เหวยเหนียง หมอดูเทวดา

    ตอนที่ 49 ขั้นตอนที่หายไป

            “พวกเจ้าเป็นใครกล้าดียังไงถึงบุกรุกเข้ามาในถ้ำของข้า และไหนว่าเจ้าโดนพิษลืมตนของข้าไงทำไมดูเจ้าตอนนี้สิ ช่างดูองอาจเหมือนเดิมเลย หรือว่าเจ้ากับหานฟงรวมหัวกันหลอกข้าห๊า” มารจันทน์ผากล่าวอย่างเอาเรื่องเมื่อเห็นซูเยี่ยนเป็นปกติแทบทุกอย่าง

            “เรียนผู้อาวุโสนี่คือหมอเทวดาเสี่ยวอี้ เขาเป็นผู้รักษาข้าเองขอรับ” ซูเยี่ยนแนะนำ

            “เป็นไปไม่ได้! พิษของข้าไม่มียาแก้นี่ เจ้ารักษาซูเยี่ยนได้อย่างไร” มารจันทน์ผาอยากรู้

            “เรื่องนั้นไว้ก่อนเถิด! ข้าจะแจ้งข่าวให้เจ้าทราบว่า บัดนี้หยุนฮวาได้เสียชีวิตไปแล้ว” ท่านหมอดูหานฟงกล่าว

            “เป็นไปไม่ได้! นางตายได้อย่างไร นางเป็นถึงฮองเฮานี่” มารจันทน์ผาไม่เชื่อ

            “นางถูกปลดออกจากตำแหน่งฮองเฮาแล้วและถูกฝ่าบาทสั่งประหารชีวิตด้วยการนำไปขังในถ้ำอสรพิษแต่ซูเยี่ยนและพรรคพวกไปช่วยนางไว้ได้ทัน พวกเขาจึงพานางไปอยู่ในวัดซือต้าพอฝ่าบาททรงทราบข่าว พระองค์ก็ทรงส่งองครักษ์คาวีไปสังหารนางอีกแม้มีคนไปช่วยนางทันเวลา แต่ความกดดันต่างๆส่งผลทำให้หยุนฮวาคลอดลูกก่อนกำหนดและเสียชีวิตหลังคลอดลูกแล้ว” ท่านหมอดูหานฟงรู้ดีว่าตอนนี้มารจันทน์ผามีความทรงจำถึงตอนก่อนที่จะพบฝ่าบาทและช่วยเหลือพระองค์กำจัดเหล่ากบฏ

            “น่าเจ็บใจนัก! นางอุตส่าห์ช่วยเหลือฮ่องเต้พระองค์นี้แทบทุกอย่างแต่เขากลับเนรคุณคิดฆ่านางได้ลงคอ ทั้งๆ ที่นางตั้งครรภ์ลูกของเขาอยู่” มารจันทน์ผาโกรธแค้นแทนลูกศิษย์

            “ตอนนี้ฝ่าบาททรงหลงอยู่ในอำนาจและทรงย่ามพระทัยเพราะถือว่าพระองค์มีอิทธิฤทธิ์ศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครอง”หานฟงกล่าว

            “ใช่สิ! คัมภีร์นั่นส่งผลทำให้ฝ่าบาทไร้เทียมทานนี่”มารจันทน์ผารู้ถึงอานุภาพอิทธิฤทธิ์ศักดิ์สิทธิ์นั่นเป็นอย่างดี

            “เจ้ารู้วิธีแก้หรือไม่” หานฟงรีบเข้าเรื่อง

            “จะไปรู้ได้อย่างไรล่ะข้าไม่ได้อ่านนี่ ข้าแค่ไปขโมยคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์มาให้หยุนฮวาเฉยๆ ” มารจันทน์ผากล่าว

            “เจ้าขโมยมาจากใคร” หานฟงรีบเค้นถาม

            “ทำไมข้าต้องบอกเจ้าด้วยล่ะ”มารจันทน์ผากล่าว

            “เจ้าไม่อยากหยุดยั้งฝ่าบาทอย่างนั้นหรือ”หานฟงรู้ว่าเขาแค้นพระองค์

            “มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับข้าเสียหน่อย”มารจันทน์ผาทำเป็นไม่สนใจ

            “เจ้าไม่อยากแก้แค้นให้หยุนฮวาอย่างนั้นหรือ”หานฟงกล่าวอ้าง

            มารจันทน์ผาฉุกคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ข้าขโมยคัมภีร์มาจากพ่อเฒ่าเฉินกงที่อยู่เขาชนเมฆ”

            “ขอบคุณมากที่ยอมบอก” หานฟงโล่งอกที่มารจันทน์ผาไม่เล่นลิ้นอีก

            “ที่ข้ายอมบอกก็เพราะว่าพ่อเฒ่าไม่ค่อยอยู่ที่ถ้ำน่ะสิก็แล้วแต่ดวงของเจ้าก็แล้วกัน ว่าเจ้าจะเจอเขาหรือเปล่า” มารจันทน์ผากล่าว

            “ข้าจะรีบไปที่เขาชนเมฆเดี๋ยวนี้ขอรับ”ซูเยี่ยนอาสา

            “ว่าแต่ลูกของหยุนฮวาอยู่ที่วัดซือต้าใช่หรือไม่” มารจันทน์ผาสงสัย

            “ใช่แล้ว ทำไมงั้นหรือ” หานฟงยอมบอก

            “ข้าจะไปรับลูกของหยุนฮวามาเลี้ยงในอนาคตนั้น เขาต้องเก่งกว่าหยุนฮวาเป็นแน่” มารจันทน์ผาจะปั้นศิษย์ขึ้นมาใหม่

            ทุกคนมองหน้ากันและพร้อมใจคิดตรงกันว่า “ถ้าให้มารจันทน์ผาเลี้ยงดูเด็กมีหวังเด็กคนนั้นต้องมีนิสัยเหมือนมารจันทน์ผาและเจริญรอยตามเขาเป็นแน่”

            “ตอนนี้ข้าไปวัดซือต้าดีกว่า”มารจันทน์ผาใจร้อน

            เหมือนท่านหมอเทวดาจะสื่อจิตจากทุกคนได้เขาก็เลยพุ่งตัวเข้าไปหามารจันทน์ผาแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้ทั้งสองได้ปะมือกัน

            สักพักคนที่เหลือก็เข้าไปช่วยกันรุมจับตัวมารจันทน์ผาไว้

            “พวกเจ้าจะทำอะไรน่ะ” มารจันทน์ผาปะทะกับทุกคน ซึ่งต่างคนต่างสู้ด้วยมือเปล่า

            กว่าจะจับมารจันทน์ผาได้สำเร็จก็ใช้เวลาหนึ่งชั่วยามตอนนี้ท่านหานฟงและซูเยี่ยนสามารถจับล็อคตัวมารจันทน์ผาได้สำเร็จ

            “พวกเจ้าทำบ้าอะไรน่ะจับข้าไว้ทำไม” มารจันทน์ผาไม่เข้าใจ

            ท่านหมอเทวดาใช้มือโบกผ่านหน้ามารจันทน์ผาและกล่าวว่า “จงฟังนะมารจันทน์ผา หลังจากที่ข้านับหนึ่งถึงห้า เจ้าจะกลับสู่สภาพเดิม1 2 3 4 5 เป๊าะ” ท่านหมอเทวดาดีดนิ้วหลังจากนับเสร็จทันที

            “ท่านพ่อขอรับ ข้าหิวแล้ว”มารจันทน์ผาเปลี่ยนไปราวคนละคน

            “ข้าจะไปเก็บผลไม้ป่าให้เจ้ากินเองเจ้านอนรออยู่ที่นี่ก่อนนะ” หานฟงกล่าว

            “ขอรับ” มารจันทน์ผาเดินไปนอนบนแท่นหินอย่างว่าง่ายโดยไม่สนใจคนรอบข้างอีก

            “โห! หลังจากที่มารจันทน์ผาวัยในสภาพเด็กน้อยได้รับการอบรมจากท่านเขาดูว่านอนสอนง่ายกว่าเดิมตั้งเยอะนะขอรับ” ซูเยี่ยนทึ่ง

            “ตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นคนดีนะแต่มันคงมีจุดเปลี่ยนอะไรบางอย่างที่ทำให้มารจันทน์ผากลายเป็นคนแบบนี้ไปได้”หานฟงคาดการณ์

            “ขอบคุณท่านหมอและท่านหานฟงมากข้าคงต้องรีบเดินทางไปหาท่านพ่อเฒ่าแล้ว” ซูเยี่ยนไม่อยากเสียเวลาอีก

            “เจ้าจงไปกับสหายของเหวยเหนียงที่ชื่อผิงหลางเถิดนางเป็นคนดวงดี ความโชคดีของนางจะช่วยให้เจ้าพบท่านพ่อเฒ่าได้ง่ายขึ้น” หมอดูหานฟงทำนาย

            “ขอบคุณที่ชี้แนะ ข้าไปนะขอรับ”ซูเยี่ยนกล่าว

            “ข้าคงต้องรีบกลับไปหาองค์ชายหกงั้นข้าขอตัวนะขอรับ” หมอดูเทวดาเสี่ยวอี้กล่าวกับผู้อาวุโสกว่า

            “ช้าก่อนท่านหมอ! แล้วท่านสามารถรักษามารจันทน์ผาให้หายขาดได้หรือไม่” หานฟงอยากรู้

            “ข้าเสียใจด้วยนะขอรับการสะกดจริงเป็นเพียงวิธีที่ทำให้ผู้ป่วยสามารถระลึกถึงอดีตได้ชั่วคราวเท่านั้นผ่านไปไม่นานเขาก็จะกลับสู่สภาพเดิม เป็นไปตามที่มารจันทน์ผาพูดพิษลืมตนไม่มียาแก้และไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ข้าคงต้องศึกษาวิชาแพทย์อีกมากขอรับ” ท่านหมอเทวดาจนปัญญาที่จะรักษา

            “ขนาดท่านเองยังกล่าวเช่นนี้หมอคนอื่นยิ่งแล้วใหญ่” หานฟงรู้สึกหมดหวังเพราะยังไงมารจันทน์ผาก็เคยเป็นสหายของเขา

            “การที่มารจันทน์ผากลายเป็นเด็กว่านอนสอนง่ายก็น่าจะดีกว่าให้เขากลายเป็นมารชั่วทำร้ายผู้คนนะขอรับ”หมอเทวดากล่าว

            “มันก็คงดี แต่ไม่มีใครที่ไหนที่อยากตกอยู่ในสภาพเป็นเด็กน้อยไปตลอดชีวิตหรอกนะ”หานฟงสงสาร

            “ถือว่าเป็นโรคเวรโรคกรรมของมารจันทน์ผาเถิดนะขอรับหากเขาไม่ไปเสาะหาพิษร้ายแรงชนิดนี้มา เขาคงไม่มีโอกาสได้รับพิษของตัวเองเช่นนี้”หมอเทวดากล่าว

            “ฝ่าบาททรงสามารถทำร้ายได้แม้กระทั่งคนที่ช่วยเหลือพระองค์แล้วแบบนี้จะหลงเหลือใครที่รักและจงรักภักดีต่อพระองค์ได้อีก” หานฟงนึกไม่ถึงว่าจะมีคนเช่นนี้

            “คงมีแต่องครักษ์คาวีเท่านั้นนะขอรับ”หมอเทวดากล่าว

            “เจ้าเคยได้ยินมั้ยคนที่อยู่ด้วยกันได้ ต้องเป็นคนประเภทเดียวกัน” หานฟงคิดว่าองครักษ์คาวีก็คงไม่ต่างจากฝ่าบาทนัก

            “หมายความว่ายังไงขอรับ” หมอเทวดาสงสัย

            “ฝ่าบาททรงเป็นเช่นไรองครักษ์คาวีก็เป็นเช่นนั้นไม่ต่างกันน่ะสิ” หานฟงเชื่อเช่นนั้น

            “แสดงว่าองครักษ์คาวีก็ไม่ได้จงรักภักดีต่อฝ่าบาทจริงๆใช่มั้ยขอรับ” หมอเทวดาตีความ

            “คอยดูต่อไปเถิด” หานฟงแค่สันนิษฐาน ยังสรุปไม่ได้

            หลังจากนั้นท่านหมอเทวดาก็เดินทางกลับไปที่ค่ายลับของท่านหยางสือแต่พอเขารู้ว่าทุกคนต่างพากันถูกจับกุมให้ไปอยู่ในคุกทหารดังนั้นเขาจึงเดินทางไปรวมตัวกับเหล่าขุนนางเพื่อปรึกษาหาหนทางช่วยเหลือองค์ชายหกและเหล่าทหารต่อไป

            ทางด้านซูเยี่ยน เขาได้ส่งจดหมายผ่านนกพิราบสื่อสารเพื่อแจ้งข่าวให้ผิงหลางเดินทางไปเจอกันที่เขาชนเมฆจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางกลับไปกลับมา

            *****************************

            ณ ตีนเขาชนเมฆ

            ซูเยี่ยนเดินทางมาถึงเขาชนเมฆก่อนและคาดว่าอีกสองวันผิงหลางถึงจะเดินทางมาถึงที่นี่ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเขาจึงเดินขึ้นเขาเพื่อตามหาท่านพ่อเฒ่าเฉินกงไปพลางๆ ก่อน

            สมกับความพยายามซูเยี่ยนสามารถเดินมาถึงถ้ำแห่งหนึ่งบนเขาซึ่งน่าจะเป็นที่พักของท่านพ่อเฒ่าแต่ทว่า พอเขาเข้าไป ก็พบแต่เพียงความว่างเปล่า เขาคิดในใจว่า “สงสัยท่านพ่อเฒ่าจะไม่อยู่”ซูเยี่ยนก็เลยร้องเรียกท่าน “ท่านพ่อเฒ่าท่านพ่อเฒ่าขอรับ ท่านอยู่ที่นี่หรือไม่”

            แต่ไร้เสียงตอบรับใดๆ

            โชคดีที่ซูเยี่ยนเหลือบไปเห็นรอยเท้าผู้ชายเขาก็เลยลองเดินตามรอยนั้นไป ก็พบว่าปลายทางคือบ่อน้ำแต่บริเวณนี้กลับไร้ซึ่งผู้คน ซูเยี่ยนก็เลยลองเรียกท่านอีก “ท่านพ่อเฒ่าท่านพ่อเฒ่าขอรับ ท่านอยู่ที่นี่หรือเปล่า”

            ก็ยังคงไร้เสียงตอบรับเช่นเคย

            ซูเยี่ยนก็เลยตามหาท่านพ่อเฒ่าจนทั่วทั้งเขาชนเมฆก็ไม่พบใครอยู่บนเขาแห่งนี้เลยสักนิดตลอดสองวันซูเยี่ยนพยายามทั้งตามหาทั้งตะโกนเรียก ก็ไม่พบท่านพ่อเฒ่าเลยดังนั้นเขาคงทำได้เพียงรอผิงหลางมาที่นี่เพื่อแจ้งนางและพากันเดินทางกลับเมืองหลวงต่อไป

            ซูเยี่ยนตั้งหลักอยู่ที่ตีนเขาตลอดสองวันที่ผ่านมาพอถึงเช้าของวันที่สาม ผิงหลางก็เดินทางมาถึงที่นี่ตามคาด

            “ท่านมาถึงที่นี่นานแล้วหรือเจ้าคะ”ผิงหลางสงสัย

            “ข้ามาถึงได้สองวันแล้วแต่ข้าหาท่านพ่อเฒ่าจนทั่วทั้งเขาชนเมฆแล้ว ก็ยังไม่พบท่านเลยท่านคงย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้วล่ะ พวกเรารีบกลับไปที่เมืองหลวงกันเถอะ” ซูเยี่ยนเล่า

            “แต่ว่าพวกเรายังไม่รู้ขั้นตอนที่เหลือของวิธีแก้พิธีศักดิ์สิทธิ์เลยนะเจ้าคะเอาอย่างนี้ดีมั้ย พวกเราลองรอที่สถานที่พักของท่านพ่อเฒ่าไปก่อน เผื่อท่านพ่อเฒ่าจะกลับมาในไม่ช้านี้”ผิงหลางยังคงมีความหวัง

            “ก็ได้! เผื่อท่านพ่อเฒ่ามีธุระที่ไหนแล้วกลับมาที่ถ้ำดังที่เจ้าว่างั้นรีบเดินขึ้นเขากันเถอะ” ซูเยี่ยนยอมทำตามคำแนะนำของอดีตลูกน้อง

            พอทั้งสองเดินทางมาถึงถ้ำซึ่งน่าจะเป็นที่พักของท่านพ่อเฒ่าซูเยี่ยนก็เลยให้ผิงหลางเข้าไปรอในถ้ำก่อน ส่วนเขาจะดูรอบๆ ถ้ำเพื่อดูว่าท่านพ่อเฒ่ามีวี่แววจะกลับมาหรือไม่

            ซูเยี่ยนเดินตามหาท่านพ่อเฒ่าจนทั่วทั้งเขาอีกครั้งผ่านไปสามชั่วยาม เขาถึงเดินกลับไปหาผิงหลางในถ้ำ

            “ข้าตามหาจนทั่วทั้งเขาชนเมฆและลองมองลงไปตรงตีนเขาแล้วท่านพ่อเฒ่าก็ไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาเลยนะ” ซูเยี่ยนรู้สึกหมดหวัง

            “เอ่อ! ท่านซูเยี่ยนเจ้าค่ะท่านพ่อเฒ่าบอกว่าเขาอยู่ในถ้ำตลอด ไม่ได้ออกไปไหนเลยเจ้าค่ะ” ผิงหลางกล่าว

            ซูเยี่ยนมองดูดีๆก็เห็นท่านพ่อเฒ่านั่งขัดสมาธิบนแท่นหิน ส่วนผิงหลางนั่งบนพื้นลักษณะเหมือนพวกเขาคุยกันนานแล้ว

            “ทำไมท่านถึงซ่อนตัวล่ะขอรับ”ซูเยี่ยนไม่เข้าใจ

            “ก็ข้ากลัวว่าเจ้าจะเหมือนมารจันทน์ผานี่เขาข่มขู่เอาคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ไปจากข้าข้ายังคงจำได้ดีว่าชายวัยกลางคนคนนั้นน่ากลัวมากแค่ไหน” ท่านพ่อเฒ่ากล่าว

            “แล้วทำไมท่านถึงยอมปรากฏตัวต่อหน้าผิงหลางล่ะขอรับ”ซูเยี่ยนสงสัย

            “ก็นางดูไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไรนี่”ท่านพ่อเฒ่าไว้ใจหญิงสาว

            “ข้าจะออกไปตามท่านให้กลับมาในถ้ำแต่ท่านเดินตามหาท่านพ่อเฒ่าหลายจุดมากทำให้ข้าไม่รู้ว่าจะติดต่อท่านอย่างไรดีเจ้าค่ะ” ผิงหลางกล่าว

            “แล้วสรุปว่าท่านพ่อเฒ่ายอมบอกหรือไม่”ซูเยี่ยนคิดว่าผิงหลางน่าจะถามให้แล้ว

            “ท่านยอมบอกว่าขั้นตอนสุดท้ายคือการทำลายลูกแก้วมังกรเจ้าค่ะและหน้าสุดท้ายคือวิธีการทำลายลูกแก้ว แต่ท่านพ่อเฒ่าจำไม่ได้ว่าต้องทำลายยังไงดังนั้นพวกเราต้องหาวิธีทำลายลูกแก้วเองเจ้าค่ะ” ผิงหลางกล่าว

            “ใช่ลูกแก้วมังกรที่ทางแคว้นเหลียวมอบเป็นเครื่องบรรณาการให้แคว้นฉินแต่แม่ทัพคาวีทำหายไปหรือไม่ ถ้าใช่จริงๆ แล้วทำไมต้องทำลายด้วยล่ะขอรับ” ซูเยี่ยนสงสัย

            “ใช่แล้ว! ลูกแก้วอันนั้นล่ะวิธีใช้และคุณประโยชน์ของลูกแก้วก็คือ เมื่อลูกแก้วมังกรกระทบกับแสงจันทร์มันจะเรืองแสง หากผู้ที่ครอบครองลูกแก้วได้อาบแสงของมันคนคนนั้นจะมีเกราะป้องกันตาสวรรค์ทำให้สวรรค์ไม่อาจลงโทษหรือเอาผิดผู้อาบแสงจากลูกแก้วได้” พ่อเฒ่ากล่าว

            “แสดงว่าตอนนี้ลูกแก้วนั้นอยู่กับฝ่าบาทสินะขอรับ”ซูเยี่ยนคิดว่าตอนนี้ฝ่าบาทเป็นผู้ครอบครองลูกแก้วมังกร

            “พวกเราคงต้องไปชิงลูกแก้วมาจากฝ่าบาทและทำลายลูกแก้วนั่นซะคราวนี้ก็จะไม่มีอำนาจคุณวิเศษอะไรคุ้มครองฝ่าบาทได้อีกนะเจ้าคะ” ผิงหลางใจร้อนอยากช่วยองค์ชายหกและล้มอำนาจฝ่าบาท

            “ขอบคุณผู้อาวุโสที่ยอมบอกขอรับ”ซูเยี่ยนทำท่าคารวะ

            “ถ้าแม่หนูคนนี้ไม่มากับเจ้าด้วยเจ้าคงไม่มีวันได้ล่วงรู้หรอก” ท่านพ่อเฒ่ากล่าว

            “เจ้านี่ช่างเป็นคนโชคดีจริงๆ” ซูเยี่ยนเองก็ทึ่งในตัวอดีตลูกน้องเขาใช้เวลาถึงสามวันกว่าจะเจอท่านพ่อเฒ่า แต่ผิงหลางกลับใช้เวลาไม่นานนางก็เจอท่านง่ายๆ แบบไม่ต้องเปลืองแรง

            “พวกเรารีบไปที่เมืองหลวงเพื่อไปชิงลูกแก้วกันเถอะเจ้าค่ะ ก่อนที่ฝ่าบาททรงจะสั่งประหารองค์ชายหก” ผิงหลางเป็นห่วงชายสูงศักดิ์

            “อะไรนะ! หมายความว่าตอนนี้องค์ชายหกทรงถูกจับกุมไปอย่างนั้นหรือ”ซูเยี่ยนเพิ่งรู้

            “ฝ่ายนั้นเล่นจับชาวบ้านมาเป็นเชลยและนำมาต่อรองกับองค์ชายหกพระองค์ทรงไม่ต้องการให้ใครต้องมาตายเพราะพระองค์ ดังนั้นพระองค์จึงทรงยอมมอบตัวและพอทางนั้นจับพระองค์มาเป็นตัวประกันท่านหยางสือและแม่ทัพเหวินตี้ก็เลยจำต้องยอมจำนนและยอมปล่อยให้ข้าศึกจับไปขังที่คุกทหารเจ้าค่ะ”ผิงหลางกล่าวเสียงเศร้า

            “พวกเราขอตัวก่อนนะขอรับ”ซูเยี่ยนใจร้อนอยากช่วยทุกคน

            “ระวังตัวให้ดีล่ะ! ตราบใดที่ลูกแก้วยังไม่ถูกทำลายอิทธิฤทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังคงคุ้มครองผู้อาบแสงจากลูกแก้วนั้นอยู่โชควาสนาจะเข้าข้างบุคคลนั้นจนทำให้ศัตรูของเขาเป็นฝ่ายวินาศสันตะโรไม่เหลือชิ้นดี”ท่านพ่อเฒ่าเตือน

            “นี่คือการเดิมพันด้วยชีวิตและแคว้นฉินพวกเราจะต้องทำลายลูกแก้วนั่นให้จงได้เจ้าค่ะ” ผิงหลางกล่าวอย่างมุ่งมั่น

            ท่านพ่อเฒ่ามองดูหนุ่มสาวทำท่าคารวะและรีบเดินลงเขาไปโดยไม่พักเขานั้นได้แต่คิดในใจว่า “ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์นั้นได้สำเร็จจริงๆ ”

            *****************************

            ณ ตำหนักของฝ่าบาท

            ผิงหลางและซูเยี่ยนต่างสวมชุดดำอำพรางตนแล้วแอบลอบเข้าไปในห้องบรรทมของฝ่าบาท พวกเขาช่วยกันค้นภายในห้องจนทั่วแล้วแต่หายังไงก็หาไม่เจอ

            “ทำอย่างไรดีฝ่าบาททรงไม่ได้เก็บลูกแก้วไว้ในห้องนี้เจ้าค่ะ” ผิงหลางกล่าว

            “ลองค้นดูให้ทั่วก่อนเผื่อที่นี่มีห้องลับ” ซูเยี่ยนยังไม่ถอดใจ

            แต่ทว่า สักพักฝ่าบาทก็ทรงพาสนมเหวินชิงเข้ามาให้ห้องบรรทม

            “ฝ่าบาทเพคะ! ทรงเมามากแล้วนะเพคะ” พระสนมเหวินชิงตรัส

            “เราไม่เมา เรายังไหว” ฝ่าบาททรงทั้งกอดและหอมพระสนมด้วยความเมามาย

            “สรงน้ำก่อนดีมั้ยเพคะ” พระสนมตรัส

            “พวกเราอาบน้ำด้วยกันสิ” ฝ่าบาททรงเห็นด้วย

            “ก็ได้เพคะ หม่อมฉันจะสรงน้ำให้พระองค์เอง”พระสนมทรงประคองฝ่าบาทไปที่ห้องสรงน้ำ

            คนชุดดำทั้งสองใช้เวลาที่ฝ่าบาทและสนมทรงสรงน้ำด้วยกันรีบหนีออกมาจากตำหนักทันที เพราะกลัวว่าจะเห็นฉากหวานที่ไม่บังควรเข้า

            “ทำอย่างไรดีล่ะเจ้าคะคืนนี้พวกเราคงต้องกลับไปตั้งหลักกันก่อน” ผิงหลางแอบเสียดาย

            “ไม่ต้องหรอก! ข้าจะเป่าควันสลบตอนที่ทั้งสองพระองค์กลับเข้ามาในห้องบรรทมถึงตอนนั้นพวกเราก็รีบตามหาลูกแก้วกันต่อ” ซูเยี่ยนไม่ยอมแพ้

            “เป็นความคิดที่ดีเจ้าค่ะ”ผิงหลางกล่าว

            ซูเยี่ยนเฝ้ารอจนทั้งสองพระองค์สรงน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยรีบเป่าควันสลบเข้าไปในห้อง พอเป้าหมายนอนหลับไม่ได้สติ ซูเยี่ยนก็ส่งสัญญาณให้ผิงหลางตรวจสอบทั้งสองว่าหลับไปจริงๆหรือไม่ พอเห็นว่าฤทธิ์ควันสลบได้ผล พวกเขาก็ไม่ละความพยายามทั้งสองยังคงตามหาลูกแก้วในห้องบรรทมกันต่อ

            จนกระทั่งผิงหลางขยับภาพวาดของหยุนฮวาที่แขวนอยู่ตรงผนังห้องบรรทมโดยบังเอิญนั่นจึงทำให้ประตูลับเปิดเอง

            “นั่นไง! ลูกแก้วมังกรวางอยู่บนแท่น”ซูเยี่ยนชี้

            “ข้าหยิบเองเจ้าค่ะ” ผิงหลางอาสา

            “ช้าก่อน! นำผ้าเช็ดหน้ามาหุ้มไว้ก่อนเผื่อฝ่าบาททรงวางยาพิษอีก” ซูเยี่ยนต้องรอบคอบ

            “เจ้าค่ะ” ผิงหลางปฏิบัติตามทันที

            สมกับความพยายาม พวกเขาสามารถนำลูกแก้วกลับไปที่บ้านของซูเยี่ยนได้สำเร็จเหวยเหนียงรอฟังข่าวอยู่ที่นั่นพอเห็นสามีและสหายกลับมาพร้อมกับลูกแก้วก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง

            “พวกท่านไปชิงลูกแก้วได้แล้วใช่มั้ยเจ้าคะ”เหวยเหนียงกล่าว

            “นี่ไง! ไม่คิดว่าจะชิงลูกแก้วได้ง่ายดายเช่นนี้”ผิงหลางอวด

            เหวยเหนียงเพ่งมองพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนกล่าวว่า “นี่คือลูกแก้วปลอม”

            “อะไรนะ! เจ้ารู้ได้อย่างไร”ผิงหลางตกใจ

            “คืนนี้เป็นคืนพระจันทน์เต็มดวงดังนั้นถ้าลูกแก้วถูกแสงจันทน์ มันจะต้องเรืองแสง แต่นี่กลับไม่มีปรากฏการณ์ใดๆเลย” เหวยเหนียงกล่าว

            “ลูกแก้วอาจถูกสับเปลี่ยนไปก่อนที่พวกเราจะไปขโมยน่ะสิ” ซูเยี่ยนคาดการณ์

            “ใครกันที่กล้าขโมยของล้ำค่าจากฝ่าบาทเจ้าค่ะ”ผิงหลางไม่อยากจะเชื่อ

            “อาจเป็นองครักษ์คาวีก็เป็นได้”ซูเยี่ยนเดาออก

            “นี่พวกเราจะต้องไปค้นหาลูกแก้วที่บ้านพักทหารองครักษ์อย่างนั้นหรือเจ้าคะ”ผิงหลางคิดว่าต้องเริ่มต้นใหม่

            “พวกเราไม่มีทางเลือกและต้องรีบทำให้เร็วที่สุด ก่อนจะถึงวันที่ฝ่าบาททรงสั่งประหารองค์ชายหก” ซูเยี่ยนกล่าว

            “ข้าจะไปชิงลูกแก้วกลับมาให้จงได้”ผิงหลางกล่าวอย่างมุ่งมั่น

            “โปรดระวังตัวด้วยเจ้าค่ะฝีมือองครักษ์คาวีนั้นไม่ธรรมดา” เหวยเหนียงเป็นห่วง

            “ข้าจะไม่ยอมเป็นอะไรหรอกข้ายังไม่ได้เข้าหอกับเจ้าเลย” ซูเยี่ยนพูดยิ้มๆ

            “แหม! ท่านพี่พูดเล่นอยู่ได้เจ้าค่ะ” เหวยเหนียงเขินจนหน้าแดง

            “ข้าพูดจริงต่างหากเจ้าคือรางวัลของข้า จำไว้นะเหวยเหนียงตอนนี้ข้าจำต้องกลับไปที่ฐานลับของท่านหยางสือพร้อมกับผิงหลางก่อน รอให้ภารกิจสำเร็จเมื่อไหร่ข้าจะไม่มีวันแยกจากเจ้าเด็ดขาด” ซูเยี่ยนคิดว่ายามศึกต้องพร้อมรบยามสงบต้องพร้อมรัก

            “และหากท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพและต้องไปรบล่ะเจ้าคะ”ผิงหลางสงสัย

            “ข้าก็จะฝากท่านแม่ไว้กับท่านหยางสือและซูหลินแล้วพาเหวยเหนียงติดตามข้าไปทุกที่น่ะสิ” ซูเยี่ยนกล่าว

            “มันจะดีหรือเจ้าคะ” เหวยเหนียงไม่อยากกลายเป็นตัวถ่วง

            “ข้าจะคุ้มครองเจ้าเองไม่ต้องกลัวนะ” ซูเยี่ยนกล่าว

            “อะแฮ่ม! ข้ารู้นะเจ้าคะว่าพวกท่านรักกันมากแต่ตอนนี้พวกเราต้องรีบปฏิบัติภารกิจให้เสร็จสิ้นเสียก่อนเจ้าค่ะ” ผิงหลางเตือน

            “งั้น รีบไปกันเถอะผิงหลาง”ซูเยี่ยนจำต้องจากฮูหยินไป เพื่อทำภารกิจสำคัญ

            เหวยเหนียงแอบเสียดายที่พวกเขาไปขโมยลูกแก้วมังกรปลอมมาจากฝ่าบาททำให้พวกเขาจะต้องกลับไปตามหาลูกแก้วใหม่ที่ห้องพักขององครักษ์คาวีคราวนี้นางกังวลหนักมากเพราะองครักษ์คาวีนั้นมีฝีมือไม่ธรรมดา