หลังจากเหตุการณ์วันนั้นได้มีรถม้าคันใหญ่ติดตราจวนเ้าเมืองถึง 2 คัน วิ่งตามกันมาบนถนนการค้าจวบจนหยุดนิ่งที่บริเวณมุมหนึ่งในตลาด ทำให้ชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นมองดูด้วยความสนใจ บ่าวชายร่างกำยำยกหีบที่ทำจากไม้เนื้อดีที่ถูกอัดแน่นมาจนเต็มรถม้าวางเรียงรายหน้าคนชุดขาวผู้หนึ่งที่ดูสูงส่งดุจเทพจากสรวง์ก็มิปาน ทั้งท่านเ้าเมืองที่นำสิ่งของมาด้วยตนเองยังกล่าวขอบคุณเสียงดังอยู่นานพอสมควรทำให้ชาวบ้านได้รู้ต้นสายปลายเหตุว่าเป็เช่นไร
ไม่นานชื่อเสียงความแม่นยำของแม่หมอเยว่ก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมือง ผู้คนมากมายต่าง้ามาตรวจดวงชะตากับนางเต็มไปหมด นางจึงต้องจำกัดจำนวนคนที่สามารถทำนายดวงชะตาได้ในแต่ละวัน
“เกิดเื่แล้ว! รีบกลับบ้านเถอะเ้าคะ”เหยียนเหยาน้ำเสียงร้อนรน
“เกิดอะไรขึ้นเช่นนั้นหรือ!”เยว่ซินรีบเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าภายในมิติ
“บิดาท่านาเ็ ตามหมอนะไปด้วยเ้าค่ะ”
“ร้ายแรงหรือไม่”นางเริ่มใจไม่ดี
“ข้าว่าท่านไปดูเองจะดีกว่าเ้าค่ะ”
นางเดินทางไปโรงหมอด้วยความเร่งรีบ โชคดีที่มีโรงหมออยู่ไม่ไกลจากโต๊ะดูดวงของนางมากนักจึงทำให้ไปถึงได้อย่างรวดเร็ว โรงหมอแห่งนี้เป็แหล่งรวบรวมหมอผู้เชี่ยวชาญหลายด้านไว้ด้วยกัน แต่หมอที่เก่งกาจและเชี่ยวชาญก็มักจะต้องแลกด้วยค่ายาที่แพงด้วยเช่นกัน แต่แล้วอย่างไรเล่าหากหมอที่เชี่ยวชาญสามารถยื้อชีวิตท่านพ่อมาจากปรโลกได้ต่อให้แลกด้วยอะไรนางก็จะหามาให้จงได้ แต่ทว่าทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายอย่างที่นางคิด เพราะขณะนี้นางกำลังถูกหมอผู้หนึ่งไล่ออกไปราวกับขอทาน
“แม่หนูหากเ้า้าหมอ ก็ต้องมีเงินจ่ายค่ายานะ” หมอคนหนึ่งมองนางอย่างดูแคลน
“พวกท่านเป็หมอแต่เหตุใดจึงปฏิเสธคนไข้หรือเ้าคะ หรือเป็เพราะเสื้อผ้าที่ข้าสวมใส่ไม่ได้ดูดีเช่นคุณหนูทั่วไปและสิ่งสำคัญที่สุดของผู้ที่เป็หมอก็คือช่วยชีวิตคนไข้ พวกท่านมีหน้าที่รักษาคนป่วยโดยมิแบ่งชนชั้น แต่นี่พวกท่านปฏิเสธการรักษาเพียงเพราะเครื่องนุ่งห่มของข้า หึ!ช่างทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตายิ่งนัก อีกอย่างข้าก็มีเงินเพียงพอต่อค่ายาเ้าค่ะ”นางกล่าวเสียงดังไปจนทั่ว
“ถูกต้องแล้ว เป็หมอควรเลือกรักษาชีวิตคนเสียก่อน มิใช่มายืนถามหาเงินสินจ้าง ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก! ทะนงตัวว่าข้านี่เก่งกาจจนต้องเรียกค่ารักษาเสียมากมาย ไปเถอะแม่หนูผู้ใดมิไปกับเ้าแต่ข้าจะไปกับเ้าเอง”หมอวัยกลางคนถือเครื่องมือรักษาเดินนำออกไป
เยว่ซินรีบนำทางหมอวัยกลางคนไปยังบ้านของตนเอง แต่สถานการณ์เร่งรีบเช่นนี้ หากให้เดินเท้าคงมิทันใจนาง เยว่ซินจึงจ้างรถม้าให้รีบไปส่งนางที่หมู่บ้าน ใช้เวลาไม่นานนักในที่สุดนางก็พาหมอมารักษาบิดาได้ทันท่วงที ต้องยกความดีความชอบให้แก่เหยียนเหยา หากนางมิเตือนล่วงหน้าบางทีอาจเป็พบหน้ากันครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของนางและบิดา
บิดานางนั้นเข้าป่าล่าสัตว์ได้หลายวันแล้ว ครั้งนี้เขาเข้าไปในป่าลึกกว่าที่เคยและเป็เขตที่มิค่อยมีผู้ใดกล้าเข้าไปกันนักเนื่องจากเป็มีเื่เล่าว่าภายในป่าลึกนั้นมีสัตว์ดุร้ายเป็จำนวนมาก ทั้งยังเป็ป่าที่พิศวงยิ่งนัก ผู้ใดที่เข้าไปในนั้นมักจะหลงทางวนเวียนหาทางออกไม่เจอสุดท้ายก็ต้องติดอยู่ที่นั่นจนตาย กระทั่งทุกวันนี้ยังไม่เคยมีใครพบคนเหล่าอีกเลย
ส่วนบิดานางนั้นเขามักจะเข้าไปในป่าแห่งนั้นแต่ไม่รู้ทำไมเขาจึงออกกลับมาได้ทุกครั้งโดยไม่ได้รับอันตรายใดๆเลย แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เคยบอกกล่าวเื่ราวการเข้าป่าแห่งนั้นให้ใครฟังแม้แต่ตัวนางเองก็ตาม ครั้งนี้นางไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะพลาดท่าให้กับพยัคฆ์ร้ายเอาเสียได้
“บิดาเ้ามีาแฉกรรจ์ทั่วร่างกาย หากบิดาเ้าฟื้นแล้วจงพาไปทำแผลที่โรงหมอทุก 3 วัน ในระหว่างนี้ต้องระวังมิให้าแโดนน้ำ มิเช่นนั้นอาจติดเชื้อได้ เข้าใจหรือไม่” หมอจางเก็บอุปกรณ์ลงกล่องยาประจำตัว
“เข้าใจเ้าค่ะ ข้าขอบคุณท่านมากเ้าค่ะท่านหมอจาง”เยว่ซินมองด้วยความซาบซึ้ง
“ส่วนนี่คือยาแก้ปวด เ้าจงต้มให้บิดากินตามเทียบยานี้”หมอจางยื่นห่อยาให้เยว่ซิน
“ขอบคุณเ้าค่ะ”นางยื่นเงินส่งให้คนตรงหน้า ทว่าท่านหมอจางกลับปฏิเสธมิรับเงินจากเยว่ซิน
“ข้าต้องหาทางตอบแทนบุญคุณท่านอย่างแน่นอน เดินทางปลอดภัยนะเ้าคะ”นางยืนส่งท่านหมอจนรถม้าลับสายตาไป
“หิวหรือไม่”นางลูบหัวสวี่หยางที่กำลังเฝ้าบิดาไม่ห่างกาย
สวี่หยางพยักหน้าเล็กน้อย ั้แ่เช้าเขาก็เฝ้าทำแปลงผักบุ้งจนลืมกินอาหารที่พี่สาวทำไว้ให้เสียสนิท จนมาเกิดเื่ของบิดาขึ้นมาอีก จึงทำให้ไม่มีอาหารตกถึงท้องเล็กๆนั่นเลย นางจึงหยิบขนมปังแผ่นนุ่มจากภายในมิติออกมาส่งให้สวี่หยางกินรองท้องไปเสียก่อน
“ท่านแม่กลับมาแล้วหรือเ้าคะ”นางมองมารดาอย่างตื่นตะลึง
“เื่ของข้า เ้าอย่าสอด”อี้เหยารีบเดินเข้าห้อง
เยว่ซินมองมารดาที่เก็บของบางส่วนของนางด้วยความรีบร้อน ไม่แม้แต่จะชายตามองท่านพ่อเลยสักนิด
“ท่านเก็บของจะไปที่ไหนหรือเ้าคะ”เยว่ซินเอ่ยถาม
อี้เหยาปรายตามองบุตรีเพียงเล็กน้อย กก่อนจะเเสยะยิ้มน่าเกลียดออกมา “ข้าก็จะไปเสวยสุขอย่างไรเล่า ข้าจะมิทนอยู่บ้านซอมซ่อเช่นนี้แล้ว”