16
เต้สอบกลางภาค 1
ค่ำคืนนั้นเต้ทบทวนหนังสือเรียนด้วยความตั้งใจกว่าวันที่ผ่านๆ มา ตอนนี้เขาไม่ใช่แค่อยากได้คะแนนดีๆ แต่เขาจะเป็ที่หนึ่งของชั้นให้ได้ ซึ่งแน่นอนว่าเขามั่นใจมากๆว่าเขาต้องได้ที่หนึ่งของชั้นแน่นอน
ตามจริงแล้ว เขาไม่สนใจที่หนึ่งของชั้นอะไรนั่นหรอก แต่เขาแค่อยากจะเอาที่หนึ่งของชั้นไปฟาดไอ้จอห์นให้สงบปากสงบคำสักหน่อย เขาอยากจะรู้เหมือนกันว่าความเก่งที่มันภูมิใจนักหนา ถ้าโดนเขาทำลายลงมันจะเป็ยังไง
เมื่อวันสอบกลางภาควันแรกมาถึง เต้มาโรงเรียนแต่เช้าเหมือนเดิม เขานั่งรออยู่หน้าห้องสอบระหว่างรอคุณครูคุมสอบมาถึง เพื่อนหลายคนต่างกำลังนั่งอ่านหนังสือทบทวนครั้งสุดท้าย ซึ่งเป็ภาพที่พบเห็นได้ไม่บ่อยนักที่จะเห็นเด็กห้องหกดูตั้งใจมากขนาดนี้ ส่วนมากแล้วจะเห็นนั่งล้อมวงเม้าท์มอยกันเสียมากกว่า
เต้นั่งอยู่หน้าห้องสอบเงียบๆ เขาควงปากกาเล่นฆ่าเวลา ในใจก็พลางนึกทบทวนบทเรียนไปด้วย ส่วนฟูที่นั่งข้างๆนั้นนั่งถือหนังสือ แต่ดวงตาเหม่อลอย พลางหาวเป็ระยะๆ
และเมื่อใกล้ถึงเวลาสอบวิชาแรก เสียงรองเท้าส้นสูงดัง ตึก ตึก ตึก ก็ดังใกล้เข้ามาห้องม.3/6 นักเรียนหลายคนต่างเงยหน้าขึ้นมองหาเสียงนั้น และเมื่อได้เห็นหน้าตาของคุณครูคุมสอบ นักเรียนบางคนก็ทำตาโต บางคนก็สะกิดเพื่อนไม่หยุด
“ครูพิม!” เสียงของเพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้นมาเบาๆ
ฟูถอนหายใจอย่างแรง เขาบ่นอุบว่าทำไมต้องเป็ครูคนนี้ด้วยนะ
“เอาบัตรนักเรียนขึ้นมา ครูเรียกคนไหนแล้วค่อยเข้าห้องสอบ” ครูพิมพูดเสียงห้วน เธอกวาดตามองไปรอบๆ ก่อนที่สายตาจะหยุดลงที่เต้ เธอจ้องไปที่เขาสักพักก่อนจะสะบัดหน้าหนีและเริ่มขานชื่อนักเรียนคนแรกตามเลขที่
นักเรียนแต่ละคนต่างเดินถือกระเป๋าดินสอเข้าห้องสอบด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ในตอนนี้คุณครูไม่ใช่เพียงเป็ศัตรูกับเต้คนเดียว แต่ได้เป็ศัตรูกับนักเรียนทั้งห้องไปแล้ว
เต้เดินตามเพื่อนไปด้วยสีหน้านิ่งๆ ระหว่างที่กำลังเดินผ่านครูพิมก็มีเสียงพูดดังขึ้นมาเบาๆ
“ฉันจะจับตาดูเธอไว้ให้ดี”
“อย่าได้เอาความไร้อารยธรรมมาทำในห้องสอบล่ะ!”
“หรอครับ” เต้ตอบน้ำเสียงนิ่งๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องสอบไปโดยไม่สนใจว่าตอนนี้ครูพิมจะถลึงตาใส่เขาขนาดไหน
เมื่อข้อสอบวิชาแรก คือ วิชาคณิตศาสตร์ ถูกแจก เต้ก็เปิดข้อสอบดูข้อคำถามทั้งหมดก่อนเพื่อเช็คความถูกต้อง ก่อนจะเริ่มทำข้อสอบด้วยท่าทีสบายๆ เต้อ่านโจทย์และทำข้อสอบคณิตศาสตร์ด้วยความรวดเร็ว มีบางข้อที่เขาต้องใช้กระดาษทดบ้างแต่เขาก็สามารถทำมันเสร็จได้อย่างสบายๆ ส่วนครูพิมนั้นก็จ้องมองไปที่เต้แบบไม่วางตา เธอไม่เชื่อหรอกว่าเต้จะไม่โกงข้อสอบครั้งนี้ ถ้าเธอจับได้แม้แต่นิดเดียว เธอจะกาหัวกระดาษมันซะ!
เมื่อเวลาผ่านไป 15 นาที เต้ก็ทำข้อสอบข้อสุดท้ายเสร็จ เขาวางปากกาลงก่อนจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะ
ครูพิมที่เห็นอย่างนั้นแล้วก็ยิ้มเหยียดออกมาอย่างได้ใจ เธอคิดว่าเต้คงไม่สามารถทำข้อสอบได้ ไม่งั้นจะฟุบหลับั้แ่ 15 นาทีแรกอย่างนี้หรอ คนที่จะทำได้เร็วขนาดนั้น ก็มีแต่คนเดาข้อสอบทั้งนั้นแหละ
ครูพิมลุกขึ้นก่อนจะเดินดูนักเรียนไปรอบๆห้อง เสียงรองเท้าส้นสูงที่ดัง ตึก ตึก ทุกครั้งที่ย่างก้าวนั้นทำลายสมาธินักเรียนทั้งห้อง
“ครูไม่อนุญาตให้ออกจากห้องสอบจนกว่าจะหมดเวลา…ใครเสร็จแล้วก็หมอบลงกับโต๊ะซะ” ครูพิมประกาศออกมาเสียงดัง ก่อนจะเดินกลับไปนั่งโต๊ะครูเช่นเดิม
เวลาผ่านไปอีกไม่นานนักเรียนเกือบทั้งห้องก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ บรรยากาศในห้องเงียบกริบ แต่ด้านนอกห้องนั้นต่างเต็มไปด้วยนักเรียนห้องอื่นๆ ที่ทำข้อสอบเสร็จแล้วและกำลังพูดคุยกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
ตัดกลับมาในห้องสอบม.3/6 กลับมีแต่เสียงถอนหายใจดังขึ้นเป็ระยะๆ นักเรียนแต่ละคนมองหน้ากันอย่างเซ็งๆ จนเมื่อเวลาสอบของวิชาแรกหมดลง ทั้งห้องถึงได้มีโอกาสลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายและสามารถไปเข้าห้องน้ำได้
“ทำไมต้องเป็ครูพิมคุมสอบด้วยวะ แม่งโคตรอิจฉาห้องอื่นเลย นั่งจนเจ็บก้นไปหมดละ” ฟูบ่นอุบ
“อืม ก้นกูด้านไปหมดละ” เต้เอ่ยอย่างเซ็งๆ ปกติแล้วหากเป็การสอบกลางภาคที่โรงเรียนจะอนุญาตให้ออกจากห้องสอบได้ถ้าทำเสร็จแล้ว แต่ที่ครูพิมไม่ยอมให้ออกจากห้องสอบคงเป็เพราะอยากกลั่นแกล้งนักเรียนเป็แน่
สำหรับเวลาพักนั้นผ่านไปไวเสมอ นักเรียนห้องม.3/6 ได้พักเพียง 5 นาที ก็ต้องกลับไปสอบต่อ หลายคนดูมีท่าทางอิดโรยทั้งที่ๆเพิ่งจะเป็การสอบวิชาที่สอง
วิชาที่สองเป็วิชาเบาๆที่ไม่มีความสำคัญอะไรมากนัก เต้ทำข้อสอบแบบสบายๆ คราวนี้แค่10นาที เขาก็สามารถทำเสร็จได้ครบทุกข้อแล้ว เต้หลับรอเวลาให้ผ่านไป และเมื่อเวลาหมดลงทั้งห้องก็รีบวิ่งไปโรงอาหาร รีบกินข้าวและก็รีบมาเตรียมตัวสอบวิชาถัดไป
วิชาอื่นๆ ที่เหลือในภาคบ่าย เต้ก็ทำด้วยความเร็วเช่นเดิม อาจเป็เพราะว่ามันง่ายสำหรับเขามากๆเลยทำให้เขาสามารถทำข้อสอบเสร็จภายในเวลาแค่ 10-15 นาทีเ เต้คิดในใจว่า พรุ่งนี้มีสอบวิชาภาษาอังกฤษเขาคงทำเสร็จภายใน 5 นาทีแน่ๆถ้าข้อสอบง่ายแบบนี้
และเมื่อเสียงออดวิชาสุดท้ายดังขึ้น ทั้งห้องก็ถอนหายใจออกมา แต่ละคนรีบลุกขึ้นเก็บของและก็รีบเดินออกจากห้องไปเลยไม่แม้แต่จะไหว้ลาครูพิมก่อนกลับ เต้ก็เช่นกัน เขาบอกลาเพื่อนๆ แล้วก็รีบเดินออกจากห้องทันที และเหมือนว่าทั้งห้องม.3/6 นั้นจะพร้อมใจกันไม่อยู่ช่วยครูพิมปิดห้องเลยสักคน กว่าครูพิมจะรู้ตัวว่าต้องปิดห้องคนเดียว นักเรียนก็กลับกันไปหมดแล้ว
เต้เดินลงมาจากอาคารคนเดียว แต่แล้วเขากลับเห็นใครบางคนที่เขาไม่อยากยุ่งด้วยกำลังยืนพิงเสาอยู่ด้านล่าง คล้ายกำลังรอใครสักคนอยู่
“เต้!” เสียงหวานๆ ของโมเอ่ยทักขึ้นเสียงดัง
เต้ไม่ตอบอะไรกลับไป เขาหันหน้าหนีก่อนจะเดินไปอีกทาง โมยืนตกตะลึงอยู่สักพักหนึ่งก่อนจะรีบวิ่งตามไป
“เต้…เต้ทำข้อสอบวันนี้ได้รึเปล่า” เธอวิ่งมาข้างๆเต้ ก่อนจะชวนคุยด้วยท่าทางเหมือนสาวน้อย
“…..” เต้เงียบ เขาไม่อยากจะยุ่งกับเ้าหล่อนเลยจริงๆ
โมเห็นอย่างนั้นก็เออออไปว่าเต้คงสอบไม่ได้แน่ๆ
“อืม…ขอโทษที่ถามนะ คือ..เราไม่รู้ แต่ว่าไม่เป็ไรนะ ทำข้อสอบไม่ได้ก็ไม่เป็ไร การสอบไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิตซะหน่อย” โมพูดออกมา พร้อมกับแสดงสีหน้าแบบเข้าอกเข้าใจ
“……” เต้ไม่ตอบอะไรอีกครั้ง แต่เริ่มก้าวเดินเร็วขึ้น โมเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อย แต่ก็รีบเร่งฝีเท้าให้ทันเต้ และเริ่มชวนคุยอีกครั้ง
“ไม่เป็ไรนะเต้ สอบรอบหน้าให้โมติวให้มั้ย?” ว่าแล้วเธอก็ทำหน้าตาออดอ้อนใส่ ก่อนจะเดินเข้ามาชิดขึ้นอีกนิดนึง หากมองจากไกลๆแล้วก็ดูคล้ายคู่รักนักเรียนที่กำลังเดินกลับบ้านด้วยกัน
“โม!!” เสียงะโเรียกชื่อโมดังขึ้น เป็เสียงของเพื่อนผู้หญิงในห้องของเธอนั่นเอง โมทำท่าทีเขินอายก่อนจะโบกมือให้
เพื่อนของโมทำท่าชี้ไม้ชี้มือไปที่เต้ที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะยิ้มกรุ้มกริ่มออกมา ทำให้โมยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองอย่างเขินอาย
เต้มองสถานการณ์ที่มันทะแม่งๆนี้ ก่อนจะรีบเดินให้เร็วขึ้น วันนี้มันวันอะไรกันนะ ทำไมถึงมีเื่แต่น่ารำคาญใจ
เขาเดินเร็วจนทิ้งโมไว้ด้านหลัง สักพักเขาก็เริ่มวิ่ง
โมได้แต่ยืนมองแผ่นหลังของเต้ที่ไกลออกไป เธอทำสีหน้าเลิ่กลั่ก เมื่อหันไปทางเพื่อนของเธอ ก็เห็นว่าเพื่อนกำลังมองเธอด้วยท่าทางที่สงสัยอยู่ โมรีบยิ้มกลบเกลื่อน ก่อนจะเดินเข้าไปหา
“เต้เขาเป็คนขี้อายน่ะ ฮะฮ่าๆ คราวหลังเธอก็อย่าแซวเขาเลยนะ” โมพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ แต่มือกลับกำแน่น
“ขอโทษจ่ะ ไม่รู้ว่าแฟนเธอจะขี้อายขนาดนี้” เพื่อนว่า
โมยิ้มๆ แต่ไม่ตอบอะไร ก่อนจะชวนคุยเื่อื่น ทั้งสองคนคุยกันได้สักพัก ก่อนจะแยกย้ายกลับบ้าน
เมื่อโมกลับถึงบ้าน เธอก็ทุ่มกระเป๋าลงกับพื้นอย่างแรง ก่อนจะพ่นคำหยาบคายออกมาเป็ชุด
“ทั้งเต้ ทั้งเพื่อน ไม่มีใครได้ดั่งใจเลยสักคน!” เธอะโเสียงดัง กวาดของที่อยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือหล่นกระจายลงพื้นจนหมด ก่อนจะกรี๊ดออกมา
แม่ของเธอได้ยินเสียงกรี๊ดก็ใ รีบวิ่งมาหาโมหน้าตาตื่น “คนสวยของแม่เป็อะไรลูก!”
เธอหันขวับไปมองที่แม่ ก่อนจะทำหน้ายุ่ง
“ไม่มีอะไร!” เธอตอบเสียงดัง ก่อนจะเดินไปปิดประตูห้องอย่างแรง แม่ที่เห็นลูกปิดประตูใส่หน้าก็ได้แต่ทำหน้าเหวอ
“เป็ไงล่ะ อีโมมันปีกกล้าขาแข็งแล้วเดี๋ยวนี้!” พ่อของโมพูดค่อนแคะออกมาเสียงดัง ก่อนจะถุยน้ำลายลงพื้น แสดงสีหน้าเหยียดหยาม
“เอ๊ะ นี่ลูกนะ แกว่าลูกอย่างนี้ได้ยังไง!” แม่ของโมถลึงตาใส่
ทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น พ่อของโมก็ทำตาโต ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้และจิกไปที่หัวของเธอก่อนจะลากไปที่หน้าบ้าน
“อีนี่! มึงกล้าขึ้นเสียงเรอะ มึงไปหาเหล้าให้กูกินเลยนะ ไป!!!” เขาผลักหัวเธออย่างแรง ก่อนจะเดินกระทืบเท้ากลับเข้าบ้าน
“อีแม่ลูกสองคนนี้แม่งไร้ประโยชน์!” เขาบ่นออกมา