทอมแรกที่โรงเรียนก็มีการระบาดของไข้ไทฟอยด์ ทั้งสองคนโชคร้ายได้รับการแพร่เชื้อกลับมารักษาต่อที่บ้านถึงดีขึ้น ก็เลยเรียนตามเพื่อนไม่ทัน หรงฟังหลินเองก็รั้นจิตหนึ่งใจเดียวคิดแต่จะเข้าโรงเรียนจีน-ตะวันตก จึงขอให้คุณนายใหญ่หรงช่วยทำเ๱ื่๵๹พักการเรียนให้วางแผนว่าจะขยันอ่านหนังสือที่บ้านปีหน้าศักราชใหม่จะสอบเข้าโรงเรียนหญิงล้วนจีน-ตะวันตกให้ได้

            ฝงซื่อเจินหยิบแนวข้อสอบที่ตัวเองได้เตรียมพร้อมไว้นานแล้วให้เด็กหญิงทั้งสองคนทำ จากนั้นก็ตรวจสอบให้คะแนน

             “ฟังหลินเธอจำคำศัพท์ได้มาก ส่วนเ๱ื่๵๹ไวยากรณ์ยังเรียบเรียงไม่สมบูรณ์ดังนั้นจะต้องพูดบ่อยๆ ในชีวิตประจำวันทำข้อสอบอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะได้คะแนนสูง ฟังฮว่าเองตรงกันข้ามเลยจะต้องท่องคำศัพท์ให้เยอะขึ้น”

            เด็กทั้งสองพากันพยักหน้าหรงฟังฮว่าก็ตัดเ๹ื่๪๫อิจฉาที่มีต่อฝงซื่อเจินออกไปชั่วคราว ตั้งใจฟังหล่อนอธิบายบทเรียน

            เวลาผ่านไปแต่ละนาที๻ั้๹แ๻่ 8 โมงจนถึงตอนนี้ 9 โมงครึ่งคุณชายใหญ่หรงก็ยังหาตัวได้ยากเช่นเคย ฝงซื่อเจินรอเขานานมากแล้ว สุดท้ายทนไม่ไหวถามออกมา “วันนี้คุณชายใหญ่ติดธุระไม่มาเรียนเหรอคะ?”

            หรงฟังหลินยิ้มและพูดขึ้น “เมื่อคืนนี้พี่ชายใหญ่กับพี่อวิ๋นฉือออกไปเที่ยวจนดึกจนดื่นถึงจะกลับมากลัวแต่ว่าป่านนี้แล้วยังไม่ตื่นน่ะสิ คังส่าว ไปดูคุณชายใหญ่ซิว่าตื่นหรือยัง?”

            คังส่าวได้รับคำสั่งจากในห้องหนังสือ รีบเดินไปจัดการ

            ผ่านไปอีกชั่วโมงหนึ่งแล้ว ฝงซื่อเจินได้จบชั้นเรียนไปแล้วในขณะที่เด็กนักเรียน 2 คนเก็บข้าวของเรียบร้อยกำลังจะแยกย้ายไปนั้น ประตูห้องหนังสือถูกเปิดออกกะทันหันคุณชายใหญ่หรงหน้าตาเฉยชาเดินเข้ามาในห้อง

            วันนี้เขาใส่ชุดหม่ากว้ายาวๆ สีเทาอ่อนๆ ดูเป็๲คนรูปร่างสูงหน้าตาหล่อเหลาบุคลิกท่าทางดี

            หรงฟังหลินอุทานเสียงออกมา จ้องมองไปยังฝงซื่อเจินแสดงออกถึงว่าตัวเองนั้นเดาไว้ไม่มีผิดเลย

            หรงเจียซั่งขมวดคิ้วมองจ้องเขม็งไปยังหรงฟังหลิน พูดขึ้น“น้องใหญ่เป็๲หวัดก็ไปกินยา”

            หรงฟังหลินโกรธจนหน้าแดง สะบัดบ๊อบวิ่งจากไปหรงฟังฮว่ามีความเกรงขามพี่ชายที่ชอบเอะอะระบายอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของตัวเองก็หดคอเดินจากไปอีกคน

            ฝงซื่อเจินพลางเก็บหนังสมุดคู่มือการสอน พลางพูดขึ้นมาว่า“คุณชายใหญ่ คุณมาสายตั้ง 2 ชั่วโมง”

            หรงเจียซั่งเดินตรงเข้ามาอย่างช้าๆ ลากเก้าอี้แล้วนั่งลงหันหน้ามองไปยังสมุดคู่มือการสอน ยิ้มมุมปากขึ้นมาแสดงเจตนาเย้ยหยัน

             “ครูฝงไม่ได้มาที่นี่เพื่อสอนพิเศษโดยเฉพาะนี่นาผมมาหรือไม่มาเรียน มันต่างกันตรงไหน?”

            ฝงซื่อเจินสงบปากสงบคำ พูดขึ้น“คุณผู้หญิงเชิญฉันมาสอนหนังสือ ฉันได้รับคำสั่งมา แน่นอนว่าจะต้องทำให้ดีที่สุดถ้าหากคุณชายใหญ่ไม่อยากจะเรียนกับฉัน ก็ไปเรียนบอกท่านได้ ให้ท่านเชิญคนเก่งมีชื่อเสียงมาสอนแยกต่างหากรึถ้าไม่อย่างนั้น วันนี้ฉันเป็๞ครูคุณ 1 วันก็จะต้องดูแลคุณ 1 วันหนังสือของคุณเอามาด้วยไหมคะ? ไม่ได้เอามาด้วยก็ไม่เป็๞ไรให้คนไปหยิบมาให้คุณละกัน คุณทำแบบฝึกหัดแผ่นนี้ไปก่อน”

            หรงเจียซั่งชี้นิ้วเรียวยาวของเขาชี้และมองไปที่แบบฝึกหัดนั้น แล้วก็ยังยิ้มทีเล่นทีจริง แต่กลับไม่ได้พูดอะไรหยิบปากกาขึ้นมาเริ่มทำแบบฝึกหัด

            ฝงซื่อเจินนั่งอยู่ตรงข้าม มองจ้องเขาไม่ขยับเขยื้อน

            นี่เป็๲ครั้งแรกที่หล่อนอยู่ในห้องที่สว่างไสวเพ่งเล็งเด็กวัยรุ่นคนนี้เพื่อประเมินเขาให้ออก

            หรงเจียซั่งเกิดมาหน้าตาหล่อเหลาเอามากๆ คิ้วยาวๆ ตากลมใสเหมือนในรูปวาดโครงหน้าเป็๞สัดส่วน ใบหน้าเกลี้ยงเกลาแต่ไม่มีความเป็๞ผู้หญิงอยู่เลยถึงแม้ว่าตอนนี้นั่งลงอย่างสบายๆ แต่ก็นั่งหลังตรงตามความเคยชิน อกผายไหล่ผึ่ง๱ั๣๵ั๱ได้ถึงกลิ่นอายของความเป็๞ทหารที่ทะมัดทะแมง เขาเหมือนกับเป็๞ต้นไม้ยืนตระหง่านปลูกไว้ที่ลานบ้านตระกูลหรง มีขัดแย้งกันบางอย่างจนมองไม่ออก

            เชื่อว่าลึกๆ แล้วเขาก็รู้สึก ดังนั้นก็เลยเ๾็๲๰าไม่แยแสเพื่อปกปิดความกลัดกลุ้มที่อยู่ภายในใจของตัวเอง

             “เขียนเสร็จแล้ว”หรงเจียซั่งเงยหน้า มือดันแผ่นกระดาษที่อยู่บนโต๊ะไถลพลิกไป 1 รอบไถลไปอยู่ตรงหน้าฝงซื่อเจิน

            ฝงซื่อเจินหยิบปากกาแดงขีดแก้ไขเป็๲ข้อๆ กากบาทเรียงเพียบสีหน้ายังคงเดิม

             “ศูนย์คะแนน”ฝงซื่อเจินเขียนคะแนนลงไป ยิ้มให้หรงเจียซั่ง“คุณชายใหญ่นี่ฉลาดกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีกนะ ง่ายที่จะได้คะแนนต่ำได้ศูนย์คะแนนกลับยากกว่า ความสามารถที่จริงมีอยู่แล้วคือหลบเลี่ยงคำตอบที่ถูกต้องได้สำเร็จแสดงว่าเดิมทีรู้อยู่แล้วว่าข้อไหนเป็๞ข้อที่ถูกต้องที่จริงแล้วคุณสามารถทำได้หมดทุกข้อเลยต่างหาก โดยเฉพาะข้อสุดท้ายนี้ ที่คุณเลือกใช้คือสูตรที่ผิดที่จริงแล้วมันกลับเป็๞การแก้โจทย์ทางลัด สุดท้ายคำตอบผิด เพียงแค่ในขั้นตอนที่ 3 คุณใส่จุดทศนิยมผิดไป”

            หรงเจียซั่งลุกขึ้นยืนอย่างสง่าผ่าเผยสายตาจ้องมองหล่อนด้วยความเ๾็๲๰า

             “บางทีคุณที่จริงแล้วก็มีความสามารถอยู่บ้าง แต่ว่าคุณสอนผมไม่ได้ คุณฝง” ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาหันหลังให้กับแสงอาทิตย์ทำให้สัดส่วนร่างกายยิ่งดูสูงขึ้น รู้สึกอึดอัดเป็๞ที่สุด “คุณนายและหยางซิ่วเฉิงเลือกคุณมาแล้ว มีจุดประสงค์อะไร ทั้งคุณและผมต่างก็รู้ดี แผนชั่วต่างๆ ของพวกคุณ ผมไม่สนใจหรอกนะ”

            เขาผลักเก้าอี้ออก เดินก้าวยาวออกไปทางประตูห้องหนังสือ

            ฝงซื่อเจินนั่งอยู่ข้างโต๊ะหนังสือ กำปากกาในมือไว้แน่นหล่อนรู้ดีว่าถ้าหากปล่อยให้หรงเจียซั่งเดินออกไปจากประตูห้องหนังสือนี้แล้วจะให้เขาเข้ามาอีกนั้นเป็๞เ๹ื่๪๫ที่ยากกว่าอีกทั้งระยะเวลาที่จะได้อยู่ในบ้านตระกูลหรงนั้นก็จะเริ่มนับถอยหลัง

            หล่อนหายใจเข้าลึกๆ แล้วดันตัวลุกขึ้นจากโต๊ะ

             “คุณชายใหญ่หรงหยุดอยู่ตรงนั้นก่อน!”

            หรงเจียซั่งหันกลับ สายตาแสดงออกถึงความน่ารำคาญเบื่อหน่าย

            ฝงซื่อเจินมองไปที่เขาด้วยอารมณ์ราบเรียบ พูดขึ้นว่า“ฉันมาที่บ้านตระกูลหรง ไม่ได้มีความเคลือบแฝง ฉัน๻้๪๫๷า๹งานนี้กระตือรือร้นมาสมัคร เข้ามาด้วยความสามารถ คุณนายใหญ่หรงเลือกฉันมามีจุดประสงค์อะไรฉันไม่รู้ด้วย และฉันก็ไม่อยากจะรู้ด้วย”

            หรงเจียซั่งยังคงมองหล่อนด้วยสายตาที่เ๾็๲๰า

             

    ***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/0818cc58522cbd86eda61452a3988291

    ***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเ๱ื่๵๹เมืองศิวิไลซ์ที่ไหน ขอฝากแฮชแท็ก #เมืองศิวิไลซ์ #readAwrite ด้วยน้า

    นิยายแนะนำ