“เ้างดงามยิ่งนัก”
“นี่หรือบุตรสาวขุนนาง ถอดเสื้อผ้านาง”
“กลืนเข้าไป น้ำของข้ากลืนไปให้หมด”
“ครางอีก หรงหลิน ครางออกมา”
“หรงหลิน หรงหลิน นางโลมชั้นต่ำหรงหลินมาหาข้า หรงหลินครางออกมา”
“ข้าชื่อเฉินฟางหรง ไม่ใช่หรงหลิน”
“จะเฉินฟางหรง หรือหรงหลินเ้าก็แค่นางโลม ร่างกายของเ้าผ่านผู้ชายมาเท่าไหร่แล้วจำไม่ได้หรือ”
“ไม่ข้าไม่ได้”
“หญิงเช่นเ้าจะผู้ใด้าขนาดคนที่เ้ารักปักใจ เช่น ตงหยางยังรังเกียจเ้า”
ฟางหรงที่หลับอยู่สะดุ้งตื่นทันทีนางหอบหายใจก่อนจะมองไปรอบ ๆ ห้องเมื่อพบว่าเป็ห้องของนางเองก็ถอนหายใจออกมาหน้าของนางเต็มไปด้วยเหงื่อ
“ฟางหรง เ้าแค่ฝันร้าย”
ฟางหรงพูดปลอบใจตัวเองพลางนึกถึงฝันของนางภาพในอดีตยามนางต้องรับแขกและถูกบังคับให้อุ่นเตียงฉายขึ้นมาในหัวเสียงของบุรุษมากมายดังก้องในหัวของนาง ฟางหรงในตอนนี้รู้สึกอยากจะอาเจียนออกมายามนึกถึงใบหน้าของบุรุษมากมาย มือทั้งสองนางสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“ข้าชื่อเฉินฟางหรง ไม่ใช่หรงหลิน”
ฟางหรงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือหรงหลินคือชื่อยามนางเป็นางโลม นางอยากจะลืมอดีตและฝันร้ายให้หมดสิ้นเสียทีฟางหรงพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองไว้ นางหายใจเข้าออกเพื่อเรียกสติของตัวเอง
“ข้าคือฟางหรง ข้าคือฟางหรง”
ฟางหรงลูบที่หน้าอกของนางเบา ๆไม่รู้เพราะอะไรตอนนี้จมูกของนางได้กลิ่นหอมจาง ๆ แต่ยิ่งดมกลิ่นนั้นอาการของนางที่ดูตื่นกลัวก็ค่อย ๆ หายไปในตอนนี้มือของนางไม่ได้สั่นเทาและไม่มีอาการกลัวอีกแล้วฟางหรงมองไปทั่วห้องแต่ไม่พบที่มาของกลิ่นหอม
“ข้าคงบ้าไปแล้วจริง ๆ ”
ฮ่าวตูที่อยู่้ามองฟางหรงที่พึมพำกับตัวเองเขาโรยผงสีขาวไปในอากาศอีกครั้ง ไม่นานฟางหรงก็หลับไปเมื่อเห็นว่าฟางหรงในตอนนี้หลับสนิทแล้ว ฮ่าวตูก็ลงไปด้านล่างทันที
“คุณหนู ท่านมีเื่อะไรในใจกัน...”
ฮ่าวตูพูดออกมาเสียงเรียบเดิมทีเขาเป็เพียงเงาส่วนตัวของฟางหรงที่เทียนอี้เลือกมา การที่ฟางหรงจะรู้การมีอยู่ของเขานั้นต้องมีสถานการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้หรือนางอายุยี่สิบแล้วเท่านั้นและคำสั่งเดียวที่เขาต้องจำคือปกป้องหญิงสาวตรงหน้า
หลายวันต่อมา
“เ้าได้ยินเื่คุณหนูผู้นั้นหรือยัง”
“มีผู้ใดไม่รู้บ้างนางช่างน่าละอายนัก”
“ใช่ข้าได้ข่าวว่านางเข้าหอนางโลมแทบทุกวัน”
“ข้าได้ยินว่านางประกาศจะแต่งบุรุษเข้าจวน”
เสียงของชาวบ้านและแม่ค้าต่างพูดถึงเฉินฟางหรงไปทั่ว จนมีผู้คนตั้งฉายาให้นางเป็สตรีหน้าไม่อาย
“คุณหนูข้าว่าเรากลับไปที่จวน”
ซูลี่พูดออกมานางมองฟางหรงด้วยความเป็ห่วง คุณหนูของนางไม่ควรต้องมาฟังคำพูดเช่นนี้เื่ทั้งหมดเป็เพราะ เ้าโง่ตงหยางคนเดียวเข้าหอนางโลมอะไรกันคุณหนูของข้าไม่เคยแม้แต่จะย่างกายเข้าไปด้วยซ้ำ
“ช่างเถอะแม้พวกเขานินทาก็ใช่ว่าจะรู้ว่าข้าคือใคร”
ฟางหรงพูดออกมาเสียงเรียบอาจเป็เพราะนางไม่ค่อยออกจากจวนเลยทำให้มีชาวบ้านส่วนน้อยที่จะรู้ว่าคุณหนูเฉินหน้าตาเป็เช่นไรนางเดินตรงไปที่ร้านเครื่องประดับ ก่อนจะสะดุดตากับปิ่นหยกสีขาวนวลฟางหรงหยิบปิ่นขึ้นมามองอย่างพอใจแต่ยังไม่ทันจ่ายเงินก็ถูกใครบางคนดึงออกจากมือไป
“พ่อค้า ข้าเอาปิ่นนี้”
“เ้าไม่เห็นหรือไงว่าคุณหนูข้าถืออยู่”
ซูลี่ที่เห็นเหตุการณ์ก็พูดขึ้นหญิงสาวตรงหน้าเพียงยิ้มออกมา ก่อนจะมองไปที่ฟางหรง
“ถืออยู่แล้วอย่างไรหากยังไม่จ่ายเงินนั่นถือว่าไม่ใช่เ้าของไม่ว่าจะด้วยวิธีอะไรถ้าข้าอยากได้ไม่เคยไม่ได้”
พูดจบนางก็วางเงินไว้และเดินออกไป
“มีคนหน้าด้านเช่นนี้อยู่อีกหรือ”
“ช่างเถิด”
ฟางหรงในตอนนี้ไม่มีอารมณ์ที่จะไปทะเลาะกับผู้ใดแล้ว นางยังคงสับสนและรู้สึกไม่ดีซูลี่เดินตามฟางหรงไปเงียบ ๆ แม้จะรู้สึกเป็ห่วง แต่ก็ไม่กล้าที่เอ่ยออกไป
“ซูลี่ข้าอยากกินน้ำตาลปั้น”
“..........”
“เ้าว่าจะอร่อยเหมือนที่พี่หยางทำให้ข้าหรือไม่”
ฟางหรงพูดออกมาอย่างแ่เบาซูลี่ที่ได้ยินเงยหน้ามองฟางหรงด้วยแววตาสงสารน้ำตาลปั้นของที่เ้าโง่นั่นใช้ล่อลวงความรู้สึกของคุณหนู....
“คุณหนูข้าว่า....”
“ไปซื้อกันเถอะ”
ฟางหรงมองน้ำตาลปั้นตรงหน้าก่อนจะซื้อน้ำตาลรูปกระต่ายมา
“ท่านพี่ตงหยาง ปักปิ่นให้ข้าหน่อยเ้าค่ะ”
ตงหยาง?? ฟางหรงที่กำลังกินน้ำตาลปั้นเมื่อได้ยินชื่อที่คุ้นเลยก็หันไปทางต้นเสียงทันที
“คะ...คุณหนูข้าว่าเรากลับจวนดีหรือไม่เ้าคะ”
ซูลี่ที่เห็นภาพตรงหน้าก็เอ่ยขึ้นมาทันทีฟางหรงเองก็มองภาพตรงหน้า รอยยิ้มที่เคยมีตอนนี้ก็ค่อย ๆ หายไปนางกำไม้น้ำตาลปั้นในมือแน่
“ตงหยาง....”
ฟางหรงเรียกออกมาอย่างแ่เบาแต่อาจจะเพราะตงหยางเองไม่ได้อยู่ไกลเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยก็หันมาทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่คือใครปิ่นที่อยู่ในมือของเขาก็ล่วงลงพื้นทันที
“ท่านพี่ ปิ่นข้าปิ่นถ้าหักขึ้นมาจะทำเช่นไร”
หญิงสาวพูดออกมาด้วยความไม่พอใจแต่ตงหยางผู้เป็สามีไม่ได้สนใจนางแต่อย่างใดเขาเพียงมองไปที่ฟางหรงที่ตอนนี้มองมาที่เขาเช่นกัน คิดถึง มีเพียงคำนี้เท่านั้นที่อธิบายแววตาของทั้งสองได้
“นั่นบุตรสาวอาจารย์ท่านใช่ไหมเ้าคะเข้าไปทักทายคุณหนู สักหน่อยดีหรือไม่เ้าคะท่านพี่”
เจินเจินพูดออกมานางกอดที่แขนของตงหยางก่อนจะยิ้มยกไปท่านฟางหรงใช่นางรู้ถึงความสัมพันธ์ของตงหยางและฟางหรง ในวันแต่งงานหากนางไม่ตามตงหยางออกมา ก็คงไม่รู้ว่าหญิงไร้ยางอายผู้นี้จงใจจะแย่งสามีนาง!!
“อยู่ในที่ของเ้าไป”
ตงหยางพูดออกมาเสียงเรียบด้านฟางหรงเองกลับมองเป็ภาพตงหยางและภรรยาหยอกล้อกันหวานชื่น
“เหอะเ้าโง่นั่น!!!! แล้วหญิงผู้นั้นคนที่มาแย่งปิ่นนิเ้าคะ หนอย!!! คุณหนูรอตรงนี้นะเ้าคะ ข้าจะไปจัดการเอง”
ซูลี่พูดออกมาอย่างหัวเสียฟางหรงเองก็ยังมองภาพตรงหน้านางเม้มปากแน่นขาทั้งสองของนางตอนนี้ไม่มีแรงแม้แต่จะเดินหนีแม้ปากที่จะห้ามซูลี่ยังสามารถเอ่ยได้ ใครก็ได้พาออกไปจากที่นี่ที
พรึบ!!!
“คุณหนู ข้ามารับกลับจวน”
ฮ่าวตูที่ยืนมองสถานการณ์อยู่นาน ในตอนนี้เขาทนไม่ได้อีกต่อไปแล้วคุณหนูของเขาไม่ควรต้องมาเจอแบบนี้ฮ่าวตูจับมือฟางหรงแน่น ก่อนจะจูงมือให้เดินตามเขามา
“เ้า เ้าจะพาคุณหนูไปไหน”
จวนสกุลเฉิน
ฟางหรงในตอนนี้ยังคงนั่งเหม่อลอยในมือของนางยังคงถือน้ำตาลปั้นรูปกระต่ายแน่น ฮ่าวตูมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความสงสารจับใจแม้เขาจะบอกว่าตัวเองเป็ใครเด็กสาวตรงหน้าก็ทำเพียงพยักหน้าเท่านั้น
“คุณหนู สาวใช้ของท่านกำลังไปตามหมอเดี๋ยวข้าจะอยู่เป็เพื่อนท่านก่อน”
ฟางหรงไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงพยักหน้าเท่านั้น ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง
“เ้าชอบกินน้ำตาลปั้นหรือไม่”
“ข้า....ไม่เคยกิน”
“เช่นนั้นหรือ มันอร่อยมากเลยนะข้าชอบที่สุด ในยามข้าเศร้าหรือเสียใจ พี่หยางจะลงมือทำน้ำตาลปั้นมาเอาใจข้า”
ฟางหรงยิ้มเศร้า ๆก่อนจะมองไปที่น้ำตาลปั้นในมือ นางเม้มปากแน่นน้ำตาที่เคยกลั้นไว้ตอนนี้ไหลรินอาบสองแก้มของนาง
“แต่ไม่รู้ทำไม น้ำตาลปั้นวันนี้ช่างขมยิ่งนัก”
ฟางหรงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแม้น้ำตาจะไหลแต่นางยังคงยิ้มออกมา
“เหตุใดจึงขมเช่นนี้”
ฮ่าวตูมองฟางหรงตอนนี้มีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น อยากฆ่าคนที่ทำให้ฟางหรงเสียน้ำตาเช่นนี้
“ทั้งที่เคยชอบขนาดนั้น”
ฮ่าวตูยืนมองฟางหรงที่ร้องไห้อยู่นางเอาแต่ตัดพ้อเื่น้ำตาลปั้นซึ่งเขาก็รู้ดีว่ามันหมายถึงอะไรหากไม่ใช่เพราะอาจารย์คนเดียวกัน ข้าคงฆ่าเ้าไปแล้วตงหยาง!!!หากรู้ว่าเ้านั่นจะทำให้คุณหนูเ็ปเช่นนี้เขาคงรายงานเื่ที่ทั้งสองมีใจให้กันให้นายท่านรับรู้ การที่คุณหนูเป็เช่นนี้เขาก็มีส่วนผิดเช่นกัน