ทว่าเพราะความต่างชั้นของระดับขั้นพลังที่มีช่องว่างถึงสองขั้นกว่าๆ ทำให้ซิ่วซิ่นใช้เพียงสันมือที่หุ่มด้วยพลังปราณตัดผ่านคลื่นนั่นขาดเป็นสองท่อนอย่างง่ายดายทำให้คลื่นปราณนั้นสลายไปทันที
ใบหน้าที่มั่นใจของนายน้อยหายไปเมื่อเห็นภาพตรงหน้าแต่ก็ยังไม่ยอมซิ่วซิ่นเพียงเท่านี้ เขาออกคำสั่งให้ผู้ติดตามทั้งสองเข้าจู่โจมในทันที
ชายร่างกำยำทั้งสองรับคำสั่งผู้เป็นนายพวกมันโคจรพลังปราณและวิ่งเข้าใส่หวังสั่งสอนซิ่วซิ่นแต่พวกเขาก็ไม่ได้รู้เลยว่าสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าในตอนนี้ครอบครองตำแหน่งหัวหน้าพรรคหลิ่งเหออยู่
มันคนหนึ่งกระโจรเข้าคว้ากลางลำตัวหวังให้นางล้มลงไปพร้อมกัน ซิ่วซิ่นเห็นทิศทางของการโจมตีซูเม่ยที่อยู่ด้านหลังจะต้องโดนลูกหลงเป็นแน่
นางจึงไม่หลบไปไหนและเลือกที่จะโคจรพลังปราณจากนั้นวาดเท้าถนัดไปไว้ด้านหลัง มือซ้ายและขวาอยู่ในท่าร่างพร้อมตั้งรับ
“ถอยออกไปซูเม่ย”ซิ่วซิ่นว่าแบบนั้นในจังหวะเดียวกับชายที่พุ่งเข้าใส่ถึงตัว
ซิ่วซิ่นก้าวเท้าพร้อมเบี่ยงตัวหลบมือทั้งสองไปด้านข้างข้อศอกขวาวาดลงจากบนลงล่างกระทบเข้ากระดูกสันหลังของชายที่พุ่งเข้ามา
ร่างของมันในตอนนี้ติดแนบลงไปกับพื้นชายอีกคนเห็นท่าไม่ดีจึงเว้นระยะห่างเพื่อดูเชิงก่อนเพียงชั่วอึดใจเดียวซิ่วซิ่นก็หายไปจากสายตาของเขา และรู้สึกตัวอีกทีภาพเบื้องหน้าก็เห็นเพดานเสียแล้ว
ชายร่างใหญ่ทั้งสองนอนนิ่งอยู่กับพื้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นมาเป้าหมายถัดไปของซิ่วซิ่นก็คือนายน้อยเฉียน
“กัดฟันให้แน่นซะนะนายน้อยเฉียน” ทั้งสองสบตากันชั่วขณะนายน้อยที่ดูเหมือนจะรู้ชะตากรรมของตัวเองหลังจากที่ซิ่วซิ่นหายไปจะสายตา
เขารีบยื่นมือไปด้านหน้าข้างหนึ่งอีกข้างหนึ่งบังส่วนของใบหน้าเอาไว้ก่อนจะย่อตัวลงไป
“ดะ เดี๋ยวก่อนยอมแล้ว ข้ายอมแล้ว!”
กำปั้นของซิ่วซิ่นหยุดก่อนจะกระทบกับใบหน้าของนายน้อยระยะห่างของกำปั้นและใบหน้าห่างกันเพียงไม่ถึงหนึ่งคืบ สายลมกรรโฉกวูบหนึ่งพัดผ่านในทันทีหลังจากที่กำปั้นนั้นหยุดลง
“ไม่คิดว่านายน้อยที่แสนจะทะนงตนเมื่อครู่จะมีท่าทีเช่นนี้” ซิ่วซิ่นชักหมัดกลับก่อนหยุดโคจรพลังปราณ
“จ...เจ้าเป็นใครกันแน่”
นางเดินไปคว้าข้อมือร่างไร้สติที่นอนราบอยู่กับพื้นจากนั้นออกแรงเพื่อเหวี่ยงร่างทั้งสองไปด้านข้างนายน้อยก่อนจะยกยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ
“ข้าซิ่วซิ่นรองหัวหน้าพรรคหลิงเห่อ ถ้าเสร็จธุระแล้วก็รีบออกไปจากที่นี่เสีย ก่อนข้าจะเป็นคนพาพวกเจ้าออกไปด้วยตัวเอง”
“ร...ระรองหัวหน้าพรรคหลิงเห่อ สตรีที่ได้ฉายาไร้ปราณี คนนั้นน่ะนะ!” ความตกอกตกใจส่งผ่านทางสีหน้าของนายน้อยอย่างเห็นได้ชัดเขารีบสะกิดชายทั้งสองที่นอนไร้สติอยู่ให้ตื่นขึ้นก่อนจะรีบตรงไปยังประตูทางออก “ข้าจะนำเรื่องนี้ไปบอกท่านพ่อ! เจ้าระวังตัวเอาไว้ให้ดีซิ่วซิ่น”
“บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่าซิ่วซิ่น” ซูเม่ยรีบเข้ามาถามอาการของนางในทันทีเมื่อเห็นว่าพวกมันออกจากหอนางโลมแห่งนี้ไปแล้ว
“ไม่หรอกข้าไม่เป็นไร ซูเม่ย”
แต่หลังจากนั้นเพียงชั่วอึดใจเสียงโฮร้องแสดงความยินดีจากเหล่าสตรีที่อยู่ในเหตุการณ์ก็เริ่มต้นขึ้นบ้างก็ตะโกนออกมาว่าซิ่วซิ่นคือผู้กอบกู้หอนางโลมแห่งนี้ บ้างก็ชมนางว่ามีใบหน้าที่งดงามแถมยังฝีมือดีอีกต่างหาก
ลี่หยานเห็นเช่นนั้นก็ปล่อยให้แสดงความยินดีอยู่ไม่นานก็จะออกคำสั่งให้พวกนางไปทำหน้าที่ของตนอีกครั้ง
ซึ่งซูเม่ยก็ขออนุญาตจากลี่หยานก่อนจะพาตัวซิ่วซิ่นไปยังห้องส่วนตัวสำหรับอี้จีเพื่อพูดคุยถึงธุระของนางเสียที