ร่างของฉันเดินทางมาไกลแสนไกล มันมาสู่ที่ที่ไม่คาดว่าจะได้เจอ เปลือกร่างที่ไม่มีแม้เสื้อผ้าคลุมตัวได้หลุดเข้าไปในกลุ่มแสง
ราวกับว่าตนกำลังอยู่นอกจักรวาล ฉันไม่มีความกลัวอะไรเลยในตอนนี้ นอกซะจากเนื้อตัวที่เปลี่ยนจากสีแดงแล้วกลายเป็เหมือนไอน้ำ
พลางแตกสลายหายไปในที่สุดราวกลับว่าฉันจะไม่มีตัวตนอีกแล้ว
แล้วจิติญญาของฉันล่ะ มันจะไปอยู่ที่ไหน นั่นเป็คำถามแรกที่แทรกเข้ามาในหัว แต่ไม่นานทุกอย่างก็มืดลง ฉันเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจ เริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างว่าฉันได้ควบคุมไว้
เส้นประสาทเริ่มทำงานทันที เนื้อตัวเริ่มหนักขึ้นอย่างผิดวิสัย ร่างกายที่ชินชาเริ่มกลับมาเหมือนเดิม
ฉันมองไม่เห็นอะไรเลยในกลุ่มดำ แต่กลับััได้ว่าตนเองกำลังตื่นขึ้นมา ไม่นานนักจากที่คิดว่าจะได้เข้าไปสู่โลกหลังความตายก็กลายเป็ว่าไม่ใช่
เปลือกตาของฉันกลับหนักขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนตอนที่มีชีวิตอยู่ ก่อนที่ร่างกายทุกอย่างจะกลับมาทำงาน ระบบอวัยวะเริ่มผสานงานกันอีกครั้ง
ั์ตาที่หนักอึ้งทำให้ฉันสะดุ้งตื่นอย่างไม่ทันตั้งตัวเพราะแบกรับความรู้สึกไม่ไหว ทำไมการตายมันยากอย่างงี้ แถมฉันยังรู้สึกกระอักอ่วนไม่น้อยเลยในขณะที่อยู่นอกกายหยาบ
ในที่สุดฉันก็ตื่นมาอีกครั้งบนร่างกายที่แสนสาหัส คิดว่าฉันยินดีหรอ ไม่เลย
ตื่นมาได้ไม่ทันไรก็เริ่มรู้สึกชาไปทั่ว แต่ทว่าสิ่งที่ตนพบตอนนี้กลับไม่ใช่โลกปัจจุบัน เมื่อมองดูสภาพสิ่งแวดล้อมรอบข้างกลับเป็ที่ไหนไม่รู้ คล้าย ๆ กับตนอยู่ในหนังจีนซะงั้น
ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็บ้า ไม่ก็ประสาทหลอนไปแล้ว ฉันกวาดสายตามองรอบห้องก่อนจะพบว่ามีผ้าบาง ๆ ผืนหนึ่งปกคลุมเรือนร่างที่ว่างเปล่าของฉันอยู่ เว้นไว้เสียแต่ส่วนหัวเท่านั้น ทำไมฉันถึงได้เป็แบบนี้ ทำไมฉันถึงได้โป๊เปลือยเหมือนกับภาพที่เห็นหลังจากหายไปในแม่น้ำ
แต่ที่มันมากกว่านั้นคือฉันมีแผลบนร่างเหมือนกันหมดเลย ปกติแผลพวกนี้จะไม่เคยมี เพราะมันจางลงไปแล้ว แต่มันกลับสาหัสมากขึ้น
เสียงร่ำไห้ของใครบางคนดังเข้ามาในหัวฉัน ทำลายภวังค์ความคิดทุกอย่างหมดเลย เมื่อมองดูดี ๆ กลับเห็นใครไม่รู้ที่ยืนอยู่ในห้องกับฉันเพียงลำพัง
"อี้ฟางหยาง เ้าไม่น่าเลย ฮึก" นั่นเป็เสียงที่ฉันได้ยิน หากจะขอความช่วยเหลือก็อาจได้ ฉันลุกขึ้นมองหญิงปริศนาที่ใส่ชุดฮั่นฝูยืนก้มหัวร้องไห้อยู่
"แต่มันก็คงดี ที่เ้าจะได้จากไปจากตระกูลอี้เสียที ข้าว่าเ้ามิอาจสู้มันต่อไปได้" คนตรงหน้าของฉันเริ่มร่ำไห้ขึ้นเรื่อย ๆ ใครคืออี้ฟางหยาง ทำไมถึงได้ร้องหานางแบบนั้นกัน ตอนนี้ฉันควรจะเอาชีวิตตัวเองให้ได้ก่อน แต่ถ้าถามออกไปก็คงไม่เป็ไร
"ป้าคะ ที่นี่ที่ไหน ทำไมหนูถึงได้มาอยู่ที่นี่" ฉันเอ่ยถามออกไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ทว่าเสียงของฉันกลับไม่เหมือนเดิม มันดูหวานขึ้นอย่างผิดสังเกต แต่ที่ฉันรู้สึกแปลกได้ยิ่งกว่านั้นก็คือน้ำในตาซึ่งมันยังดูเหมือนพึ่งไหลไม่นานแถมยังไม่เหือดแห้งเลยด้วยซ้ำ
"ฟางหยาง! เ้าฟื้นแล้วอย่างงั้นหรอ" คนตรงหน้าวิ่งโผลเข้ามากอดฉันอย่างรวดเร็ว แถมยังไม่ตอบคำถามก่อนหน้า ฉันคืออี้ฟางหยางหรอ ฉันชื่อชาเขียวนี่นา ป้าคนนี้ได้ชื่อนี้มาจากไหน ป้าเพี้ยนหรือฉันเพี้ยนแล้วเห็นภาพหลอนกัน
"ใครหรอคะ" ฉันผละผู้หญิงตรงหน้าออกแล้วถามไป ใครคืออี้ฟางหยาง
"เ้าหมายถึงอะไร" นอกจากจะใช้คำแปลก ๆ แล้วยังทำท่าทีแปลก ๆ อีก ทำไมฉันถึงได้รู้สึกอึดอัดเหลือเกิน
"เ้ารู้ไหมว่าเ้าตายแล้วฟื้น" ผู้หญิงคนนี้ใช้มือลูบตามแขนเรียวของฉันก่อนจะคว้าเสื้อผ้ามาให้ใส่ เสื้อผ้าชนิดเดียวกันกับที่เขาใส่อยู่นอกเสียจากว่ามันจะดูโดดเด่นกว่า
ฉันไม่ได้รู้สึกว่าต้องอายร่างกายเลย เพราะมันถูกกระทำชำเราแบบนี้บ่อยแล้ว
"เรารู้จักกันด้วยหรอ"
"หมายความว่ายังไงฟางหยาง?"
ฉันไม่ได้ตอบอะไรออกไปแต่ทำหน้างุนงง หรือว่าการตายของฉันครั้งนี้จะเข้ามาสู่โลกนิยาย ไม่ก็ย้อนอดีตมา แย่จัง เหมือนพล็อตนิยายน้ำเน่าที่เคยเจอเลย
"อย่าบอกนะว่าเ้าจำข้าไม่ได้" ถ้าถามมาแบบนั้นฉันก็คงส่ายหัวตอบกลับไปอยู่ดี
"ข้าซื่อเหยียนไง แม่เล้าของหอนางโลมนี้"
"ห๊ะ แม่เล้า" ถ้าบอกว่าหอนางโลม งั้นก็แสดงว่าฉันอยู่ที่หอนางโลมสินะ แล้วหอนางโลม...
หรือว่าความจริงแล้วฉันจะย้อนมายุคจีนโบราณอย่างที่คิด แต่กลับมาอยู่ในหอนางคณิกางั้นสินะ