บทที่ 4 เก็บสมบัติได้?
หลังมื้ออาหาร ซ่งเส้าเส้าก็ไม่ได้ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า นางหยิบถุงย่ามแล้วเดินไปทีู่เาหลังบ้าน
บ้านของครอบครัวซ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาหลังบ้าน แม้ว่าูเาหลังบ้านจะเขียวชอุ่มไปด้วยต้นไม้ แต่ก็มักจะมีงูพิษและแมลงแปลกๆ มากมาย จึงไม่ค่อยมีใครขึ้นไปที่นั่น
บนูเามีสัตว์และพืชมากมาย แต่เนื่องจากไม่มีใครขึ้นมาเป็เวลานาน จึงไม่มีแม้แต่ทางเดินเล็กๆ
ดูท่าครั้งหน้าต้องเอาจอบมาด้วย จะได้ถางทางเดิน
ซ่งเส้าเส้าปีนเขาไปพลาง กำจัดสิ่งกีดขวางที่อยู่ข้างหน้าไปพลาง
การเดินทางเป็ไปอย่างเชื่องช้าระหว่างทาง ซ่งเส้าเส้าพบต้นสน ต้นฉางชุน และยังเก็บผลไม้ป่าได้มากมาย
ตอนกลางวันเพราะเห็นท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่ชายค่อยๆกินอย่างละเลียด นางจึงไม่กล้ากินเยอะ เลยไม่อิ่ม ตอนนี้ปีนเขามานานแล้ว ซ่งเส้าเส้าหิวจนท้องกิ่ว โชคดีที่กินผลไม้ป่าไปเยอะ จึงช่วยให้อิ่มท้องและดับกระหายได้
“กุ๊กๆๆ...” เสียงไก่ป่าร้องดังมาจากที่ไกลๆ
“ข้าว่าแล้ว ต้องมีไก่ป่าอยู่บนเขานี้แน่ๆ”
ซ่งเส้าเส้าตื่นเต้นขึ้นมาทันที แต่สัตว์ป่าบนเขานี้ล้วนแต่มีสัญชาตญาณสูงทั้งนั้น นางไม่มีปืน แล้วจะจับมันได้ยังไง?
ช่างเถอะ ลองไปเสี่ยงโชคดูแล้วกัน
ซ่งเส้าเส้าตามเสียงไก่ป่า ย่องไปตามทิศทางของเสียง แล้วซ่อนตัวอยู่หลังต้นสนต้นหนึ่ง
ไก่ป่ากำลังหาอาหารอยู่ในที่โล่ง บางทีอาจเป็เพราะเสียงฝีเท้าของซ่งเส้าเส้าดังเกินไป ไก่ป่าจึงบินหนีทันทีที่นางเข้าใกล้
“์ ไก่ป่าบินได้จริงๆ ด้วย!” ซ่งเส้าเส้าอุทานออกมาเหมือนกับยายที่เพิ่งเข้าเมืองกรุง
อย่างไรก็ตาม จับไม่ได้ก็ช่างมัน เพราะเมื่อครู่นางสังเกตว่าใต้ต้นสนมีใบสนร่วงหล่นอยู่เต็มไปหมด ซ่งเส้าเส้าจำได้ว่านี่เป็เชื้อเพลิงชั้นดี
ไม่ได้ไก่ป่า เก็บเชื้อเพลิงกลับไปก็ยังดี ซ่งเส้าเส้าจึงกวาดใบสน แต่กลับพบว่ามีอะไรบางอย่างที่ให้ััเรียบลื่นและแข็งอยู่ข้างใต้ นางจึงหยิบกิ่งไม้ขึ้นมา กวาดใบสนออกอย่างระมัดระวัง
์เข้าข้างข้าแล้ว ... เป็ไข่ไก่ป่า! ไข่ไก่ป่านั้นไม่เหมือนกับไข่ไก่บ้าน ไข่ไก่ป่ารังนี้มีขนาดไม่ใหญ่ แต่มีจำนวนมาก นับดูแล้วมีเป็สิบฟอง
ข้ารวยแล้ว!
ในยุคสมัยนี้ ทุกบ้านที่เลี้ยงไก่ พอไก่ออกไข่ก็จะเก็บไว้เพื่อเอาไปแลกเงินหรือแป้งในเมือง บ้านของซ่งเส้าเส้าก็มีแม่ไก่อยู่ตัวหนึ่ง ออกไข่แค่หลายวันต่อฟอง ตอนนี้ไข่ไก่ป่าที่นางเก็บได้ มีจำนวนเท่ากับแม่ไก่ที่บ้านออกไข่เป็เดือนเลย
ซ่งเส้าเส้ากลัวว่าไข่ไก่ป่าที่อุตส่าห์เก็บมาจะแตก นางจึงปูใบสนที่พื้น แล้ววางไข่ไก่ป่าลงไป จากนั้นก็เอาผลไม้ป่าที่เพิ่งเก็บมาคลุมทับไว้อีกที
ซ่งเส้าเส้ามองผลผลิตเต็มถุงย่าม รู้สึกพอใจมาก
ว่ากันว่าขึ้นเขานั้นง่าย ลงเขานั้นยาก ซ่งเส้าเส้าสะพายถุงย่ามหนักๆ เดินลงเขา ไม่นานก็เหนื่อยจนหมดแรง จึงนั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่
นางเอนกายใต้ร่มเงาของต้นไม้ ััถึงสายลมพัดผ่านใบหน้า แสงแดดส่องลอดผ่านร่องใบไม้ สาดแสงเป็จุดๆ บนพื้น
สุดท้ายเด็กสาวก็ผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว
....
“อย่าหนี จงยอมให้จับแต่โดยดี!”
ซ่งเส้าเส้าที่กำลังฝันหวานอยู่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงะโ
ใครมาขัดจังหวะการกินของข้าเนี่ย ไก่ตุ๋นกำลังจะเข้าปากอยู่แล้วเชียว!
ซ่งเส้าเส้าลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย มองไปที่ไกลๆ เห็นคนสองคนวิ่งเข้ามาหานาง กว่านางจะรู้สึกตัว ทั้งสองคนก็อยู่ห่างจากนางไม่ถึงห้าก้าวแล้ว
ยิ่งพอได้มองดูดีๆ ...
ช้าก่อน เหตุใดชายชุดดำคนนั้นถึงถือดาบ!
ซ่งเส้าเส้าไม่อยากตายที่นี่ จึงรีบลุกขึ้นวิ่ง
“อย่าขยับ!”
ว่ากันว่ายิ่งหนียิ่งเจอ วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว นางก็ถูกชายชุดดำที่อยู่ข้างหน้าจับตัวไว้ พร้อมยื่นคมดาบมาจ่อที่คอของนาง ซ่งเส้าเส้าตัวสั่นด้วยความกลัว
“ซางชง เ้าหนีไม่รอดแล้ว” ชายอีกคนวิ่งตามมา
“ลู่เฉินโม่ หากเ้าเข้ามาอีกก้าวเดียว ข้าฆ่านางแน่” พูดจบ ซ่งเส้าเส้าก็รู้สึกได้ถึงคมดาบที่จ่ออยู่ที่คอขยับเข้ามาเล็กน้อย
“พี่ชายเ้าคะ พวกพี่มีความแค้นอะไรกัน ค่อยๆคุยกันได้ไหม ปล่อยข้าไปก่อน” ซ่งเส้าเส้าอ้อนวอนด้วยความกลัว
“คนอยู่ในมือเ้าอยู่แล้วนี่ อยากจะฆ่าจะแกงก็เชิญเลย” ชายฝั่งตรงข้ามหัวเราะเยาะ
ไม่เพียงแต่ไม่สนใจซ่งเส้าเส้า ยังใจดำอำมหิตอีก!
“นี่ เ้าเป็ผู้ชายตัวโตแท้ๆ ทำไมถึงใจร้ายนัก...”
ซ่งเส้าเส้ายังพูดไม่ทันจบ ชายคนนั้นก็ฉวยโอกาส พุ่งเข้าใส่ชายชุดดำอย่างรวดเร็ว โจมตีจุดสำคัญของอีกฝ่าย
ชายชุดดำร้องด้วยความเ็ป เห็นท่าไม่ดี จึงผลักซ่งเส้าเส้าออกไป แล้วอาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนี ซ่งเส้าเส้าชนเข้ากับอกของชายคนนั้นอย่างจัง
อย่างไรก็ตาม ชายคนนั้นไม่ได้ปราณีนางเลยแม้แต่น้อย เขาผลักซ่งเส้าเส้าออก แล้วคิดจะไล่ตาม แต่ชายชุดดำหายตัวไปแล้ว
“นี่... ข้าเกือบโดนเ้าปล่อยให้ตายแล้วรู้ไหม” ซ่งเส้าเส้าพูดพลางเดินไปหาชายคนนั้น
“ก็ไม่เห็นตายนี่” ชายคนนั้นตอบอย่างขอไปที แล้วก็เอนตัวพิงต้นไม้ใหญ่
“เ้า...” ซ่งเส้าเส้าเพิ่งจะหันหลังกลับ ก็พบว่าชายคนนั้นหลับตาไปแล้ว
“อ่าว เ้าตายซะแล้วเหรอ?”
ซ่งเส้าเส้าเดินเข้าไปเขย่าตัวชายคนนั้น และพบว่ามือของนางเปื้อนเื
ตายแล้วจริงๆ รึ? ซ่งเส้าเส้าเอามืออังจมูกของชายคนนั้น โชคดีที่ยังหายใจอยู่ ดูเหมือนจะแค่าเ็
ตอนแรกซ่งเส้าเส้าตั้งใจจะทิ้งเขาไป แต่สุดท้ายก็ทนไม่ได้ เดินไปได้ไม่ไกลก็เดินกลับมา
นางวางถุงย่ามของตัวเองไว้ข้างๆชายคนนั้น ที่นี่เป็ูเา ต้องมีสมุนไพรอยู่แล้ว อย่างน้อยก็หาพวกมันมาทำยาห้ามเืไว้ก่อน
โชคดีที่ซ่งเส้าเส้าเคยเรียนแพทย์แผนจีน นางจำได้ว่าเคยอ่านเจอในตำราแพทย์ว่า: วิธีรักษาแผลมีดบาดมีดังนี้
1. ใช้ต้นหญ้ากินงู(เซ่อฮั่นฉ่าว) มาตำให้ละเอียดแล้วนำไปพอกที่แผล
2. ใช้ลำต้นและใบของต้นหญ้าเขี้ยวหมาป่า(หลางยาฉ่าว) มาต้มให้สุก แล้วนำไปตำให้ละเอียดและพอกที่แผล
3. ใช้ผงไม้กฤษณา(เจียงเจินเซียง) ผลไม้โอ๊ก(อู๋เป่ยจื่อ) และดอกทองแดง(ถงฮวา) มาบดให้เป็ผงในปริมาณเท่ากัน แล้วนำไปพอกที่แผล
4. ใช้ใยฝ้ายจากต้นหลิว (หลิวซู่) ห่อแผล
5. ใช้ผลของผลของต้นปอน(ฉูสือ)มาตำให้ละเอียดแล้วนำไปพอกที่แผล
6. ใช้แป้งดิบ(เซิงเมี่ยน) มาพอกที่แผล ประมาณ 5-7 วัน แผลจะหาย
7. ในฤดูร้อน ให้เก็บใบของกุหลาบป่า ผสมกับใบหม่อน อย่างละเท่าๆ กัน มาตากแห้ง บดเป็ผง แล้วนำไปพอกที่แผล ช่วยหยุดเืและสมานแผล
การรักษาแผลมีตั้งหลายวิธี นางไม่เชื่อหรอกว่าจะหาสมุนไพรซักวิธีใดวิธีหนึ่งไม่เจอ
ซ่งเส้าเส้าหาอยู่นานก็เจอสมุนไพรสองสามอย่าง ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่อย่างน้อยก็รับรองได้ว่าเขาจะไม่กลายเป็อาหารของสัตว์ป่าบนเขาลูกนี้
กว่าซ่งเส้าเส้าจะกลับมา ชายคนนั้นก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว
“ในเมื่อฟื้นแล้ว นี่ต้นหญ้ากินงูกับต้นหญ้าเขี้ยวหมาป่า เอาไปตำแล้วพอกแผลซะ”
ชายคนนั้นรับสมุนไพร มองซ่งเส้าเส้าด้วยความงุนงง
“วางใจเถอะ ข้าไม่เหมือนเ้าหรอก ข้าไม่ใจร้ายขนาดนั้น”
ซ่งเส้าเส้ายังคงจำความแค้นที่เขาทำต่อนางได้ จึงยังคงทำหน้าบึ้ง
ซ่งเส้าเส้าสำรวจมองชายคนนั้นสักพัก เมื่อเห็นว่าเขามีสีหน้าดีขึ้น คาดว่าคงไม่กลายเป็อาหารของสัตว์ป่าที่นี่แล้ว นางจึงคว้าถุงย่ามเตรียมลงเขาต่อ
นางออกมาข้างนอกนานแล้ว เดี๋ยวแม่ของนางจะเป็ห่วง
“ข้าลู่เฉินโม่ ขอบคุณคุณหนูที่ช่วยชีวิตไว้ บุญคุณครั้งนี้ข้าจะตอบแทนแน่นอน”