หลังจากสถานการณ์ชวนอึดอัดผ่านพ้นไป ‘หมอทิวากร’ จัดการเย็บรอยแผลสุดท้ายให้สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกีตัวใหญ่เสร็จสิ้น
ทันทีที่รับยาเรียบร้อย ‘ภาคิน’ ที่กำลังทำสีหน้าบึ้งตึงร่องรอยความไม่พอใจฉายชัดที่มุมปาก ก็ไม่รอช้า รีบก้าวเท้าอย่างไวเข้าหา ‘พิมพิกา’ พากันอุ้มประคองสุนัขตัวโตขึ้นรถเพื่อนำไปส่งคืนให้แก่เ้าของตัวจริงซึ่งเป็เพื่อนสนิทของพิมพิกาทันทีคลินิกรักสี่ขาจึงกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงสัตวแพทย์หนุ่มมาดนิ่งกับยัยตัวแสบข้างบ้าน
หมอทิวากรทรุดตัวย่อเข่าลงบนเบาะรองทำแผลจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ชิ้นใหม่เพื่อตรวจเช็กสภาพร่างกายและทำแผลให้ ‘เ้าดุ๊กดิ๊ก’สุนัขแสนรู้ที่นั่งขากะเผลกตาแป๋วอยู่ในระหว่างขั้นตอนการรักษา ‘พิมพ์นลิน’ หญิงสาวผู้มีทัศนคติจิตอาสา อารมณ์ดีและร่าเริงเป็ทุนเดิม ก็ไม่ได้ปล่อยให้บรรยากาศเงียบเหงา หล่อนขยับตัวนั่งประชิดชวนคุณหมอสุดหล่อพูดคุยเจื้อยแจ้วฉอด ๆ เกี่ยวกับเื่สุนัขอย่างสดใสเปล่งประกาย
"หมอกรคะ... รู้ไหมคะว่า ตอนนลินไปช่วยพวกน้องหมามาจากพวกคนใจบาปเมื่อคืนนะหัวใจนลินเต้นโครมครามเลยล่ะค่ะ" นลินส่งเสียงหวานใสดวงตากลมส่องประกายพราว
"นลินคิดอยู่เสมอเลยค่ะ ว่าการช่วยเหลือหมาจรมันไม่ใช่แค่การจับพวกมันยัดเข้ากรงแล้วป้อนข้าวป้อนน้ำไปวันๆ แต่การดูแลหมาจรที่แท้จริง คือการฟื้นฟูเยียวยาาแในใจของพวกมันให้กลับมาเชื่อใจมนุษย์อย่างพวกเรา ให้พวกมันมั่นใจและเชื่อใจ พร้อมที่จะก้าวเข้าไปสู่บ้านหลังใหม่ บ้านที่มีความรักแท้จริงให้กับพวกมันต่างหากล่ะคะ"
คำพูดคำจาและทัศนคติที่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนลึกซึ้ง ทำเอาหมอทิวากรชะงักมือชายหนุ่มมาดนิ่งผู้มักจะเงียบขรึมขยับรอยยิ้มกว้างขึ้นกว่าเก่าสายตาคู่คมจับจ้องมองใบหน้าหวานล้ำอย่างตั้งใจฟังเธอคุยเจื้อยแจ้วข้ามชั่วโมงอย่างไม่มีเบื่อ
"คุณนลินพูดถูกใจหมอมากเลยครับ...ยิ่งเื่สุขภาพของพวกมันนะ หมาจรส่วนใหญ่ที่มูลนิธิบ้านอุ่นใจสี่ขารับมามักจะขาดสารอาหารและเป็โรคิั หมอต้องคอยคัดกรองคุมอาหารป้อนยารักษาอย่างระมัดระวัง"
"ใช่ไหมล่ะคะคุณหมอ! แถมตอนนี้เรามี พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์เข้ามาช่วยเสริมทัพกฎหมายด้วย"พิมพ์นลินขยับมือไม้คุยต่ออย่างสนุกสนาน
"นลินจำที่พี่คินทนายความ... แต่ปากจัด”พิมพ์นลินแม้เสียงจะเบาคล้ายกระซิบเมื่อเน้นคำว่าปากจัดแต่กลับชัดถ้อยชัดคำแฝงไว้ด้วยการประชดประชัน ทำเอาคุณหมอทิวากร ซึ่งรู้จักทั้ง 2 คนมาบ้างแล้วถึงกับอมยิ้ม แล้วฟังหญิงสาวพูดต่อว่า
“บอกว่า กฎหมายมาตรานี้ มีบทลงโทษรุนแรงกับพวกมักง่ายที่ทารุณกรรมสัตว์นลินล่ะอยากให้ตำรวจลากคอไอ้พวกโจรเมื่อคืนเข้าคุกตารางให้หมด ให้อยู่ในคุกไปชั่วชีวิตเลยยิ่งดีค่ะ!"
บทสนทนาที่ถูกคอ ทัศนคติรักษ์โลก รักสัตว์ ที่ตรงกันเป๊ะบ่งบอกถึงเนื้อแท้ในหัวใจอันงดงามของพิมพ์นลินสัตวแพทย์หนุ่มหลงใหลในความสดใสน่ารักของเธอจนหัวใจพองโต ดวงตากลมนิ่งระยับพราวดุจดวงดาวของเธอมันมีอิทธิพลเหนือระบบประสาทของเขาอย่างสิ้นเชิง
ทว่า...ในระหว่างที่หมอทิวากรขยับมือหนาอุ่นกำลังใช้ผ้าพันแผลสีขาวม้วนทบลงบนข้อเท้าของเ้าดุ๊กดิ๊กอยู่นั้นจู่ ๆ พิมพ์นลินที่เหลือบสายตาผ่านกระจกใสหน้าคลินิกออกไป ก็เบิกตากว้างร่างระหงสะดุ้งสุดตัว หล่อนลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งพรวดพราดเปิดประตูถลันตัวออกจากคลินิกไปทันทีแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย!’
"คุณนลิน!จะไปไหนครับ!" หมอทิวากรร้องอุทานด้วยความใ
เหตุผลที่เธอวิ่งหน้าตั้งไม่คิดชีวิตขนาดนั้น เพราะสายตาอันว่องไวแอบเหลือบไปเห็น ลูกสุนัขจรจัดตัวเล็ก ๆ ผอมโซ’ ตัวหนึ่ง กำลังเดินโซซัดโซเซ ขยับเท้าเตาะแตะหลุดออกนอกฟุตบาทก้าวเดินเข้าไปกลางถนนใหญ่และในวินาทีวิกฤตนั้น รถยนต์คันหนึ่งกำลังแล่นด้วยความเร็วตรงดิ่งมุ่งหน้ามาและกำลังจะพุ่งชนลูกหมาน้อยในอีกไม่กี่วินาที!
พิมพ์นลินไม่สนความปลอดภัยของตัวเอง หล่อนโถมตัวสุดแรงกระโจนหลบรัศมีรถยนต์ พุ่งเข้าคว้าดึงเอาร่างจิ๋วของลูกสุนัขจรจัดมากอดกุมไว้แนบอกได้อย่างหวุดหวิดเฉียดฉิวรถยนต์บีบแตรดังสนั่นลั่นถนนแล่นผ่านแผ่นหลังเธอไปชั่วพริบตา
ทว่า... ในจังหวะที่พิมพ์นลินหมุนตัวหันหลังกลับเตรียมจะก้าวเดินขึ้นฟุตบาทท่อนขาเรียวบางกลับเสียหลักสะดุดเข้ากับเหลี่ยมขอบปูนอย่างแรงจนร่างอรชร ‘ล้มลุกคลุกคลานครูดคว่ำลงไปกองกับพื้นดินพื้นหินจนเกิดแผลถลอกปอกเปิกเืสีสดไหลซึมเปื้อนขึ้นที่หน้าขาและหัวเข่าซ้ำสอง!’
"แก๊ง... กริ๊ก" บานประตูคลินิกถูกผลักเปิดออกอีกครั้งพิมพ์นลินอุ้มลูกหมาตัวน้อยเดินก้าวเท้าสะบักสะบอมกลับเข้ามาใบหน้าหวานเนื้อตัวมอมแมมไปด้วยโคลนจาง ๆ และหยาดเหงื่อ
แต่สิ่งที่ทำให้หมอทิวากรถึงกับอึ้งและหัวใจสั่นสะท้านจนชาหนึบคือการที่ ‘เธอไม่ได้สนใจาแฉกรรจ์และหยาดเืที่ขาของตัวเองเลยแม้แต่น้อย’ พิมพ์นลินระบายรอยยิ้มร่าเริงแจ่มใสจนเห็นฟันซี่เล็กๆ ชูเ้าลูกหมาผอมโซส่งให้คุณหมอ พลางเอ่ยปากเจื้อยแจ้วน้ำเสียงนุ่มนวล
"หมอกรคะ! นลินไม่เป็ไรเลยค่ะ สบายมากเหมือนมดกัด!แต่เ้าตัวเล็กนี่สิคะ ใกลัวจนฉี่ราดหมดแล้ว พี่หมอรีบรับตัวแกไปตรวจและรักษาด่วนที่สุดเลยนะคะนลินฝากเ้าสี่ขาตัวนี้ด้วยนะคะ!"
หยาดเืที่ไหลซึมอยู่บนเรียวขาผสานกับรอยยิ้มอันแสนบริสุทธิ์ใจปราศจากความเห็นแก่ตัวของสตรีตรงหน้าราวกับสายลมอบอุ่นที่พัดเข้ามาทำลายกำแพงความเยือกเย็นในหัวใจของสัตวแพทย์หนุ่มให้พังทลายลง
หมอทิวากรจับจ้องมองความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวและน่ารักอบอุ่นของเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม...ชายหนุ่มตระหนักรู้แจ้งและแน่ใจในวินาทีนั้นทันทีว่า ‘เขาได้ตกหลุมรักพิมพ์นลิน หญิงสาวจอมแก่นคนนี้เข้าให้แล้ว
++++++++++