บทที่13 : ่เวลาที่รออยู่
เพราะสร้างปัญหาไว้ให้กับบ้านของตระกูลกฤชเตโชทำให้กลายสภาพเป็บ้านผีสิงที่เฮี้ยนขนาดเพื่อนบ้านยังพูดกันออกมาไม่หยุดทั้งวัน แม้แต่ผู้อยู่อาศัยในบ้านั้แ่ญาติไปจนถึงคนใช้ยังนอนหวาดผวาทั้งคืนถึงขนาดพูดกันว่าเห็นผีทายาทคนสุดท้ายของตระกูลหลักที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุไปไม่นานมาตามหลอกหลอนด้วย
นอกจากเื่ผีก็ยังมีคนในบ้านบางคนประสบอุบัติเหตุไม่คาดฝันาเ็สาหัสและเสียชีวิตด้วยทำให้มีคนลือออกมาว่าเป็เพราะิญญาแค้นแน่ๆ เหลือคนบาปถึงถูกผีหลอก
ไตรวิชญ์ที่ได้ฟังข่าวก็หัวเราะขบขันในลำคอ เื่อุบัติเหตุเขาไม่ขอพูดถึงแต่เขาไม่แปลกใจที่จะเห็นิญญาปรากฏสถานที่ที่มีิญญาอยู่เยอะพลังิญญาก็เข้มข้นไปด้วยจะฉวยเอาพลังนั้นมาปรากฏตัวชั่วครั้งชั่วคราวก็ไม่มีปัญหาอะไรสำหรับผีระดับสูงที่รู้จักวิธีใช้พลัง
แต่กับิญญาที่เพิ่งตายคงใช้อย่างไม่รู้ตัวมากกว่า
อีกข่าวคือมีผู้ว่าฯ ท้องถิ่นและคนใหญ่คนโตกลุ่มหนึ่งได้รับความเดือดร้อนจากข้อมูลที่หลุดออกมาอย่างมีนัยยะมีประเด็นขุดคุ้ยข่าวคาวของอีกฝ่ายมาหลังจากที่มีหลุดข่าวเ้าหน้าที่รัฐถูกมือปืนสังหารดับคารถยนต์ขณะกลับบ้านพบว่าเป็เื่ขัดผลประโยชน์กันภายในแล้วยังมีอีกหลายคนที่เจอคดีฉ้อโกงภาษีกับคดียาเสพติด
ไม่รู้ว่าไปได้หลักฐานการทำผิดพวกนี้มาจากไหนเ้าหน้าที่เ่าั้ต้องเข้าคุกไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และมีอีกหลายคนที่ออกมาสู้คดีทำให้เกิดการยืดเยื้อ
ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในสามวันหลังจากไตรวิชญ์ถูกยัดข้อหาฆ่าคนตายข่าวของเขาที่ควรจะดังกลับปรากฏเป็คอลัมน์เล็กๆ ที่ไม่น่าเหลียวแล แลดูอนาถแต่ดีกว่าข่าวใหญ่เป็ไหนๆ
ไม่ต้องให้ใครบอกหรือวิเคราะห์ให้ฟังไตรวิชญ์ก็รู้ว่าเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เป็ฝีมือของใครถึงเขาจะไม่ได้พูดว่าอะไรแต่ในใจก็รู้สึกไม่พอใจอยู่เหมือนกัน
ก็รู้หรอกว่าในบ้านเขามีแต่ 'ผีร้าย'ร้ายกันั้แ่ยังไม่ตายด้วยซ้ำแต่หลังตายแล้วเขาก็ไม่อยากให้ยุ่งเกี่ยวกับโลกของคนเป็มากนักโดยเฉพาะเซียร์ที่ยังคงนิสัยเหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่มีผิด
หนักใจนะ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เพราะทั้งหมดที่เซียร์ทำก็เพื่อเขาทั้งนั้น
นั่งทอดถอนใจอยู่นานก็มีสายโทรเข้าเป็เบอร์แปลกไม่คุ้นตา ไตรวิชญ์กดรับสายไปด้วยน้ำเสียงเนิบช้า
"สวัสดี พี่หมอของทุกคนพูด"
[สวัสดีค่ะ ขอสายคุณไตรวิชญ์หน่อยค่ะ]
"พูดอยู่ มีอะไรหรือ แล้วคุณเป็ใคร?"
[ฉันคืออัจฉรา กฤชเตโชค่ะ คุณ...]
"เรียกพี่หมอก็ได้ ใครๆ ก็เรียกกัน"
ดูเหมือนคนที่เขากำลังรออยู่ในที่สุดก็โทรมาเสียทีไตรวิชญ์ขยับยิ้มอย่างพอใจ เหล่าผีที่บังเอิญเหลือบมาเห็นแทบช็อกตาย...หน้าพอใจของพี่หมอชั่วร้ายเหมือนอาชญากรระดับโลกที่กำลังวางแผนชั่วอยู่ในใจ
น่ากลัวโคตร...
[พี่หมอคะ ช่วยหน่อยได้ไหม พวกเราไม่มีหนทางแล้ว]
"จะให้ช่วยอะไรล่ะไม่ว่าอะไรขอแค่มีเงินจ่ายฉันก็ช่วยทั้งนั้น" ร่างสูงเหยียดตัวนั่งกับเก้าอี้อย่างสบายๆ"แต่บอกก่อนนะว่าค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายน่ะมันสูงมาก"
[ฉันรู้ค่ะ ใครๆ ก็บอกว่าพี่หมอฝีมือดีและค่าตัวแพงทางนี้เองก็ไปหาคนฝีมือดีมาจัดการแล้วแต่ก็จัดการไม่ได้ พี่หมอเป็ความหวังเดียวแล้วค่ะ]
"แล้วงานที่จะให้ทำนี่ปราบผีใช่ไหม"
[ใช่ค่ะ คือมัน...]
"ไม่ต้องเล่าสถานการณ์ เดี๋ยวฉันไปดูสถานที่เองแต่ก่อนหน้านั้นเราจำเป็ต้องตกลงราคากันก่อน"
ไตรวิชญ์กับอีกฝ่ายต่อรองราคากันอย่างดุเดือด แน่นอนว่าเขาจะโก่งราคาอย่างรุนแรงต่อคนที่ทำผิดต่อเขาและดูเหมือนราคาจะรุนแรงเกินกว่าที่อีกฝ่ายจะรับได้ จึงหลุดออกมาประโยคหนึ่งที่ทำให้พี่หมอแสยะยิ้มเหี้ยม
[ถ้าคุณช่วยเราแบบไม่คิดเงิน คุณจะหลุดจากข้อหาฆ่าคนเลยนะ!]
"โฮ่~ คิดจะข่มขู่ฉันงั้นเหรอหรือนี่จะเป็แผนหลอกใช้ฉันฟรีแต่แรก หืม?" พี่หมอเอ่ยอย่างถากถาง"แค่ข้อหาฆ่าคนฉันจะจัดการไม่ได้หรือไง เออดีในเมื่อพูดมาขนาดนั้นแล้วก็ไม่จำเป็ต้องต่อความยาวสาวความยืดพวกเธอก็อยู่กับผีไปจนกว่าจะหาคนจัดการได้ก็แล้วกัน!"
[ดะ... เดี๋ยวก่อน!]
ติ๊ด!
ไตรวิชญ์กดวางสายใส่อย่างไม่ไยดีเซียร์ที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องมองหน้าเขาตาปริบๆ แล้วเอ่ยถามไถ่
"มีอะไรงั้นเหรอ? ดูท่าทางอารมณ์ดีนะ"
"ดูออกด้วยหรือว่ามันอารมณ์ดี"
ไอยรินทร์ที่นั่งมองหน้าไตรวิชญ์มาั้แ่คุยโทรศัพท์เห็นอยู่หน้าเดียวคือโคตรโฉดพร้อมจะทำเื่ต่ำช้าอย่างอาฆาตแค้นมากกว่าจะเรียกว่าอารมณ์ดีได้
"ฉันอารมณ์ดีจริงๆ นะ ปู่ไม่เชื่อรึไง"
"ทำหน้าให้ดูเป็ผู้เป็คนก่อนค่อยมาพูดเถอะ"
"ชิ! ...โอ๊ะโทรกลับมาแล้ว" พี่หมอกดรับสาย พยายามปั้นเสียงให้ขึงขัง"โทรมาทำไมอีกล่ะ ฉันบอกแล้วไงว่า---"
[ขอร้องล่ะ ช่วยพวกเราด้วยเถอะพี่หมอ ไม่ว่าเท่าไหร่ก็ยอมจ่ายเื่คดีก็จะยกเลิกให้ เพราะงั้น... เพราะงั้น...]
"เข้าใจแล้ว ฉันรับงานนี้เตรียมเงินไว้ด้วยล่ะ"
[ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ...]
ไตรวิชญ์ไม่ฟังคำพูดของเธออีกกดวางสายแล้วยิ้มแย้มหน้าบานเป็จานดาวเทียม เดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อเตรียมอุปกรณ์โดยมีสายตางุนงงมองตามหลังไปสองคู่
"ท่าทางเหยื่อคงติดกับเขาแล้วล่ะถึงได้อารมณ์ดีขนาดนี้"
"ข้าก็ว่าอย่างนั้น... น่าตามไปดูจริงๆ เลย"
"คุณไอยอยากเห็นไตรในลักษณะป่าเถื่อนเหรอ?"
"หา?"
ไอยรินทร์หันมาเลิกคิ้วใส่เซียร์ ลักษณะป่าเถื่อนอะไรอีกล่ะแค่นี้ยังดูเถื่อนไม่พออีกหรือ แต่ยังไม่ทันถามไถ่ก็ต้องเอี่ยวตัวหลบเล็บคมๆของแวมไพร์คนสวยที่พุ่งมาหมายจะขย้ำคอเขา
"หลบทำไมครับ!"
"ไม่หลบก็คอขาดสิจ๊ะสาวน้อยแล้วนี่จะมาขย้ำคอข้าทำไมเล่า... หิวหรือ?"
"ใช่ที่ไหนล่ะ!"คิมแยกเขี้ยวใส่ชายชุดไทยอย่างดุเดือด "เป็คุณใช่ไหมครับที่ไปกดเครื่องซักผ้าเล่นน่ะ!"
"หมายถึงเครื่องไหนหรือ"
ไอยรินทร์มองตาปริบๆ ท่าทางจะกดไปหลายเครื่อง คิมขบกรามแน่นดวงตาสีน้ำเงินจ้องเขม็งเหมือนอย่างกับจะะโเข้ากัดคออีกฝ่าย
"ก็เครื่องที่กำลังปั่นผ้านั่นไงคุณใส่อะไรเข้าไปน่ะ แล้วกดอะไร!"
"ก็เห็นเ้ากดๆ ข้าก็เลยอยากลองทำบ้างเท่านั้นเอง"
"แต่ที่คุณทำมันทำให้เสื้อผ้าเสียหายนะ"
"เอ๋?" ปู่ไอยทำหน้าเหลอหราไม่รู้เื่รู้ราว"ก็ข้าไม่รู้นี่นา ข้ามันก็แค่คนแก่หลงยุค ของสมัยใหม่ก็ต้องใช้เวลาศึกษาบ้างมิใช่หรือ"
ปู่ไม่รู้ ปู่ไม่ผิด ปู่แค่อยากลองเฉยๆ
เซียร์ยกยิ้มอย่างช่วยไม่ได้กับความวุ่นวายเล็กๆ นี้แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากห้ามปรามใคร คิมกับปู่ทะเลาะกันเป็ปกติจนเขาชินเสียแล้ว
"ทะเลาะอะไรกันอีกล่ะปู่ คิม"
ไตรวิชญ์เดินออกมาพร้อมกับกระเป๋าเป้เลิกคิ้วมองผู้สูงวัยของบ้านคนหนึ่งเดือดดาลอีกคนยิ้มอ่อนหน้าซื่อๆ มึนๆ เหมือนไม่ได้ทำอะไรผิดดูแล้วเหมือนคิมกำลังรังแกคนอยู่...
"เพราะเขาเล่นเครื่องซักผ้า ผ้าเลยเสียหายน่ะครับ"
เซียร์เป็ผู้ตอบคำถามพลางชี้หน้าปู่เจาะจงคนทำผิดพี่หมอยิ้มขำทันที
"เสื้อผ้าคิมหรือไง"
"ไม่ใช่ของผมหรอกครับ ของคุณไตรต่างหาก"
"...!!!"
ไตรวิชญ์เกร็งสีหน้าขึ้นเล็กน้อย จ้องมองคิมตาไม่กะพริบเพื่อยืนยันความจริงที่ได้ยินเมื่อแวมไพร์คนสวยพยักหน้า พี่หมอก็ร้องโหยหวนในทันที
"โอ๊ยปู่! เสื้อผ้าของฉันแพงนะเว้ย!!"
พี่หมอพุ่งไปล็อกคอไอยรินทร์แล้วตุ้ยท้องอย่างโกรธเคืองหลายๆที โดยมีคิมยืนมองพลางยิ้มอ่อนโยน แต่แววตาเต็มไปด้วยความสมน้ำหน้าชัดเจน
แต่ไม่รู้ว่าสมน้ำหน้าใคร
ไตรวิชญ์พ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดมาตลอดทางจนกระทั่งมาถึงบ้านตระกูลกฤชเตโชซึ่งบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฟ้ายิ่งกว่าที่อื่นๆ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้บ้านหลังนี้ขนาดจะขับรถผ่านยังอ้อมไปไกล กว่าเขาจะเข้ามาถึงที่นี่ได้ต้องเข้าเดินมาเพราะแท็กซี่ไม่ยอมมาส่ง
เขาเดินไปตบๆ มือใส่รั้วเหล็กอยู่ครู่หนึ่งอักขระที่เขียนเอาไว้หายไปอย่างไร้ร่องรอย เส้นทางผีถูกปิดกั้นแต่บรรยากาศก็ยังคงวังเวงอยู่เช่นเดิม
คนรับใช้ออกมาเชิญพี่หมอเข้าไปภายในบ้านเขาเปิดผนึกเ้าที่ออกมาแล้ว เ้าที่เ้าทางที่ถูกผนึกมาหลายวันทำหน้าเศร้าคล้ายถูกรังแกแต่พอเห็นผีลอยอยู่เต็มบ้านก็ออกแรงวิ่งไล่กวด ไล่ผีทั้งหลายออกไปจากบ้านอย่างเต็มที่โดยที่พี่หมอไม่ต้องลงมือทำอะไรมากอาจจะมีหลุดรอดสายตาเ้าที่ไปบ้าง แต่แค่นั้นก็ประหยัดแรงของเขาไปเยอะแล้ว
เ้าของบ้านยืนรอต้อนรับเขาอยู่แล้วแต่ไตรวิชญ์ไม่ได้สนใจจะทักทายเป็มารยาทอะไรด้วยอารมณ์ที่ขุ่นเคืองมาจากบ้านเลยพูดแค่ประโยคเดียว
"ออกไปยืนอยู่นอกบ้านหนึ่งชั่วโมงเื่ผีทั้งบ้านฉันจะเก็บกวาดเอง"
"ค่ะๆ"
พวกญาติรีบออกไปอย่างไม่รีรอ แค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้นก็สามารถจัดการผีทั้งบ้านได้แล้วนั่นอาจจะรวมถึงิญญา... ของเ้าของบ้านที่แท้จริงด้วย
ไตรวิชญ์ยืนรอจนกระทั่งคนในบ้านออกไปจนหมดเขาก็เปิดกระเป๋าหยิบหม้อออกมาหนึ่งใบ ขนาดของหม้อไม่ใหญ่นักมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหกนิ้วสูงสามนิ้วเท่านั้นเขาวางมันลงที่โต๊ะกลางโถงบ้านขยับปากร่ายคาถาไม่กี่คำ ิญญาระดับต่ำทั้งหลายที่เ้าที่ไล่ออกไปไม่ทันก็ถูกเก็บลงในหม้อไปอย่างรวดเร็ว
เขาปล่อยหม้อดูดผีไว้ตรงนั้นก่อนจะก้าวขึ้นไปชั้นสอง พลางมองดูผีระดับต่ำหลายตนที่ดิ้นรนเอาตัวรอดจากแรงดึงดูดของหม้อที่เขาตั้งเอาไว้แต่ก็เปล่าประโยชน์
จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าห้องที่ตอนนี้ยังคงมีไอร้อนแผ่ออกมาอยู่เนื่องๆไตรวิชญ์ถีบประตูเข้าไปในทันที แรงถีบหนักหน่วงขนาดที่ทำให้ประตูทั้งบานหลุดออกไปกระแทกผนังอีกด้าน
พอเดินเข้ามาในห้องก็หลุดหัวเราะเสียงดังเมื่อเจอิญญาสีแดงยืนแข็งทื่อให้เหล่าผีระดับต่ำเป็ที่ยึดเหนียวไม่ให้หม้อดูดิญญาของพวกมันไป
ถ้าแค่ผีตัวสองตัวพี่หมอยังไม่คิดมากแต่นี่เกาะกันเป็สิบแถมผีผู้หญิงล้วนเสียด้วย มือเกาะกันอย่างไม่เกรงใจ เขาพอมองเห็นแค่หน้าของฝ่ายที่ยืนเป็เสาให้ยึดเหนี่ยวเท่านั้นเองส่วนที่เหลือถูกจับไว้หมดแล้ว
สภาพอนาถนี่มัน... หมดกันความน่ากลัวที่สั่งสมมา
"ไง เจอกันอีกแล้วนะเ้าตาแดง"
ไตรวิชญ์เอ่ยทักเสียงกลั้วหัวเราะคนถูกทักหันมามองตาขุ่นแล้วเอ่ยถามอย่างแปลกใจ
"มาทำไมอีกล่ะ"
"วันนี้มาไล่ผีน่ะแต่จะเรียกให้ถูกคือมาเก็บผีมากกว่า"
"ที่เกิดขึ้นนี่เป็ผีมือนายเหรอ?"
"แหงสิ ถ้าไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็ใครคิดว่ายมทูตมาเรอะ" พี่หมอไหวไหล่ "แต่ถึงยมทูตมาก็ไม่เปิดหม้อดูดิญญางี้หรอกพวกนี้จะโรคจิตหน่อยๆ ชอบเอาเคียวไปฟันิญญาให้ร้องโอดโอยเล่นน่ะนี่ฉันถือว่าประนีประนอมสุดแล้วนะจะบอกให้ แค่ดูดดดดด---"
"อ๊ะ!"
เพราะเสียงคำว่า 'ดูด' ของพี่หมอฟังดูเซ็กซี่เกินไปหรือไงไม่ทราบผีสาวทั้งหลายถึงกับลืมออกแรงเกาะิญญาทั้งหลายลอยละลิ่วลงไปที่ชั้นหนึ่งอย่างรวดเร็วเสียงกรีดร้องโวยวายดังตามหลังมาแต่ก็ไม่มีใครสนใจ
ในห้องเหลือพี่หมอกับผีตาแดงเท่านั้นที่ยังอยู่ยืนได้
"เท่านี้ก็ไม่มีใครขวางแล้วล่ะ"
ไตรวิชญ์ยิ้มอย่างเบิกบาน ผีตาสีแดงขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างหวาดระแวง
"้าจะทำอะไรกันแน่"
"แค่อยากต่อรองนิดหน่อย คิดว่านายน่าจะสนใจมันนะ 'ลีเวล'"
"รู้จักชื่อของฉัน แสดงว่านายคงสืบมาแล้วสินะ"
"ไม่ได้ทำเองหรอก มีมือดีช่วยน่ะ"
"มือดีที่ว่าคงเก่งน่าดู"ลีเวลยิ้มเยาะขึ้นมา "ทั้งที่พวกนั้นช่วยกันปิดข่าวแทบตายแท้ๆไม่คิดว่าจะถูกสืบได้เพียงแค่เวลาสั้นๆ"
ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเขาเองเป็ความลับถึงจะไม่ลับสุดยอดแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสืบหาตัวได้ง่ายๆ อย่าว่าแต่แค่ข่าวการตายของเขาเลยกระทั่งชื่อและหน้าตาของเขาที่มีอยู่ในสื่อก็น้อยแสนน้อยจนแทบไม่เป็จุดสังเกตเสียด้วยซ้ำการที่หาตัวตนได้ในเวลาไม่กี่วัน... ต้องเรียกว่าสุดยอดเท่านั้นถึงจะเหมาะสม
"แล้วนาย้าต่อรองอะไรกับฉันล่ะให้ไปเกิดงั้นเหรอ"
"คิดตื้นๆการจะไปเกิดแค่พูดมันจะไปได้ยังไงล่ะเว้ย" พี่หมอมองด้วยสายตาเหยียดหยาม"ฉันก็แค่อยากให้นายมาอยู่บ้านฉันก่อนก็เท่านั้น"
"ไปทำไมอ่ะ? อย่าบอกนะว่า..."
อีกฝ่ายเบิกตากว้างแล้วเอามือปิดอกตัวเอง สีหน้าท่าทางเหมือนเจอคนโรคจิตคิดลวนลามผี
พี่หมอมองแล้วคิ้วกระตุกถี่ๆ ขว้างหม้อที่ยังไม่เปิดฝาอัดกระแทกอีกฝ่ายแทบล้ม
"ฉันไม่ได้พิศวาสแกเว้ยเพียงแต่ผีระดับสูงอย่างแกปล่อยเอาไว้ข้างนอกมันอันตรายไปอยู่บ้านฉันดีกว่าเป็แหล่งรวมผี เพื่อนเยอะหายห่วง..."
"ตกลง!"
"เดี๋ยว! ยังพูดไม่จบจะรีบตกลงไปไหน"
ไตรวิชญ์ถลึงตาใส่นอกจากพูดไม่จบแล้วยังไม่ได้ลงมือสู้กันอีกต่างหาก่นี้ไม่ค่อยได้ลงไม้ลงมือหนักๆ เพราะไม่มีผีระดับสูงมารองมือรองเท้าเลยนะช่วยปฏิเสธสักนิดสิ
"อ๊ะ! งั้นยังไม่ตกลงก็ได้แล้วไปอยู่บ้านนายนี่มีสวัสดิการอะไรบ้างอ่ะ"
เป็ผีแล้วยัง้าสวัสดิการอีกเรอะ!?
พี่หมอมองตาขวางใส่ผีตาแดงโลภมากแต่นึกไปนึกมาบ้านเขาก็มีสวัสดิการผีจริงๆ นี่สิ ก็เลยตอบไปเท่าที่นึกออก
"ก็มีเสื้อใหม่ กางเกงใหม่ ของใช้จิปะถะและเพื่อนผีอีกมากมาย..."
"อยากไป~"
"มีข้าวสามมื้อไม่ขาดมีขนมและของว่างให้กินตลอดเวลา..."
"อยากไปมาก~"
"มีห้องส่วนตัว ทีวี แอร์และฟรีไวไฟ..."
"อยากไปที่สุดเลย~!!"
"..."
"ไปตอนนี้เลยไหม?"
อะไรจะรีบตกลงขนาดนี้ โธ่เอ๊ย! เ้าผีใจง่าย!!
ไตรวิชญ์กลอกตาไปมาอย่างอดไม่ได้ แผนการทุบตีมากมายในหัวพังครืนไม่เป็ท่าทำไมอีกฝ่ายถึงตอบรับง่ายดายขนาดนี้ เล่นตัวตุบตีกันแรงๆเหมือนตอนเจอปู่หน่อยก็ไม่ได้ เขาจะได้เนียนพังบ้านให้เ้าของบ้านเสียทรัพย์เยอะๆหน่อยแท้ๆ
"แต่ก่อนไป ช่วยฉันเก็บของหน่อยได้ป่ะ" ลีเวลเอ่ยขัดความหม่นหมองของพี่หมอพลางชี้ไปที่มุมห้อง"ช่วยแบกตู้เซฟนี่ไปด้วยกันทีสิ"
ไตรวิชญ์มองตู้เซฟสีดำขนาดใหญ่ที่อยู่มุมห้องแล้วขมวดคิ้วอยากจะเอ่ยปากด่าเ้าผีใจง่ายแต่ปัญหาเยอะนี่สักสิบประโยคเหลือเกิน
ตู้ใหญ่ขนาดนี้จะแบกออกไปยังไงไม่ให้สะดุดตาคนวะครับ!
แล้วทำไมต้องเป็ตู้เซฟ แกจะให้ฉันเป็โจรเรอะไอ้ผี!!