บทที่ 33 องค์หญิงเก้า
“ท่านพ่อ เจียงผิงอันกลับแล้วหรือยังเ้าคะ?”
เมิ่งจิงเดินไปวนมาในห้อง โดยยังคงสวมรองเท้าหนังสีแดงเรียวเล็กติดกระดุมผ้า ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางฉายแววกระวนกระวายอย่างไม่รู้ว่าจะวางมือไว้ที่ไหนดี
เมิ่งโค่วซึ่งนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานพลางจัดการกับธุระของทางการ จำต้องถูขมับแล้วเอ่ยว่า "เ้าถามข้าเื่นี้สามสิบรอบแล้ว"
“แต่เขาหายตัวไปหนึ่งวันแล้วนะเ้าคะ เ้าสารเลวคนนั้นสวีเทานั่นก็เพิ่งหนีไป เกิดอีกฝ่ายไปแอบแก้แค้นเจียงผิงอันขึ้นมาจะทำอย่างไรล่ะเ้าคะ?”
หัวคิ้วของเมิ่งจิงมุ่นเข้าหากันอย่างเต็มไปด้วยความกังวล
เมิ่งโค่วมองลูกสาวของตนด้วยใบหน้าติดขำ "เ้ากังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเขางั้นหรือ?"
“ผู้ใดเป็ห่วงเขากัน!”
เมิ่งจิงสะดุ้งเป็ลูกแมวถูกเหยียบหาง นางโวยวายขึ้นทันใด "ข้าเพียงอยากจะเอาชนะเขา หากเขาตายไปแบบนี้ แล้วข้าจะชนะเขาอย่างไรเล่า?"
ในเวลานี้ ทหารคนหนึ่งก็ได้เดินเข้ามา เขาประสานหมัดแล้วรายงานว่า "ท่านแม่ทัพ นายกองเจียงกลับมาแล้วขอรับ"
"เขากลับมาแล้ว!"
เมิ่งจิงดีใจมาก นางเริ่มออกตัววิ่ง แต่จู่ ๆ ก็นึกถึงบางอย่างขึ้นได้ จึงหยุดเท้า หุบยิ้มทันควัน ก่อนจะนั่งลงกินขนมอบ ราวกับไม่ได้สนใจอะไรกับข่าวดังกล่าวเลย
ทางเมิ่งโค่วยืนขึ้นและเดินออกไปรับเจียงผิงอัน แต่เจียงผิงอันบังเอิญเดินเข้ามาพอดี
ครั้นเห็นเด็กหนุ่ม ใบหน้าของเมิ่งโค่วก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี "มาแล้วหรือ นั่งก่อน ๆ"
ต้องบอกว่าชัยชนะครั้งนี้ รวมทั้งการที่าสิ้นสุดก่อนเวลานั้นล้วนเป็ผลงานของเจียงผิงอันทั้งสิ้น
อีกฝ่ายได้บีบให้สวีเทาลงมือโจมตีเร็วกว่ากำหนด จากนั้นจึงทำลายขบวนทัพแล้วช่วยเหลือเขากับบรรดาทหารไว้
หากไม่ใช่เพราะเจียงผิงอัน แม้ว่าเขาจะบุกโจมตีในฤดูหนาวตามกำหนดเดิม เขาก็อาจคว้าชัยไม่สำเร็จ
ยิ่งไปกว่านั้น เจียงผิงอันยังมีพลังต่อสู้ที่สามารถสังหารผู้คนในระดับของหม่าหลินได้ั้แ่อายุยังน้อย ความสำเร็จในอนาคตของเขาจึงไร้ขีดจำกัด!
“ท่านแม่ทัพ ข้าขออภัยที่ทำให้คุณหนูต้องเสี่ยงอันตราย” เจียงผิงอันกล่าวขอโทษอย่างเคร่งขรึม
ครั้งนี้เป็เขาที่พาเมิ่งจิงเข้าสู่อำเภอผิงสุ่ย จนถูกปิดล้อมและเกือบจะเกิดเื่ขึ้น
“ไม่ใช่ความผิดของเ้า มันเป็เพราะว่ายัยหนูนี่ซุกซนและยืนกรานที่จะติดตามเ้าไปเอง”
เมิ่งโค่วรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเหตุใดทั้งสองจึงไปที่อำเภอผิงสุ่ยได้ จึงไม่ได้ตำหนิเจียงผิงอัน
เมิ่งจิงเม้มปากด้วยความไม่พอใจ ท่านพ่อเปลี่ยนไป เขาไม่เคยตำหนินางมาก่อนเลย
เมิ่งโค่วไร้ความกดดันก่อนหน้านี้ โดยพูดด้วยรอยยิ้ม
“ข้าใช้ยันต์สื่อสารรายงานข่าวไปยังทางเ้าเมืองแล้ว ด้วยผลงานชิ้นใหญ่ของเ้า ฝ่ายเ้าเมืองจะออกรางวัลให้ในไม่ช้า”
“หากไม่มีอะไรผิดพลาด เ้าเมืองจะต้องเชิญเ้าเข้าร่วมการแข่งขันประลองร้อยเมืองอย่างแน่นอน ยิ่งเ้าได้รับอันดับสูง รางวัลที่ได้ก็จะยิ่งใหญ่ขึ้นตามไปด้วย”
เจียงผิงอันใเล็กน้อย "การแข่งขันประลองร้อยเมือง? นี่สิ่งใดงั้นหรือ?"
เมิ่งจิงที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ แกว่งขาไปมาพลางอธิบายว่า "มันเป็การต่อสู้ของอัจฉริยะจากหลายร้อยเมือง โดยทุกคนจะต้องมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปี"
ขณะที่พูดนั้น นางก็เชิดหน้าขึ้น "การแข่งขันคัดเลือกอัจฉริยะระดับท้องถิ่นที่ข้าเข้าร่วมก่อนหน้านี้ที่เมืองเฮยเฟิงก็คือการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันประลองร้อยเมืองนี้"
“ข้าบังเอิญติดอันดับที่สิบ ดังนั้นจึงมีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมอย่างฉิวเฉียด ทั้งนี้มันเป็เพียงการเลือกเบื้องต้นเท่านั้น…”
“องค์หญิงเก้าเสด็จ!”
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่ก็มีเสียงะโดังมาจากข้างนอก
ฉับพลัน การแสดงออกของเมิ่งโค่ว หลี่อวิ๋นเทียน และคนอื่น ๆ ก็เปลี่ยนไป พวกเขารีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนคุกเข่าข้างหนึ่ง พลางประสานหมัดรอ
แม้แต่เมิ่งจิงผู้ซุกซนก็ยังเชื่อฟังและคุกเข่าข้างหนึ่ง
แม้เจียงผิงอันจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็ยังคุกเข่าคำนับตาม
องค์หญิงเก้า? องค์หญิงแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ยหรือ?
ไม่นานก็มีสตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามาในห้อง
สตรีผู้นั้นสวมชุดกระโปรงผ้าโปร่งบางปักลายต้นหลิวเขียวและนกขมิ้นเหลือง รูปร่างของนางสง่างามยิ่ง
ผมยาวถูกมัดรวบ ปิ่นที่ห้อยผลึกโปร่งใสหลายอันปักอยู่ เครื่องประดับอันวิจิตรงดงามจะแกว่งไหวไปมาตามจังหวะการก้าวเดิน
กิริยาของนางทั้งอ่อนโยนและสง่างาม ทุกย่างก้าวดุจการเต้นระบำอันงดงามอ่อนช้อย
ทั้งสง่างาม และมีเสน่ห์ ดวงตาลึกล้ำราวกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ทำให้ผู้คนมัวเมาไปกับพวกมันโดยไม่รู้ตัว
นางคือเซี่ยชิง องค์หญิงแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ย
“ท่านเ้าเมือง!”
คนทั้งกลุ่มพากันทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง
"ลุกขึ้นได้" เสียงของสตรีผู้นั้นเต็มไปด้วยพลังดึงดูดซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกยินดีอย่างไม่รู้ตัว
“ท่านเ้าเมือง เหตุใดท่านจึงไม่แจ้งให้ข้าทราบล่วงหน้าล่ะขอรับ ทางข้าจะได้เตรียมตัวต้อนรับท่านได้” เมิ่งโค่วที่ยืนขึ้น เอ่ยด้วยท่าทางเคารพยิ่ง
เพราะอีกฝ่ายไม่เพียงแต่เป็เ้าเมืองเฮยเฟิงเท่านั้น แต่ยังเป็องค์หญิงเก้าของราชวงศ์ต้าเซี่ยด้วย!
“เ้าไม่จำเป็ต้องเตรียมการต้อนรับอะไร ข้าแค่มาดู ไว้พูดจบข้าก็จะออกไปแล้ว”
องค์หญิงเก้า หรือเซี่ยชิงเดินไปหาเมิ่งจิง ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มพลางลูบหัวของนาง "เสี่ยวชิงเก่งกาจขึ้นอีกแล้ว"
“ฮิ ๆ ใน่สองวันที่ผ่านมา ข้าฝึกฝนอย่างหนักมากเพคะ” เมิ่งจิงหัวเราะคิกคักด้วยท่าทางน่ารักเหมือนลูกแมว
เมิ่งโค่วมีความสุขมากที่ได้เห็นลูกสาวและเซี่ยชิงใกล้ชิดกันมาก เป็โชคดีนักที่บุตรสาวมีความสัมพันธ์ที่ดีกับองค์หญิงเก้า
“เ้าจงฝึกฝนให้หนัก ในครึ่งปีนี้จงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาครั้งใหญ่เสีย”
เซี่ยชิงไม่มีนิสัยวางท่าอันใด นางกลับดูเหมือนพี่สาวข้างบ้านเสียมากกว่า
“ข้าจะทำอย่างแน่นอนเพคะ และข้าจะต้องเอาชนะชายผู้นั้นให้ได้!” เมิ่งจิงมองไปที่เจียงผิงอันด้วยท่าทางไม่เต็มใจยอมรับความพ่ายแพ้
ดวงตาของเซี่ยชิงมองตามไปและพบกับเจียงผิงอัน
แม้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะยังดูเด็กอยู่มาก แต่ความมุมานะและความสงบตรงหว่างคิ้วนั้นช่างหาได้ยากสำหรับคนวัยนี้
“เ้าคือเจียงผิงอันสินะ”
“เรียนท่านเ้าเมือง ข้าคือเจียงผิงอันขอรับ” เจียงผิงอันประสานหมัดตอบ
องค์หญิงเก้าเป็เ้าเมืองเฮยเฟิงนี่เอง
“ไม่จำเป็ต้องทางการมากนักหรอก เหตุผลหลักที่วันนี้ข้ามาที่นี่ก็เพราะเ้า”
เซี่ยชิงเดินไปจับหัวของเจียงผิงอัน
“พร์ทางจิติญญาอยู่ในระดับปานกลาง”
นิ้วเรียวกดบนหน้าผากของอีกฝ่าย ก่อนมีเืหยดหนึ่งไหลออกมาจากอากาศ
เซี่ยชิงพินิจมองมันอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า "พร์ทางการฝึกกายาดีมาก หากในอนาคตเ้ามุ่งเน้นไปที่การฝึกกายา เ้าจะมีความสำเร็จบางอย่างแน่นอน เพียงแค่ยอมแพ้ในการฝึกิญญาเสีย เพราะมันจะทำการพัฒนาของเ้าช้าลง"
ใน่เวลาสั้น ๆ นางก็ค้นพบพร์ของเจียงผิงอันแล้ว
แต่ดูนางจะไม่แปลกใจใด ๆ เลย ราวกับว่านางคุ้นเคยกับพร์ประเภทนี้อยู่แล้ว
“เจียงผิงอัน ข้าอยากเชิญเ้าเข้าร่วมการแข่งขันประลองร้อยเมือง เ้ายินดีเข้าร่วมหรือไม่?”
หลี่อวิ๋นเทียนลอบเตะเจียงผิงอันอย่างรวดเร็ว นี่เป็โอกาสดี ซึ่งอีกฝ่ายไม่ควรพลาด
เจียงผิงอันพยักหน้ารับ "ข้ายินดีจะเข้าร่วมขอรับ เพียงแต่ข้าไม่รู้ว่านี่เป็การแข่งขันประเภทใด"
“นี่เป็เพียงสิทธิ์เท่านั้น แต่เ้าอาจไม่สามารถเข้าร่วมได้ มันขึ้นอยู่กับว่าในอีกหกเดือนข้างหน้าเ้าจะเติบโตได้มากเพียงใด”
“ตอนนี้เรามาพูดถึงความสำเร็จทางทหารกันดีกว่า เ้าทำได้ดี เ้า้ารางวัลอะไร?”
เซี่ยชิงดูเหมือนจะรีบร้อน นางจึงไม่ได้พูดอะไรให้มากความอีก
เจียงผิงอันคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "ข้า้าวิชาลับของราชวงศ์แคว้นต้าเซี่ย"
เขา้าที่จะเป็เซียนและค้นหาวิธีที่จะชุบชีวิตคนตาย
ผู้เฒ่าหลี่เคยกล่าวก่อนหน้านั้นว่าคงมีเพียงการเรียนรู้วิชาลับของราชวงศ์แคว้นต้าเซี่ยเท่านั้นที่สามารถกลายเป็เซียนได้
เขาจึง้าวิชาลับนี้
ทันทีที่สิ้นคำ บรรยากาศในห้องก็แข็งค้างทันควัน ทุกคนมองไปที่เจียงผิงอันด้วยสายตาว่างเปล่า เกือบจะคิดว่าตนหูฝาดไป
นี่เทียบเท่ากับการช่วยคนพอได้รับเหรียญทองแดง แต่เมื่อขอรางวัล กลับบอกว่าเ้า้าทองคำหนักหนึ่งเกวียน
นี่เป็เื่ตลกหรือ?
"ฮะ ๆ!"
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เซี่ยชิงะเิเสียงหัวเราะออกมา รอยยิ้มของนางงดงามมากจนดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าอับแสง
“หนุ่มน้อยเอ๋ย วิชาลับนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะสามารถเรียนรู้ได้ หากเ้าสามารถติดสิบอันดับแรกในการแข่งขันประลองร้อยเมืองได้ ข้าจะสอนวิชานี้แก่เ้า”
"ตกลง!"
ยามเจียงผิงอันเอ่ยเรียกร้อง จริง ๆ เขาก็ไม่แน่ใจ แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ว่าอะไร ทั้งยังให้คำมั่นเช่นนั้น เขาพลันรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก
ทางเมิ่งจิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ทนดูไม่ไหวอีกต่อไป นางจึงเตะอีกฝ่ายเบา ๆ "นี่ เ้ารู้บ้างหรือไม่ว่าการติดสิบอันดับแรกในการแข่งขันประลองร้อยเมืองหมายความว่าอย่างไร"
เจียงผิงอันส่ายหัวจนผมสะบัด
เมิ่งจิงพูดไม่ออก นางจึงอธิบาย "ในงานนี้ หลายร้อยเมืองจะเลือกอัจฉริยะสิบอันดับแรกเพื่อเข้าร่วมการการแข่งขันประลองร้อยเมือง"
“กล่าวคือ บรรดาอัจฉริยะนับหมื่นจะเข้าร่วมการแข่งขันประลองร้อยเมืองนี้ ซึ่งถ้าความแข็งแกร่งของเ้าไม่สามารถไปถึงระดับยอดยุทธ์หรือขอบเขตสร้างรากฐานได้ เ้าจะไม่สามารถติดในห้าพันอันดับแรกได้ด้วยซ้ำ!”
“ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีผู้ฝึกตนจำนวนมากที่อยู่ใน่ปลายของขอบเขตสร้างรากฐาน สายเืกายาเทวะอันทรงพลังมากมาย อัจฉริยะที่เชี่ยวชาญด้านวิชาลับต่าง ๆ... พวกคนธรรมดาสามัญอย่างเรา ถ้าสามารถติดพันอันดับแรกได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว!"
ในใจเจียงผิงอันรู้สึกสั่นสะท้าน
เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าการแข่งขันที่ว่าจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ถึงกับมีบรรดาผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานและเหล่ายอดยุทธ์อยู่ด้วย
เขาคิดว่าความแข็งแกร่งของตนถือว่าทรงพลังมากในระดับเดียวกันแล้ว แต่ยามนี้ดูเหมือนว่าตัวเขาจะจะยังเล็กจ้อยนัก
ยุทธภพนั้นกว้างใหญ่เกินไป อำเภอเหลียนซานจึงเล็กจนแทบมองไม่เห็น