D.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ

    ปีกที่โบยบิน 3

     

            “พวกนายมาทำอะไรที่โอเอซิสกลางทะเลทรายคาราอัลก้า?” เรนถาม

            “มาเชือดอริเสียหน่อย พวกคนคนของกิลด์เฮลเกท เราจะใช้ยุทธการปิดประตูตีแมว” แทนตอบพร้อมกับเดินนำไปหน้าที่พักแรมของ Npc

            “หา!?” เรนรีบเดินตามไปทันที“ที่นี่ใช้การ์ดไม่ได้นะ” เธอรีบบอก

            “ใช่...แต่เฉพาะปาร์ตี้พวกเราที่มีการ์ดแอเรียที่นี่ใช้ได้” แทนยังแสยะยิ้มไม่เลิก “ลินที่เป็นเจ้าของแอเรียโอเอซิสนี้สั่ง Npc ของเธอให้รายงานผู้เข้าพักแล้วในที่สุดไอ้พวกที่มีเรื่องกับเราคราวที่แล้วก็มา ตายแน่ๆ พวกแกขอรับการ์ดจากการตายคนละใบก็แล้วกัน ถือว่าเป็นค่าวาร์ปของพวกฉัน” ชายหนุ่มพูดออกมา

            “เฮ้ย!ทำอย่างนี้เหมือนใช้แอเรียเป็นรังโจรดักปล้นคนเดินทางเลยนะ!” เรนโวยวาย

            “ไม่เถียงเลย...โจรแท้ๆ เลยล่ะ” แทนตอบหน้านิ่ง

            “แล้วคนพวกนั้นมันคนของเฮสประตูนรกนะ!” เรนยังพยายามบอกกับแทน

            “พวกมันประกาศตั้งแต่เจอหน้าพวกฉันแล้วล่ะ”

            “แล้วนายก็ยังจะไปฆ่าพวกนั้น?” เรนถาม

            “แหง...” แทนตอบพร้อมกับพยักหน้าให้เพื่อนๆของเขาเตรียมตัวแล้วค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ประตู หลังจากนั้นก็ตะโกนเสียงดัง

            “ไอ้กากเอ้ย! ไอเซนเกอร์พ่อเฮลเกทมาแล้วเว้ย!” เสียงที่เปล่งออกมาดังลั่นจนคนที่อยู่ในที่พักได้ยินเสียงครึกโครมดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าวิ่งออกมาที่ประตูและเมื่อประตูเปิดออกคนข้างในก็ออกมาทันที

            “ใครวะ!” เจ้าคู่อริแทนคนเดิมที่เป็นลูกน้องของการ์คตะโกนลั่นส่วนตัวเขาเองก็เดินตามออกมา เมื่อพวกแทนเห็นว่าเป็นเป้าหมายของเขาแน่ๆสารพัดการ์ดสารพัดการโจมตีก็ถาโถมเข้าใส่พวกนั้นโดยไม่ได้ตั้งตัว

            “ซัมมอน! อีควิป! เมจิก!”

            “อีควิป! บลาสท์เบลด! แอเรีย!”

            “บิท! บิท! บิท! บิท! บิท! อีควิป! อีควิป!ซัมมอน! เมจิก! เซเว่นเรย์! เซเว่นเรย์!”

            “เมจิก! เมจิก! ซัมมอน! ซัมมอน!”

            “แอเรีย! อีควิป! อีควิป! อีวิป! อีควิป! ราเซ็น!ฮินโนโทริ! ฮิคาริ! อิดะเทน!”

            “อีควิป! อีควิป! ไรจิน!”

            “ทำไมเราไม่มีการ์ดโจมตีเลยว้า!”

            แต่ละคนเรียกใช้ทั้งซัมมอนและการ์ดอาวุธของตนเองตามด้วยใช้สกิลโจมตีและสนับสนุนเต็มที่ พวกเฮลเกทที่ยังตกตะลึงว่าทำไมจึงมีคนใช้การ์ดในเขตโอเอซิสนี้ได้ทำอะไรไม่ถูกมีบ้างที่พยายามจะออกไปนอกเขตโดอเอซิสเพื่อจะตอบโต้แต่พวกที่ว่าก็ถูกโจมตีใส่จนตายไปก่อนคนอื่น

            จากสิบกว่าคนสุดท้ายคนของกิลด์เฮลเกทก็ถูกจัดการจนเหลือสามคนและหนึ่งในนั้นคือการ์คที่เป็นหัวหน้าของกลุ่มนี้ อีกสองคนที่ยังเหลืออยู่ตายด้วยการโจมตีของนิกกี้ที่ยิ้มหวานก่อนจะลั่นไกยิงกระสุนของสกิลเซเว่นเรยืใส่ด้วยปืนระดับ18ดาวที่เธอให้ทากะสร้างขึ้น...เมอร์ลินวิชเชส

            “แก! แกรู้ไหมว่าพวกฉันเป็นคนของเฮลเกท!” การ์คที่โดนอัดอยู่ฝ่ายเดียวตะโกนออกมา

            “รู้นานแระ แต่ไม่สนใจ” แทนตอบกลับไป “ไอ้นี่มันอึดจังพลังเท่าไรกันเนี่ย” เขาหันไปพูดกับนิกกี้

            “ไม่รู้สิ ยิงๆ ไปเดี๋ยวก็ตาย” นิกกี้ตอบหน้านิ่งพร้อมกับมองไปที่การ์คซึ่งกำลังโดนรุมและตอบโต้ไม่ได้

            “พวกแกจำไว้เลย! ฉันจะพาพวกมาฆ่าพวกแก!ไอ้พวกกิลด์กระจอก” การ์คตะโกนออกมาด้วยความแค้น

            “ช่วยไม่ได้เว้ย! หัวหน้าไรอันสั่งให้ฉันมาเก็บแกฉันขัดคำสั่งไม่ได้ว่ะเพื่อน ตอนนี้ฉันเป็นพันธมิตรกับเขา” แทนพูดก่อนจะส่ายหัวไปมา “บ๊ายบาย...” หลังพูดจบเขารัวลูกศรชุดใหญ่ใส่ชายผมทองในชุดเกราะหรูหราที่อยู่ตรงหน้า

            “ไอ้เจ้าไรอัน...กล้าหักหลังหัวหน้าเฮส!แกไม่ตายดีแน่!” การ์คที่โดนรุมและตอบโต้ไม่ได้เกมโอเวอร์ไปในที่สุด

            “พูดอย่างกับแกตายดีอย่างนั้นล่ะ...” แทนว่า “แต่อึดจริงแฮะเจ้านี่” เขาพูดพร้อมกับถอนหายใจ

            “บ้าแล้ว...พวกนายบ้าไปแล้ว” เรนพูดขึ้นขณะที่ยังตกตะลึงกับเรื่องที่พวกของแทนทำลงไป“เจ้านั่นต้องอึดอยู่แล้วล่ะ นั่นมันหนึ่งในลูกน้องคนสนิทของเฮสเชียวนะ” เธอพูดพร้อมกับมองไปที่พวกแทน...ซึ่งดูแล้วไม่ได้สนใจเรื่องที่ว่าแม้แต่น้อย

            “แอเรียระดับ B!” แทนพูดขึ้นเมื่อเลือกดูการ์ดหลังจากชนะพวกคนไม่มีทางสู้

            “ทางนี้มีระดับ E!” เอ็ดเวิร์ดตะโกนบอกออกไป

            “พี่แทน! แอเรียระดับ H” ลินตะโกนบอก

            “ทางนี้มีแต่การ์ดกระจอกแฮะ...” นิกกี้พูดขึ้น

            “ท่าทางจะคุ้มเงินค่าวาร์ปนะเนี่ย” เอ็ดเวิร์ดพูดขำๆ

            หลังจากนั้นพวกแทนก็ใช้เวลาสองสามนาทีในการ์เลือกการ์ดรางวัลหลังจบการต่อสู้ผลสรุปคือพวกเขาได้การ์ดแอเรียเพิ่มมาอีก 3 ใบ ระดับ B E H อย่างละ 1 ใบ และได้การ์ดอื่นๆไปราวๆ สิบใบ และเมื่อพวกเขาได้การ์ดเรียบร้อยแทนก็หันไปเรียกเรน

            “กลับกัน...ไปทำยานบินกันต่อ”

            หญิงสาวผมแดงมองหน้าคนพูดทันที“พวกนายไม่รู้สึกผิดเลยเหรอฆ่าคนพวกนี้น่ะ” เธอถาม

            พวกแทนหันมองหน้ากันแล้วสุดท้ายก็ส่ายหน้า“ไม่เลยแม้แต่น้อย ตอนนั้นพวกมันจะฆ่าเราด้วยแถมเจ้าเฮสก็เป็นพวกเดียวกับเจ้าไรอันนั้นด้วย ฉันเหมาว่ามันมีความแค้นกับฉัน”เขาตอบ

            “แล้วที่โบ้ยให้ไรอันว่าเป็นคนใช้พวกนายมาล่ะไม่รู้สึกอายเลยเรอะ!?” เรนถามต่อ

            “อันนี้ตอบทันที...ไม่...อาย...แม้...แต่...น้อย” แทนพูดหนักแน่น “ฉันยังมีคดีต้องชำระจากมันด้วยขอให้ฉันเก่งอีกหน่อยเถอะ” เขาคิดถึงเรื่องที่เจ้าไรอันใช้เนตเป็นโล่

            เรนนิ่งอึ้งเธอเงียบไปครู่หนึ่งหลังจากนั้นก็หัวเราะพรืดออกมา “พวกนายนี่มันเหนือคาดไปซะทุกเรื่องเลยนะฮ่าๆๆ” เธอพูดออกมาทั้งที่ยังหัวเราะอยู่

            “นั่นสิ...” แทนตีหน้าเห็นด้วย“ว่าแต่เราไปจัดการยานบินกันก่อนดีกว่าวาร์ปกลับไปจัดระดับโกลด์สักลำ” ชายหนุ่มพูดก่อนจะใช้ไอเทมที่จะทำให้กลับไปยังเมืองสุดท้ายที่เขาบันทึกการเดินทางไว้...ดัสท์วัลเลย์

     

            หลังจากนั้นไม่นานพวกแทนก็กลับไปยังเมืองดัสท์วัลเลย์เมื่อไปถึงที่นั่นเรนก็ติดต่อกับมิร่าเพราะคิดว่าเธอน่าจะอยากเห็นยานบินระดับโกลด์ที่กำลังจะถูกสร้างขึ้นและในที่สุดพวกของแทน เรน ก็มาพบกับมิร่าและสโนว์หญิงสาวผมแดงสวมแว่นสีหน้าขรึมถามเรนที่เป็นคู่แฝดของเธอ

            “ไปไหนกันมา” สโนว์ถามขึ้นพร้อมกับเดินตรงไปยังNpc สร้างยานบิน

            “ไปฆ่าคนกิลด์เฮลเกทหาการ์ดแอเรียมา” เรนตอบยิ้มๆ แต่สีหน้าคนฟังกลับตกใจ

            “เราไม่ได้มีเรื่องกับเฮลเกทนะ!ถึงสักวันจะต้องเจอกันแต่ก็ไม่ใช่ตอนนี้!” สโนว์โวยวายทันที

            เรนถอนหายใจยาว“พี่ก็ไม่ค่อยจะฟังฉันให้จบสักทีที่ไปฆ่าพวกคนของเฮลเกทน่ะคือเจ้าพวกนั้น” เธอชี้ไปที่แทน“เจ้านั่นฆ่าเจ้าการ์คไปด้วย” เธอเล่า

            “ฆ่าการ์ค? ไม่น่าเป็นไปได้เจ้านั่นไม่ธรรมดานะถึงเลเวลจะไม่มากเท่าคนสนิทอีกสี่คนของเฮลแต่ชุดการ์ดของเจ้านั่นแข็งแกร่งที่สุด” สโนว์พูดขณะมองหน้าเรนซึ่งเธอผายมือสองข้างแทนคำตอบ

            “ถ้าอัดมันฝ่ายเดียวต่อให้เป็นเฮสก็ตายได้” เรนพูดยิ้มๆพลางนึกถึงตอนที่พวกแทนจัดการคนของกิลด์เฮลเกทในโอเอซิส สโนว์กำลังจะอ้าปากถามต่อแต่เธอก็ต้องหยุดคำพูดของตัวเองไว้ก่อนเพราะมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาเสียงที่ดึงความสนใจพวกรักยานบินเป็นชีวิตจิตใจอย่างเธอและเรนให้จ้องไปที่นั่นตาไม่กระพริบ

            “ระดับโกลด์...มิลกี้เวย์สตาร์...” เสียงแทนพูดกับ Npc สร้างยานบิน

               

            “มิลกี้เวย์สตาร์รายละเอียดตามนี้ครับ...” Npc พูดขึ้นพร้อมกับเรียกหน้าจอส่วนประกอบขึ้นมาที่หน้าแทนเมื่อเห็นรายละเอียดที่ว่าแทนก็ค่อยๆ เลือกไอเทมตามจำนวนที่ระบบต้องการจนมาถึงการ์ดแอเรียที่ต้องใส่ลงไปเขาก็ถามขึ้น

            “นี่ลูกพี่โคอาล่า...ถ้าผมใส่การ์ดแอเรียระดับสูงกับระดับต่ำคุณภาพยานที่ออกมาจะต่างกันหรือเปล่า” แทนถามออกไป

            “ไม่ต่างแต่อย่างใดครับขอแค่เป็นการ์ดแอเรียเท่านั้น” เสียงตอบกลับมาทำให้แทนพยักหน้า

            “งั้นเอาใบนี้ก็แล้วกัน การ์ดแอเรียระดับ H ที่ได้มาจากเจ้าพวกเฮลเกทแอเรียโรงเรียนอนุบาลหมีน้อย” แทนพูดพร้อมกับหยิบการ์ดแอเรียที่เพิ่งได้มาจากการจัดการพวกคนของเฮลเกทใส่ลงไปตามด้วยเงิน499 ล้านกิล"สองลำกดไปจะพันล้าน...แพงจริง" เสียงบ่นดังออกมา

            “คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมครับที่จะสร้างยานบินระดับโกลด์...มิลกี้เวย์สตาร์” เสียง Npc ถามย้ำ “ถ้าแน่ใจกดตกลงเลยครับ”

            “ตรวจดูให้ดีนะ!” เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังของแทนไม่ใช่ใครอื่นเสียงนิกกี้แน่นอน

             แทนอ่านรายละเอียดต่างๆ ที่ปรากฏขึ้นถึงสองรอบและในที่สุดเขาก็กดตกลงอย่างช้าๆ

            “ขอให้ปีกแห่งมิลกี้เวย์สตาร์พาท่านโบยบินสู่ฟ้าไกล...ทุกการเดินทางคือสิ่งล้ำค่ายานบินของท่านปรากฏอยู่ที่เบื้องหลังท่านแล้ว” เสียงของ Npc ดังขึ้นหลังจากวาดมือทั้งสองข้างเป็นวงกลมเหมือนครั้งก่อนเรียบร้อยแล้วและคราวนี้แทนไม่รอให้เสียงของคนอื่นเรียกเขากลับไปดูแทนหมุนตัวหันหลังกลับไปมองที่ท้องฟ้าท่าจอดยานบินใกล้ๆกับสกายแซฟไฟร์เออร์ทันที...และที่นั่นยานบินระดับโกลด์ก็รอคอยพวกเขาอยู่

            ยานลำที่เห็นอยู่ตรงหน้ามีขนาดเล็กกว่าสกายแซฟไฟเออร์ราวๆครึ่งหนึ่ง ยานบินสีขาวที่ขลิบด้วยสีแดง รูปทรงโฉบเฉี่ยวส่วนหน้าของยานแหลมยาวคล้ายส่วนหัวของของมังกรมิติไอเซนเกอร์ไม่ผิดวัสดุโปร่งใสที่บุรอบห้องบังคับการที่อยู่บริเวณส่วนหัวมีสีฟ้าสดมองแล้วราวดวงตาของมังกรมิติ ปีกสีเงินโปร่งแสงคล้ายผลึกแก้วทำมุมลู่ไปด้านหลังดาดฟ้าของยานบินมีแนวกันลมด้านหน้าทำมุมแหลมเพื่อป้องกันลมแรงที่จะพัดเข้าใส่ด้านล่างมีแนวสันแบบที่ว่าเช่นกันแต่เป็นขนาดเล็กสามแนวทำมุมแหลมกับด้านหน้า

            ส่วนหางมีลักษณะเป็นครีบคล้ายครีบของปลาสามครีบที่ปลายครีบที่ว่ามีแผ่นผ้าชนิดพิเศษที่แคบเพียงราวๆหนึ่งเมตรแต่ยาวหลายสิบเมตรนับร้อยเส้น มันมีลายเส้นสีแดงเล็กๆเป็นแนวเส้นวิ่งสลับกันไปมาอยู่บนผ้านั้น ซึ่งเมื่อยานบินเริ่มเดินเครื่องมันจะพัดพริ้วอยู่ด้านหลังของตัวยานส่องประกายยามกระทบกับแสงอาทิตย์ส่วนครึ่งลำด้านหน้าเป็นวัสดุโปร่งใส ในขณะที่ส่วนอื่นๆ เป็นโลหะสีขาวขลิบแดง

            “คุ้ม...สุด...สุด...” แทนพูดขึ้นเมื่อเห็นยานบินระดับโกลด์ของเขาเต็มตา

            “พี่แทน...ลินน้ำตาจิไหล...จิไหล...จิไหล” ลินมองดูยานบินลำที่สองของกิลด์เธอดูสายตาเคลิบเคลิ้ม

            “เท่ห์ไปเลยแทนลำนี้!” บลานซ์ว่า

            “ได้ครบสองลำสักทีจะได้ทำตามแผนที่เจ้าแทนพูดไว้ได้” นิกกี้พูดตามด้วยถอนหายใจโล่งอกที่ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี

            “แทน! ขอพี่ขับไปแอ่วสาวหน่อยดิเฮ้ย!” เอ็ดเวิร์ดพูดเสียงดังขณะที่มีสายตาเย็นๆส่งมาจากมิร่าที่ยืนอยู่ไม่ไกล

            “ถ้ามียานระดับนี้สองลำด้วยเลเวลของพวกเราตอนนี้น่าจะช่วยแทนให้ทำตามแผนได้สำเร็จนะพี่” อายะพูดกับทากะและคำตอบที่ได้เป็นรอยยิ้มจากพี่ชายของเธอ

            “ยานบินระดับโกลด์ไม่ได้มีดีแค่รูปร่างนะที่ยานบินระดับโกลด์มีมากมายหลายชนิดเพราะคุณสมบัติพิเศษนี่ล่ะอย่างโซล่าฮาโลของพวกเราเมื่อเดินเครื่องสูงสุดจะกางบาเรียที่สามารถป้องกันทุกสิ่งได้เป็นเวลา2นาที...และปืนใหญ่แสงอาทิตย์ที่ต้องอาศัยเวลาชาร์ตนานนับสิบนาทีแต่พลังทำลายไม่ต้องพูดถึง” เรนกอดอกพูดขณะมองไปที่ยานบินของพวกแทน

            “แล้วเจ้าไฮเวย์สตาร์ของพวกฉันมีอะไรดี” แทนหันไปถามอย่างสงสัย

            เรนยิ้มพร้อมกับคลายมือที่กอดอกออก“แอเรียบูสเตอร์แล้วก็ปืนลำแสงสตาร์ไดแมนชั่น” หญิงสาวตอบออกมา

            “แค่ชื่อก็แหล่มเป็ดแล้วน้องเอ้ย...” เอ็ดเวิร์ดส่ายหน้าพร้อมกับซีดปากเมื่อได้ยิน

            “แอเรียบูสเตอร์กับปืนลำแสงสตาร์ไดแมนชั่น?” แทนทวนคำ

            รินหันไปยักคิ้วให้คนถามก่อนสะบัดหน้าไปทางยานบิน“จริงๆ แล้วมิลกี้เวย์สตาร์...” เธอเริ่มพูดขณะออกเดิน

            “ไฮเวย์สตาร์” แทนย้ำเสียงเข้มจนเรนต้องหันมามองหน้า

            “เออๆ ไฮเวย์สตาร์ๆ จริงๆ แล้วไฮเวย์สตาร์เป็นยานระดับโกลด์ที่เด่นเรื่องแรงขับเคลื่อนพลังงานทั้งหมดใช้ไปเพื่อเพิ่มความเร็วของยาน ความเร็วรวมๆ แล้วน่าจะอยู่ระดับต้นๆของระดับโกลด์เลยทีเดียวที่จะเร็วกว่าเจ้านี่ที่ฉันรู้จักในตอนนี้ก็น่าจะมีแต่เบบี้บลูมของโคซี่หัวหน้ากิลด์เพลิงผลึกที่เป็นระดับโกลด์แบบนั่งได้คนเดียวแค่นั้นล่ะแถมเจ้ายานนั่นยังมีระบบออโต้ไพรอตอีกด้วย” เรนอธิบายขณะเดินไปที่ยานรุ่นมิลกี้เวย์สตาร์แต่แทนและพรรคพวกตั้งชื่อให้ว่าไฮเวย์สตาร์

            “เหอ...!? เจ้าโคซี่นั่นมียานระดับโกลด์เจ๋งๆแบบนั้นด้วยรึ!?” แทนพูดอย่างตกใจ แต่เมื่อเขานึกบางอย่างขึ้นได้“แต่ก็ไม่แปลกที่เจ้านั่นจะมีเก่งซะขนาดนั้นแถมลูกน้องก็เพียบ ยังไม่นับพี่คิทกับเจ้าคอสอีก” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับพยักหน้า”

            “ส่วนไวท์พาลาดินได้ข่าวว่ากำลังสร้างระดับโกลด์ที่ชื่อมิดไนท์คาเมเลี่ยนอยู่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นยังไงบ้าง เพราะตั้งแต่ไรอันถูกเพลิงผลึกบุกฐานของพวกกิลด์นี้ก็ว่ากันว่าไปรวมอยู่กับเฮลเกท” เรนพูดต่อในตอนนี้เธอและพวกแทนเดินมาจนถึงบันไดที่ทอดขึ้นไปสู่ไฮเวย์สตาร์ที่ลอยลำอยู่

            “แล้วเจ้าเฮสนั่นมียานเจ๋งๆ ไหม” แทนที่เดินตีคู่มากับเรนถามขึ้นขณะคนอื่นๆเดินตามมา

            “ไม่มีใครรู้แฮะว่าพวกเฮลเกทมีกองกำลังยานบินเท่าไรแต่ที่แน่ๆยานบินที่มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่ากำลังจะเสร็จขาดไอเทมอยู่แค่ชิ้นเดียวคือยานบินระดับโกลด์อีเวนไทร์สเปกตรัมยานบินระดับโกลด์ที่พวกนั้นจะใช้เป็นยานแม่เพราะสามารถเสริมความแข็งแกร่งได้หลายส่วน” หญิงสาวที่เดินอยู่ข้างแทนเล่า

            “เว้ย...มันมีของเจ๋งๆ กันทั้งนั้นเลยแฮะ” แทนบ่นออกไป

            “แต่ที่แน่ๆในตอนนี้ไม่มีใครมีกองยานบินแข็งแกร่งกว่าพวกเราทเวลฟ์วิงก์แน่ๆและหากรบกันบนฟ้าก็ไม่มีใครสู้หัวหน้ามิร่าได้แน่นอน ทั้งซัมมอน ทั้งเมจิกและทั้งการ์ดแอเรีย” เรนที่เป็นคนพูดออกมามีสีหน้าภูมิใจ

            “เดี๋ยว...แล้วไอ้แอเรียบูสเตอร์กับปืนลำแสงสตาร์ไดแมนชั่นนี่มันคืออะไรเธอยังไม่ได้บอกฉันเลยนะ” แทนถามเมื่อนึกขึ้นได้

            “ตามมาสิ...ดูของจริงดีกว่า” เรนเดินนำไปยังห้องบังคับการที่อยู่ส่วนหน้าของยานบินส่วนพวกแทนก็เดินตามเธอไปติด และเมื่อทั้งหมดอยู่ที่ห้องบังคับการเรียบร้อยแล้วแทนก็บ่นอกมา

            “ไหนว่านั่งได้แค่สี่คน นี่เราปาไปแปดแล้วนะ” ชายหนุ่มพูดออกมา

            “มันเป็นระบบของเกมที่บาลานซ์สมดุลเรื่องยานบินไงไม่ใช่ว่าจะมีที่ไม่พอหรอก แต่ถ้ามีคนขึ้นมาเกินยานจะไม่สามารถบังคับได้หากกำลังบินอยู่ เรนที่กำลังตรวจดูห้องบังคับการยานบินที่โปร่งใสสามารถมองเห็นมองฟ้าได้ชัดเจนหน้าจอบังคับยานบินไม่ได้มีอะไรมากมายนักมีเพียงคันบังคับที่คล้ายพวงมาลัยรถกับคับเกียร์ และปุ่มต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง

            “แล้วเกิดมีคนบุกมาบนดาดฟ้ายานเราไม่แย่รึจำนวนคนที่บรรทุกมันเกินนะ” แทนถามออกมาอีกครั้ง

            “ระบบจะตรวจเช็คเองน่ะถ้าเป็นพวกบุกขึ้นมาบนยานจะไม่นับเป็นผู้โดยสาร มันจะจำว่าคนๆนั้นมาจากยานบินอีกลำ แต่ถ้าอยู่ดีๆมีคนมาขึ้นยานเพิ่มขณะอยู่บนฟ้าโดยไม่ได้มาจากยานบินนั่นก็อีกเรื่องนะแต่ไอ้เรื่องที่ว่าฉันเองก็ไม่เคยเจอสักครั้ง” เรนตอบออกมา

            “อ่อ...งั้นนะ” แทนพยักหน้า

            “เออ...ว่าแต่พวกนายไม่ไปหาของแบบนี้มาทำยานนี่ขายอีกสักลำล่ะรวยเลยนะ” เรนหันมาถาม

            “สองอย่าง...” แทนตอบ

            “สโมกกี้กับซาลาเปา” เสียงเอ็ดเวิร์ดแทรกขึ้นมา

            “ชีสไบท์เผื่อผมด้วย...” แทนหันไปหาคนพูด “เว้ย!พี่จะฮาไปไหนเนี่ย!” เขาทำเสียงสูง

            “โทษที ไม่รู้ว่าจริงจังพี่มันคนจริงใจแต่ไม่จริงจัง” เอ็ดเวิร์ดยกมือขอโทษ

            “สองอย่างอะไรของนาย” เรนถามต่อ

            “หัวใจเหล็กกล้า...ไอ้ตัวที่ดรอปฉันเคยเจอแค่ทีเดียวแล้วไม่รู้ว่าทำเงื่อนไขเดิมจะออกมาหรือเปล่า แต่นั่นก็เหตุผลรองไปลองดูก็รู้ว่าได้ไหม แต่เหตุผลหลักก็คือพอไม่อยากได้อะไรแล้วมันขี้เกียจหาเงินน่ะสิ...น่าจะเป็นกันทุกคนแล้วอีกอย่างพวกฉันไม่อยากให้มียานเหมือนๆ ของพวกเรา มันเหมือนของโหล” แทนอธิบาย

            “นั่นมันสามอย่างแล้ว” เรนเสียงเข้ม

            แทนเลิกคิ้วสูงพร้อมกับคิดทบทวน“เออ...จริง งั้นเปลี่ยนเป็นสาม” เขาพูดหน้านิ่ง

            “บ้าดีแท้” หญิงสาวผมแดงพูดออกมาขณะที่กวักมือเรียกให้พวกแทนเข้ามาดูตรงแผงคันดังคับ“มาดูนี่สิ...” เธอเรียกแต่ดูเหมือจะนึกอะไรบางอย่างออกเธอจึงถามขึ้นมาก่อน “ถ้าเกิดใช้วิธีที่พวกนายจัดการเจ้าการ์คนั่นกับสี่อวตารคนอื่นหรือพวกผู้เล่นอื่นได้ไหม”

            แทนตีหน้าครุ่นคิดก่อนตอบออกมา“ได้...แต่คงได้แค่ครั้งสองครั้งหลังจากนั้นข่าวลือก็จะดังจะไม่มีใครเข้าไปที่โอเอซิสอีกนอกจากพวกไม่รู้อิโหน่อิเหน่หรือพวกผู้เล่นใหม่ๆซึ่งฉันไม่สนใจจะทำแบบนี้กับพวกที่ไม่มีความแค้นด้วยแถมถ้าตอนนั้นพวกเจ้ากากไม่ตกตะลึงแล้วรีบหนีออกนอกเขตโอเอซิสตั้งแต่แรกก็น่าจะซัดกันนัวไม่ต้องพูดถึงพวกหัวหน้ากิลด์เลยพวกนั้นหนีออกไปได้อยู่แล้วเพราะพลังชีวิตก็เยอะแถมแต่ละครเรื่องซัดกันนี่ดูแล้วเก่งเกิ๊น” ชายหนุ่มอธิบาย “อย่าไปสนเรื่องนั้นเลยมาเรื่องยานบินเราดีกว่า ไหนๆ ไอ้ระบบที่ว่าน่ะ”

            เรนหัวเราะชอบใจแนวคิดของแทนหลังจากนั้นเธอก็เรียกให้พวกเขาดู “นี่ไง...นี่แหละระบบปืนลำแสงสตาร์ไดแมนชั่น” เธอชี้ให้ดูหน้าจอที่กว้างยาวราวๆ หนึ่งฟุตที่ตรงกลางของหน้าจอที่มีแสงสีฟ้าวิ่งผ่านหน้าจอสีดำมีช่องขนาดเท่าผ่ามือเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

            “เนี่ยนะ...” แทนถามอย่างสงสัย“แล้วมันใช้ยังไง ใช้ทำอะไรกัน” เขาถามขณะที่คนอื่นๆ เดินเข้ามามุงดู

    “เห็นช่องนี้ไหม” เรนชี้ไปที่ช่อรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าซึ่งพวกแทนก็พยักหน้ารับ“ใส่การ์ดลงไปหลังจากนั้นกดปุ่มยิงด้วยปุ่มนี้ความรุนแรงของการยิงขึ้นอยู่กับจำนวนดาวที่ใส่ลงไป ยิงดาวเยอะ...พลังทำลายยิ่งรุนแรง” หญิงสาวอธิบายถึงหน้าจอของอาวุธประจำยานบิน

            “แจ่มจริงๆ อีนางเอ้ย...” เอ็ดเวิร์ดทำเสียงตกใจดังมาจากด้านหลัง

            “แล้วอันนี้...” เรนหันปไปที่หน้าจอรูปร่างคล้ายกันที่อยู่เยื้องไปอีกด้านของคันบังคับ

            “เดี๋ยว...อย่าบอกนะว่าช่องนี้จะต้องใส่...” แทนขัดขึ้น “...มันต้องใส่การ์ดแอเรีย”

            เรนพยักหน้า “ตามนั้นต้องใส่การ์ดแอเรียไว้ที่นี่แล้วเครื่องยนต์ของยานจะปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของมันออกมา” เธอพูดขณะชี้ไปที่หน้าจอวงกลมสีขาวที่ส่องประกายจางๆแล้วมีรูปโครงสร้างยานบินส่วนเครื่องยนต์กระพริบอยู่ตรงนั้น

            “แล้วการ์ดที่ใส่ไปเพื่อใช้ระบบอาวุธและขับเคลื่อนจะเป็นยังไงบ้างเรน” นิกกี้ที่สำรวจรอบๆ ยานแล้วถามขึ้น

            “หาย...มันจะสลายไปแล้วกลับไปเป็นการ์ดแอเรียใหม่แต่เงื่อนไขการได้มาจะเปลี่ยนไปส่วนการ์ดปกติจะไม่มีอะไร แต่การ์ดที่เป็นยูนีคที่ถูกใส่ลงไปที่ระบบปืนลำแสงแล้วจะกลับไปอยู่ที่เดิมที่มันเคยอยู่” หญิงสาวผมแดงที่สูงกว่านิกกี้เกือบสิบเซนติเมตรอธิบาย

            “ฉันว่าแล้ว...” นิกกี้พูดขึ้นก่อนจะหันไปหาแทน“ห้ามเอาไปลองใช้เล่นเด็ดขาด!ใครเอาไปใช้เล่นฉันจะจับแขวนกับยานแล้วพาบินรอบโลก!” เสียงดังและเข้มที่สั่งออกมาทำเอาแทนถึงกับสะดุ้งเฮือกเพราะเขาตั้งใจที่จะทำอย่างที่ว่าอยู่พอดี

            “แฮะๆ ไม่ก็ไม่สิ ไม่ต้องเสียงดังก็ได้...ตกใจหมด”เขาพูดเสียงเหี่ยว

            “แล้วยานลำนี้ใช้งานยังไงน่ะ” บลานซ์ถามออกมา “ช่วยสอนวิธีขับให้หน่อยได้ไหมเรน”

            หญิงสาวพยักหน้า“ได้สิ แต่ต้องให้คนอื่นลงไปเหลือสี่คนก่อน” เธอพูดออกมา

            “ถ้างั้นฉันพาอายะ ทากะแล้วก็เจ้าเอ็ดเวิร์ดไปลองยานลำนู้นก็แล้วกัน ฝากเธอช่วยสอนบลานซ์ขับลำนี้ด้วยเห็นอย่างนี้น่ะตานี่ขาซิ่งเลยนะ แล้วอีกสองคนก็ให้เจ้าแทนกับลินไปด้วยดูสิ...ทำหน้าปลื้มเสียจนน้ำลายจะไหลกันแล้ว” นิกกี้พูดพร้อมกับมองไปที่แทนและลินที่ดูเหมือนจะปลื้มกว่าใครๆ"อายะ ทากะ ตาเอ็ด ไปลองยานลำนู้นกัน" เธอเรียกอายะและทากะเดินตามไปโดยดี แต่เอ็ดเวิร์ดกลับพูดขึ้น

            “ฉันก็อยากลองลำนี้น่ะ...หรูเริด” เขาทำหน้าผิดหวัง

            “เดี๋ยวก็ผลัดกันซิว้อย! พวกนี้กลับมาก็สลับยานกันขับอดใจหน่อยไม่ได้เรอะ!” เมื่อนิกกี้ส่งเสียงเข้มๆออกมาเอ็ดเวิร์ดก็ต้องทำหน้าจ๋อยเดินไหล่ห่อตามเธอออกไป

            “เหลือความมันส์ไว้ให้พี่บ้างนะ...” เขาหันไปพูดตาละห้อยกับแทนแล้วเดินตามนิกกี้ลงไปจากยาน...

     

            เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยรนก็เข้าไปยังที่นั่งคนขับหลังจากนั้นเธอให้แทนเรียกหน้าจอค่าสถานะของตัวเขาเองออกมาแล้วพบว่ามีหน้าจอยานบินเพิ่มเข้ามามันมีให้เลือกว่าใครที่จะเป็นผู้ขับยานบินที่เขาสร้างขึ้นมาได้แทนเลือกไปที่คนในกิลด์และปาร์ตี้เมื่อเป็นเช่นนั้นเรนที่อยู่ปาร์ตี้เดียวกับแทนในตอนนี้จึงสามารถบังคับยานระดับโกลด์ลำนี้ได้ส่วนยายสกายแซฟไฟร์เออร์ที่แทนยังไม่ได้ตั้งชื่อใหม่นั้นเขาก็เลือกแบบเดียวกับไฮเวย์สตาร์ลำนี้

            เครื่องยนต์ถูกสตาร์ทผ้าชนิดพิเศษที่เป็นเส้นยาวด้านหลังของยานพลิ้วไสวอยู่นับร้อยเส้นมันเป็นภาพที่สวยงามและชวนตื่นตาแม้กระทั่งสำหรับมิร่าและสโนว์ที่ยืนดูการออกยานอยู่ด้านล่างพลังที่ถูกขับออกมาจากระบบเครื่องยนต์ไม่ใช่ไฟที่ร้อนแรงมันเกิดจากพลังงานที่ไม่ได้เกิดการเผาไหม้ แรงลมพัดออกทางท้ายยานเรนดึงคันบังคับขึ้นก่อนที่จะขยับเกียร์เพื่อเดินเครื่องยานบินไฮเวย์สตาร์เชิดส่วนหัวที่มองผ่านๆ แล้วเหมือนหัวเรียวแหลของมังกรมิติที่ด้านหน้ายานมีเขาสามเขาที่ลู่ไปด้านหลังและเมื่อเรนกดคันเร่งที่เท้ายานก็ทะยานต่อพุ่งสู่มองฟ้าระดับสูงขึ้นไปในขณะที่สกายแซฟไฟร์เออร์ออกยานช้ากว่าหลายนาทีเพราะนิกกี้ต้องใช้เวลาศึกษาระบบของยาน

            ไฮเวย์สตาร์บินผ่านท้องฟ้าบินผ่านยานบินที่บินไปมามากมายบนน่านฟ้าของดัสท์วัลเลย์ทุกสายตาที่มองเห็นมันพากันจ้องเป็นตาเดียวแต่เวลาที่มีให้มองเห็นมันได้ก็น้อยนักเนื่องจากความเร็วและแรงขับดันของเครื่องยนต์อันทรงพลังของมันพายานบินทะละชั้นเมฆขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

            ห้องโดยสารที่โปร่งใส่ทำให้มองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกและไอเมฆวิ่งผ่านไปดวงอาทิตย์ที่อยู่ด้านบนส่องแสงลงมาโดยไม่ผ่านสิ่งใดบลานซ์เรียนรู้วิธีขับยานนี้จากเรนในขณะที่แทนและลินไม่ได้สนใจการขับสักเท่าไรพวกเขาสองคนขึ้นไปบนดาดฟ้าทันที

            ดาดฟ้าลมแรงมากถ้านี่ไม่ใช่เกมพวกเขาทั้งสองคนคงปลิวหลุดรอยไปแล้วหรือไม่ก็ขาดอากาศหายใจเนื่องจากความเร็วของยานบินและความหนาแน่นที่น้อยลงของบรรยากาศซึ่งในเกมนี้ปรับเปลี่ยนให้เรื่องนี้ไม่มีผลกับผู้เล่นมากนักถึงมันจะทำให้เกมสมจริงน้อยลงไปบ้างแต่ถ้ามองถึงความสนุกที่ผู้เล่นจะได้รับเพิ่มขึ้นก็คุ้มค่าที่จะทำ

            “พี่แทน! เยี่ยมมากๆ เลยค่ะพี่!” ลินที่ยืนกางแขนเงยหน้าแล้วหลับตาให้สายลมพัดผ่านไปพูดเสียงดังหลังจากนั้นเธอก็ใช้มือจับผมของตัวเองพร้อมกับหันมาที่แทน “ขอบคุณค่ะพี่แทนที่ชวนลินมาอยู่กับพวกพี่และคนอื่นๆ” หญิงสาวพูดพร้อมรอยยิ้มอาจจะเป็นเพราะแสงอาทิตย์ที่ชัดเจน หรืออาจจะเป็นเพราะดวงใจของผู้พูดเชื่อมั่นในคำพูดตนเองรอยยิ้มที่เกิดขึ้นจึงสุกใสและงดงาม

            แทนพยักหน้าตอบตามด้วยรอยยิ้มเขากางแขนเลียนแบบลินบ้าง หลังจากนั้นก็ตะโกนเสียงดัง “ท้องฟ้า! พวกเรามาแล้ว!พวกฉันจะไปทุกที่ด้วยยานบินของพวกเรา!” แทนพูดออกไปก่อนจะหัวเราะเสียงดัง

            “วู้วววว!” เขาส่งเสียงให้ลอยไปตามลม

            “ใช่แล้ว! พวกเรามาแล้ว!” ลินพูดพร้อมกับทิ้งตัวลงนอนหงายบนดาดฟ้าของยานบินไฮเวย์สตารที่กำลังบินอยู่เหนือหมู่เมฆและจิตนาการ

            “ไปเลย! บินไปเลย!” แทนวิ่งไปที่สุดด้านหน้าของดาดฟ้าแล้วตะโกนเสียงดังหลังจากนั้นเรนก็พาพวกเขาบินไปอีกพักใหญ่แล้วเมื่อบลานซ์เริ่มพอรู้เทคนิคการขับเรนก็เปลี่ยนให้บลานซ์จัดการแล้วเธอก็ต้องตกใจเพราะเขาสามารถบังคับยานลำนี้ได้เก่งกว่าเธอเสียอีกเขาพายานบินลัดเลาะไปตามหน้าผาและผิวทะเลและเมื่อเรนเห็นการขับของบลานซ์เธอก็ส่ายหัวพร้อมกับพูดติดยิ้ม

            “เจ้าพวกนี้นี่สุดยอดจริงๆ”

            หลังจากผ่านไปพักใหญ่พวกของแทนก็กลับมาที่เมืองดัสท์วัลเลย์เรนให้บลานซ์จอดยานบินไว้ในที่จอดของทเวลฟ์วิงก์มิร่าและสโนว์ยังอยู่จัดการเรื่องยานที่จะใช้ลงแข่งอยู่ที่นั่นและเมื่อบลานซ์เทียบยานบินแล้วพวกเขาก็ลงมาด้านล่าง แต่ก่อนที่จะลงจากบันได้ถึงพื้นแทนก็ถามบางอย่างขึ้นกับเรนและเมื่อเธอได้ฟังสิ่งที่เขาพูดก็ต้องทำตาโต

            “หา! นายจะให้ฉันทำอย่างนั้นกับยานของพวกนายทั้งสองลำน่ะนะ!” เรนทำเสียงตกใจ

            แทนผงกหัวยืนยัน“ใช่...พวกฉันจำเป็นจะต้องชนะการแข่งโดยที่ต้องทำลายยานลำอื่นหลายลำ” แทนบอกออกไป

            เรนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจยาว“มันก็ไม่ใช่ไม่ได้แต่พวกนายต้องให้เวลาฉันจัดการ จัดการกับยานแบบนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย” เธอตอบออกไป

            “ตกลงว่าน่าจะทำได้?” แทนถาม

            “ตามทฤษฏีแล้วน่าจะทำได้” เรนตอบออกไป

            “เยส!” แทนทำเสียงดีใจในขณะที่เรนยืนนิ่งเมื่อเดินลงมาถึงพื้นของดัสท์วัลเลย์เธอยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นเกือบสิบนาทีไม่ว่าแทนหรือบลานซ์และลินจะเรียกอย่างไรเธอก็ไม่ตอบอะไรออกมาเธอยืนนิ่งเหมือนกำลังใช้ความคิดหรือตัดสินใจอะไรบางอย่าง...และเธอก็ตัดสินใจได้

            เรนเดินตรงไปหามิร่าหัวหน้ากิลด์ของเธอที่ยืนอยู่ข้างหัวหน้าฝ่ายยานบินของทเวลฟ์วิงก์เมื่อเธอไปถึงก็มีสีหน้าเครียด มิร่าและสโนว์สังเกตอาการนั้นได้แต่ก่อนที่ทั้งสองจะถามอะไรออกมาเรนก็ชิงพูดออกมาเสียก่อน

            “หัวหน้ามิร่า พี่สโนว์...” เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันอยากออกจากทเวลฟ์วิงก์ฉันอยากแข่งกับพี่สโนว์เพื่อยืนยันตัวของฉันเอง”

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องD.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ ที่คุณอ่าน