ตอนที่ 16: ที่พักในเงามืด และบทสนทนาใต้อักขระ
ท่ามกลางความเงียบสงัดและหมอกพิษสีม่วงจางๆ ของ 'ทุ่งกระดูกกลลวง' ลมหนาวที่หอบเอาละอองกำมะถันและเศษฝุ่นกระดูกลอยมาปะทะิัทำให้ความเย็นเยียบแทรกซึมลึกไปถึงชั้นกระดูก น้ำมนต์และโมนาเดินลัดเลาะผ่านโครงกระดูกขนาดมหึมาของสัตว์อสูรยุคโบราณ สองมือของพวกเขายังคงจับกันแน่นตามการเชื่อมโยงกระแสจิตของเอเต้ ทุกย่างก้าวเป็ไปด้วยความระมัดระวังขั้นสูงสุดเพื่อไม่ให้เกิดเสียงหรือคลื่นสั่นะเืในอากาศ
ความเงียบงันในทุ่งกระดูกอัดแน่นจนได้ยินเพียงเสียงหัวใจของน้ำมนต์และโมนาที่เต้นตึกตัก ม่านอาคมสีเขียวนวลที่โอบล้อมร่างของทั้งคู่ไว้ทำหน้าที่ปกปิดกลิ่นไอพลังงานและกลิ่นเนื้อหนังมนุษย์ได้เนียนกริบ สองเท้าของทั้งสองก้าวข้ามซากโครงกระดูกสันหลังั์ของอสูรโบราณอย่างระมัดระวัง แมงป่องกระดูกตัวใหญ่เท่ารถบรรทุกหลายตัวไต่ยั้วเยี้ยข้ามหัวพวกเขาไปบนซากโครงกระดูก ก้ามหนาเท่าประตูบ้านครูดกับกระดูกดัง แกร๊ก... แกร๊ก... ชวนขนลุก
แต่แล้ว... ความบ้าคลั่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น!
ฟึ่บ! วี้ดดดดด!
กระแสลมมิติเบื้องบนเปลี่ยนทิศกะทันหัน! ลมหมุนวนรอบทุ่งกระดูกปะทะเข้ากับรังสีดวงจันทร์สามดวง จนเกิดปฏิกิริยากระตุ้น 'หมอกพิษย่อยสลายิญญา' สีม่วง! หมอกที่เคยลอยอ้อยอิ่งกลับเริ่มควบแน่นและะเิความกดดันออกเป็คลื่นกระแทกสีม่วงมหาศาล!
บึ้มมมมมมม!
แรงอัดอากาศจากหมอกะเิพัดปะทะม่านอาคมกำบังตนของน้ำมนต์จนฉีกขาดเป็รอยร้าว! เสียง เพล้ง! ของม่านพลังสลายตัวดังขึ้นกลางความเงียบ!
"อั่ก!" น้ำมนต์กระเด็นไปกระแทกกับโครงกระดูกซี่โครงั์ กระแสอาคมที่ถูกย้อนกลับทำให้เขาถึงกับกระอักเืออกมา!
และในวินาทีที่ม่านอาคมสลายลง... กลิ่นเืสดๆ ของมนุษย์ และกลิ่นไอมานาจากถุงมือนาโนของโมนาก็พุ่งกระจายออกไปทั่วทุ่งกระดูกทันที!
กริ้ก! กริ้ก! กริ้ก!
ั์ตาสีน้ำเงินเรืองแสงนับร้อยคู่นับสิบดวงของฝูงแมงป่องกระดูกบนซากตึกและซากกระดูก พรึบสว่างขึ้นพร้อมกันในความมืด! พวกมันพร้อมใจกันหันหน้ามาทางน้ำมนต์และโมนา!
"งานเข้าของจริงแล้วโฮสต์!" เสียงเอเต้ะโเตือนในหัว "หมอกะเิมันทำลายอาคมพรางตัว! ไอ้พวกแมงป่องมันได้กลิ่นเืนายแล้ว! วิ่งไปที่ซากตึกสำนักงานข้างหน้าเร็ว!"
โฮกกกกก! (เสียงขู่ขี่จากลำตัวเปลือกกระดูก)
แมงป่องกระดูกั์ตัวที่ใกล้ที่สุด พุ่งทะยานข้ามซากปูนเข้ามาหาด้วยความเร็วพายุหมุน หางกระดูกขนาดมหึมาที่มีเหล็กในสีม่วงอาบพิษสกัดพุ่งฉมวกลงมาหมายจะเสียบร่างของน้ำมนต์ให้ตรึงอยู่กับพื้น!
"น้ำมนต์!" โมนาไม่รอช้า เธอสวมิญญาสปีด 50 เท่า พุ่งตัวผ่านหมอกพิษเข้าประกบข้างน้ำมนต์ ใช้ถุงมือนาโนชกหมัดตรงเข้าใส่เหล็กในกระดูกั์เต็มแรง!
เปรี้ยงงงงงง!
หมัดนาโนอัดอากาศะเิปลายเหล็กในกระดูกั์จนแตกกระจายเป็เศษผุยผง! แต่แรงสะท้อนกลับบวกกับหมอกพิษสีม่วงที่กัดกร่อนิัทำให้โมนาถึงกับทรุดลงคุกเข่า หอบหายใจหนักหน่วง ผื่นแดงพิษขึ้นเต็มแขนของเธอ!
"โมนา!" น้ำมนต์กัดฟันข่มความเ็ป ลุกขึ้นยืนประคองโมนาไว้ เขาประทับฝ่ามือลงบนพื้นดินใต้โครงกระดูก บริกรรมคาถาสยบปฐีอย่างเร่งด่วน!
"นะโม พุทธายะ... ปฐวีธาตุ สัมปะฏิจฉามิ!"
ตู้มมมมม!
รอยสักยันต์บนหลังของน้ำมนต์เรืองแสงทองสว่างวาบ แผ่นดินคอนกรีตและฝุ่นกระดูกใต้ฝีเท้าของฝูงแมงป่องะเิยกตัวขึ้นเป็กำแพงหินขนาดั์ขวางทางฝูงอสูรนับสิบตัวไว้ชั่วคราว!
"ไปเร็วครับโมนา!" น้ำมนต์อุ้มร่างของโมนาในท่าเ้าหญิง กระโจนฝ่าวงล้อมหมอกพิษสีม่วง มุ่งหน้าพุ่งตัวเข้าสู่ทางลงซากตึกสำนักงานเอียงกะเท่เล่เบื้องหน้าอย่างไม่คิดชีวิต!
กรงเล็บและเหล็กในกระดูกของแมงป่องนับสิบตัวสับลงบนกำแพงดินดัง ฉึก! ฉึก! ฉึก! ตามหลังมาติดๆ เพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ทั้งคู่จะสไลด์ตัวลอดผ่านประตูกระจกนิรภัยลงสู่ห้องนิรภัยใต้ดิน และน้ำมนต์ก็ใช้ดาบพลาสม่าฟันตัดเสาค้ำประตูให้ตึกถล่มลงมาปิดทางเข้าไว้อย่างลุ้นระทึก!
โครมมมมมมม!
เศษปูนและฝุ่นควันพุ่งคลุ้งปิดซ้อนทางเข้า เสียงร้องกระจิ๋วหงุดหงิดของฝูงแมงป่องดังอยู่ด้านนอกตึก... ทั้งสองรอดพ้นจากความตายในทุ่งกระดูกกลลวงมาได้อย่างหวุดหวิดชนิดที่ว่าแทบสิ้นสติ!
เมื่อผ่านพ้นเขตนอกของทุ่งกระดูก ทั้งคู่ก็พบกับซากตึกสำนักงานเก่าว่องไวเอียงกะเท่เล่ ด้านล่างมีห้องนิรภัยใต้ดินขนาดเล็กที่ประตูกระจกนิรภัยแตกหัก แต่โครงสร้างภายในยังคงแข็งแรงและพอจะใช้เป็ที่หลบภัยชั่วคราวได้
"ตรงนี้น่าจะปลอดภัยพอครับโมนา... หมอกพิษข้างนอกลงไม่ถึง" น้ำมนต์เอ่ยขึ้นเสียงแ่เบาหลังจากปล่อยมือนางสิงห์สาว
โมนาทรุดกายลงนั่งพิงผนังคอนกรีตอย่างหมดแรง เสียงท้องของเธอร้อง ครอก... ดังสะท้อนไปทั่วห้องมืด ทำให้นางเอกสาวสายเทควนโด้ถึงกับใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอาย เธอรีบยกมือขึ้นกุมท้องตัวเองไว้แน่น
"ขอโทษทีนะน้ำมนต์... ร่างกายฉันมันคงสูบพลังงานไปหมดแล้วจริงๆ ั้แ่หลุดเข้ามาในมิตินี้ ข้าวยังไม่ได้ตกถึงท้องฉันสักเม็ดเลย" โมนาพูดพลางฝืนยิ้มแห้งๆ
น้ำมนต์ยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิฝั่งตรงข้าม ปลดเป้ทหารเก่าที่เก็บได้จากห้องนิรภัยโรงพยาบาลออกมา บนแผ่นหลังของเขายังคงมีรอยบวมช้ำสีเขียวคล้ำจากการโดนกระบองพลาสม่าของวิศรุตฟาดใส่
"ฮ่าๆๆ! ยัยหนูเทควนโด้ไส้จะขาดแล้วเ้าโฮสต์!" เสียงเอเต้ลอยก้องออกมาจากขั้วเสียงที่อกของน้ำมนต์ "ดีนะที่ในเป้นั่นมี 'อาหารแท่งพลังงานสูง' (MRE) ของหน่วยปฏิบัติการพิเศษเหลืออยู่สองกล่อง กับ 'กระติกน้ำกรองรังสี' อีกหนึ่งขวด ไม่อย่างนั้นคงได้กินเนื้อแมงป่องกระดูกต้มขมแทนข้าวแน่!"
น้ำมนต์หยิบกล่องอาหารแท่งสีน้ำเงินเข้มและกระติกน้ำออกมา ส่งให้โมนาอย่างใส่ใจ "กินก่อนเลยครับโมนา คุณใช้พลังสปีดไปเยอะ ร่างกาย้าสารอาหารมากกว่าผม"
โมนาแกะซองอาหารแท่งออกแล้วกัดกินทันที ความหิวโหยทำให้รสชาติหวานเลี่ยนของแป้งและโปรตีนอัดแท่งกลายเป็ของอร่อยที่สุดในชีวิต เธอเคี้ยวอย่างตั้งใจพร้อมกับดิ่งกระดกน้ำตามไปหลายอึก ความอบอุ่นค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วช่องท้อง ใบหน้าที่เคยซีดเซียวกลับมามีเืฝาดอีกครั้ง
"ขอบใจนะน้ำมนต์..." โมนาพูดพลางเช็ดมุมปาก "ถ้าไม่ได้นาย... ฉันคงตายั้แ่หน้าประตูธนาคารแล้วล่ะ"
น้ำมนต์แกะอาหารแท่งของตัวเองกินบ้าง เคี้ยวช้าๆ อย่างสำรวมตามนิสัยเด็กวัด "อย่าพูดแบบนั้นเลยครับโมนา ถ้าไม่มีความเร็วและแรงเตะของคุณ ช่วยยื้อเวลาและเปิดทางให้ ผมคนเดียวก็คงไม่รอดเหมือนกัน เราต่างก็ต้องพึ่งพากันครับ"
ความเงียบปกคลุมห้องนิรภัยชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวภายนอกและแสงสีส้มจางๆ จากอักขระรอยสักยันต์บนแขนของน้ำมนต์ที่เรืองแสงสะท้อนในความมืด ให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาดท่ามกลางนรกมิติล่มสลาย
โมนาจ้องมองรอยสักยันต์ขอมบนแขนของน้ำมนต์ด้วยความสนใจ ั์ตาสีทองของเธอเป็ประกาย "ถามจริงเถอะน้ำมนต์... นายไปเรียนวิชาพวกนี้มาจากไหนเหรอ? ฉันเห็นเด็กวัยรุ่นยุคนี้เล่นแต่เกมกับโซเชียล ไม่มีใครนั่งท่องคาถาแบบนายสักคน"
น้ำมนต์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ั์ตาของเขามีร่องรอยของความโหยหาและคิดถึงบ้าน "ผมเป็เด็กกำพร้าครับโมนา... หลวงพ่อที่วัดป่ามหาพุทธารามเก็บผมมาเลี้ยงั้แ่ยังจำความไม่ได้ วัดของหลวงพ่อเป็วัดป่าสายกรรมฐานและสืบทอดวิชาอาคมสายขาวโบราณ ั้แ่เด็ก... คนอื่นเขาเล่นฟุตบอล เล่นเกม แต่ผมต้องตื่นตีสี่มาเดินจงกรม ท่องบทสวดมนต์ แล้วก็ฝึกมวยไทยโบราณกับหลวงพ่อทุกวัน"
"หลวงพ่อคงเคี่ยวกรำนายหนักน่าดูเลยนะ" โมนาเอียงคอฟังด้วยความตั้งใจ
"ครับ หนักมาก... แต่ท่านสอนเสมอว่า 'วิชาอาคมไม่ได้มีไว้เพื่อทำร้ายใคร แต่มีไว้เพื่อปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่า' ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจหรอกครับ จนกระทั่งหลุดเข้ามาในประตูมิตินี่แหละ ถึงได้รู้ว่าทุกอย่างที่หลวงพ่อสอน มันคือสิ่งที่รักษาชีวิตผมไว้" น้ำมนต์ก้มมองมือตัวเองที่พันด้วยผ้าดิบ "แล้วคุณล่ะโมนา? ลูกสาวนายทหารใหญ่อย่างคุณ ทำไมถึงมาฝึกเทควนโด้จนเก่งขนาดนี้ได้?"
โมนาถอนหายใจยาว พิงศีรษะกับผนังปูน "พ่อฉัน... พลเอกอัครเดช เขาอยากได้ลูกชายมาตลอด พอได้ฉันที่เป็ลูกสาวคนเดียว เขาก็เลี้ยงฉันเหมือนทหาร ั้แ่เด็กต้องตื่นมาวิ่ง ออกกำลังกาย ฝึกยิงปืน แล้วก็เรียนเทควนโด้ ฉันเคยโกรธพ่อนะ... คิดว่าพ่อไม่ได้รักฉันแบบลูกสาวคนอื่น แต่พอเติบโตขึ้น ถึงได้รู้ว่าพ่อแค่กลัวว่าวันหนึ่งเมื่อไม่มีเขาแล้ว ฉันจะไม่สามารถปกป้องตัวเองได้"
"พ่อของคุณรักคุณมากครับ" น้ำมนต์พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ตอนที่ติดต่อผ่านจอวันนั้น แววตาของท่านเต็มไปด้วยความห่วงใยคุณจริงๆ"
สองสายตาประสานกันในความมืดด้วยความเข้าใจในปูมหลังของอีกฝ่าย กำแพงระหว่างเด็กวัดผู้ไร้ญาติกับสาวไฮโซลูกนายทหารค่อยๆ ทลายลง ทิ้งไว้เพียงความเชื่อใจและพันธนาการทางจิติญญาที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น