ย้อนเวลามาเป็นพระชายากับระบบสมาร์ตโฟนต่างมิติ (จบแล้ว)

    เล่มที่ 3 บทที่ 65 ชายารักไม่กลัวว่าเปิ่นหวางจะเดียวดายจนหลับไม่ลงหรือ

           เยว่เฟิงเกอเปิดเตาหลอมหยิบยาเม็ดหนึ่งที่อยู่ด้านในออกมา ก่อนจะส่งให้ม่อหลิงหาน“คืนนี้ท่านกินยาเม็ดนี้เสีย”

           “สิ่งนี้ใช้ทำอันใดหรือ? ”  เฉียวเฟยและถานอี้สงสัยในยาเม็ดนี้เป็นอย่างมาก

           เยว่เฟิงเกอกล่าวว่า“ในร่างกายของท่านอ๋องไม่ได้มีแค่พิษไฟหนาวเพียงอย่างเดียว ในช่วงสองสามวันนี้ยังถูกวางยาพิษชนิดอื่นในร่างด้วย ส่วนยาเม็ดนี้คือยาถอนพิษอีกชนิดที่ว่า”

           “พระชายาตรัสว่าอะไรนะท่านอ๋องถูกวางยาพิษอีกแล้ว? ”

           ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เฉียวเฟยกับถานอี้แม้แต่ม่อหลิงหานก็ยังอดขมวดคิ้วไม่ได้

           เขาถูกคนวางยาพิษตั้งแต่เมื่อใดเหตุใดตัวเขาจึงไม่ทราบ?

           เมื่อเห็นว่าเยว่เฟิงเกอมีสีหน้าเคร่งขรึมไม่มีท่าทีล้อเล่น ม่อหลิงหานก็นึกย้อนกลับไปว่า สองสามวันมานี้เขาทำอะไรไปบ้าง

           สองสามวันนี้เขาอยู่แต่ในจวนตลอดนอกจากวันนั้นที่พาเยว่เฟิงเกอเข้าวังไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้แล้ว ก็มีแค่เมื่อวานที่เขาเข้าประชุมเช้า

           และครั้งนั้นที่เขาไปเข้าวังเขาก็ได้เจอแค่ฮ่องเต้กับองค์ชายสาม

           แน่นอนว่าฮ่องเต้ไม่มีทางวางยาพิษทำร้ายเขาแน่ส่วนองค์ชายสามในตอนนั้นก็ยืนอยู่ห่างจากเขา ทั้งยังไม่พบความผิดปกติอะไร

           เช่นนั้นก็เห็นจะมีแค่เที่ยงเมื่อวานที่เขาต้องรั้งอยู่ในวังหลวงกินอาหารที่ห้องเครื่องในวังจัดเตรียมให้

           ระหว่างนั้นมีสาวใช้คนหนึ่งรินสุราให้เขาหลังจากเขาดื่มสุราจอกนั้นหมดก็กลับไปกินอาหารอีกเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปจากห้องเครื่องกลับตำหนักไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้

           ตอนนั้นคนที่ร่วมกินอาหารอยู่ในห้องเครื่องต้นนอกจากตัวเขาแล้วก็มีแค่องค์ชายใหญ่และองค์ชายสามสองคน ซึ่งทั้งสองคนนี้ต่างก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเขามากพวกเขาไม่มีทางวางยาพิษทำร้ายเขาแน่

           หรือว่าจะเป็นนางกำนัลคนนั้นที่วางยาในสุรา?

           เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นเรื่องที่นางกำนัลคนหนึ่งจะกล้าทำได้เบื้องหลังของนางกำนัลคนนั้นต้องมีคนบงการอยู่แน่

           คิดถึงตรงนี้ม่อหลิงหานก็กำมือแน่น เขาจะต้องสืบเรื่องนี้ให้กระจ่างให้ได้ จะต้องรู้ให้ได้ว่าเป็นใครกันแน่ที่ต้องการวางยาพิษทำร้ายเขา

    ……...........................................................................................

           ตอนเย็นหลังมื้ออาหารม่อหลิงก็กลับไปเรือนหานโยว เพื่อกินยาเม็ดนั้นที่เยว่เฟิงเกอให้มา

           ตอนที่ยาเม็ดนั้นค่อยๆไหลลงท้องไป เขารับรู้ได้ว่าบริเวณจุดตันเถียน [1] มีความร้อนสายหนึ่งกำลังหมุนเวียนคล้ายกำลังต่อต้านกับขุมกำลังอีกขุมในร่างกายเขา

           สุดท้ายกลุ่มความร้อนนั้นก็เอาชนะขุมกำลังนั้นได้และพุ่งกระจายไปทั่วร่างม่อหลิงหาน ก่อนจะค่อยๆ เดินทางเข้าสู่หัวใจเขา

           ม่อหลิงหานหลับตาลงพยายามซึมซาบกับคลื่นพลังความร้อนนั้น

           เพียงแต่เมื่อกลุ่มความร้อนนั้นแล่นเข้าสู่หัวใจแล้วก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดอีก

           ม่อหลิงหานรู้สึกว่าบริเวณหัวใจที่เดิมทียังรู้สึกปวดแปลบน้อยๆจากอาการพิษไฟหนาวกำเริบ เมื่อความร้อนพุ่งมาถึงหัวใจ ความเจ็บแปลบนี้ก็หายไปทันที

           ม่อหลิงหานลืมตาขึ้นเขาเข้าใจแล้วกลุ่มก้อนความร้อนนี้เป็นผลมาจากยาถอนพิษเม็ดนั้น

           หากไม่ใช่เพราะเยว่เฟิงเกอเกรงว่าเขาคงถูกพิษอีกชนิดในร่างทำลายร่างกายไปแล้ว

           ม่อหลิงหานเรียกถานอี้มา“ไปเรียกพระชายามา”

           ถานอี้รับบัญชาไปตามหาพระชายาที่เรือนเยว่เหยา

           ทว่า เป็นนานก็ไม่เห็นเยว่เฟิงเกอมาเสียทีม่อหลิงหานจึงเริ่มร้อนรนเล็กน้อย เมื่อนึกถึงก่อนหน้านี้ที่เยว่เฟิงเกอรักษาขาให้ถานอี้เขาก็ให้รู้สึกเสียใจภายหลังแล้ว ไม่ควรให้ถานอี้ไปตามเยว่เฟิงเกอเลย

           “เฉียวเฟย”ม่อหลิงหานส่งเสียงตะโกนออกไปนอกเรือน

           เฉียวเฟยรีบเข้ามาทันที“กระหม่อมอยู่นี่พ่ะย่ะค่ะ”

           “ไปดูที่เรือนเยว่เหยาเหตุใดพระชายายังไม่มาอีก? ” ม่อหลิงหานออกคำสั่งด้วยสีหน้าเย็นชา

           เมื่อเห็นว่าท่านอ๋องมีสีหน้าไม่น่ามองเฉียวเฟยก็รีบรับบัญชาแล้วจากไปทันที ทว่า เขาเพิ่งไปได้แค่ครึ่งทางก็เห็นเยว่เฟิงเกอกับถานอี้กำลังเดินมา

           ถานอี้เห็นเฉียวเฟยเดินมาก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “เหตุใดเจ้าไม่อยู่กับท่านอ๋อง? ”

           เฉียวเฟยขยับเข้ามาพูดใกล้ๆถานอี้ “เมื่อครู่เหมือนท่านอ๋องจะพิโรธ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าทรงพิโรธด้วยเรื่องใด เอาเป็นว่าอีกเดี๋ยวเจ้าเข้าไปก็ระวังๆหน่อยแล้วกัน”

           เยว่เฟิงเกอได้ยินคำของเฉียวเฟยก็อดมองเฉียวเฟยด้วยสีหน้าสงสัยไม่ได้

           ม่อหลิงหานกำลังโกรธใครไปทำอะไรเขาเข้าอีกแล้ว?

           ตอนที่เยว่เฟิงเกอมาถึงเรือนหานโยวก็เห็นว่าม่อหลิงหานกำลังนั่งทำหน้าอึมครึม นางก็ไม่รอช้าก้าวยาวๆ เข้าไปด้านในแล้วจับแขนม่อหลิงหานขึ้นมาจับชีพจรในทันที

           หลังจากตรวจดูเพียงครู่หนึ่งก็รู้ได้ว่าพิษชนิดนั้นในร่างม่อหลิงหานสลายไปแล้วเหลือเพียงพิษไฟหนาวเท่านั้น

           “เมื่อครู่เจ้าทำอะไรอยู่เหตุใดจึงมาช้าเพียงนี้? ” ม่อหลิงหานกลับไปเป็นก้อนน้ำแข็งเช่นเดิมอีกแล้ว

           เยว่เฟิงเกอรู้สึกว่าม่อหลิงหานไม่ต่างจากเด็กน้อยคนหนึ่งที่เดี๋ยวเดียวก็โกรธ

           ตอนที่ถานอี้ไปถึงเรือนเยว่เหยานางกำลังทำเม็ดผงสลายพิษชิงเสินอยู่ จึงได้มาช้าเช่นนี้

           นางอธิบายอย่างใจเย็น“เมื่อครู่หม่อมฉันกำลังทำเม็ดผงสลายพิษชิงเสินให้ท่านอ๋องอยู่เพคะ”

           “เป็นเช่นนี้จริงหรือ? ” ยามที่พูด ม่อหลิงหานเงยหน้าขึ้นมองถานอี้

           ถานอี้ไม่อยากทำให้ท่านอ๋องพิโรธเขารีบพยักหน้า “ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง เมื่อครู่ตอนที่กระหม่อมไปถึงเรือนเยว่เหยาเห็นว่าพระชายากำลังทำยาอยู่ในสวน กระหม่อมจึงรอให้พระชายาทำยาให้เสร็จก่อน ถึงได้เชิญพระนางมาที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”

           คำอธิบายของคนทั้งสองไม่ได้ทำให้สีหน้าของม่อหลิงหานดีขึ้นเลย

           เขาโบกมือให้ถานอี้ถอยไปทำให้ในห้องนี้เหลือแค่เยว่เฟิงเกอกับม่อหลิงหานสองคนเยว่เฟิงเกอเองก็ไม่อยากเสียเวลา นางหยิบขวดกระเบื้องเคลือบเล็กๆออกมาส่งให้ม่อหลิงหาน

           “นี่คือสิ่งใด? ” ม่อหลิงหานมองขวดกระเบื้องเคลือบเล็กๆในมือเยว่เฟิงเกอแล้วเอ่ยถาม

           เยว่เฟิงเกอตอบว่า“ในนี้มีเม็ดผงสลายพิษชิงเสินอยู่ มันมีไว้สำหรับถอนพิษโดยเฉพาะ ขอแค่ท่านอ๋องกินมันเข้าไปในอนาคตไม่ว่าท่านจะต้องพบเจอพิษชนิดใด ก็ไม่อาจทำอะไรท่านได้”

           “ผงสลายพิษชิงเสิน? ” ม่อหลิงหานพึมพำเสียงเบา

           ตอนนั้นกงซุนหนานเสียนเคยพูดถึงยาชนิดนี้มาก่อนตอนนั้นคนยังบอกด้วยว่ายาชนิดนี้ทำยากมา ต้องใช้อุปกรณ์มากมายและยังต้องใช้สมุนไพรที่ล้ำค่ามาก ยิ่งกว่านั้นต้องใช้เวลาหลอมถึงสามวันสามคืนถึงจะทำออกมาได้

           เนื่องจากกงซุนหนานเสียนไม่มีสมุนไพรที่สามารถหลอมเม็ดผงสลายพิษชิงเสินได้เรื่องนี้จึงไม่สำเร็จเสียที

           “ยานี้เจ้าใช้เวลาทำนานเท่าใด? ” ม่อหลิงหานยังรู้สึกไม่ค่อยเชื่อนัก

           เยว่เฟิงเกอขบคิดจากนั้นกล่าวตอบ “ประมาณสองชั่วยามกระมัง”

           ม่อหลิงหานเทยาเม็ดเล็กๆห้าเม็ดในนั้นออกมา และเห็นว่ายาเม็ดทั้งห้านี้เป็นสีเหลืองแววใส

           ม่อหลิงหานคิดไม่ถึงแม้แต่กงซุนหนานเสียนที่เชี่ยวชาญวิชาแพทย์เพียงนั้นยังบอกว่าต้องใช้เวลาถึงสามวันสามคืนแต่เยว่เฟิงเกอกลับใช้เวลาเพียงสองชั่วยามก็ทำสำเร็จ

           เมื่อเห็นว่านางทำยาที่หลอมออกมาได้ยากได้สำเร็จแถมยังพูดราวกับเป็นเรื่องง่ายดายอีกด้วย ม่อหลิงหานก็อดตกตะลึงไม่ได้

           วิชาแพทย์ของนางอยู่ในระดับใดแล้ว?

           เยว่เฟิงเกอเห็นว่าม่อหลิงหานมองนางด้วยสายตาเลื่อนลอยก็รีบเอ่ยเตือน “ท่านอ๋องรีบกินยานี่เข้าไปเถอะเพคะ เช่นนี้ไม่ว่าในอนาคตใครจะอยากวางยาพระองค์ก็ไร้ประโยชน์ทั้งสิ้น”

           เมื่อม่อหลิงหานดึงสติกลับมาได้ก็กินยาเม็ดเล็กๆห้าเม็ดนั้นลงไปทันที

           เมื่อยาเม็ดลงไปในท้องแล้วก็สลายกลายเป็นน้ำที่ไหลไปทั่วทุกอณูในร่างกายเขา

           เมื่อเม็ดผงสลายพิษชิงเสินเข้าสู่ร่างกายม่อหลิงหานความรู้สึกที่ได้รับก็เป็นเช่นเดียวกับกลุ่มความร้อนก่อนหน้านี้ที่บุกทะลวงไปตามเส้นสลายลมปราณในร่างเขา

           ม่อหลิงหานรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายในตอนนี้ความกรุ่นโกรธในใจเขาถึงได้สลายหายไปโดยสิ้นเชิง

           สายตาที่ม่อหลิงหานใช้มองเยว่เฟิงเกอยิ่งเต็มไปด้วยความรักลึกซึ้ง

           ในเมื่อตอนนี้ได้รับยาวิเศษเช่นนี้จากเยว่เฟิงเกอนับแต่นี้ไปเขาคงไม่ต้องกังวลว่าจะถูกคนวางยาพิษอีกแล้ว

           ส่วนคนที่ก่อนหน้านี้วางยาเขาไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะรีบสืบหาแล้วเอาตัวมาให้ได้ จากนั้นค่อยสับอีกฝ่ายเป็นหมื่นๆชิ้น

           เยว่เฟิงเกอเห็นว่าเมื่อครู่ม่อหลิงหานยังมีสีหน้าขมุกขมัวแต่ตอนนี้กลับมองนางด้วยความรัก นางก็รู้แล้วว่าความพยายามของนางไม่เสียเปล่า    

           จู่ๆม่อหลิงหานก็กล่าวว่า “คืนนี้ชายารักอย่ากลับเรือนเยว่เหยาเลยนอนกับข้าที่นี่เถอะ”

           เมื่อเยว่เฟิงเกอได้ยินม่อหลิงหานบอกให้นางนอนกับเขานางก็ตกใจจนตากระตุก รีบร้อนปฏิเสธทันที

           “ไม่ได้เด็ดขาด”

           ม่อหลิงหานเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ“เพราะเหตุใด หรือว่าชายารักไม่กลัวว่าเปิ่นหวางจะเดียวดายจนหลับไม่ลง? ”

           เมื่อได้ฟังประโยคนี้เยว่เฟิงเกอก็อดมุมปากกระตุกไม่ได้

           นางไม่กลัวจริงๆว่าม่อหลิงหานจะเดียวดายจนหลับไม่ลง เพราะหลายปีมานี้ก็ไม่ใช่ว่าเขานอนคนเดียวมาโดยตลอดหรือจู่ๆ จะเดียวดายจนหลับไม่ลงได้อย่างไร?

           เยว่เฟิงเกอยิ้มหัวเราะแห้งๆสองเสียง “หึ...ท่านอ๋อง อย่าได้ล้อหม่อมฉันเล่นเลยเพคะยามไม่มีหม่อมฉันอยู่ข้างกาย ทรงหลับสบายกว่าใครทั้งหมด”

           การต้องฟังม่อหลิงหานเรียกตนว่าชายารักถือเป็นสิ่งที่ทำให้เยว่เฟิงเกอรู้สึกเข็ดฟันจนฟันแทบหลุด

     

     

    ————————————————————————————————

    เชิงอรรถ

    [1] จุดตันเถียน(丹田)ชื่อตำแหน่งบนร่างกายอยู่บริเวณท้องน้อยใต้สะดือเป็นจุดรวมลมปราณของร่างกาย

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นพระชายากับระบบสมาร์ตโฟนต่างมิติ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774