ผู้พิทักษ์คนสุดท้าย

    ตัดโชคชะตาของสำนักจินหยาง

            เมื่อเห็นกายธรรมขนาดใหญ่อย่าว่าแต่คนของสำนักจินหยางเลยแม้แต่ศิษย์ทั้งสองของสำนักเต๋าก็สีหน้าเปลี่ยนสี

            “แย่แล้ววิชายันต์วิชายันต์อัญเชิญเทพ”ศิษย์ของสำนักเต๋าสายที่สองกรีดร้อง

            “หยุดก่อนโปรดเมตตาด้วย”ศิษย์อีกคนรีบคำราม

            “กล้าบุกลุกภูเขาเซียนตูต้องรับโทษ” กายธรรมขนาดใหญ่ของเมิ่งเจี้ยนเฉินตบฝ่ามือลงมาพริบตาฝ่ามือสีทองฟาดลงที่เรือบินของสำนักจินหยางเหล่าผู้อาวุโสและเจ้าสำนักพากันส่งพลังไปยังม่านป้องกันแต่กลับไร้ผล

            พริบตาที่ฝ่ามือสีทองฟาดลงมาม่านพลังก็แตกกระจายเรือบินถูกบดขยี้ร่างของคนจากสำนักจินหยางกระเด็นไปคนละทิศคนละทางได้รับบาดเจ็บสาหัสกันทุกคนส่วนศิษย์สองคนของสายที่สองเจ็บหนักที่สุดร่างอาบไปด้วยเลือดนอนหมดสติอยู่ที่พื้น

            “นี่”หรานซีมองกายธรรมของเมิ่งเจี้ยนเฉินอย่างไม่เข้าใจนางเคยเห็นวิชายันต์นี้มาหลายครั้งแล้วการอัญเชิญเทพประทับร่างคือการอัญเชิญวิญญาณของทวยเทพจากสมัยโบราณมาประทับร่างซึ่งกายธรรมทั้งหมดก็จะอยู่ในรูปลักษณ์ของทวยเทพแต่ของเมิ่งเจี้ยนเฉินกลับเป็นตัวของตัวเองนี่ทำให้นางไม่เข้าใจ

            “สำนักจินหยางพวกเจ้ากล้ามากจริงๆในเมื่อทำผิดแล้วไม่ปรับปรุงตัวในฐานะศิษย์ของเจ้าลัทธิข้าจะตัดขาดโชคชะตาของพวกเจ้า”เสียงที่เย็นชาออกมาจากกายธรรม

            พริบตาท้องฟ้าก็ปั่นป่วนกระบี่สีทองเล่มหนึ่งพุ่งลงมาจากท้องฟ้าตกลงสู่พื้นที่ของสำนักจินหยางและทันใดนั้นเองโชคชะตาของสำนักจินหยางก็ถูกตัดขาดสะบั้นโชคชะตาที่ถูกตัดขาดไหลออกมาพุ่งเข้ามายังภูเขาเซียนตูทันที

            “หลังจากนี้แคว้นโจวจะไม่มีสำนักจินหยางอีกต่อไป”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าวเสร็จกายธรรมก็สลายหายไป

            คนของสำนักหยกขาวยืนนิ่งไม่ขยับมองดูเรือบินที่ถูกทำลายร่างของเจ้าสำนักนอนจมกองเลือดแม้แต่ผู้อาวุโสขอบเขตถ้ำสวรรค์ก็หายใจรวยรินพริบตาขอบเขตการบ่มเพาะของพวกเขาก็ถดถอยลงถึงสองขั้น

            เจ้าสำนักจินหยางจากขอบเขตก่อกำเนิดกลายเป็นขอบเขตหลอมรวมส่วนขอบเขตถ้ำสวรรค์กลายเป็นขอบเขตปราณแท้

            “นี่”เจ้าสำนักหยกขาวอ้าปากค้างแววตามองไปยังภูเขาเซียนตูเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

            “เจ้าสำนักเราจะเอายังไงกันต่อ”ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าว

            “ที่นี่ไม่มีอะไรแล้วพวกเจ้านำคนกลับไปเถอะข้าจะเข้าไปพบเซียนกระบี่ท่านนั้นสักหน่อย”เจ้าสำนักหยกขาวกล่าว

            คนของสำนักหยกขาวถอนตัวออกไปเพราะกลัวว่าภูเขาเซียนตูจะเข้าใจผิดส่วนคนของสำนักจินหยางต่างกรีดร้องด้วยความเศร้าโศกพวกเขาถูกหลอกแล้ว

            “ไหนบอกว่าที่เขาเป็นบรรพจารย์น้อยเป็นเรื่องโกหก”เจ้าสำนักจินหยางมองไปยังร่างทั้งสองคนที่เริ่มได้สติแล้ว

            “ข้าไม่รู้ข้าเองก็ถูกหลอกเหมือนกับพวกเจ้า” ทั้งสองกล่าวด้วยแววตาเจ็บปวดและโกรธแค้น

            “ตอนนี้โชคชะตาของสำนักจินหยางถูกตัดขาดแล้วไม่สามารถอยู่ที่แคว้นโจวได้อีกต่อไปไม่สิไม่อาจอยู่ในทวีปแห่งนี้ได้อีกแล้ว”เจ้าสำนักจินหยางกล่าวด้วยสีหน้าเจ็บปวด

            “นั่นมันเรื่องของพวกเจ้าแล้ว”ศิษย์ของสำนักเต๋าทั้งสองค่อยๆลุกขึ้นกลืนเม็ดยาลงไปเมื่ออาการบาดเจ็บฟื้นฟูมาได้แล้วก็จากไปทันทีโดยไม่สนใจคนของสำนักจินหยาง

            “เหอเหอ สำนักเต๋าเบื้องบนทำกันแบบนี้เลยงั้นเหรอ” เจ้าสำนักจินหยางก้มหน้าลงแววตาหม่นแสงทันที

            “เจ้าสำนักจินหยาง”เสียงหนึ่งดังขึ้น

            เจ้าสำนักจินหยางหันหน้าไปก็เห็นเจ้าสำนักหยกขาวลอยเข้ามาเจ้าสำนักจินหยางหัวเราะแห้งๆมองดูขอบเขตของตนเองที่ถดถอยตอนนี้ตนเองเทียบกับผู้อาวุโสของสำนักหยกขาวไม่ได้ด้วยซ้ำ

            “จะมาหัวเราะเยาะข้างั้นเหรอ”เจ้าสำนักจินหยางกล่าว

            “ตามข้าไปรับผิดที่ภูเขาเซียนตูเถอะมีเพียงไปขอโทษถึงจะมีทางรอด”เจ้าสำนักหยกขาวกล่าว

            “รอดงั้นเหรอสำนักจินหยางจบสิ้นแล้วไม่อาจก่อตั้งสำนักได้อีกแล้ว”เจ้าสำนักจินหยางกล่าว

            “มันก็ไม่แน่แค่บอกไปว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นคนของสำนักเต๋าสายที่สองที่บังคับมาภูเขาเซียนตูน่าจะให้อภัยส่วนเรื่องสำนักจินหยางข้าคิดว่าเจ้าสำนักคงเห็นแล้วว่าสายที่สองเป็นอย่างไร”เจ้าสำนักหยกขาวกล่าว

            “เจ้ากำลังจะสื่อให้ข้าทรยศสายที่สองเข้าร่วมสายที่หนึ่งงั้นเหรอ”เจ้าสำนักจินหยางกล่าว

            “ไม่ใช่ทรยศแต่เดิมสำนักเต๋าก็เป็นสำนักเดียวกันแค่แบ่งสายและแนวคิดต่างกันดังนั้นเจ้าก็แค่เปลี่ยนแนวคิดเท่านั้น” เจ้าสำนักหยกขาวกล่าว

            “ท่านผู้นำเจ้าสำนักหยกขาวกล่าวมีเหตุผลคนของสำนักเบื้องบนใช้พวกเราแล้วทิ้งไปอย่างไม่ใยดีเช่นนี้พวกเรายังจำเป็นต้องภักดีต่อพวกเข้าอีกงั้นเหรอ”ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าว

            “ท่านผู้นำข้าขอเป็นคนแรกที่ย้ายไปยังสายที่หนึ่ง”ฉงหานกล่าว

            “นั่นสินะแต่เดิมเจ้าก็คัดค้านที่จะเข้าร่วมแผนนี้แต่เป็นข้าที่บังคับให้เจ้ามา” เจ้าสำนักจินหยางกล่าว

            “หากท่านเชื่อข้าสักนิดวันนี้สำนักจินหยางก็คงไม่มีจุดจบเช่นนี้”ฉงหานกล่าว

            ฉงหานคือคนที่เคยพบเมิ่งเจี้ยนเฉินและรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ธรรมดาจนกระทั่งเมิ่งเจี้ยนเฉินเปิดเผยสถานะจึงมองว่าอีกฝ่ายนั้นสูงส่งและไม่ควรแตะต้องแต่เมื่อคนของสำนักเต๋าเบื้องบนมาถึงก็บอกว่าทุกสิ่งเป็นเรื่องโกหกหลอกลวงและยังบังคับให้พวกตนทำตามคำสั่ง

            แต่ผลละเป็นอย่างไรเมื่อรู้ว่าแท้จริงแล้วอีกฝ่ายนั้นไม่ได้โกหกศิษย์ของสำนักเต๋าก็หนีเอาตัวรอดไม่สนใจพวกเขาอีกเลยนี่ทำให้ฉงหานทั้งโกรธและผิดหวังในสายที่สองอย่างมาก

            “ข้าเองก็ขอย้ายด้วย”ผู้อาวุโสคนอื่นๆพากันย้ายไปทางเจ้าสำนักหยกขาวทันที

            “เอาเถอะพวกเจ้าทำตามที่ตัวเองต้องการได้เลยส่วนข้าอยากจะออกไปจากที่แห่งนี้แล้ว” เจ้าสำนักจินหยางจากไปด้วยใบหน้าที่แก่ชราลงหลายส่วน

            “เช่นนั้นตามข้าไปยังภูเขาเซียนตูรับผิดและบอกเรื่องทั้งหมดให้ท่านผู้นั้นฟังข้ารับรองว่าท่านผู้นั้นจะต้องอภัยให้พวกเจ้าแน่”เจ้าสำนักหยกขาวกล่าว

            “ขอรับ”

            อีกด้านหนึ่งเมิ่งเจี้ยนเฉินที่สลายกายธรรมก็ใบหน้าซีดขาวเหงื่อผุดเต็มใบหน้าร่างอ่อนแรงอย่างถึงที่สุด

            “เจ้าขุนเขาเป็นอะไรหรือไม่”หลิงเอ๋อวิ่งมาอยู่ข้างกายเมิ่งเจี้ยนเฉินทันที

            “ไม่เป็นไรแค่ไม่คิดว่าวิชายันต์นี้จะสูบพลังของข้าไปจนหมด”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว

            “เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าอัญเชิญเทพองค์ใดมา”หรานซีมองไปยังเมิ่งเจี้ยนเฉินด้วยแววตาไม่อยากเชื่อ

            “ไม่รู้ศิษย์พี่ไม่ได้บอกเอาไว้”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว

            “นี่”หรานซีไม่กล่าวต่อเพราะนางเองก็ไม่รู้จะกล่าวอะไรดีเพราะนางเองก็ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกัน

            เมิ่งเจี้ยนเฉินนั่งลงดูดซับปราณวิญญาณเข้าสู่ร่างกายเพื่อฟื้นฟูพลังปราณทันทีไม่นานก็มีคนรับใช้วิ่งขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง

            “นายน้อยผู้นำสำนักหยกขาวพาผู้กระทำผิดมาขอเข้าพบ”สาวใช้กล่าว

            “เจ้าเป็นคนลงมืองั้นเหรอ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว

            “ข้าแค่บอกให้นางมาเป็นกำลังเสริมเท่านั้นแต่ดูเหมือนนางจะได้รับการเก็บเกี่ยวที่ไม่เลว”หรานซีกล่าว

            “นางคงคิดจะนำผู้อาวุโสที่สิ้นหวังในสายที่สองมาเข้าร่วมกับสำนักของตนเองทำให้สำนักหยกขาวแข็งแกร่งขึ้นไปอีก”ถิงจี้กล่าว

            “ไปพบนางสักหน่อยเถอะ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว

            พวกเมิ่งเจี้ยนเฉินลงมาด้านล่างก็เห็นคนของสำนักจินหยางนั่งคุกเข่าอยู่ทางขึ้นภูเขาโดยมีหญิงสาวที่งดงามคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหน้า

            “เจ้าสำนักหยกขาวคารวะบรรพจารย์น้อยและอาจารย์อา”เจ้าสำนักหยกขาวมองไปยังเมิ่งเจี้ยนเฉินและหรานซี

            “ไม่เลวเลยแบบนี้สำนักหยกขาวก็มีอำนาจสูงสุดในแคว้นโจวแล้ว” หรานซีกล่าว

            “มิกล้าความดีความชอบเป็นของท่านบรรพจารย์น้อย”เจ้าสำนักหยกขาวกล่าว

            “ไม่คิดว่าเจ้าสำนักคนหนึ่งจะขี้ประจบขนาดนี้”ฮวาชิงกระซิบกับถิงจี้

            “หากเป็นอาจารย์ของข้าก็คงไม่ถึงขั้นนี้กระมัง”ถิงจี้เองก็ไม่แน่ใจ

            “เจ้าพาพวกเขาเพราะต้องการจะนำพวกเขาย้ายไปอยู่สายที่หนึ่งใช่หรือไม่”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว

            “ใช่แล้วพวกเขานั้นหมดสิ้นความไว้ใจต่อสายที่สองแล้วจึงอยากจะมาพึ่งพาสายที่หนึ่งหรือหากท่านบรรพจารย์ต้องการตัวพวกเขาข้าก็จะไม่ขัด”เจ้าสำนักหยกขาวกล่าว

            “ไม่เป็นไรแต่ทางสำนักจินหยางสังหารคนงานของเราไปไม่น้อยเลยทำให้พวกเราขาดคนงานอยู่ในตอนนี้”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว

            “ข้าจะรีบให้คนไปนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหารมาทันทีและทำให้พวกเขาเป็นทาสเพื่อทำงานชดใช้ความผิด”เจ้าสำนักหยกขาวกล่าว

            “ดีคุยกับคนฉลาดทำให้ข้าไม่ต้องเหนื่อยส่วนคนพวกนี้พวกเจ้าก็ได้รับโทษแล้วขอบเขตก็ถดถอยแล้วการเลือกเปลี่ยนแนวคิดถือว่าทำถูกแล้วหากพวกเจ้าฝืนอยู่สายที่สองต่อไปก็ไม่อาจประสบความสำเร็จได้”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว

            “ท่านบรรพจารย์น้อยข้ามีคำขอ”ทันใดนั้นเองฉงหานก็เงยหน้าขึ้นมองเมิ่งเจี้ยนเฉิน

            “เป็นท่านนี่เอง”เมิ่งเจี้ยนเฉินจำอีกฝ่ายได้และมีความประทับใจกับอีกฝ่าย

            “ข้าอยากจะติดตามสายที่ห้าได้หรือไม่”ฉงหานกล่าว

            “ฉงหานนี่เจ้า”ผู้อาวุโสของสำนักจินหยางหลายคนตกใจไม่คิดว่าฉงหานจะกล้าขนาดนี้หากอีกฝ่ายโกรธและคิดว่าพวกเขาโลภมากเกินไปจะมีจุดจบอย่างไร

            “เริ่มจากการเป็นคนเฝ้าประตูเป็นอย่างไร”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว

            “ไม่มีปัญหาตอนนี้ขอบเขตของข้าถดถอยมาอยู่ปราณแท้เริ่มจากเป็นคนเฝ้าประตูก็เหมาะสมแล้ว”ฉงหานกล่าว

            หลายคนพากันอึ้งพวกเขาไม่คิดว่าฉงหานจะยอมลดตัวไปเป็นคนเฝ้าประตูจริงๆต้องรู้ก่อนว่าคนเฝ้าประตูทั่วๆไปคือสถานะที่ต่ำกว่าศิษย์ในสำนักเสียอีก

            “ดีเช่นนั้นท่านสามารถอยู่ที่นี่ได้ส่วนคนอื่นๆก็ติดตามเจ้าสำนักหยกขาวไปเถอะ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว

            “อีกไม่กี่วันทางสำนักหยกขาวจะจัดการทำความสะอาดสำนักจินหยางและรีบนำของมามอบให้ภูเขาเซียนตูในเร็ววัน”เจ้าสำนักหยกขาวกล่าว

            เมิ่งเจี้ยนเฉินพยักหน้าพวกผู้อาวุโสสำนักจินหยางถอนหายใจพวกเขาพากันโขกหัวลงที่พื้นเพื่อขอบคุณก่อนจะจากไปมีเพียงฉงหานที่นั่งคุกเข่าอยู่

            “เอาละต่อจากนี้ท่านจะเป็นคนเฝ้าประตูของภูเขาเซียนตูคอยทำหน้าที่ตรวจสอบและป้องกันไม่ให้คนนอกขึ้นไปบนภูเขาแน่นอนว่าจะมีบางคนที่ได้รับการยกเว้นแต่ก็ขอให้กำรายชื่อและวันเดือนนั้นลงบันทึกด้วย”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว

            “ข้าจะทำสุดความสามารถ”ฉงหานกล่าว

            “หากท่านสามารถเข้าใจกฎเกณฑ์ของภูเขาเซียนตูได้และปฏิบัติตามอย่างดีไม่เกินหนึ่งปีท่านจะกลับไปยังจุดสูงสุดอีกครั้ง” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว

            ดวงตาของฉงหานสว่างวาบก่อนจะโค้งตัวคารวะอย่างนอบน้อม