ณ สถานที่ ที่ห่างไกลจากตัวเมืองหลายร้อยกิโล เป็ที่ตั้งของหมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งผู้คนอยู่กันแบบพี่น้องช่วยเหลือแบ่งปันกัน และแน่นอนย่อมมีความเชื่อในแบบโบราณอยู่
บ้านไม้ยกพื้นสูงด้านล่างเป็ใต้ถุนโล่ง ตั้งอยู่กลางทุ่ง บ้านหลังนี้มักมีผู้คนเดินทางมาหาอย่างคับคั่งทุกวัน นี่คือบ้านของหมอคง หมอผีที่มีชื่อเสียงกระฉ่อน
บัดนี้เป็เวลาค่ำคืน หมอคง ผู้มีรูปร่างอ้วนกลม หัวล้านจะมีเพียงผมอยู่สองกระจุกอยู่ที่หูทั้งสองข้าง มีประคำเส้นโตห้อยระโยงระยาน กำลังเปิดหีบใบโตข้องในมีเงินมากๆ กองอยู่
“โอ้ ว้าว วันนี้รายได้ดีโว้ย โหงลูกพ่ออยากกินอะไรสั่งมาเดี๋ยวพ่อจัดการให้” ความสุขของหมอคงคือการได้นับเงิน ซึ่งเงินเ่าั้ก็ได้มาจากชาวบ้านที่แกหลอกมา ไม่หลอกสิ แกเป็คนมีฝีมือ แต่ชอบใช้ในทางที่ผิด
ขณะที่แกกำลังนับเงินอยู่นั้น ประตูบ้านก็ถูกเปิดออกอย่างแรง (เหมือนถูกถีบ) บัดนี้เบื้อหน้าหมอคง ได้ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มอายุราวๆ 16-17 ปีเห็นจะได้ สูงใหญ่ กล้ามเป็มัด เห็นได้ชัดเนื่องจากใส่เสื้อกล้ามสีขาวกางเกงยีนฟอก ผิวขาวใบหน้าใสผมสั้น ยืนเด่นเป็สง่าอยู่หน้าประตู
“แก่ใช่ไหมที่ชื่อหมอคง” เด็กหนุ่มปริศนาเอ่ยขึ้นอย่างมีน้ำโห
“ไอ้หนุ่มแกเป็ใคร” หมอคงตะวาดตอบด้วยความใ
“ไอ้หมอผีชั่ว วันนี้แกไม่ได้ตายดีแน่” เด็กหนุ่มกำหมดแน่นพร้อมกับเดินเข้าหาหมอคงด้วยความโกรธ
“แหม ไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม แกไม่รู้หรือไงว่ากูเป็ใครถึงบุกมาแบบนี้ วอนหาที่ตายสะละ โหงลูกพ่อสั่งสอนมันหน่อยสิ” สิ้นเสียงหมอคงก็เกิดพายุหมุนขึ้นกลางห้อง ปรากฏเป็อสูรร้ายในคลุมสีดำ ใบหน้าเละมีแต่น้ำหนองไหลเยิ้ม พุ่งเข้าใสเด็กหนุ่มทันที
“พี่ทอง นั่นของพี่” ทันทีที่เด็กหนุ่มเอ่ยก็มีลมผัดผ่านไป ทำเอาเ้าผีโหงหยุดชะงัก เหมือนถูกอะไรขวางไว้ และแล้วผีโหงก็ต้องกระเด็นไปกระเด็นมา เหมือนถูกใครต่อยอยู่ เสียงผีโหงโอดควรด้วยความเ็ป
{{{ พ่อจ๋าช่วยโหงด้วย }}} ผีโหงร้องขอความช่วยเหลือ
“เฮ้ยเป็อะไรวะไอ้โหง เอ็งไม่เห็นมันเหรอ”
{{{ แล้วพ่อเห็นเหรอจ๊ะ }}}
“ไอ้นี่เห็นกูจะถามเหรอ” หมอคงพยายามมองว่า เกิดอะไรขึ้นกับผีโหงของตน
“ไอ้เด็กน้อยมีของดีเหมือนกันนี่ ยังงี้ต้องเจอมีดหมอหน่อย” หมอคงหันมาพูดกับเด็กหนุ่ม ขณะที่หมอคงกำลังหยิบมีดหมอในถุงย่าม เด็กหนุ่มก็เดินเข้าประชิดตัวหมอคง
“เฮ้ย” หมอคงะโขึ้นเพราะใที่เห็นเด็กหนุ่มเข้ามาประชิดอยู่เบื้องหน้า หมอคงไม่รอช้ารีบจ้วงมีดเข้าหาเด็กหนุ่มทันที แต่ในขณะเดียวกันเด็กหนุ่มก็สวนหมัดมาทันที ปลายมีดกระทบกับกำปั้นของเด็กหนุ่ม มีดหมอหักงอ แต่กำปั้นของเด็กหนุ่มยังพุ่งตรงไปอยู่ เสยเข้ากับปลายคางหมอคง หมอคงกระเด็นไปข้างหลัง ผีโหงเห็นไม่ได้การจึงรีบหายตัวหนีไป
“ไอ้หนุ่ม เดี๋ยวก่อนๆ” หมอคงรีบยกมือห้ามไว้ก่อนที่เด็กหนุ่มกำลังจะปล่อยหมัด
“แกเป็ใครกันแน่ แล้วข้าไปทำอะไรให้เอ็ง” หมอคงเป็เป็จากใช้กำลังเป็เหตุผล พยายามพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“คราวหน้าคราวหลังแกจะหลอกชาวบ้านยังไงข้าไม่ว่า แต่มึงอย่าไปทำให้คนเขาเดือดร้อน และแกไปทำเสน่ห์ให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ทำเอาไอ้ฝ่ายชายไม่เป็ทำอะไร ปล่อยไปนานๆคงถูกมนต์ดำของแกกัดกินจนตายแน่ และที่สำคัญไอ้นั่นมันเป็ น้องกู” เด็กหนุ่มซัดไปอีกสองสามหมัด ทำหมอคงถึงกลับทรุด หมดสภาพ เมื่อเด็กหนุ่มเห็นสภาพหมอคง ก็หยุดมือแล้วเดินออกไป
“ไอ้หนุ่มแกเป็ใครกันแน่” หมอคงพยุงตัวขึ้นมาถามเด็กหนุ่ม
“เป็ใครไม่สำคัญ แต่ให้แกรู้ไว้ตระกูลข้านะ แสนสะท้าน” สิ้นเสียงเด็กหนุ่มก็มีสายฟ้าฟาด เปรี้ยง ขึ้นด้านหลังเด็กหนุ่ม พร้อมกับเม็ดฝนที่กระหน่ำตกลงมา
“ไปกันเถอะพี่ทอง” สิ้นเสียงเรียก เด็กหนุ่มก็เดินหายไปท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่าหนัก
เช้าวันต่อมา
ในบ้านไม้ทรงสูงหลังหนึ่ง สองแม่ลูกกำลังทานอาหารเช้าอยู่ ลูกนั่งกินส่วนแม่กำลังยกกับเข้าลงโต๊ะ
“เก่งใหญ่แล้วนะเรา ไปอวดตัวไปทั่ว นึกเหรอว่าที่ทำไปเมื่อคืนแม่ไม่รู้” ผู้เป็แม่กล่าวตักเตือนลูก ซึ่งก็คือเด็กหนุ่มเมื่อคืนนี่เอง
“โธ่แม่ ก็มันทำแบบนี้ไม่ถูกนี่ ก็ต้องสั่งสอนกันหน่อย ยิ่งมันทำกับน้องผมด้วยนะ สมควรแล้วละ”
{{{ จริงอย่างที่น้องพลายพูดนะแม่ แม่น่าจะได้เห็นต้องมันนับเงินที่มันหลอกชาวบ้านมานะ แม่จะได้.. }}} น้ำเสียงไม่ระบุที่มาเสียงหนึ่งดังขึ้น
“พอ พอ ทองก็เหมือนกัน แทนที่จะห้ามน้องกับเห็นดีเห็นงามไปกับน้อง” คำพูดแม่ทำเอาทุกเสียงเงียบสนิท
“พลาย ลูกน่ะชื่อ พลายแก้ว นะ ชื่อลูกตั้งตามบรรพบุรุษของเรา เพราะฉะนั้นก็พึงระลึกไว้เสมอจะทำอะไรอย่าให้เสียชื่อวงศ์ตระกูล ตอนนี้ชาวบ้านที่รู้เื่เขาก็ไม่พอใจอย่างมากนะ ที่เราทำไป เรานะแค่คลายมนต์ให้น้องได้แล้วก็น่าจะจบ ไม่เห็นต้องบุกไปทำร้ายเขาแบบนี้ พรุ่งนี้แม่จะส่งเราไปเรียนที่มัจจุราช “ สิ้นเสียงแม่ พลายหยุดกินพร้อมกับมองมาทางแม่
“ไม่นะแม่ผมไม่ไป”
“เสียใจแม่ติดต่อโรงเรียนไว้แล้ว”
“แม่”
“ไม่ต้องพูดมาก นี่เป็คำสั่ง”
“ครับ” เป็คำเดียวสั้นๆ ที่พลายตอบแม่ไปแม้จะ ไม่้าก็ตาม
เช้าแห่งการเริ่มต้นเดินทาง ณ ท่ารถแม่ลูกกำลังร่ำลากันอยู่
“แม่ดูแลตัวเองนะแม่” พลายกล่าว
“ตัวเรานั่นแหละที่ต้องดูแลตัวเอง อย่าหาเื่ใส่ตัวละ ไม่มีแม่ดูแลแล้ว ทำตัวดีๆละ” แม่กล่าวย้อนคำพูดของพลาย
{{{ น้องพลายตกลงไม่ให้พี่ไปด้วยแน่นะ }}}
เสียงปริศนาเสียงหนึ่งดังขึ้น แม้จะมองไม่เห็นตัวแต่น้ำเสียงนั้น เหมือนอยากให้พลายพาตนไปด้วย
“พี่ทองอยู่ดูแลแม่ที่นี่แหละ ผมจะได้หายห่วง “ เสียงแตรรถบีบเร่งให้ผู้โดยสารรีบขึ้น ดังอยู่เป็ระยะๆ พลายจึงรีบขึ้นรถ เมื่อรถแล่นออกไปพลายหันกลับมามองแม่ เห็นแม่ค่อยๆห่างออกไป ห่างออกไป จนลับตา
ภายในรถผู้คนเบียดเสียดเยียดยัดกัน พลายหันมานั่งนึกว่า เหตุใดเขาจึงต้องไปเรียนถึงในเมืองกรุง และที่สำคัญแม่เขาสามารถส่งเขามาเรียนที่โรงเรียนนั้นได้ยังไง ในเมื่อพวกเขาเป็เพียงชาวบ้านนอกคอกนาคนหนึ่ง จะมีปัญญาที่ใหนติดต่อโรงเรียนได้ ความลับนี้ยังคงเป็ปริศนาสำหรับเขาต่อไป
่เย็นรถเข้าถึงเมืองกรุง รถได้พาพลายไปส่งถึงหน้าโรงเรียน เมื่อมาถึงเขาก็มองดูรอบๆ แล้วมองเข้าไปในโรงเรียนก็เห็น ตัวอาคาร สนามก็เหมือนโรงเรียนทั่วๆ ไป ด้านหน้าทางเข้าเป็ลานโล่ง ด้านขวาเป็โรงยิมขนาดใหญ่ ด้านซ้ายเป็สเตเดี้ยมสนามฟุตบอล แต่พอมองไปที่หน้าป้ายชื่อโรงเรียน ป้ายหน้าโรงเรียนเขียนชื่อโรงเรียนไว้อย่างชัดเจน “โรงเรียนมัธยมจุฑาราช” เขาจ้องมองลงในใบรายงานตัว แล้วมองป้ายหน้าโรงเรียน
“เฮ้ย รถมาส่งผิดที่เหรอวะ” พลายพยามพลิกดูชื่อโรงเรียนในใบสมัคร เพราะชื่อในใบสมัครระบุไว้ว่า “โรงเรียนมัจจุราชวิทยาลัย”
พลายจ้องมองดูคนอื่นๆ นักเรียนทุกคนต่างแบกกระเป๋าเดินเข้ามากันเองไม่มีแม้ผู้ปกครองคนใหนมาส่งเลยแม้แต่คนเดียว แทนที่เขาจะมัวมาแปลกใจเขาก็รีบวิ่งไปโต๊ะลงทะเบียนด้านหน้า ซึ่งมีอาจารย์ยืนคุม และนักเรียนหญิงรุ่นพี่นั่งรออยู่ บนโต๊ะมีคอมอยู่ 2 - 3 เครื่อง
“สวัสดีจ๊ะ ขอดูใบสมัครกับเอกสาร ด้วยจ๊ะ” สิ้นเสียงคุณครู พลายหยิบใบสมัครพร้อมด้วยเอกสารยื่นให้ คุณครูทำการสแกนบาโค้ด และยื่นเอกสารให้รุ่นพี่ทำการตรวจและพิมพ์ข้อมูลลงเครื่อง
“พลายแก้ว เรียบร้อยแล้วจ๊ะ เขาเรียนให้ได้นะ และถ้าผ่านปีหนึ่งไป แล้วยังคงรักษาหน้าตานี้ไว้ รับรองน้องจะได้เป็ขวัญใจรุ่นพี่รุ่นน้องแน่นอนจ๊ะ คอนเฟม” รุ่นพี่เอ่ยแซวพลายระหว่างนั้นก็โดนครูหยิกแขน ทำเอารุ่นพี่ถึงกับร้องออกมา
“ครับ” พลายรับคำแบบงงๆ ในคำพูดของหญิงสาว พลายรับบัตรแล้วเดินออกมา ขณะที่ถอยหลังเดินออกมาเขาก็ได้ชนกับคนๆหนึ่ง
“ขอโทษครับ/ค่ะ” เสียงขอโทษพูดพร้อมกัน พลายหันมามอง พบว่าเป็หญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับตน ผมยาว จมูกโด่ง หน้าขาวใสออกชมพูๆ ดูยังไงก็น่ารักแต่เมื่อ ทั้งสองมองหน้ากัน กลับชี้หน้ากัน
“ยัยขี้มูก” พลายะโสุดเสียง
“นายฉี่ราด” หญิงสาวะโสุดเสียงเช่นเดียวกัน
“หนอยนายนะมาทำไมที่นี่ นึกอยู่แล้วเชียวว่าถ้ามาเรียนที่นี่ต้องเจอนายแน่ๆ สุดแสนจะเซ็ง” การปะทะฝีปากของทั้งสองเริ่มขึ้นเมื่อเจอหน้ากัน
“หมายความว่าไงที่ว่าต้องเจอนะ” พลายสวนกลับทันที
“ยังโง่ไม่หายอีกเหรอ” เธอเริ่มใช้คำรุ่นแรงขึ้น
“เธอว่าใครโง่ยัยขี้มูก”
“นี่หยุดเรียกฉันว่ายัยขี้มูกนะ นายฉี่ราด” การทะเลาะกันของทั้งสองทำให้เป็ที่สนใจของคนรอบข้าง จนมีผู้คนเข้ามามุงดูกันเต็ม
“มะลิ เธอรู้จัเขาด้วยเหรอ” เสียงพูดช้าดังมาจากหญิงสาวอีกคน ยืนหอบหนังสืออยู่ เธอดูจะเชยหน่อย ไว้ผมเปีย ใส่แว่นตาหนาเตอะ
“หยุดพูดเลย หญิงแว่น นี่มันเป็ความแค้นส่วนตัวระหว่างฉันกับตานี่” หญิงสาวที่ถูกเรียกชื่อว่ามะลิ สวนกลับหญิงแว่น แม้หญิงแว่นจะเป็เพื่อนก็ตาม
“นี่พวกเธอสองคนนะจะทะเลาะกันก็ไว้ทะเลาะกันที่อื่น มายืนทะเลาะกันที่นี่อยากเด่นหรือไง” ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นระหว่างเดินแทรกเข้ามา ชายหนุ่มรูปร่างพอๆกับพลาย ดูหน้าตาก็ใสเนียนเหมือนกันเสียอยู่ที่ ผมหน้าม้าตกปกคลุมหน้าผาก ทำให้ดูหน้าตาเหรอหรายังไงไม่รู้
“เกี่ยวอะไรกับเธอละนาย นาย นายหน้าม้า” มะลิด่ากลับ
“หนอยยัยนี่วอนสะแล้ว” ขณะที่เด็กหนุ่มเงื้อหมัดขึ้นมาทำท่าเหมือนจะชกมะลิ ก็มีชายหนุ่มอีกคน สูงใหญ่ ดวงตาคมเข้มไว้ผมรองทรงแซกกลางราวกับหลุดมาจากยุค 90 เข้ามาห้ามเหตุทะเลาวิวาท
“ขอโทษครับ คือผมไม่ได้มาขวางอะไรหรอกนะครับ แต่ว่าตอนนี้เราควรจะไปลงทะเบียนก่อนนะครับ เพื่อไม่ให้คนที่ส่งเรามาเรียนต้องผิดหวัง เอาเป็ว่าตอนนี้หยุดทะเลาะกันก่อนนะครับ ถือว่าผมขอร้องละกัน” คำพูดนิ่งๆของ เด็กหนุ่มทำเอาบรรยากาศเงียบกริบ แม้แต่คนใจร้อนอย่างมะลิก็ไม่คิดที่จะด่าทอ หรือสวนกลับ
“ก็ได้เห็นแก่นายนะฉันจะพักรบชั่วคราว ไปกันเถอะหญิงแว่น” พูกจบมะลิก็ดึงแขนหญิงแว่นเดินตรงไปที่โต๊ะลงทะเบียน
“เฮ้ย นายนี่เยี่ยมไปเลยพูดทีเดียวเอาทุกคนเกรงใจไปหมดเลย” เด็กหนุ่มผมม้ากล่าวตอบ
“เราแม็กนะ หวังว่าเราจะได้เป็เพื่อนร่วมชั้นกันนะ” แม็ก ยื่นมือให้เด็กหนุ่มที่มาห้ามทัพพวกเขาไว้
“เราวุธนะ ยินดีที่ได้รู้จัก” วุธยื่นมือมาจับมือแม็ก ต่างคนต่างยิ้มให้กัน
“เอ่อ สวัสดี เราชื่อพลาย นี่พวกนายมาสมัครเรียนที่ มัจจุราชวิทยาลัยใช่ไหม” พลายพูดแทรกขณะที่วุธและแม็กกำลังจับมือทักทายกัน
“อืม” วุธและแม็กตอบพร้อมกัน
“เอ่อ แล้วไอ้โรงเรียนมัจจุราชวิทยาลัย นี่มันอยู่ตรงไหนละ” พลายถามขึ้นมา ทำเอาวุธและแม็กงง ถึงกับขมวดคิ้ว อุทาน “ห๊ะ” ขึ้นมาพร้อมกัน