ตอนที่ 11ความลับของครอบครัว
ในเวลานี้ หนิวชุ่ยฮวารู้สึกไม่พอใจฟู่เหล่าชวนขึ้นมาเล็กน้อยเขาเป็พ่อที่ไม่มีความเป็ผู้นำเลย แม้แต่ลูกชายของตัวเองก็ยังไม่สามารถจัดการได้
ทั้งสองยืนอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งฟู่ซินพาฟู่เฉิงเข้ามา
“ปู่สาม ทำไมถึงได้มายืนอยู่ที่ประตูกันล่ะ? แล้วต้าหย่งอยู่ที่ไหนอย่างนั้นเหรอครับ เสี่ยวฮั่ว พ่อของเธออยู่ที่ไหน ? ” ฟู่เฉิงที่เพิ่งจะเดินเข้ามาและเห็นฟู่เหล่าชวนกำลังพึมพำบางอย่างกับตัวเองราวกับว่าเขาถูกบางอย่างแทงใจเข้าอย่างจังอยู่
เมื่อได้ยินเสียงนี้ฟู่ต้าหย่งจึงได้เปิดประตูบ้านพร้อมกับเดินออกมา
“เสี่ยวเฉิงมาแล้วเสี่ยวฮั่วรีบไปชงชาให้กับพี่ชายของลูกเร็วเข้าสิ”
หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้มานั่งตรงใต้ต้นไม้ในลานบ้านส่วนหนิวชุ่ยฮวากำลังพยายามทำให้ตัวเองไม่เป็ที่สะดุดตาอยู่เธอปิดปากเงียบและเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด
“ปู่สามครับผมเกรงว่าปู่อาจจะยังไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นนะครับผมจะเล่าให้ฟังอีกครั้งก็แล้วกัน”ฟู่เฉิงรู้สึกว่าปู่สามของเขากำลังถูกหนิวชุ่ยฮวาหลอกอยู่
ดังนั้น เขาจึงเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นจากมุมมองของคนกลางอีกครั้งส่วนฟู่เหล่าชวนเองก็มีปฏิกิริยาโต้ตอบบ้างแล้วเช่นกัน เขาเพิ่งสังเกตว่าชั่วขณะหนึ่งท่าทีของเ้าใหญ่ที่ปฏิบัติต่อเขาทำให้เขาคล้ายกับมองเห็นเงาของผู้เฒ่าแห่งตระกูลเสิ่นซ้อนทับร่างเ้าใหญ่อย่างไรอย่างนั้น
ซึ่งผู้เฒ่าตระกูลเสิ่นที่เขาเอ่ยถึงก็คือคือเสิ่นอันกั๋วพ่อตาของฟู่ต้าหย่งนั่นเอง หากเขายังมีชีวิตอยู่ในปีนี้เขาก็จะมีอายุ 80 ปีพอดี
เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นของฟู่ต้าหย่งซึ่งมันดูคล้ายกับผู้เฒ่าเสิ่นมาก ๆ ฟู่เหล่าชวนก็รู้สึกใขึ้นมาทันที
“ปู่สามครับและนี่ก็คือเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดหนิวชุ่ยฮวาได้ผลักเสี่ยวฮั่วจนล้มและหมดสติไปทั้งยังถูกจับได้ว่าเธอขโมยของของป้าสะใภ้ไปอีกและทุกอย่างก็เป็การตัดสินใจของผมเองครับเหตุการณ์ที่หนิวชุ่ยฮวาทำนั้นถือว่าเป็เื่ร้ายแรง ดังนั้นผมจึงให้เธอจ่ายเงินชดเชย10 หยวนให้กับเสี่ยวฮั่วเพื่อจบเื่ทั้งหมด”
ฟู่เฉิงไม่้าให้เื่ราวมันบานปลายไปมากกว่านี้อย่างไรก็ตาม จำนวนเ้าหน้าที่ในหมู่บ้านของพวกเขานั้นมีจำนวนจำกัดและที่สำคัญก็คือเขาไม่อยากทำให้มันกลายเป็เื่ใหญ่เพราะความสงบของหมู่บ้านนั้นก็สำคัญมากเช่นกัน อีกอย่างตอนนี้ก็ใกล้จะถึงรอบการประเมินประจำปีแล้วหากมีเื่ขโมยของปรากฏขึ้นมาในหมู่บ้านเขาซึ่งเป็ถึงหัวหน้าจะต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน
ฟู่เหล่าชวนกำลังครุ่นคิดถึงเื่นี้และทันใดนั้นเอง หนิวชุ่ยฮวาก็แอบดึงชายเสื้อของเขาเบา ๆ
“ในเมื่อหัวหน้าเฉิงได้ตัดสินเื่นี้ไปแล้วฉันก็คงจะทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ ชุ่ยฮวา ช่วยหยิบเงินมาให้ฉันหน่อยสิ”ฟู่เหล่าชวนสูบกล้องยาสูบของเขาพลางพูดออกมาอย่างใจเย็น
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหนิวชุ่ยฮวาจึงรีบไปหยิบเงินมาให้หวังซู่เหมยทันที ส่วนหวังซู่เหมยนั้นก็ไม่ได้เกรงใจแต่อย่างใดเธอรับเงินจำนวนนั้นมาพร้อมกับยัดมันใส่ลงไปในกระเป๋าอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นเองฟู่เซินก็ได้ประคองทวดเจ็ดของเขาเข้ามา ซึ่งปู่เจ็ดคนนี้ได้อาศัยอยู่บ้านข้าง ๆของฟู่เหล่าชวนนี่เอง โดนปู่เจ็ดของฟู่ต้าหย่งนั้นเป็ผู้าุโที่มีอายุมากที่สุดในตระกูลฟู่แล้ว
แม้ว่าร่างกายของชายชราจะไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วเหมือนเมื่อก่อนแต่น้ำเสียงของเขาก็ยังคงกังวาลราวกับระฆังอยู่
“เสี่ยวชวน ไอ้คนไม่รักดีกล้าดีอย่างไรมารังแกเด็ก ๆ ต่อหน้าฉันแบบนี้ นี่แกคิดจะทรยศเืเนื้อเชื้อไขของตัวเองอย่างนั้นเหรอ! ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นร่างกายของฟู่เหล่าชวนก็แข็งทื่อไปพร้อมกับความทรงจำเก่า ๆต่างก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา เขากลัวลุงเจ็ดคนนี้มาั้แ่เขาเป็เด็กแล้วเมื่อก่อนหากเขาเกเร เขามักจะถูกลุงเจ็ดตีอยู่เสมอ
“ลุงเจ็ดลุงกำลังพูดเื่อะไรกัน….”
“เหลวไหล !คิดว่าฉันแก่จนหูหนวกตาบอดไปแล้วหรืออย่างไรกัน ?พวกเขาต่างก็เป็ลูกชายและหลานแท้ ๆ ของแกไม่ใช่เหรอ ?ไหนแกลองบอกฉันมาหน่อยสิว่าใครกันที่เป็ย่าของพวกเขา ? ” ขณะที่พูดนั้นลุงเจ็ดก็ได้ชี้ไม้เท้าของเขาไปที่ฟู่เหล่าชวน
ฟู่เซินที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบเข้าไปช่วยประคองชายชราให้นั่งลงทันทีส่วนฟู่เหมี่ยวก็ได้รีบไปชงชามาให้ใหม่ ฟู่เยี่ยนเองก็ได้นำบุหรี่มาให้ชายชราเช่นกันฟู่ต้าหย่งรู้สึกไม่ค่อยเต็มใจที่จะให้ปู่เจ็ดของเขาสูบบุหรี่เท่าไหร่นักทว่าฟู่ซินที่อยู่ข้าง ๆ ก็ได้จุดไฟให้กับชายชราไปเสียแล้ว
เมื่อเห็นเช่นนั้นหางตาของฟู่เหล่าชวนก็กระตุกขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขามาที่นี่ตั้งนานแล้วแต่กลับไม่มีชาแม้แต่ถ้วยเดียวเลยด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงมีคนมาจุดบุหรี่ให้เลย
หลังจากที่ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ชายชราก็ยิ้มอย่างมีความสุข “ดูสิพวกเขาช่างเป็เด็กดีและเรียบร้อยมาก ไม่มีใครด้อยไปกว่าซู่ฉีเลย ไม่เหมือนแกที่นานวันเข้าก็มีแต่จะนิสัยแย่ลงเรื่อยๆ ! ” เขาพูดพร้อมกับปรายตามองที่หนิวชุ่ยฮวาราวกับว่านี่มันผู้หญิงอะไรกัน!
ตอนแรกฟู่เหล่าชวนยังวางมาดในฐานะพ่อเพื่อกดดันฟู่ต้าหย่งตอนนี้เขาอยู่ในฐานะที่ต้องฟังคำตำหนิจากผู้ใหญ่ในตระกูลเองแล้ว
“ปีนั้นสมัยที่ซู่ฉียังอยู่ฉันเห็นว่าแกยังพอน่าเชื่อถือได้บ้าง ทำไม พอเมียตายไป แกก็แสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาแล้วสินะทั้งยังเอาแต่สร้างปัญหามาตลอดหลายปีที่ผ่านมาอีกด้วย”
“แต่ฉันก็ไม่ได้ตำหนิอะไรหรอกนะเพราะท้ายที่สุดแล้ว มันก็ไม่ใช่เื่ของฉัน ฉันเองก็เป็แค่คนนอกเท่านั้นและไม่อยากจะเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเื่นี้อีกด้วย”
“แต่วันนี้ฉันกลับรู้มาว่าแม่หม้ายใจร้ายคนนี้ได้ทำร้ายเหล่าลูกหลานตระกูลฟู่ของฉันจะเป็ใครไปได้อีกที่คอยหนุนหลังเธอจนเธอกล้าทำเื่แบบนี้ขึ้นมา ! หากไม่ใช่แก !”
ชายชราจิบชาพร้อมกับสูบบุหรี่ไปด้วยเขาดุฟู่เหล่าชวนนานกว่าหนึ่งชั่วโมงโดยไม่หยุดพักเลย
จนในที่สุดฟู่เฉิงก็ได้เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยเื่นี้ และไปส่งทวดเจ็ดของเขากลับบ้านทุกอย่างจึงได้สงบลงในที่สุด
ส่วนฟู่เหล่าชวนและหนิวชุ่ยฮวาก็ได้กลับบ้านของตัวเองไปด้วยท่าทีที่ดูไม่ค่อยพอใจมากนักเพราะก่อนหน้านี้ลุงเจ็ดได้บอกให้หนิวชุ่ยฮวาขอโทษแต่เดิมทีหนิวชุ่ยฮวานั้น้าที่จะเถียงชายชราเช่นกันแต่ฟู่เหล่าชวนกลับไม่ยอมให้เธอทำแบบนั้นดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงขอโทษออกไปอย่างไม่เต็มใจ
หลังจากที่ทุกคนกลับไปแล้วฟู่เยี่ยนก็ได้ปิดประตูรั้ว เธอเดินเข้าไปในห้องของตนเองพร้อมกับฟู่เหมี่ยวและสองพี่น้องก็หลุดขำออกมาพร้อมกันฟู่เยี่ยนมองเห็นว่าทวดเจ็ดของเธอจะมีอายุขัยเป็ร้อยปี ดูเหมือนถ้าเธอถูกรังแกเธอจะมีคนที่นำมาใช้จัดการกับปู่ของเธอแล้ว
ฟู่เยี่ยนจึงแอบคิดในใจว่าในเมื่อเธอสามารถมองเห็นอดีตและทำนายอนาคตของผู้คนได้เธอก็ควรจะบอกเื่นี้กับครอบครัวของเธอให้รับรู้ด้วยไม่เช่นนั้นหากมีอะไรมาขัดขวางขึ้นมา หรือไม่ได้รับความร่วมมือกับคนในครอบครัว ประสิทธิภาพของเธอจะต้องลดลงอย่างแน่นอน
หลังจากที่ได้อยู่ร่วมกันมาหลายวันแล้วเธอก็รู้สึกได้ว่าอย่างน้อยเธอก็สามารถพูดคุยอย่างตรงไปตรงมากับฟู่ต้าหย่งและหวังซู่เหมยได้
พ่อของเธอไม่ใช่คนที่อ่อนแอเลยทั้งยังเป็คนที่รอบคอบมาก ๆ อีกด้วยส่วนแม่ของเธอเองก็ไม่ใช่คนที่อ่อนแอด้วยเช่นกัน แม้ว่าเธอจะดูเหมือนหญิงชนบทธรรมดาๆ คนหนึ่งก็ตาม
ส่วนเหล่าพี่ ๆของเธอนั้นก็มักจะเชื่อฟังคำพูดของพ่อกับแม่เสมอ
หลังจากที่ฟู่เหมี่ยวหลับไปแล้วฟู่เยี่ยนจึงแอบไปที่ห้องของฟู่ต้าหย่งและหวังซู่เหมยอย่างเงียบ ๆ
จากนั้น เธอก็ได้เล่นเื่ทุกอย่างให้กับพวกเขาฟังและก็เป็ไปตามที่เธอคาดเดาเอาไว้ พ่อกับแม่ของเธอไม่เชื่อเื่ที่เธอพูดทั้งยังคิดว่าสิ่งนี้คือผลพวงจากอุบัติเหตุก่อนหน้านี้อีกด้วย
“พ่อ เราจะทำอย่างไรกันดีทำไมเสี่ยวฮั่วถึงได้พูดเื่เหลวไหลแบบนี้กันล่ะ ไข้ของลูกก็ไม่มีนี่นา? พรุ่งนี้เราพาลูกไปหาหมออีกครั้งดีไหม? ! ” หวังซู่เหมยพูดขึ้นมาด้วยความใพร้อมกับเอามือแตะไปที่หน้าผากของฟู่เยี่ยน
“ได้สิพรุ่งนี้ผมจะไปยืมเกวียน เราจะออกเดินทางกันแต่เช้าเลย”
“พ่อคะ แม่คะหนูไม่ได้พูดเหลวไหลนะ หนูมองเห็นจริง ๆ ”
ทันใดนั้นสีหน้าของของฟู่เยี่ยนก็ดูจริงจังขึ้นมา เพื่อที่จะโน้มน้าวใจของพวกเขาฟู่เยี่ยนจึงได้มองไปรอบ ๆ และในที่สุดเธอก็ได้พบกับบางอย่างที่อยู่ใต้เตียง
“พ่อคะมีกล่องใบหนึ่งอยู่ใต้เตียงคั่ง1 ในกล่องใบนั้นมีกระดาษอยู่ปึกหนึ่งและบนกระดาษแผ่นแรกนั้นถูกเขียนว่าบ้านเลขที่ 35 ทางใต้ติดกับตรอกหนานเจียจื่อทางเหนือติดกับตรอกโก่วเอ๋อ ทางตะวันออกติดกับถนนคนเดินเหมียวเจียทางตะวันตกติดกับถนนกู่โหลว......”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาของฟู่ต้าหย่งก็เบิกกว้างขึ้นมาทันทีแม้แต่ภรรยาของเขาก็ยังไม่รู้เลยว่ากล่องใบนั้นถูกซ่อนเอาไว้ที่ไหนเพราะหากฤดูหนาวมาถึง เขาก็จะเปลี่ยนที่ซ่อนมันไปเรื่อย ๆ
ทันใดนั้นเองหวังซู่เหมยที่ได้ยินคำพูดนี้ก็รีบลงจากเตียงคั่งพร้อมกับล้วงมือเข้าไปข้างในทันทีก่อนจะพบกับกล่องใบหนึ่งซึ่งดูเหมือนว่ามันจะทำมาจากไม้สีแดงแต่ตอนนี้มันได้กลายเป็สีดำไปเล็กน้อยเนื่องจากอายุการใช้งานที่ยาวนานของมัน
ทันทีที่กล่องใบนั้นถูกนำออกมาฟู่เยี่ยนกลับเห็นแสงสีทองจาง ๆ เล็ดลอดออกมาจากมันราวกับว่ามันคือกล่องที่มีสมบัติอยู่ข้างในอย่างไรอย่างนั้น
กล่องใบนี้ถูกล็อคด้วยกุญแจอย่างแ่าขณะที่หวังซู่เหมยกำลังจะเอ่ยถามกับฟู่ต้าหย่งนั้นเขาก็ได้หยิบลูกกุญแจออกมาจากใต้หมอนของตัวเองทันที
เขาเป็คนเปิดกล่องใบนั้นด้วยตัวเองก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นแรกซึ่งเป็โฉนดที่ดินออกมาโดยที่เนื้อหาด้านในนั้นไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากที่ฟู่เยี่ยนพูดเลยแม้แต่น้อย
หวังซู่เหมยหยิบมันขึ้นมาดูก่อนจะค่อย ๆ อ่านมันอย่างละเอียดโดยไม่ให้พลาดแม้แต่บรรทัดเดียว
“พ่อคะถ้าพ่อยังไม่เชื่อหนู หนูจะพิสูจน์โดยการหาของอย่างอื่นอีกก็ได้นะคะ...”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่ต้าหย่งก็รับโบกมือไปมาทันที ก่อนจะรีบหยุดเธอเอาไว้ “พ่อเชื่อลูกแล้ว ลูกรู้เนื้อหาของโฉนดใบนี้มากกว่าพ่อเสียอีก”
“พ่อคะนี่คือสิ่งที่ป้าหนิวชุ่ยฮวากำลังตามหาอยู่หรือเปล่า ? ”
“ใช่แล้วล่ะ นี่คือสิ่งที่ย่ามอบให้เป็สินสอดกับแม่ของลูกมันไม่ใช่เครื่องประดับหรือเงินทองอย่างที่ปู่ของลูกคิดเอาไว้หรอกนะ”
“เพราะเครื่องประดับทั้งหมดที่ย่าของลูกมีก็ได้ถูกจำนำไปจนหมดแล้วเหลือเพียงแค่กิ๊บติดผมหนึ่งอันที่อยู่ใต้กล่องใบนี้อันเดียวเท่านั้น” ฟู่ต้าหย่งพูดออกมาด้วยท่าทีที่เคร่งขรึม
เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่เยี่ยนก็รู้สึกใเป็อย่างมากเธอไม่คิดเลยว่าแท้จริงแล้วพ่อของเธอเป็คนที่รวยมาก ๆแต่กลับมาใช้ชีวิตอย่างสมถะแบบนี้ ! เขามีบ้านเรือนสี่ประสานหลังใหญ่อยู่ในเมืองหลวงด้วย! ทันใดนั้นเอง เมื่อนึกถึงบ้านเรือนสี่ประสานที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านหยวนในอนาคตหัวใจของฟู่เยี่ยนก็เต้นไม่เป็จังหวะทันที
“โฉนดที่ดินเหล่านี้เป็สินสอดที่แม่ของลูกได้รับโดยจะมีอยู่ทั้งหมด 5 ฉบับ ซึ่ง 2 ฉบับนั้นอยู่ในเมืองหลวง อีกหนึ่งฉบับอยู่ในเซี่ยงไฮ้และอีกสองฉบับนั้นเป็ที่ดินที่อยู่ต่างจังหวัด”ฟู่ต้าหย่งอธิบายให้กับหวังซู่เหมยและฟู่เยี่ยนฟังอย่างใจเย็น
ฟู่เยี่ยนที่ได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหยิบโฉนดที่ดินพวกนั้นขึ้นมาดูทีละแผ่นมีโฉนดที่ดินพร้อมกับบ้านอยู่ในเมืองหลวง 2 แห่ง โดยที่แรกนั้นมีทางเข้าอยู่ 3 ทางและอีกที่หนึ่งนั้นมีทางเข้าทั้งหมด 2 ทาง
ส่วนที่เมืองเซี่ยงไฮ้นั้นเป็อาคารขนาดเล็กที่ตกแต่งสไตล์ตะวันตกและโฉนดที่ดินอีก 2ฉบับที่อยู่ต่างจังหวัดนั้นเป็เพียงที่ดินเล็ก ๆซึ่งน่าจะไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากนัก แต่ก็ยังคงพอจะมีราคาอยู่บ้าง
์ได้ส่งเธอเดินทางข้ามเวลามาพบเจอกับเื่ที่วิเศษมาก~
ฟู่เยี่ยนแอบคิดเื่นี้อยู่ในใจอย่างมีความสุข
[1] เตียงที่ทำจากอิฐสามารใส่ถ่านหินเอาไว้ข้างในเพื่อสร้างความอบอุ่นในฤดูหนาว