แสงแดดยามเย็นสีส้มนวลสาดกระทบลงบนตัวเรือนหรูสองชั้นสไตล์โคโลเนียลหลังใหญ่รั้วรอบขอบชิด ตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นที่หลายไร่ใจกลางกรุง ลมพัดแ่ๆ พัดเอากลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลูกเรียงรายตามทางเดินหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ อากาศในเดือนพฤศจิกายนเริ่มเย็นลงเล็กน้อย หลังจากผ่านพ้น่ฤดูฝนที่แสนยาวนาน
ภายในห้องนอนใหญ่บนชั้นสอง ผ้าม่านลูกไม้สีขาวบางพลิ้วไหวตามแรงลม เผยให้เห็นการตกแต่งภายในที่เน้นโทนสีทอง ความหรูหราสมชื่อเ้าของ คุณนายองุ่น หรือ อรอนงค์ ในวัยยี่สิบห้าปี เธอกำลังยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ สำรวจตัวเองในชุดนอนผ้าบางเบาสีชมพูอ่อนเนื้อดี สายเดี่ยวเล็กๆ เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียด และกระโปรงสั้นเหนือเข่าขึ้นไปเล็กน้อยทำให้เรียวขาสวยดูยาวสวย
ใบหน้าหวานรูปไข่ ดวงตากลมโตเป็ประกาย จมูกโด่งเล็กรับกับริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ ผมยาวสลวยถูกปล่อยให้ลงมาอย่างอิสระ แม้จะเป็เพียงชุดนอนเรียบง่าย แต่รูปร่างอรชรของเธอก็ยังคงงดงามราวกับนางแบบ
วันนี้เป็วันครบรอบหนึ่งปีของการแต่งงานระหว่างเธอกับ สหชาติ ชายวัยห้าสิบปลายๆ เ้าของร้านทองชื่อดังหลายสาขา ผู้ร่ำรวยมหาศาล สินสอดทองหมั้นที่เขาขนมาสู่ขอเธอในวันนั้นทำเอาชาวบ้านร้านตลาดฮือฮากันไปทั้งบาง ทำให้ใครต่อใครต่างก็อิจฉาในโชคชะตาขององุ่นที่ได้ดิบได้ดีราวกับนางซินเดอเรลล่า
ทว่า ความสุขที่ฉาบฉวยภายนอกนั้นกลับซ่อนไว้ด้วยความอึดอัดและทรมานภายในใจของหญิงสาว สหชาติผู้เป็สามี แม้จะเอาใจใส่ดูแลเธออย่างดี มอบความสะดวกสบายและทรัพย์สินเงินทองให้ใช้อย่างไม่ขาดมือ แต่เื่บนเตียงกลับเป็ปัญหาใหญ่ที่กัดกินความสุขของเธอไปทีละน้อย
สหชาติในวัยนี้ ร่างกายเริ่มโรยรา สมรรถภาพทางเพศก็ถดถอยลงอย่างน่าใจหาย นานๆ ครั้งถึงจะสามารถเอาการเอางานได้สักที และแต่ละครั้งก็มักจะจบลงอย่างรวดเร็ว ไม่ทันได้สร้างความสุขสมให้กับองุ่นเลยสักนิด
หญิงสาวถอนหายใจแ่เบา มองไปยังเตียงขนาดคิงไซส์ที่ถูกปูด้วยผ้าไหมสีทองอร่าม วันนี้เธอตั้งใจว่าจะชวนสามีทานอาหารค่ำสุดหรูที่บ้าน และหวังว่าบรรยากาศโรแมนติกอาจจะช่วยกระตุ้นให้นกเขาของเขากลับมาคึกคักได้บ้าง
เสียงเปิดประตูดังขึ้น สหชาติในชุดสูทสีเทาเนื้อดี เดินเข้ามาในห้อง ใบหน้าคมคายที่เคยมีเสน่ห์บัดนี้เริ่มมีร่องรอยของวัยปรากฏให้เห็นชัดเจน เขายิ้มบางๆ ให้ภรรยาสาว
"แต่งตัวสวยเชียวนะจ๊ะองุ่น วันนี้มีอะไรพิเศษหรือเปล่า" เสียงทุ้มนุ่มของเขายังคงอบอุ่นเสมอ
"วันนี้ครบรอบแต่งงานของเรานี่คะคุณชาติ องุ่นก็เลยอยากให้วันนี้เป็วันที่พิเศษ" เธอตอบพลางเดินเข้าไปคล้องแขนสามีอย่างเอาใจ
"จริงด้วยสิ ผมนี่มันขี้ลืมจริงๆ" สหชาติหัวเราะเบาๆ แล้วลูบศีรษะภรรยาเบาๆ "ขอบคุณมากนะจ๊ะที่ยังใส่ใจ"
บรรยากาศในห้องอาหารเป็ไปอย่างชื่นมื่น อาหารรสเลิศถูกปรุงแต่งอย่างพิถีพิถัน เทียนหอมถูกจุดให้แสงสว่างนวลตา ไวน์รสเลิศถูกรินใส่แก้วใส ทั้งสองพูดคุยกันถึงเื่ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน แต่ในใจขององุ่นนั้นกลับเฝ้ารอคอย่เวลาหลังจากนี้
หลังจากทานอาหารเสร็จ สหชาติชวนองุ่นไปนั่งฟังเพลงในห้องนั่งเล่น แสงไฟสลัวๆ และเพลงรักหวานซึ้งช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติกได้เป็อย่างดี องุ่นเอนซบไหล่สามีอย่างแนบชิด มือเรียวลูบไล้แผงอกกว้างอย่างแ่เบา หวังจะกระตุ้นเร้าอารมณ์ของเขา
ทว่า เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง สหชาติก็ยังคงนั่งฟังเพลงอย่างสงบ ไม่มีทีท่าว่าจะโอนอ่อนตามแรงปรารถนาของภรรยาเลยแม้แต่น้อย ในที่สุด องุ่นก็เริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยหน่ายและท้อแท้
"คุณชาติคะ วันนี้องุ่นรู้สึก..." เธอเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา แต่ก็ไม่รู้จะเอ่ยคำใดต่อ
สหชาติหันมามองหน้าภรรยา ดวงตาของเขาฉายแววเห็นใจ "องุ่นจ๊ะ ผมรู้ว่าหนู้าอะไร แต่ร่างกายผมมันไม่ค่อย..." เขาพูดไม่ออก ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง
ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้อง ความรู้สึกผิดหวังและอัดอั้นตันใจจุกอยู่ที่คอขององุ่น เธอเข้าใจดีถึงข้อจำกัดทางร่างกายของสามี แต่ความ้าลึกๆ ภายในใจของหญิงวัยกำลังสาวนั้นมันก็รุนแรงเกินกว่าจะอดกลั้นได้
ค่ำคืนนั้น องุ่นนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงกว้างอย่างกระสับกระส่ายข้างๆสามี ความเหน็บหนาวในหัวใจมันรุนแรงกว่าอุณหภูมิภายนอกเสียอีก เธอคิดถึงััที่เร่าร้อน คิดถึงความสุขสมที่เคยได้รับจากชายคนรักเก่า แต่ความคิดเ่าั้ก็ต้องถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยคำว่า "ภรรยา" และ "ความซื่อสัตย์"
ในความมืดมิด ดวงตาขององุ่นพลันเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มๆ สองร่างที่นอนสงบนิ่งอยู่บนพรมผืนใหญ่ข้างเตียง นั่นคือ กล้วยไข่ สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ขนสีเทาขาว ดวงตาสีฟ้าใส และ บิ๊กไบค์ สุนัขพันธุ์โดเบอร์แมนสีดำแกมน้ำตาล รูปร่างสง่างาม ทั้งสองเป็เพื่อนคลายเหงาที่สหชาติซื้อมาให้เธอเลี้ยงเมื่อไม่นานมานี้
ความคิดบางอย่างแล่นวาบเข้ามาในสมองขององุ่น มันเป็ความคิดที่น่าใ น่าอับอาย และไม่สมควรเกิดขึ้น แต่ในห้วงแห่งความปรารถนาที่ถูกกดทับมานานแสนนานนั้น เธอกลับรู้สึกราวกับว่ามันเป็ "ทางออกสุดท้าย" ของเธอ