บทที่ 30-ท่านอ๋องไม่เปลี่ยน แต่นางเปลี่ยนไปแล้ว
เสียงร้องเล็กแหลมดังยิ่งขึ้นเมื่อประตูถูกเปิดออก
เหมยกุ้ยรีบร้อนวิ่งจนลืมกิริยาที่เคยถูกพร่ำสอนมา นางสาวเท้ายาวๆเข้าไปหาลูก เห็นเด็กชายตัวน้อยกำลังนอนน้ำตาไหลนองอยู่บนเตียง แขนอวบอ้วนสองข้างชูปัดป่ายเหนือหัว
"ซือซือ แม่อยู่กับเจ้าแล้ว"
นางเอ่ยปลอบพร้อมรีบแหวกอกอย่างเคยชิน ทว่าในตอนที่ยอดอกของนางกำลังจะแตะปากลูก เสียงที่ให้ความรู้สึกคุ้นหูและไม่คุ้นในคราวเดียวกันก็ดังขึ้น
"เขาเป็นอะไร"
เหมยกุ้ยร้องออกมาคำหนึ่ง หานโจวยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวตั้งแต่เมื่อไรก็มิอาจรู้ นางเผลอห่อไหล่เข้าหากัน เบี่ยงอกไปทางอื่น
สายตาของหานโจวมองตามยอดอกที่เคยสัมผัส เขาชะงักงัน รู้สึกเหมือนมีไฟกำลังแผดเผาทั่วร่าง
"แง!"
เสียงร้องของซือซือดังขึ้นเรียกสติของผู้ใหญ่ทั้งสอง เหมยกุ้ยจึงรีบนำลูกแนบอก ให้ริมฝีปากน้อยดูดกลืนน้ำนมจากกายของนาง
หานโจวเองก็ได้สติ หากกระนั้นก็ยังขมวดคิ้วมองคนที่อุ้มลูกให้นม
ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ เหมยกุ้ยจะขยับไปทางใดก็ไม่สะดวก นางกัดริมฝีปากล่างพลางตีสีหน้านิ่ง
เขาจะรู้หรือไม่ว่านี่เป็นลูกของเขา ลูกที่มีสายเลือดของเขา
ตอนนางมาทุกคนในจวนก็ไม่มีใครรู้ ยกเว้นเพียงแต่ท่านหมอที่จับชีพจรนางและก็บ่าวรับใช้คนสนิทสองคน แต่ดูจากท่าทีนิ่งของชายตรงหน้า เหมยกุ้ยก็คาดเดาได้สักเก้าส่วนว่าเขาน่าจะรู้มาก่อนแล้ว
นางไม่รู้ว่าควรรู้สึกโล่งใจหรือหนักใจอย่างไรดี อันที่จริงก็ไม่คิดว่าท่านอ๋องจะตามมาถึงในบ้าน เดิมนางตั้งใจจะปิดเรื่องนี้เอาไว้เสียด้วยซ้ำ
นางก็ให้คำสาบานเสร็จสิ้น แล้ว...ท่านอ๋องมาอีกทำไม?
"เป็นชายหรือหญิง" หานโจวหยุดยืนตรงหน้าคนที่นั่งบนเตียง คำถามดึงให้เหมยกุ้ยต้องตอบ
"...เป็นชายเจ้าค่ะ"
เขาถามคำ นางก็ตอบคำ
"กี่เดือนแล้ว"
"สามเดือนเจ้าค่ะ"
"ชื่ออะไร"
"ข้าตั้งชื่อเรียกเล่นว่าซือซือ"
"อืม" ส่งเสียงรับคำหนึ่งแล้วก็ไม่พูดอันใดอีก
เหมยกุ้ยรู้สึกร้อนหน้ากับดวงตาที่จับจ้องมาที่นาง สตรีที่กำลังให้นมบุตรย่อมต้องเปิดหน้าอก เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องส่วนตัว แล้วไฉนท่านอ๋องจึงยืนดูนิ่งๆกันเล่า!
เหมยกุ้ยพยายามนำลูกชิดอกให้มากที่สุด ทว่านางก็จำต้องสลับให้ลูกดื่มจากอกอีกข้าง ระหว่างที่หญิงสาวกำลังสาละวนกับการประคองลูกหันหัว ปากของซือซือก็ผละออกมาจากความชูชันสีชมพู น้ำสีใสจากปากเด็กน้อยเคลือบจนมันวาวฉ่ำ ภาพเช่นนี้ยิ่งกระตุ้นคนที่ยืนมองตั้งแต่ต้นโดยไม่ละสายตา
หานโจวจำใจถอยห่างออกมาอีกสองสามก้าว เขาห่างการเสพสมมานานนับปี กลิ่นกายหอมอันคุ้นเคยผสานกลิ่นน้ำนมทำเอาปั่นป่วน ส่วนที่เริ่มมีอาการร้อนวูบวาบ
เหมยกุ้ยให้นมลูกสักพักก็เห็นแสงจากตะวันส่องลอดเข้ามา ถึงเวลาต้องออกจากบ้านไปที่โรงทอผ้าแล้ว
แต่...
เมื่อหันมาเห็นท่านอ๋อง นางก็คิดว่าหากออกไปคงไม่ใช่เรื่องดี ชายตรงหน้าต้องตามนางไปด้วยแน่ ถ้าเป็นแบบนั้นคงเกิดเรื่องใหญ่
สุดท้ายนางจึงจำใจเขียนจดหมายฝากไปที่โรงทอผ้า ทว่าหลังพับกระดาษเสร็จหานโจวก็หยิบไปดู เขาสังเกตมาตั้งแต่นางเริ่มหยิบพู่กันแล้ว กวาดสายตาอ่านให้แน่ชัดว่าไม่มีตัวอักษรบัดซบอย่าง 'เสวี่ยนซื่อ' อยู่ ความในนั้นมีเพียงแค่ขอลาพักสักสองสามวัน อธิบายรายละเอียดความคืบหน้าของบัญชีที่ทำ แล้วก็ตบท้ายด้วยว่าไม่ต้องเป็นกังวล นางกับซือซือสบายดี
เขาไปเดินที่หน้าต่าง ชูกระดาษใบเล็กขึ้น แวบเดียวก็มีลมพัดผ่านพร้อมกับของในมือที่หายวับไปกับตา!
เหมยกุ้ยตกใจ แต่แล้วเมื่อหานโจวหันหลังกลับมานางก็ตีหน้านิ่ง
หญิงสาวไม่ได้มีวรยุทธ์ใด นางจึงไม่ทันเห็นองครักษ์เงาของอีกฝ่าย ความรวดเร็วของผู้ฝึกยุทธ์ที่มีฝีมือขั้นนี้นับว่ายอดเยี่ยม และองครักษ์ผู้นี้ก็คอยติดตามดูแลนางอย่างลับๆตามคำสั่งของนายมาสองวันแล้ว
หานโจวกับเหมยกุ้ยยืนห่างกันไม่กี่ก้าว พื้นที่ที่เคยคิดว่ากว้างพออยู่กันสองแม่ลูกกลับดูแคบลงไปถนัดตาเมื่อร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มมาเยือน
ภายในบ้านเหลือแค่ชายหญิงคู่นี้ และก็บุตรชายตัวน้อยที่กำลังนอนเล่นบนเตียง
ชั่วขณะที่ความเงียบยังปกคลุม เหมยกุ้ยก็เป็นฝ่ายขยับออกห่าง
หานโจวตั้งท่าจะพูดอะไรกับนาง ทว่าในตอนนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงคล้ายกับนกหวีดดังแหลมตามสายลม เขาชะงักไปพร้อมกับถอนใจ
อย่างไรเสียเขาก็ไม่เคยมีวันหยุดอยู่แล้ว ที่ดั้นด้นมาถึงนี่ก็มิใช่ปล่อยงานว่างเว้น
"อยู่แต่ในนี้ ห้ามออกไปไหน" พูดสั่งแล้วก็กระโดดออกนอกหน้าต่างไป ทำราวกับว่าที่นี่เป็นบ้านของตนอย่างไรอย่างนั้น
ไหล่ของเหมยกุ้ยที่ยืนนิ่งค่อยๆคลายลง นางผ่อนลมหายใจอย่างเชื่องช้า มือที่เย็นเยียบมิอาจซ่อนอาการสั่นระริกได้อีก
มาถึงตรงนี้ นางไร้ความคิดหนี
หนีไปครั้งนี้ท่านอ๋องย่อมตามหานางได้อย่างดายเป็นแน่ อีกทั้งการหนีแบบไร้แผนคือการไปสู่ความตาย นางยังมีซือซือน้อยร่วมชะตากรรมด้วย
คราแรกก็นึกแปลกใจอยู่บ้างที่ท่านอ๋องไม่ได้บังคับนางให้กลับทันที แต่แล้วอย่างไร...นั่นก็เป็นแค่ความรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเท่านั้น
นางไม่รู้นิสัยแท้จริงของเขา กระทั่งเรื่องปัจจุบันว่าตอนนี้เขาไปไหนก็ไม่รู้ ท่านอ๋องคิดอยากไปหรือทำอะไรไม่เคยบอกนางเลยสักอย่าง ครั้งนี้ก็เช่นกัน
ทุกสิ่งยังคงเหมือนเดิม
ท่านอ๋องไม่เปลี่ยน แต่นางเปลี่ยนไปแล้ว
หากท่านอ๋องกลับมาอีกครั้ง นางจะต้องพูดกับเขาให้รู้เรื่อง!
___________________________________________
ตอนนี้อีตาอ๋องรู้แหละว่าซือซือคือลูก เขาก็แปลกใจไม่น้อย แต่...จะมีซีนแบบชื่อเรื่องปรากฏให้เห็น หุหุ เมียไม่เอาก็คือไม่เอา สามีนิสัยแข็งทื่อ เอานิสัยตอนฝึกทหารมาคุยกับเมีย อีตาอ๋องเอ๊ยยยย เมียนะ ไม่ใช่คนใต้บังคับบัญชา
เอาเลย แก้เผ็ดมันเลยเหมยกุ้ย!
ปล. ฝากเพจ facebook "ลี่จู" ด้วยนะคะ เพิ่งเปิดเมื่อวาน เอาไว้จะโพสบอกว่าวันไหนจะอัพนิยายบ้าง เพราะตารางไม่แน่นอนจ้า ถ้างานไม่ยุ่งก็มาติดๆกันได้ แต่ถ้างานยุ่ง ยังไงก็จะพยายามมาลงนะจ๊ะ
ขอบคุณสำหรับการติดตามค่า