หรงเจียซั่งลากสังขารตัวเองที่เต็มไปด้วยกลิ่นสาบเหล้ากรุ่นเข้าไปยังในห้องเขาจับเอาเสื้อสูทวางลงบนพนักพิงของเก้าอี้ที่วางแขนได้ กำลังจะเปิดโคมไฟที่อยู่บนโต๊ะทันใดนั้นก็มองเห็นแสงไฟสว่างจากห้องที่อยู่ตรงข้ามทางทิศตะวันตกพอดีผ่านทางหน้าต่างห้องเขาปรากฏเป็เงารูปร่างของครูสอนพิเศษคนนั้นเดินไปเดินมา
ห้องที่มีแสงไฟในคืนที่มืดมิดสะดุดตามากเหมือนกับพลอยที่สะท้อนแสง มองเห็นชัดทุกอากัปกิริยาในห้องนั้น
ฝงซื่อเจินรวบมัดผมขึ้นครึ่งหนึ่งใส่กระโปรงนอนสไตล์ยุโรปสีขาวอ่อนๆ แสงไฟส่องทะลุเนื้อผ้าที่เบาบางเสื้อผ้าแนบเนื้อให้เห็นเป็รูปทรงองค์เอวของหญิงสาววัยรุ่น เนินหน้าอกกลมๆ ฟูๆ วับๆแวมๆ ลอดผ่านคอเสื้อให้เห็น
ผู้หญิงคนนี้กำลังทำอะไรอยู่?
หล่อนคิดว่าอยู่ชั้นบนสุดก็จะไม่มีใครมองเห็นหล่อนแล้วงั้นเหรอ?
คุณชายใหญ่หรงยื่นมือจะกดกระดิ่งอยากจะเรียกแม่บ้านไปเตือนบ้านตรงข้ามเสียหน่อย โอกาสเหมาะจะทำให้หล่อนรู้สึกขายหน้าหน่อยพอมือััโดนปุ่มกด กลับชะงักหยุดเอาไว้
หญิงสาวคนนั้นดูเหมือนกำลังเต้นรำอยู่
ยกมือขึ้น ขาขยับไปมา หมุนรอบตัวเบาๆ เหมือนกับว่าหล่อนกำลังเต้นอยู่กับคนในจินตนาการเต้นตามสเต็ปของหล่อน
ในคืนฤดูใบไม้ร่วงที่เงียบสงัด ผืนแผ่นฟ้าที่กว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยดวงดาวให้แสงสว่างมาแล้วั้แ่โบราณนับหมื่นพันปี ส่องแสงระยิบระยับเข้าสู่ั์ตาเหมือนกับเป็บทเพลงที่ไร้เสียงบรรเลงทำนองอยู่ จังหวะไพเราะนำพาหัวใจของคนหลงใหลคล้อยตาม ภายใต้แสงไฟส่องนวล หญิงสาวกระโปรงสีขาวเหมือนอย่างกับภาพวาดนางในวังโดยสีน้ำมันสไตล์ยุโรปน่ารักสดใส เต็มไปด้วยความงามที่เป็ธรรมชาติตามประสาผู้หญิง
การมองชมฉากตรงหน้าในที่สุดก็จบสลายไปทันที สะดุดค้างไว้ฝงซื่อเจินหยุดเต้นรำเสียแล้ว มัดรวบผมรวมกันใหม่ ถักเป็เปียหลวมๆ ปล่อยทอดลงบนหน้าอกหล่อนไม่ได้เต้นต่อ แต่ว่าพิงอยู่ตรงขอบหน้าต่าง มองเหม่อไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน
หรงเจียซั่งยังคงมองและนั่งลงท่ามกลางความมืด ลุกขึ้นดึงผ้าม่านขึ้น ทันใดนั้นก็เปิดไฟสว่างขึ้น
ปุบปับกะทันหัน เสียงเปิดผ้าม่านครากๆ ลอยมาจากฝั่งตรงข้าม
หรงเจียซั่งจินตนาการไว้แล้วว่า ผู้หญิงคนนั้นคงจะแสดงอาการใหันซ้ายหันขวาแน่นอนแอบขำขึ้นมาเสียงเบาๆ
อีกหน่อยก็คงไม่ได้เห็นเงาผู้หญิงฝั่งนั้นอีกแล้ว
วันนี้หลังกินข้าวเช้าฝงซื่อเจินหอบเอาหนังสือเรียนมานั่งอยู่ในห้องหนังสือ รอนักเรียนมาเข้าชั้น
หรงฟังหลินและหรงฟังฮว่ามาถึงก่อนล่วงหน้าไม่กี่นาทีถือหนังสือเรียนของตัวเองมาด้วย เตรียมพร้อมที่จะติว
เมื่อก่อนนี้พวกเขา 2 คนเรียนอยู่โรงเรียนหญิงล้วนชิงซินเป็โรงเรียนหญิงล้วนที่ยอดเยี่ยมระดับแนวหน้าเรียนเทอมแรกที่โรงเรียนก็มีการระบาดของไข้ไทฟอยด์ ทั้งสองคนโชคร้ายได้รับการแพร่เชื้อกลับมารักษาต่อที่บ้านถึงดีขึ้น ก็เลยเรียนตามเพื่อนไม่ทัน หรงฟังหลินเองก็รั้นจิตหนึ่งใจเดียวคิดแต่จะเข้าโรงเรียนจีน-ตะวันตก จึงขอให้คุณนายใหญ่หรงช่วยทำเื่พักการเรียนให้วางแผนว่าจะขยันอ่านหนังสือที่บ้านปีหน้าศักราชใหม่จะสอบเข้าโรงเรียนหญิงล้วนจีน-ตะวันตกให้ได้
ฝงซื่อเจินหยิบแนวข้อสอบที่ตัวเองได้เตรียมพร้อมไว้นานแล้วให้เด็กหญิงทั้งสองคนทำ จากนั้นก็ตรวจสอบให้คะแนน
“ฟังหลินเธอจำคำศัพท์ได้มาก ส่วนเื่ไวยากรณ์ยังเรียบเรียงไม่สมบูรณ์ดังนั้นจะต้องพูดบ่อยๆ ในชีวิตประจำวันทำข้อสอบอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะได้คะแนนสูง ฟังฮว่าเองตรงกันข้ามเลยจะต้องท่องคำศัพท์ให้เยอะขึ้น”
เด็กทั้งสองพากันพยักหน้าหรงฟังฮว่าก็ตัดเื่อิจฉาที่มีต่อฝงซื่อเจินออกไปชั่วคราว ตั้งใจฟังหล่อนอธิบายบทเรียน
เวลาผ่านไปแต่ละนาทีั้แ่ 8 โมงจนถึงตอนนี้ 9 โมงครึ่งคุณชายใหญ่หรงก็ยังหาตัวได้ยากเช่นเคย ฝงซื่อเจินรอเขานานมากแล้ว สุดท้ายทนไม่ไหวถามออกมา “วันนี้คุณชายใหญ่ติดธุระไม่มาเรียนเหรอคะ?”
หรงฟังหลินยิ้มและพูดขึ้น “เมื่อคืนนี้พี่ชายใหญ่กับพี่อวิ๋นฉือออกไปเที่ยวจนดึกจนดื่นถึงจะกลับมากลัวแต่ว่าป่านนี้แล้วยังไม่ตื่นน่ะสิ คังส่าว ไปดูคุณชายใหญ่ซิว่าตื่นหรือยัง?”
คังส่าวได้รับคำสั่งจากในห้องหนังสือ รีบเดินไปจัดการ
ผ่านไปอีกชั่วโมงหนึ่งแล้ว ฝงซื่อเจินได้จบชั้นเรียนไปแล้วในขณะที่เด็กนักเรียน 2 คนเก็บข้าวของเรียบร้อยกำลังจะแยกย้ายไปนั้น ประตูห้องหนังสือถูกเปิดออกกะทันหันคุณชายใหญ่หรงหน้าตาเฉยชาเดินเข้ามาในห้อง
วันนี้เขาใส่ชุดหม่ากว้ายาวๆ สีเทาอ่อนๆ ดูเป็คนรูปร่างสูงหน้าตาหล่อเหลาบุคลิกท่าทางดี
หรงฟังหลินอุทานเสียงออกมา จ้องมองไปยังฝงซื่อเจินแสดงออกถึงว่าตัวเองนั้นเดาไว้ไม่มีผิดเลย
หรงเจียซั่งขมวดคิ้วมองจ้องเขม็งไปยังหรงฟังหลิน พูดขึ้น“น้องใหญ่เป็หวัดก็ไปกินยา”
หรงฟังหลินโกรธจนหน้าแดง สะบัดบ๊อบวิ่งจากไปหรงฟังฮว่ามีความเกรงขามพี่ชายที่ชอบเอะอะระบายอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของตัวเองก็หดคอเดินจากไปอีกคน
ฝงซื่อเจินพลางเก็บหนังสมุดคู่มือการสอน พลางพูดขึ้นมาว่า“คุณชายใหญ่ คุณมาสายตั้ง 2 ชั่วโมง”
หรงเจียซั่งเดินตรงเข้ามาอย่างช้าๆ ลากเก้าอี้แล้วนั่งลงหันหน้ามองไปยังสมุดคู่มือการสอน ยิ้มมุมปากขึ้นมาแสดงเจตนาเย้ยหยัน
“ครูฝงไม่ได้มาที่นี่เพื่อสอนพิเศษโดยเฉพาะนี่นาผมมาหรือไม่มาเรียน มันต่างกันตรงไหน?”
ฝงซื่อเจินสงบปากสงบคำ พูดขึ้น“คุณผู้หญิงเชิญฉันมาสอนหนังสือ ฉันได้รับคำสั่งมา แน่นอนว่าจะต้องทำให้ดีที่สุดถ้าหากคุณชายใหญ่ไม่อยากจะเรียนกับฉัน ก็ไปเรียนบอกท่านได้ ให้ท่านเชิญคนเก่งมีชื่อเสียงมาสอนแยกต่างหากรึถ้าไม่อย่างนั้น วันนี้ฉันเป็ครูคุณ 1 วันก็จะต้องดูแลคุณ 1 วันหนังสือของคุณเอามาด้วยไหมคะ? ไม่ได้เอามาด้วยก็ไม่เป็ไรให้คนไปหยิบมาให้คุณละกัน คุณทำแบบฝึกหัดแผ่นนี้ไปก่อน”
หรงเจียซั่งชี้นิ้วเรียวยาวของเขาชี้และมองไปที่แบบฝึกหัดนั้น แล้วก็ยังยิ้มทีเล่นทีจริง แต่กลับไม่ได้พูดอะไรหยิบปากกาขึ้นมาเริ่มทำแบบฝึกหัด
ฝงซื่อเจินนั่งอยู่ตรงข้าม มองจ้องเขาไม่ขยับเขยื้อน
นี่เป็ครั้งแรกที่หล่อนอยู่ในห้องที่สว่างไสวเพ่งเล็งเด็กวัยรุ่นคนนี้เพื่อประเมินเขาให้ออก
หรงเจียซั่งเกิดมาหน้าตาหล่อเหลาเอามากๆ คิ้วยาวๆ ตากลมใสเหมือนในรูปวาดโครงหน้าเป็สัดส่วน ใบหน้าเกลี้ยงเกลาแต่ไม่มีความเป็ผู้หญิงอยู่เลยถึงแม้ว่าตอนนี้นั่งลงอย่างสบายๆ แต่ก็นั่งหลังตรงตามความเคยชิน อกผายไหล่ผึ่งััได้ถึงกลิ่นอายของความเป็ทหารที่ทะมัดทะแมง เขาเหมือนกับเป็ต้นไม้ยืนตระหง่านปลูกไว้ที่ลานบ้านตระกูลหรง มีขัดแย้งกันบางอย่างจนมองไม่ออก
เชื่อว่าลึกๆ แล้วเขาก็รู้สึก ดังนั้นก็เลยเ็าไม่แยแสเพื่อปกปิดความกลัดกลุ้มที่อยู่ภายในใจของตัวเอง
“เขียนเสร็จแล้ว”หรงเจียซั่งเงยหน้า มือดันแผ่นกระดาษที่อยู่บนโต๊ะไถลพลิกไป 1 รอบไถลไปอยู่ตรงหน้าฝงซื่อเจิน
ฝงซื่อเจินหยิบปากกาแดงขีดแก้ไขเป็ข้อๆ กากบาทเรียงเพียบสีหน้ายังคงเดิม
“ศูนย์คะแนน”ฝงซื่อเจินเขียนคะแนนลงไป ยิ้มให้หรงเจียซั่ง“คุณชายใหญ่นี่ฉลาดกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีกนะ ง่ายที่จะได้คะแนนต่ำได้ศูนย์คะแนนกลับยากกว่า ความสามารถที่จริงมีอยู่แล้วคือหลบเลี่ยงคำตอบที่ถูกต้องได้สำเร็จแสดงว่าเดิมทีรู้อยู่แล้วว่าข้อไหนเป็ข้อที่ถูกต้องที่จริงแล้วคุณสามารถทำได้หมดทุกข้อเลยต่างหาก โดยเฉพาะข้อสุดท้ายนี้ ที่คุณเลือกใช้คือสูตรที่ผิดที่จริงแล้วมันกลับเป็การแก้โจทย์ทางลัด สุดท้ายคำตอบผิด เพียงแค่ในขั้นตอนที่ 3 คุณใส่จุดทศนิยมผิดไป”
หรงเจียซั่งลุกขึ้นยืนอย่างสง่าผ่าเผยสายตาจ้องมองหล่อนด้วยความเ็า
“บางทีคุณที่จริงแล้วก็มีความสามารถอยู่บ้าง แต่ว่าคุณสอนผมไม่ได้ คุณฝง” ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาหันหลังให้กับแสงอาทิตย์ทำให้สัดส่วนร่างกายยิ่งดูสูงขึ้น รู้สึกอึดอัดเป็ที่สุด “คุณนายและหยางซิ่วเฉิงเลือกคุณมาแล้ว มีจุดประสงค์อะไร ทั้งคุณและผมต่างก็รู้ดี แผนชั่วต่างๆ ของพวกคุณ ผมไม่สนใจหรอกนะ”
เขาผลักเก้าอี้ออก เดินก้าวยาวออกไปทางประตูห้องหนังสือ
ฝงซื่อเจินนั่งอยู่ข้างโต๊ะหนังสือ กำปากกาในมือไว้แน่นหล่อนรู้ดีว่าถ้าหากปล่อยให้หรงเจียซั่งเดินออกไปจากประตูห้องหนังสือนี้แล้วจะให้เขาเข้ามาอีกนั้นเป็เื่ที่ยากกว่าอีกทั้งระยะเวลาที่จะได้อยู่ในบ้านตระกูลหรงนั้นก็จะเริ่มนับถอยหลัง
หล่อนหายใจเข้าลึกๆ แล้วดันตัวลุกขึ้นจากโต๊ะ
“คุณชายใหญ่หรงหยุดอยู่ตรงนั้นก่อน!”
หรงเจียซั่งหันกลับ สายตาแสดงออกถึงความน่ารำคาญเบื่อหน่าย
ฝงซื่อเจินมองไปที่เขาด้วยอารมณ์ราบเรียบ พูดขึ้นว่า“ฉันมาที่บ้านตระกูลหรง ไม่ได้มีความเคลือบแฝง ฉัน้างานนี้กระตือรือร้นมาสมัคร เข้ามาด้วยความสามารถ คุณนายใหญ่หรงเลือกฉันมามีจุดประสงค์อะไรฉันไม่รู้ด้วย และฉันก็ไม่อยากจะรู้ด้วย”
หรงเจียซั่งยังคงมองหล่อนด้วยสายตาที่เ็า
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/0818cc58522cbd86eda61452a3988291
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่เมืองศิวิไลซ์ที่ไหน ขอฝากแฮชแท็ก #เมืองศิวิไลซ์ #readAwrite ด้วยน้า