“พี่จื่อเฉิน ข้าขอโทษแทนท่านปู่ของข้าด้วยเจ้าค่ะ” โจวซู่ซินมิอยากให้จิ่นเซวียนสมปรารถนา นางจึงจงใจต่อบทสนทนากับซ่งจื่อเฉิน ซ่งจื่อเฉินยกนิ้วชี้ขวาแนบริมฝีปาก ส่งเสียงชู่ออกมา เพื่อบอกโจวซู่ซินว่ามิให้นางรบกวนการพักผ่อนของภรรยาตัวน้อยของเขา
เมื่อมาถึงในเมือง จิ่นเซวียนค่อยๆ ลืมตาขึ้น ขณะนั้นโจวซู่ซินก็กำลังยิ้มแย้มมองมาที่จิ่นเซวียน
“พี่สะใภ้เล็ก พี่จื่อเฉินดีต่อท่านจริงๆ”
“เขาเป็นสามีของข้า มิดีกับข้า จะให้เขาไปดีกับผู้อื่นหรือ?” จิ่นเซวียนกอดแขนของซ่งจื่อเฉินพร้อมเผยยิ้มบางเบาให้โจวซู่ซิน “น้องซู่ซิน หน้าตาของเจ้างดงามเช่นนี้ สามีในอนาคตจะต้องดีกับเจ้าแน่”
ซย่าจิ่นเซวียน เจ้าจะอวดสิ่งใด สักวันข้าจะแย่งพี่จื่อเฉินกลับมา
“พรหมลิขิตคือการพบพาน ข้ามิอาจร้องขอ ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปเถิดเจ้าค่ะ เวลานี้เป้าหมายของข้ามีเพียงอย่างเดียว คือการทำให้ท่านแม่มีชีวิตที่ดี เป็นสิ่งที่ข้าควรทำในฐานะลูกเจ้าค่ะ” แม้โจวซู่ซินจะเกลียดจิ่นเซวียนมากเพียงใด แต่นางยังพูดจามีมารยาทอยู่
“เจ้าเป็นลูกสาวที่กตัญญูจริงๆ หานซื่อมีลูกสาวเช่นเจ้า นางคงได้เสพสุขแล้ว” จิ่นเซวียนตอบกลับพอเป็นพิธี
“ซู่ซิน พวกเจ้าลงไปก่อนเถิด พวกเราต้องไปทำธุระที่โรงหมอคังไท่” จากนั้นจิ่นเซวียนก็บอกให้พวกโจวซู่ซินลงจากรถ
พวกนางให้โจวซู่ซินกับโจวซั่วนั่งรถเข้าเมืองมาด้วยโดยมิคิดเงิน ถือว่ามีคุณธรรมมากพอแล้ว
“พี่สะใภ้เล็ก ของในตะกร้าสะพายหลังคือสิ่งใดหรือเจ้าคะ ใช่ยาสมุนไพรหรือไม่?” นางเห็นตะกร้าสะพายหลังใบใหม่ตั้งแต่ขึ้นรถมา มันถูกคลุมด้วยผ้าลายดอกไม้ นางจึงมองมิเห็นว่าของข้างในคือสิ่งใด?
“ลูกพี่ลูกน้องตัวน้อยของข้าชอบทานลูกพลับเจียงอัน ข้าเลยจะนำไปฝากนาง”
“เช่นนั้นท่านไปที่โรงหมอเพื่อทำสิ่งใดหรือเจ้าคะ?”
โจวซู่ซินซักถามจนถึงที่สุด
“ไปจำนำโสมคน ตอนขึ้นเขาล่าสัตว์ พวกเราโชคดีบังเอิญพบโสมคนต้นหนึ่งเข้า ข้าตั้งใจจะนำไปแลกเป็นเงินมาใช้จ่าย” จิ่นเซวียนมิคิดปิดบังเรื่องโสมคนกับโจวซู่ซิน อย่างไรเสียคนในหมู่บ้านก็ต้องรู้เรื่องนี้ในไม่ช้า
“โสม.......คนหรือ” โจวซู่ซินตกใจยิ่งนัก โสมคนเป็นยาบำรุงล้ำค่า ซย่าจิ่นเซวียนบอกว่าขุดพบโสมคน จะเป็นไปได้อย่างไร?
ซย่าตงชิงมิชอบท่าทางมิเชื่อถือของโจวซู่ซิน “เซวียนเซวียนของข้าเป็นผู้มีโชควาสนา แม้กระทั่งสวรรค์ยังเอาใจใส่นาง อย่าว่าแต่โสมคนเลย หากนางบอกว่าขุดได้ทอง ข้าก็เชื่อ”
“โสมคนนี้ราคาค่อนข้างสูง ข้าได้ยินมาว่าอายุยิ่งมาก ก็ยิ่งมีค่า” โจวซู่ซินคลายความประหลาดใจลง แล้วยิ้มตาหยีพูดคุยกับจิ่นเซวียนต่อ
“จื่อเฉินเอ๋ย เมื่อพวกเจ้าขึ้นภูเขาชางเยี่ยนหนหน้า อย่าลืมพาข้าไปด้วยเล่า” โจวซั่วที่นั่งอยู่นอกรถพูดสั่งซ่งจื่อเฉินราวกับเป็นเรื่องปกติ ซ่งจื่อเฉินมิชอบท่าทางของเขา
“บัณฑิตบอบบางเช่นท่าน หากข้าพาขึ้นเขาแล้วเกิดเรื่องขึ้นมา ข้ารับผิดชอบมิได้”
“ถึงข้าจะมิเป็นวรยุทธ์ แต่ก็ยังมีเจ้ามิใช่หรือ?พวกเราต่างก็คุ้นเคยกันดี หากมิใช่เพราะท่านปู่ท่านย่า เจ้าคงมาเป็นน้องเขยของข้าตั้งนานแล้ว” โจวซั่วอยากยั่วโมโหจิ่นเซวียน เขาจงใจบอกกับจิ่นเซวียนเป็นนัยๆ ว่าซ่งจื่อเฉินชอบโจวซู่ซิน
“เรื่องนี้น้องสะใภ้อย่าโกรธเลย จื่อเฉินปิดบังเจ้าเพราะกลัวเจ้าโกรธ” โจวซั่วพูดจบก็มิลืมซ้ำเติมจิ่นเซวียนอีกหน
“สามี ที่แท้ท่านกับน้องซู่ซินก็เป็นคู่รักกัน ข้าเป็นผู้ทำลายความสัมพันธ์ของพวกท่านทั้งสองใช่หรือไม่” จิ่นเซวียนเอ่ยอย่างขุ่นเคือง และแสร้งปล่อยแขนของซ่งจื่อเฉิน
ซ่งจื่อเฉินจับมือเอาอกเอาใจจิ่นเซวียน และอธิบายให้นางฟัง “ภรรยา เรื่องทั้งหมดนี้คือเรื่องเข้าใจผิด ข้ามิเคยชอบโจวซู่ซิน คนในหมู่บ้านปล่อยข่าวลือกันไปเอง”
“ท่านน้าเล็ก เรื่องนี้ข้าเป็นพยานได้เจ้าค่ะ ท่านอาห้ามิเคยชอบท่านอาซู่ซินเลย ท่านอาซู่ซินกับท่านอาเล็กสนิทสนมกัน ก่อนที่ท่านอาห้าจะเกิดเรื่อง ท่านอาซู่ซินมาที่บ้านของพวกเราบ่อยๆ ทุกคนจึงคิดว่าท่านอาห้าชอบนางเจ้าค่ะ”
“ใช่แล้วเซวียนเซวียน จื่อเฉินพูดความจริง เขามิเคยชอบซู่ซินเลย จะมาพูดเรื่องทำลายมิทำลายความสัมพันธ์ได้อย่างไร”
ซย่าตงชิงและซ่งหยวนหยวนพลัดกันพูดแทนซ่งจื่อเฉิน พวกนางกดดันโจวซู่ซินจนนางมิอาจเงยหน้า เวลานี้นางเกลียดพี่ใหญ่ของนางยิ่งนัก
“พี่สะใภ้เล็ก ท่านอย่าเข้าใจผิดนะเจ้าคะ ข้ากับพี่จื่อเฉินเป็นเพียงสหายกันเท่านั้น พี่ใหญ่ของข้าพูดจาเหลวไหล เขามิรู้แล้วเอามาพูดต่อ กล่าวหาว่าข้าชอบพี่จื่อเฉินเจ้าค่ะ” แม้โจวซู่ซินจะชอบซ่งจื่อเฉินมากเพียงใด นางก็มิอาจยอมรับได้
ซ่งจื่อเฉินเป็นคนที่มีครอบครัวแล้ว และเขายังย้ำต่อหน้านางว่ามิได้ชอบนาง เท่านี้ก็น่าอับอายเกินพอแล้ว พี่ใหญ่ยังสร้างปัญหาให้นางอีก
“ในเมื่อเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ข้าก็จะให้อภัย แต่หากท่านกล้าหาเศษหาเลยข้างนอก ข้ามิปล่อยท่านไปแน่” จิ่นเซวียนรู้ว่าซ่งจื่อเฉินมิชอบโจวซู่ซิน นางเพียงแค่โมโหโจวซั่ว
โจวซู่ซินมิยอมรับว่าชอบซ่งจื่อเฉิน ถือว่ารู้กาลเทศะยิ่งนัก
ผู้ชายของนาง ย่อมเป็นของนางเพียงผู้เดียวเท่านั้น ผู้ใดก็อย่าคิดจะแตะต้อง
“พี่จื่อเฉิน นี่คือค่ารถม้าเจ้าค่ะ” หลังลงจากรถ โจวซู่ซินหยิบเงินสามสิบเหวินออกมาจ่ายค่ารถม้า แต่โจวซั่วเอ่ยห้ามและหยิบเงินไปจากมือของนางทันที
“เวลานี้จื่อเฉินมีเงินมากมายแล้ว เขาคงมิอยากได้เงินจำนวนเท่านี้หรอก”
จิ่นเซวียนหมดคำพูด บุรุษผู้นี้ไร้ยางอายจริงๆ โจวซู่ซินมีพี่ชายเช่นนี้ นางคงวุ่นวายเอาการ แต่เป็นเช่นนี้ก็ดี ด้วยนิสัยของโจวซั่วแล้ว เกรงว่าจะทำให้โจวซู่ซินลำบากในวันข้างหน้าแน่ มีเขาคอยถ่วงแข้งถ่วงขาเช่นนี้ นางคงมิกล้าสร้างปัญหาไปอีกพักหนึ่ง
“อาเฉวียน พวกเราไปกันเถิด” ซ่งจื่อเฉินสั่งให้ซ่งเฉวียนออกรถ อย่าไปสนใจพวกไร้ยางอาย
“เซวียนเซวียน เจ้าต้องเชื่อจื่อเฉินนะ เรื่องของจื่อเฉินกับโจวซู่ซินเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น” หลังรถม้าออกตัว ซย่าตงชิงก็เกลี้ยกล่อมจิ่นเซวียนให้เชื่อใจซ่งจื่อเฉินด้วยความหวังดี
“พี่ตงชิง สามีภรรยาหากมิมีแม้แต่ความเชื่อใจ ที่เป็นขั้นพื้นฐานที่สุดของการใช้ชีวิตคู่ ก็มิจำเป็นต้องอยู่ด้วยกันแล้วเจ้าค่ะ เมื่อครู่ข้าเพียงแสดงละครให้พี่น้องแซ่โจวดูเฉยๆ เจ้าค่ะ” ซ่งจื่อเฉินมีความรู้สึกต่อโจวซู่ซินหรือไม่ นางมองออก
“พี่ใหญ่ ข้าผิดหวังกับท่านยิ่งนัก ท่านใส่ร้ายข้าต่อหน้าคนนอกได้อย่างไร” พี่น้องตระกูลโจวเถียงกันอยู่ตรงมุมถนน โจวซู่ซินโกรธโจวซั่วมิน้อย พี่ชายงี่เง่าของนางเห็นแต่ผลประโยชน์ที่อยู่ตรงหน้า เขามิเคยเข้าใจนางเลย
“ข้าทำเช่นนั้น มิได้เพื่อยั่วโมโหซย่าจิ่นเซวียนหรือ?ผู้ใดให้นางกลั่นแกล้งเจ้าเล่า” โจวซั่วมิคิดว่าตนเองทำผิด
“ช่างเถิด ข้ามิอยากพูดเรื่องนี้กับท่านอีกแล้ว”
“พวกเราดูนั่น นั่นมิใช่สาวงามจากหมู่บ้านสกุลโจว โจวซู่ซินหรือ?ข้าได้ยินว่าท่านปู่ของนางเป็นฆาตกร!” สิ้นเสียงของโจวซู่ซิน เสียงของสตรีออกเรือนนางหนึ่งก็ดังมาจากฝั่งตรงข้าม นางรู้จักสตรีนางนั้น เป็นคนจากฝั่งบ้านท่านยายของนาง
เรื่องที่ท่านปู่เป็นฆาตกรแพร่ออกไปรวดเร็วยิ่งนัก
“บรรพบุรุษของพวกเขาเป็นทาส โจวซู่ซินเองก็มิได้ดีเลิศนัก เพื่อล่อลวงคุณชายซ่ง นางทำให้หลานสาวของซย่าซิ่วไฉลำบากใจด้วย”
“หลานสาวของซย่าซิ่วไฉคือหมอเทวดา ข้าได้ยินว่านางรักษาซ่งจื่อเฉินจนหายดี โจวซู่ซินต้องอิจฉาหลานสาวของซย่าซิ่วไฉนางนั้นแน่ๆ ถึงได้กล้าล่อลวงคุณชายซ่งในที่สาธารณะ”
คำพูดมิน่าฟังเหล่านั้นลอยเข้าหูโจวซู่ซิน นางอยากจะเดินออกไปหาที่ซ่อน มิให้ผู้ใดรู้ว่านางเข้ามาในเมือง
คนในเมืองรู้เรื่องครอบครัวของนางแล้ว มิแน่เรื่องนี้อาจจะถึงหูของคนตระกูลหวังแล้วเช่นกัน
“พี่โจว ข้าได้ยินว่าบ้านของพวกเจ้าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมิใช่หรือ ข้าว่าจะไปหาเจ้าอยู่พอดี” โจวซู่ซินกับโจวซั่วยังมิทันได้ตั้งสติ ก็มีคุณชายในชุดผ้าแพรสง่างามเดินมาจากฝั่งตรงข้ามกับที่พวกเขายืนอยู่ และด้านหลังของคุณชายผู้นั้นยังมีบ่าวรับใช้สองคนกำลังเดินตามมา พร้อมกับของขวัญสองสามกล่องที่ถูกขยำแล้วอยู่ในมือ