ตอนที่10 ยอดนักเรียนอัจฉริยะ
หากมีโอกาสเธอจะลองทำดูเพราะนี่อาจเรียกได้ว่าเป็เื่ใหม่สำหรับเธอ
แต่ไม่ยากเกินไปที่จะเรียนรู้สิ่งนี้
ทางด้านหลิวเย่ที่พ่นลมหายใจโล่งอกแต่เขากลับงุนงงที่พบว่าเธอไม่มีท่าทางแปลกใจหรือซักถามอะไรเขาเลย?!
“สาวน้อยเธอน่าสนใจมากขึ้นทุกที”
..........
เช้าตรู่พวกเขาไปออกกำลังกายด้วยกันที่สวนสาธารณะเหมือนเดิม
หลิวเย่ชักชวนเธอไปฝึกซ้อมการต่อสู้อีกด้านของสวนสาธารณะ
ในเวลานี้เขาไม่้าให้เธอกลายเป็จุดสนใจของฝูงชนมากเกินไป
“พวกเราไปซ้อมมือกันอีกฝั่งของสวนดีไหมครับ?”เขาลองชวนเธอ
“ได้ค่ะ”ซ่งเย่เข้าใจความคิดของเขาและพยักหน้าอย่างง่ายดาย
“พรึ่บพรึ่บ ตู้ม”
“พลั่กพลั่กตู้ม”
พวกเขาสองคนผลัดกันออกอาวุธด้วยการเตะต่อย ตบ กระแทก ชก ทั้งรุกและถอย ฝีมือไม่ได้ด้อยกว่ากันเลย
“ไปทานข้าวได้แล้วครับ”เมื่อเห็นว่าเวลาสายแล้ว หลิวเย่ทักท้วงเธอที่ยังคงไม่ยอมรามือ
“กำลังสนุก!”
ซ่งเย่ประท้วงเล็กน้อยแต่มีแววตาเป็ประกายและพยักหน้าอย่างพอใจกับความแข็งแกร่งของตนเองในวันนี้
เธอตรวจสอบแล้วพบว่าระดับความแข็งแกร่งตอนนี้อยู่ที่ระดับ2 จากทั้งหมด 10 ระดับ
ในชีวิตก่อนที่ดาวเอเอสเธออยู่ในระดับที่ 7 ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งมาก
“.....”หลิวเย่ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเธอ
บางครั้งเธอดูเหมือนเด็กที่สนใจทุกสิ่งรอบตัวแต่บางครั้งก็ดูจริงจังเป็ผู้ใหญ่เกินไป
“ชอบอาหารอะไรเป็พิเศษไหมครับ?”หลิวเย่ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเธอทานข้าวเช้าเสร็จแล้ว
“ทำไมคะ?” ซ่งเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างสงสัย
“จะทำไว้ให้ทานตอนเย็นครับ”เขาตอบกลับอย่างเป็ธรรมชาติ
“ได้ทุกอย่างไม่มีอะไรพิเศษค่ะ” ซ่งเย่เข้าใจไปว่าเขาชวนทำงานที่ค้างไว้ต่อให้เสร็จ
“เข้าใจแล้วครับ”หลิวเย่ดีใจที่เธอตอบรับและกล่าวเสียงจริงจังว่า “อีกครึ่งชั่วโมงเดี๋ยวไปส่งที่โรงเรียนนะครับ”
ซ่งเย่เอียงคอมองเขาครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจพยักหน้าเบาๆ“ได้ค่ะ”
ซ่งเย่กลับมาอาบน้ำแต่งตัวโดยใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีชมพูและกางเกงยีนส์ดูน่ารักสบายตา
เมื่อเดินลงบันไดมาเธอพบกับสายตาของซ่งจูหว่านที่ยังไม่ไปโรงเรียน
“น้องสาววันนี้พวกเรานั่งรถไปโรงเรียนด้วยกันดีไหมจ๊ะ?” น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยชวนซ่งเย่ด้วยท่าทีอ่อนโยน
“คนบ้านป่าที่ไม่มีมารยาทคนเขาอุตส่าห์ชวนยังจะเล่นตัวอีก” เสียงหญิงชราเว่ยผิงพูดขึ้น
“แม่ครับนั่นหลานสาวแม่คนหนึ่งนะครับ ทำไมพูดว่าเธออย่างนั้นครับ?”เสียงของซ่งซ่านจิงเอ่ยขัดแม่ของตน
“อ้อมีลูกแล้วลืมแม่ตัวเองหรือ?” เว่ยผิงโวยวายเสียงดัง
“ไปเลยหว่านเอ๋อร์ให้ซ่งเย่ไปเอง ไม่ต้องสนใจเธอหรอก” เว่ยผิงผลักแผ่นหลังของซ่งจูหว่านให้เดินออกไป
“ไปกันเถอะเย่เอ๋อร์เดี๋ยวพ่อไปส่งเอง” ซ่งซ่านจิงโมโหที่ญาติของเขาไม่ต้อนรับลูกสาวตนเองเลย
“พ่อไปทานข้าวก่อนค่ะหนูไปเองได้” ซ่งเย่เอ่ยเตือนเขาด้วยความเป็ห่วง
ที่ผ่านมาเขาต้องไปทำงานแต่เช้าและกลับดึกเพิ่งจะมีโอกาสได้พบหน้ากันวันนี้ เธอจึงอยากแสดงความห่วงใยเขา
“ไม่พ่อจะไปส่งลูกเองครับ” ซ่งซ่านจิงยังคงยืนยันคำเดิม
“ได้ค่ะ” ซ่งเย่เห็นท่าทีหนักแน่นของเขาจึงตอบรับคำ
หลิวเย่ที่นั่งรออยู่ในรถฮัมเมอร์ซึ่งจอดอยู่ห่างจากวิลล่าราวหนึ่งร้อยเมตร
“อ้าว! วันนี้อดไปส่งสาวน้อยเลย”หลิวเย่ส่ายหัวเบาๆอย่างเสียดาย
อีกหนึ่งความสามารถของเขาที่นอกเหนือจากหยุดเวลาแล้วเขาสามารถได้ยินเสียงในระยะไกลได้ถึง 500 เมตร
เขาส่งข้อความเข้าวีแชทของสาวน้อยเพื่อบอกว่าตนเองมีธุระกะทันหัน
“ติ๊ง”เสียงข้อความเข้าโทรศัพท์ของซ่งเย่
เธอหยิบมาดูพบว่าเป็ข้อความจากหลิวเย่
“.....”เธอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยที่เขาไม่สร้างความลำบากใจให้เธอ
เธอเองก็มีความสามารถได้ยินเสียงระยะไกลเช่นกัน
“มีอะไรหรือเย่เอ๋อร์?”ซ่านจิงที่เห็นลูกสาวอารมณ์ดีและยิ้มเล็กน้อย เขาแปลกใจจึงถามเธอขึ้นมา
“ไม่มีอะไรค่ะ”เธอไม่ยอมรับ
“ลูกคิดอย่างไร? ถ้าพ่อจะซื้อบ้านใหม่สำหรับพวกเรา”ซ่านจิงถามขึ้นขณะขับรถไปส่งเธอ
“น่าจะซื้อตั้งนานแล้วค่ะ”ซ่งเย่ตอบตามตรงโดยไม่เกรงใจพ่อตนเอง
“ลูกพูดตรงเกินไปแล้ว”ซ่านจิงสะอึกที่ได้ยินคำตอบของลูกสาวตนเอง
“เฮ้อพ่อรู้ว่าลูกไม่สบายใจกับพฤติกรรมของพวกเขา”
ซ่านจิงถอนใจเฮือกใหญ่กับพฤติกรรมพ่อแม่และญาติของเขา
“พ่อคะ พ่อคิดจะทำอาชีพอื่นบ้างไหมคะ?” ซ่งเย่ถามเขาตรงไปตรงมา
ซ่งซ่านจิงที่เริ่มชินกับคำถามตรงไปตรงมาของเธอ
เขาขมวดคิ้วครู่หนึ่งก่อนตอบ“พ่อเคยคิดนะครับ อยากทำบริษัทด้านเทคโนโลยีแต่ถ้าจะเริ่มต้นใหม่ต้องมีเงินลงทุนจำนวนมากทีเดียว
ตอนนี้พ่อมีเงินส่วนตัวแค่ 20กว่าล้านหยวนเท่านั้น”
น้ำเสียงกังวลของเขาดังขึ้น
“ถ้า......หนูสามารถผลิตอะไรได้สักอย่าง? พ่อมาเป็ผู้บริหารให้หน่อยสิคะ”
ซ่งเย่พูดประโยคยาวๆเป็ครั้งแรกั้แ่ที่พวกเขาพบกัน
“หือ จะผลิตอะไรครับ?” ซ่านจิงหูผึ่งพลางแปลกใจ
นี่แสดงว่าเขายังไม่รู้จักลูกสาวตนเองดีพอใช่ไหม?!
“ถ้าอยากรู้ตอนเย็นมารับที่โรงเรียนนะคะ” ซ่งเย่พูดกระตุ้นให้เขากระตือรือร้นที่จะกล้าหาญมากกว่านี้
เธอไม่้าเสียเวลาให้กับครอบครัวน่ารังเกียจนั่นอีก
ต้องเริ่มแยกครอบครัวออกมาได้แล้ว
และยังต้องไปตามหาแม่ของเธออีกด้วยเส้าม่านเอ๋อ
“ตกลงพ่อจะยกเลิกนัดกับลูกค้าออกไปก่อนครับ” ซ่านจิงเกิดแรงฮึกเหิมขึ้นจากน้ำเสียงที่มั่นใจของลูกสาวตนเอง
“ค่ะ”
..........
ก่อนที่ซ่งเย่จะเดินขึ้นบันไดของอาคารเรียน
“ซ่งเย่ไปพบอาจารย์ที่ห้องพักด้วยครับ” เสียงเพื่อนของเกาเฉิน เทาเอ้อะโบอกเธอจาก้าอาคาร
“ได้ค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้ารับคำและเปลี่ยนทิศทางเดิน
สายตาสงสัยของซ่งจูหว่านยืนมองจากห้องหนึ่งบนอาคารเรียน
เธอแปลกใจที่อาจารย์เรียกพบก่อนเข้าห้องเรียน
ซ่งเย่ทำความผิดอะไร?
หรืออาจารย์มีอะไร?
ซ่งจูหว่านขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย
“หว่านเอ๋อร์เป็อะไรไป?” เสียงอ่อนโยนของกู้เจ๋ออ้ายดังขึ้น
“ไม่มีอะไรจ้ะ” ซ่งจูหว่านปฏิเสธเสียงหวาน
……….
ในห้องพักอาจารย์
อาจารย์ทุกคนอยู่ครบทีมและทุกคนมีสีหน้าตื่นเต้นยินดี
พวกเขามีต้นกล้าที่แข็งแกร่งและเป็ความหวังของโรงเรียน
“สวัสดีค่ะอาจารย์”ซ่งเย่ทักทายอาจารย์ทุกคน
“ซ่งเย่ เธอคิดว่าแบบทดสอบเมื่อวานนี้ยากไหมครับ?” อาจารย์เฮ่อถามพลางกลั้นหายใจรอฟังคำตอบ
“ไม่ยากค่ะ”ซ่งเย่ตอบตามจริง
“แล้วผลทดสอบล่ะคะ”ซ่งเย่เห็นพวกเขาถามนอกเื่ เธอจึงถามพวกเขาคืน
“พวกมันถูกต้องทั้งหมด”อาจารย์เฮ่อปั๋วเป็ตัวแทนตอบ
“อ้อ ค่ะ” ซ่งเย่พยักหน้าพอใจกับผลงานของตนเอง
“ถ้าเช่นนั้นเช้านี้เธอทำแบบทดสอบวิชาฟิสิกส์กับชีววิทยาเลยนะจ้ะ”
อาจารย์จงหว่านหญิงวัยกลางคนถามด้วยเสียงตื่นเต้น
“ตกลงค่ะ”ซ่งเย่ตอบรับอย่างผ่อนคลาย
เธอรับแบบทดสอบสองชุดมาแล้วไปนั่งขีดเขียนที่โต๊ะตัวเดิม
“พวกคุณไปสอนนักเรียนได้แล้ว”อาจารย์เผิงไล่อาจารย์อู๋และอาจารย์เฮ่อ
“ได้ ได้ไปเดี๋ยวนี้” อาจารย์อู๋และอาจารย์เฮ่อพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ
อันที่จริงพวกเขาอยากมีส่วนร่วมในการตรวจคำตอบของซ่งเย่ด้วย
แต่พวกเขาก็เข้าใจหน้าที่ของตนที่ต้องไปสอนให้กับนักเรียนคนอื่นๆ
สี่สิบห้านาทีต่อมา
ซ่งเย่ยื่นแบบทดสอบทั้งสองชุดคืนให้อาจารย์จงหว่าน
“หือ! เสร็จแล้ว?”จงหว่านใที่ซ่งเย่ทำแบบทดสอบเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว
ต้องอย่าลืมว่าแบบทดสอบแต่ละชุดคือ100 ข้อ
สองชุดรวมเป็200 ข้อ
หรือว่าแบบทดสอบของพวกเขาง่ายเกินไป
“เธอคิดว่าแบบทดสอบยากไหมครับ?”คราวนี้อาจารย์เล่อไน่ถามอย่างคาดหวัง
“ไม่ยากค่ะ”ซ่งเย่ตอบคำเดิมอีกครั้ง
“โอ้! นี่พวกเรามีความหวังกันแล้ว”อาจารย์เล่อไน่ อาจารย์สอนวิชาฟิสิกส์พูดเสียงสั่นอย่างตื่นเต้น
“ตอนบ่ายอาจารย์จะแจ้งผลทดสอบนะจ้ะ”อาจารย์จงหว่านบอกซ่งเย่ด้วยเสียงอ่อนโยน
“เข้าใจแล้วค่ะ”ซ่งเย่กล่าวตอบและเดินกลับห้องเรียน
ในเวลานี้ห้องเรียนที่3 กำลังเรียนภาษาอังกฤษ
เมื่อเธอเดินเข้าห้องอาจารย์เผิงไม่ได้สนใจเธอ
มันเป็ไปตามข้อตกลงที่เธอจะทำอะไรในห้องเรียนก็ได้
ซ่งเย่สนใจที่จะซื้ออุปกรณ์เพื่อผลิตปุ๋ยแห่งอนาคตของเธอ
เมื่อค้นหาข้อมูลกลับพบว่าอุปกรณ์บางรุ่นจำเป็ต้องมีอุปกรณ์พิเศษ
หากจะสั่งซื้อต้องผ่านรัฐบาลหรือกองทัพของประเทศเสียก่อน
“สงสัยต้องให้เขาช่วย”ซ่งเย่คิดถึงสิ่งที่จะขอความช่วยเหลือจากหลิวเย่
..........
“กริ๊งกริ๊ง” เสียงกริ่งหมดเวลาเรียนภาคเช้า
ถึงเวลาพักทานอาหารกลางวัน
เกาเฉินและเพื่อนชายอีกสามคนเทาเอ้อ เป่ยกวง และหวางอ้าย มายืนรอซ่งเย่ที่หน้าห้อง
เนื่องจากเป็ทางผ่านของพวกเขาทั้งสี่คนก่อนที่จะไปโรงอาหาร
“ซ่งเย่ ไปทานข้าวครับ”เสียงของเกาเฉินดังขึ้นเรียกความสนใจจากผู้คนรอบตัว
“ว้า! ทำไมเขาไม่ชวนฉันแทนล่ะ?”
“ชิชะ! ไม่ทันไรมีผู้ชายมารอรับไปทานข้าวถึงหน้าห้อง”
“โอ้! ดีจังเลยมีผู้พิทักษ์ด้วย”
น้ำเสียงอิจฉาและยินดีมีคละเคล้าในกลุ่มเพื่อนนักเรียน
“ซูฉี ไปกันจ้ะ”เมื่อซ่งเย่เก็บของเสร็จเรียบร้อย เธอเรียกเพื่อนสนิทของตนเอง
“ตกลงจ้ะ”ซูฉีเดินตามหลังซ่งเย่ออกไปด้วยกัน
ภาพของหญิงสาวสองคนเดินนำหน้าและมีชายหนุ่มสี่คนเดินตามหลังคล้ายกับเ้าหญิงและผู้พิทักษ์
ผู้คนที่มองเห็นต่างเหลียวมองด้วยสายตาอิจฉาริษยาและชื่นชมกับความสวยงามและหล่อเหลา
ซ่งจูหว่านที่มองเห็นภาพนั้นจากโรงอาหารเธอกำมือจนเล็บจิกแน่นในฝ่ามือเป็รอยแดง
ซ่งจูหว่านคิดในใจ“หยิ่งผยองเข้าไปเถอะ ฉันจะแย่งชิงทุกอย่างจากเธอเอง”
“เป็อะไรไปอาหารไม่อร่อยหรือครับ?” กู้เจ๋ออ้ายถามอย่างแปลกใจที่พบว่าเธอขมวดคิ้วไม่พอใจ
“อ๊ะ! ไม่ใช่ค่ะ กำลังคิดอะไรเพลินไปหน่อยค่ะ”ซ่งจูหว่านยิ้มอ่อนหวานให้เขา
กู้เจ๋ออ้ายดีใจที่เขาเลือกซ่งจูหว่านผู้แสนอ่อนโยน
ทำให้เขาสบายใจทุกครั้งที่อยู่ใกล้ชิดกับเธอ“งั้นทานเถอะครับ”
..........
ทางด้านห้องพักอาจารย์
“ฉันคิดว่าพวกเราควรทำแบบทดสอบก่อนเวลาและถ้าเป็ไปได้นักเรียนที่จะได้ไปร่วมแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับประเทศและโอลิมปิก
ต้องมีการเปลี่ยนแปลง”เสียงของอาจารย์อู๋เสนอความคิดเห็นกับเพื่อนอาจารย์
“อืมฉันคิดว่าไม่ใช่แค่คณิตศาสตร์นะ ควรเป็ทุกวิชาที่สามารถแข่งขันได้”อาจารย์เล่อไน่กล่าวเพิ่มเติม
“ซ่งเย่จะทำได้ไหมคะ?” อาจารย์จงหว่านกล่าวด้วยความกังวล
“อาจารย์จงจะกังวลทำไมครับ? ดูสิ แบบทดสอบวิชาชีววิทยาของคุณ ซ่งเย่ก็ทำได้คะแนนเต็มนะครับ”
อาจารย์อู๋ตอบแทนอาจารย์คนอื่นๆ
“ถ้าเช่นนั้นบ่ายนี้ที่ซ่งเย่จะมาฟังผล พวกเราก็ลองถามเธอดูว่าสามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ทั้งหมดดีไหมครับ?” อาจารย์เฮ่อเสนอแนะ
กับเพื่อนอาจารย์คนอื่น
“ตกลงค่ะ/ครับ”เสียงตอบรับจากอาจารย์ทุกคนดังขึ้น
เวลา 13.00 น. ซ่งเย่มาพบอาจารย์เพื่อฟังผลแบบทดสอบ
“ซ่งเย่เธอสามารถเข้าร่วมแข่งขันคณิตศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์และชีววิทยาระดับประเทศและโอลิมปิกได้ไหมครับ?”
อาจารย์อู๋เป็ตัวแทนอาจารย์คนอื่นได้ถามเธออย่างคาดหวัง
“คะแนนฟิสิกส์กับชีววิทยาได้เท่าไหร่คะ?” ซ่งเย่ถามผลกับพวกเขาแทน
“เอ่อเธอทำคะแนนได้เต็มทั้งหมด!”อาจารย์จงหว่านตอบกลับด้วยเสียงตื่นเต้น
“ถ้าแข่งขันเวลาจะทับซ้อนไหมคะ?”ซ่งเย่ถามอย่างสงสัย
“ไม่แน่นอนครับสอบสถานที่เดียวกันแต่คนละเวลา และหากสอบระดับจังหวัดผ่านก็จะได้ไปแข่งระดับประเทศหากสามารถผ่านขั้นนี้ไป
ได้จะมีการเข้าค่ายฤดูหนาวที่จะถึงนี้เพื่อเตรียมตัวไปแข่งระดับโอลิมปิกที่ประเทศ M”
อาจารย์เล่อไน่ขยับแว่นตาและอธิบายให้ซ่งเย่ฟัง
“ตกลงค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้าตอบรับอย่างเป็ธรรมชาติ
“เยี่ยม! ดีมาก!ดีมาก!” เสียงตื่นเต้นยินดีมาจากอาจารย์ทุกคน
..........
อีกด้านหนึ่งซ่งเย่ไม่รู้ว่าอาจารย์ทุกคนได้เสนอชื่อเธอเข้าร่วมการแข่งขันระดับประเทศและโอลิมปิก
และเสนอให้มีการทดสอบพิเศษเพื่อจัดลำดับผู้ที่มีสิทธิเป็ตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันนั้น
ผู้อำนวยการกงฝานมีสีหน้าประหลาดใจที่เห็นว่าอาจารย์หลายคนเสนอให้มีการทดสอบแบบพิเศษ
พร้อมกับนำคำตอบของซ่งเย่ที่ทำแบบทดสอบทุกวิชามาให้เขาดูด้วย
“พวกคุณจริงจังกันใช่ไหมครับ?” ผู้อำนวยการกงถามอย่างประหลาดใจ
เขาไม่เคยเห็นพวกเขาสามัคคีกันขนาดนี้มาก่อน!
“ใช่ครับพวกเราควรจัดให้มีการทดสอบพิเศษขึ้นเพื่อจัดลำดับคนใหม่ไม่เช่นนั้นพวกเราจะเสียโอกาสที่ดีไปครับ” อาจารย์อู๋ชี้แจงกับผู้
อำนวยการกง
“ใช่แล้วค่ะ/ครับ”อาจารย์อีกสามคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของอาจารย์อู๋
“ตกลงผมจะเชื่อพวกคุณครับ” ผู้อำนวยการกงตอบตกลงหลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง
หากนักเรียนใหม่ซ่งเย่ สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้จริง
โรงเรียนก็จะมีชื่อเสียงมากขึ้น
ตำแหน่งของเขาจะมั่นคงและก้าวหน้ามากขึ้นด้วยใช่ไหม?
เมื่อเสียงกริ่งหมดเวลาเรียนในภาคบ่าย
พลันมีเสียงประกาศจากผู้อำนวยการโรงเรียนแจ้งให้นักเรียนที่มีผลการเรียนดีเด่นสิบอันดับแรก
ให้ทำแบบทดสอบคัดเลือกเข้าแข่งขันวิชาคณิตศาสตร์ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยาใหม่ ในเช้าวันจันทร์ที่จะถึงนี้
สร้างเสียงฮือฮาด้วยความประหลาดใจและใให้กับนักเรียนทุกคน
“อะไรกันเกิดอะไรขึ้น?”
“เอ๊! นี่แสดงว่าที่คัดเลือกไปแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลง”
“ไฮ้! จะต้องมีการเปลี่ยนตำแหน่งแน่ๆ”
“ใครกันที่ทำให้ผู้อำนวยการกงประกาศแบบนี้?”
“นี่แสดงว่าพวกอาจารย์มีไม้เด็ดใช่ไหม?”
ซ่งเย่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงประกาศนั้น
ถึงเวลาที่เธอจะเก็บแต้มจากซ่งจูหว่านทีละนัดแล้ว
“ซ่งเย่ ฉันอยากทานขนมจ้ะ”ซูฉีพูดขึ้นเมื่อเธอเดินกลับมาถึงหน้าห้อง
“หือ”ซ่งเย่ส่ายหัวเบาๆให้กับความชอบกินของเพื่อนเธอ
“ซ่งเย่ไปเล่นบาสเก็ตบอลกันไหมครับ?” เสียงของเกาเฉินดังขึ้น
“ไม่จ้ะซ่งเย่จะไปทานขนมกับฉัน” ซูฉีปฏิเสธแทนซ่งเย่ทันที
“ว่าไงครับ”เกาเฉินหันไปถามเพื่อนอีกสามคนที่อยู่ด้านหลัง
“ไปทานขนมก็ได้ครับวันหลังค่อยเล่น” พวกเขาพยักหน้าหงึกๆอย่างสบายใจ
“ตกลงค่ะ”ซ่งเย่ตอบตกลงเมื่อเห็นพวกเขามีความคิดตรงกัน
นักเรียนชายหญิง6 คนเดินออกจากโรงเรียนไปร้านขนมที่อยู่ข้างๆ
ขณะกำลังเดินกลับโรงเรียนหลังทานเสร็จแล้ว
พลันมีชายฉกรรจ์สองคนวิ่งตรงเข้ามาในทิศทางของซ่งเย่และเพื่อนอย่างรวดเร็ว
พวกเขาคล้ายกำลังวิ่งหนีใครบางคน
“อ๊ะ!” เกาเฉินรู้สึกตัวและถอยหลบพวกเขาทันที
แต่ซูฉีและเทาเอ้อหลบไม่พ้นและกำลังจะถูกผลักให้หลีกไปคนละทาง
เกาเฉินที่อยู่ใกล้เทาเอ้อรีบช่วยเขาทันทีโดยยื่นเท้าเตะชายคนหนึ่ง
ส่วนซ่งเย่ที่อยู่ใกล้ซูฉีเธอเตะชายอีกคนหนึ่งเช่นกัน
ชายสองคนล้มฟุบลงแต่ชายที่ถูกเกาเฉินเตะได้รีบลุกขึ้นมาและวิ่งหนีต่อโดยหันมามองพวกเธอด้วยสายตาอาฆาต
ห้าวินาทีต่อมา
ตำรวจห้าคนวิ่งมาถึงที่พวกเธอยืนกันอยู่
เกาเฉินขมวดคิ้วเมื่อพบว่าชายคนที่ถูกซ่งเย่เตะนั้นมีอาการสาหัสมาก
“เอื๊อก! ซ่งเย่!น่ากลัวมาก!” ซูฉีกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอพลางตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
“ไม่ต้องกลัวจ้ะ”ซ่งเย่กล่าวปลอบใจซูฉี
ปู้เล่ยและตำรวจอีกสี่คนมามาตรวจสอบเหตุการณ์และสอบถามพวกเธอ
“นักเรียนเห็นชายอีกคนหนึ่งไหมครับ?”ปู้เล่ยถามเกาเฉินโดยตรง
“วิ่งไปทางนั้นครับ”เกาเฉินตอบพลางชี้นิ้วไปทิศทางที่ชายคนหนึ่งวิ่งหลบหนีไป
“แล้วนี่ฝีมือใครครับ?”ปู้เล่ยถามเกาเฉินพลางคิดว่าเขาลงมือได้หนักเสียจริง
“นั่นครับ”เกาเฉินเกาหัวด้วยความเขินอายเมื่อพบว่าตำรวจเข้าใจเขาผิด จึงชี้นิ้วไปทางซ่งเย่
“หือ! นักเรียนหญิงนี่นะ”ปู้เล่ยชี้นิ้วไปยังซ่งเย่และหันหน้ามาถามเกาเฉินด้วยความงุนงง
“ฝีมือฉันเองค่ะ”ซ่งเย่พูดตัดรำคาญ
ขณะที่ปู้เล่ยจะพูดอะไรต่อไป
พลันมีรถฮัมเมอร์คันใหญ่มาจอดด้านหน้าและหลิวเย่หมุนกระจกรถลงมา
“สาวน้อย ผมมารับเธอกลับบ้านครับ”เสียงอันอ่อนโยนของเขาดังขึ้น
ปู้เล่ยตกตะลึงที่พบว่าเ้านายตนเองมารับซ่งเย่
นี่เขาตาฝาดใช่ไหม?
นั่นใช่เ้านายของเขาจริงหรือ?
ด้านเกาเฉินกำมือแน่นเมื่อเห็นใบหน้าของหลิวเย่
“.....”ซูฉีตกตะลึงทันที
“ไม่เป็ไรนัดกับพ่อไว้ค่ะ” ซ่งเย่ส่ายหน้าปฏิเสธเขาอย่างจริงจัง
“ผมจะทำอาหารไว้รอนะครับ”หลิวเย่ยังไม่ยอมแพ้
“อืมมีพ่อไปด้วยนะคะ” ซ่งเย่พยักหน้ารับอย่างเป็ธรรมชาติและแจ้งว่าพ่อเธอจะไปด้วย
“ตกลงครับ”รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าของหลิวเย่ ทำให้เขาดูหล่อเหลามากยิ่งขึ้น
“อ้อ!ถ้าอย่างนั้นนักเรียนกลับไปโรงเรียนกันก่อน พรุ่งนี้พวกเราจะมาสอบถามใหม่นะครับ”
ปู้เล่ยบอกกับซ่งเย่และเพื่อนๆ
พลางลอบปาดเหงื่อตนเองที่ได้พบกับเหตุการณ์เ้านายตามเอาใจเด็กสาวคนหนึ่ง
เขายังไม่อยากตายเร็วนะ!