การปรากฏตัวของหวงหยินฟาขัดจังหวะการทดสอบพลังของศิษย์บ้านประกายหมอกแต่นั่นก็ไม่ได้กินเวลามากมายเท่าไรนัก ครู่เดียวการคัดเลือกหัวหน้าบ้านก็ดำเนินต่อ
ชุนจางมินรับผลึกแร่สีหมอกมาจากกงยี่มู่นางถือผลึกแร่ทดสอบไว้ครู่เดียวผลึกสีมัวๆก็กลายมาเป็ผลึกสีฟ้ากระจ่างใสอีกทั้งยังมีประกายรัศมีส่องออกมาเล็กน้อย
“นี่คือสีที่แทนลักษณะปราณของชุนจางมินหากผู้ทดสอบคนใดมีพลังปราณเหนือกว่านางผลึกแร่นี้ก็จะเปลี่ยนสีแต่ถ้าคนที่ััมันคนถัดไปมีพลังด้อยกว่านางผลึกแร่ก็จะคงรูปนี้ต่อไป”กงยี่มู่อธิบายให้เด็กๆฟัง
ชุนจางมินยิ้มให้ศิษย์พี่ของนาง หญิงสาวผู้นั้นเผยอยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพยักหน้าตอบจากนั้นสีหน้าของหญิงสาวก็เรียบเฉยดังเดิม
ก้อนผลึกแร่ถูกส่งให้คนที่นั่งอยู่ถัดไปเด็กหญิงผู้เป็เพื่อนของชุนจางมินรับเอาผลึกแล้วจับมันไว้แน่นด้วยสองมือถือผลึกแร่อยู่นานสองนาน แต่ผลึกแร่สีหมอกที่กลายมาเป็สีฟ้าใสก็ไม่เปลี่ยนสีเด็กหญิงคนดังกล่าวถอนหายใจหนึ่งทีแล้วยื่นผลึกแร่สีฟ้าให้เพื่อนคนถัดไป
“ข้าคิดว่าที่ผ่านมาข้าตั้งใจฝึกตนมากแล้วนะแต่ข้าก็ยังสู้เ้าไม่ได้อยู่ดี” เด็กหญิงคนดังกล่าวเอ่ยกับชุนจางมิน
ชุนจางมินยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าจากนั้นนางก็บีบมือของเพื่อนเบาๆแทนการพูดให้กำลังใจเด็กหญิงทั้งสองมองไปยังเด็กผมเปียที่นั่งอยู่ถัดไปและเอาใจช่วยเพื่อนที่กำลังถือผลึกสีฟ้าไว้ในขณะนี้
“ไม่เปลี่ยนแปลง” กงยี่มู่เอ่ยบอกเด็กหญิงคนดังกล่าวการตรวจสอบปราณด้วยผลึกแร่สีหมอกไม่ได้กินเวลามากถึงขนาดที่ต้องถือผลึกแร่ไว้นานดังเช่นที่เด็กหญิงคนนี้ทำเพียงััมันแค่ชั่วเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ แร่วิเศษดังกล่าวก็เทียบเคียงพลังปราณของผู้ฝึกตนได้
ได้ยินอาจารย์กงยี่มู่ประกาศดังนั้นนางจึงยอมตัดใจส่งผลึกแร่ให้เด็กคนต่อไป ผ่านไปไม่นานนักผลึกแร่สีหมอกก็ถูกส่งไปให้เด็กบ้านประกายหมอกกว่ายี่สิบคนได้ััแต่ถึงกระนั้นแร่วิเศษก็ยังไม่เปลี่ยนสี มันยังเป็สีฟ้าและคงความกระจ่างใสอยู่อย่างนั้น
“ไม่น่าให้ชุนจางมินทดสอบเป็คนแรกเลยการทดสอบนี้เลยหมดสนุกกันพอดี” ศิษย์พี่ผู้หนึ่งเอ่ย
“จริงด้วย น่าจะจัดตัวเต็งไปอยู่ท้ายๆเหมือนปีของพวกเราข้ายังจำได้อยู่เลยว่าการทดสอบเมื่อสามปีที่แล้วน่าตื่นเต้นมากเพียงไรผลึกแร่เปลี่ยนสีไปมาหลายต่อหลายครั้งตอนที่หม่าซูเฟิงและหวังหลี่เม่าซึ่งนั่งอยู่เกือบท้ายสุดจับผลึกนั่นผลึกแร่ยังเปลี่ยนสีไปตามพลังปราณพวกเขาเลย”
“แต่สุดท้ายฮูซินหยาที่นั่งคนสุดท้ายก็ได้ครองตำแหน่งหัวหน้าบ้านในที่สุดและปีนี้ศิษย์น้องของนางก็จะได้ตำแหน่งนั้นมาเช่นกัน”
ทุกคนต่างเห็นด้วยกับคำพูดของชายคนดังกล่าวแต่ชายที่อยู่ทางด้านข้างขวามือของหวังหลี่เม่าก็พูดขัดขึ้นมา
“พวกเ้าพูดมาได้อย่างไรว่าบ้านประกายหมอกไม่จัดให้พวกตัวเต็งไปอยู่ด้านท้ายๆลองเบิ่งตาดูโน่น พวกตัวเต็งทั้งนั้น!”ชายผู้มีนามว่าหม่าซูเฟิงชี้ไปทางกลุ่มศิษย์น้องของหวังหลี่เม่าแล้วหัวเราะออกมา
หม่าซูเฟิงเพิ่งประชดประชันจิวฟงไปอยู่หยกๆครั้งนี้เขาก็เหน็บแนมศิษย์น้องของหวังหลี่เม่าอีกครั้ง
หวังหลี่เม่าถอนหายใจหนักๆเขาพยายามไม่สนใจกับคำพูดของหม่าซูเฟิงเพราะรู้นิสัยของคนแซ่หม่าดีอยู่แล้วแต่ที่เขาระบายลมยาวออกมาเป็เพราะว่าเมื่อมองไปที่พวกจิวฟงกลับเห็นว่าเหล่าศิษย์น้องไม่ได้สนใจการทดสอบเลยแม้แต่น้อย
หลางชี่เชี่ยกำลังมองก้อนเมฆที่ลอยต่ำด้วยแววตาที่เหม่อลอยชูฉงที่นั่งถัดไปกำลังก้มหน้าก้มตาจดบันทึกอะไรบางอย่างต้าไคก็ตาปรือคล้ายกับคนจะหลับได้ทุกเมื่อ ส่วนจิวฟงนั่งก้มหน้านิ่งไม่เงยหน้าขึ้นมามองการทดสอบเลยแม้แต่ครั้งเดียวและดูเหมือนว่าจะมีเพียงสี่คนนี้เท่านั้นที่ไม่สนใจการทดสอบพลังปราณ
...แต่แท้ที่จริงไม่ใช่มีแค่พวกจิวฟงที่ไม่สนใจการทดสอบปราณด้วยผลึกแร่ที่กำลังดำเนินอยู่ยังมีชายอีกคนหนึ่งที่ไม่ได้สนใจการทดสอบเช่นกัน
“จ้องหน้าข้าขนาดนี้ มาสังเกตการณ์หรือมาสังเกตข้ากันแน่”จิวฟงแอบเหลือบมองหวงหยินฟาเป็ครั้งที่ห้าแต่สายตาของเขาก็ประสานเข้ากับสายตาอันคมกริบของผู้าุโแห่งหอหลอมศาสตราดังเช่นทุกครั้งผ่านมาเขารีบหลุบตาก้มหน้าต่ำแล้วใช้นิ้วเขี่ยพื้นหินไปมา
“คนตาเดียวรู้แล้วว่าข้าทะลวงขั้นที่หนึ่งได้ตอนนี้เขาคงสงสัยว่าข้าใช้วิธีใดซ่อนพลังปราณข้าไม่รู้ว่าเขาจะเค้นคอถามถึงเื่วิธีซ่อนปราณเมื่อไร ทางที่ดีข้ารีบออกไปจากที่นี่กว่า”คิดได้ดังนั้นจิวฟงก็ยืนขึ้นโดยไม่รอช้า เขาชูมือซ้ายขึ้นสูงแล้วยืดบิดตัวไปมาขาทั้งสองข้างของเขาหนีบแน่นเข้าหากัน
“มีอะไรรึ” เหลียงอันเอ่ยถามศิษย์ตัวจ้อย
“ข้า...ปวดฉี่อ่ะ”จิวฟงยืนบิดจนตัวแทบจะเป็เกลียวแถมยังใช้มือข้างหนึ่งกุมเป้าไว้ด้วยเขามองเหลียงอันด้วยสายตาวิงวอนจากนั้นเด็กชายตัวเปี๊ยกก็ขยับเท้าย่ำอยู่กับพื้นจนเหลียงอันรู้สึกสงสาร
เหลียงอันมองหน้าหวงหยินฟาเป็เชิงสอบถามเขากุมสองมือต่ำพร้อมกับก้มหัวอย่างเกรงใจเมื่อเห็นว่าผู้าุโแห่งหอหลอมศาสตรายังคงมีสีหน้าเรียบเฉยเหลียงอันจึงอนุญาตให้จิวฟงไปทำธุระส่วนตัว
“รีบกลับมาเร็วๆล่ะ” เหลียงอันกำชับ
จิวฟงเอียงหน้าเพื่อหลบเลี่ยงการสบตาหวงหยินฟาที่ยืนอยู่ใกล้อาจารย์ประจำบ้านเขายิ้มกว้างให้เหลียงอันผู้มีเมตตา จากนั้นจิวฟงก็เผ่นแนบในทันที
“ขอโทษทีนะอาจารย์เหลียง แต่ข้าคงไม่กลับมาแล้วล่ะ”จิวฟงแอบยิ้มมุมปาก
ออกแรงวิ่งไปได้เพียงเจ็ดแปดก้าวจิวฟงก็ได้ยินเสียงของหวงหยินฟาะโดังลั่น
“ห้ามเ้าไปไหนจนกว่าการทดสอบจะสิ้นสุดลง!”เสียงของชายตาเดียวเต็มไปด้วยอำนาจและแฝงไปด้วยพลังปราณที่แผ่ออกมาคุกคามจิวฟงอย่างต่อเนื่อง
เห็นดังนั้นเหลียงอันก็ใเขาหมุนกายมาหยุดอยู่ตรงหน้าหวงหยินฟาเหลียงอันประสานมือไว้เบื้องหน้าพร้อมกับคุกเข่าลงโดยไม่รอช้า
“ผู้าุโหวง โปรดถอนพลังปราณที่กดดันจิวฟง”
หวังหลี่เม่าก็ใที่หวงหยินฟากราดเกรี้ยวถึงขนาดแผ่ปราณออกไปกดดันศิษย์น้องของเขาหวังหลี่เม่ามองแผ่นหลังของเด็กชายตัวจ้อยที่ถูกพลังปราณกดดันจนยืนตัวแข็งก็รู้สึกสงสารเขารีบไปคุกเข่าต่อหน้าหวงหยินฟาแล้วก้มหน้าลง
“ท่านผู้าุโ โปรดเมตตาศิษย์น้องของข้าด้วย”
“พลังที่ข้าส่งไปเทียบเท่ากับพลังปราณขั้นที่หนึ่งพลังเล็กน้อยเพียงแค่นั้นคงไม่ทำให้เ้าตายหรอก...จริงไหม จิวฟง!”
ทุกคนที่อยู่ที่ผาจรดเมฆาไม่มีใครกล้าขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวเพราะกลัวผู้าุโผู้มีดวงตาข้างเดียวผู้นี้เด็กใหม่ใกลัวจนตัวสั่น พวกเขาไม่รู้ว่าจิวฟงไปทำอะไรให้หวงหยินฟาผู้าุโตาเดียวจึงโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้พวกเขารู้สึกว่าหวงหยินฟาไม่ชอบหน้าจิวฟงมาก...มากจนถึงขั้นไม่ยอมอนุญาตให้จิวฟงไปปลดทุกข์
“โอยย ข้าถูกพลังปราณอันรุนแรงถาโถมเข้าใส่จนปวดหัว ปวดตัวปวดเอว ปวดท้อง ปวดฉี่ ป๊วดปวด...ปวดไปหมดทั้งตัวแล้ว”จิวฟงที่ยืนหันหลังให้หวงหยินฟาใช้มือซ้ายก่ายหน้าผากมือขวากุมท้องพร้อมกับบิดตัวไปมาอย่างเ็ป เด็กๆได้ยินเสียงร้องของจิวฟงก็หันหลังมองเด็กชายตัวเปี๊ยกอย่างสงสาร
“อย่ามาสำออย รีบกลับมานั่งประจำที่เดี๋ยวนี้!”
จิวฟงสะดุ้งโหยงเขารู้ว่าอย่างไรเสียก็คงไม่มีทางหนีออกจากผาจรดเมฆาได้เขาจึงเดินคอตกพร้อมกับก้าวขาอย่างหมดเรี่ยวหมดแรงมานั่งอยู่ข้างๆต้าไคดังเดิม
หลางชี่เชี่ย ชูฉงและต้าไคสอบถามอาการจิวฟงอย่างเป็ห่วงพอเ้าเปี๊ยกบอกว่าไม่ได้เป็อะไรพวกเขาจึงค่อยสบายใจ
“ผู้าุโหวงโปรดให้อภัยจิวฟงแม้จะเป็เด็กซุกซนแต่เขาก็ไม่ใช่คนชั่วร้ายหวังหลี่เม่ารายงานให้ข้าฟังว่าเขามุ่งมั่นในการฝึกฝนความจริงแล้วเขาฝึกตนก่อนใครๆในบ้านประกายหมอกด้วยซ้ำ”เหลียงอันยังคงคุกเข่าอยู่ที่ตรงนั้นเพื่อร้องขอให้ชายตาเดียวให้อภัยเด็กชายตัวจ้อย
“ถึงแม้จิวฟงจะไร้พร์แต่เขาก็ทุ่มเทข้าเคยแอบดูเขาอยู่นอกบ้านก็ได้ยินเสียงเขาฝึกตนทั้งวันทั้งคืนไม่ใช่แค่เื่ฝึกปราณเท่านั้น แต่ศิษย์น้องของข้ายังใฝ่หาความรู้ด้านอื่นๆอันที่จริงแล้วเขาสนใจเื่การปรุงยาไม่น้อย ขอท่านผู้าุโเห็นแก่ความมุมานะของเขาและให้อภัยเขาด้วยเถิด”หวังหลี่เม่าที่คุกเข่าอยู่ข้างเหลียงอันขอความเมตตาจากหวงหยินฟาเช่นกัน
เมื่อเหล่าศิษย์พี่ที่ยืนอยู่ด้านหลังได้ยินคำพูดของคนทั้งสองก็รู้สึกนิยมชมชอบในตัวจิวฟงขึ้นมาบ้างในเวลานี้มีเพียงหม่าซูเฟิงเท่านั้นที่มองหวังหลี่เม่าด้วยสายตาเหยียดหยัน
หวงหยินฟาใช้สายตาคมๆมองหวังหลี่เม่าอยู่นานก่อนที่จะเอ่ยเรียบๆว่า
“เ้าตาบอดหรืออย่างไรจึงบอกว่าศิษย์น้องของเ้าไร้พร์เ้าคอยดูให้ดี หลังสิ้นสุดการทดสอบในวันนี้ศิษย์น้องของเ้าจะกลายมาเป็หัวหน้าบ้านประกายหมอก”
เหล่าศิษย์ใหม่อยู่ห่างออกไปจึงไม่ได้ยินคำพูดของหวงหยินฟาแต่เหลียงอันกับศิษย์รุ่นก่อนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นได้ยินคำพูดของผู้าุโแห่งหอหลอมศาสตราเต็มสองรูหูหวังหลี่เม่าอ้าปากค้างอยู่หน้าก่อนที่จะส่ายหน้าแรงๆขณะที่เหลียงอันได้แต่ทำหน้างงไม่ต่างจากคนอื่น พวกศิษย์รุ่นก่อนไม่เข้าใจว่าทำไมหวงหยินฟาจึงมั่นใจในตัวจิวฟงเช่นนี้ส่วนหม่าซูเฟิงไม่เชื่อคำพูดของหวงหยินฟาเขาคิดว่าผู้าุโผู้นี้ต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ
ผลึกแร่สีฟ้าถูกส่งต่อให้ศิษย์รุ่นใหม่แห่งบ้านประกายหมอกคนแล้วคนเล่าแต่มันก็ยังคงสีฟ้ากระจ่างใสอยู่เช่นนั้น เหล่าศิษย์ใหม่เริ่มยอมรับกันแล้วว่าชุนจางมินจะกลายมาเป็หัวหน้าบ้านประกายหมอกส่วนศิษย์รุ่นก่อนหน้าก็อยากจะให้ผลึกแร่สีฟ้ามาถึงมือของจิวฟงเร็วๆพวกเขาอยากรู้ว่าคำพูดของหวงหยินฟาจะเป็จริงหรือไม่หวังหลี่เม่ามองดูผลึกทดสอบที่ถูกส่งต่อเป็ทอดๆอย่างตื่นเต้นเพราะอีกไม่นานมันจะถูกส่งมาถึงพวกศิษย์น้องของเขาแล้ว
ในที่สุดศิษย์คนอื่นๆก็ได้ััผลึกแร่กันจนหมดตอนนี้เหลือเพียงหลางชี่เชี่ย ชูฉงต้าไคเและจิวฟงที่นั่งอยู่ในแถวสุดท้ายเท่านั้นที่ยังไม่ได้รับการทดสอบ
เด็กชายคนหนึ่งยื่นผลึกที่ยังคงเป็สีฟ้ามาให้หลางชี่เชี่ยที่อยู่แถวหลังเ้าเฉื่อยมองเด็กคนนั้นอย่างงงๆ พอนึกได้ว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนทดสอบพลังปราณหลางชี่เชี่ยก็ยื่นมือรับเอาผลึกด้วยท่าทีที่เฉื่อยชาเสร็จแล้วก็ส่งผลึกให้ชูฉงต่อในทันที
ขณะนั้นเอง สิ่งที่ทุกคนไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นผลึกในมือของหลางชี่เชี่ยกลายเป็สีหมอกอันขุ่นมัวซึ่งสื่อให้เห็นถึงนิสัยที่เฉื่อยชาและเหม่อลอยของเขา
“...”
...เงียบสนิท...ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผาจรดเมฆายังคงเงียบสนิท...
ศิษย์ใหม่ที่มองดูผลึกที่อยู่ในมือเ้าเฉื่อยถึงกับพูดอะไรไม่ออกไม่มีใครคิดว่าหลางชี่เชี่ยที่ได้แต่เหม่อมองท้องฟ้าไปวันๆจะมีพลังปราณสูงกว่าชุนจางมินผู้มุ่งมั่น
“อา...” ชุนจางมินอ้าปากค้างนางทำได้เพียงส่งเสียงร้องออกมาเบาๆแล้วเงียบไป
ศิษย์รุ่นก่อนหน้ายืนนิ่งอย่างไม่เชื่อสายตาแม้แต่หวังหลี่เม่าที่ั์ตาเบิกกว้างเป็ประกายก็ได้แต่นิ่งงันเหลียงอันกับกงยี่มู่มองหน้ากันแล้วกะพริบตาปริบๆ ส่วนหวงหยินฟาเห็นภาพเบื้องหน้าเขาก็ยิ่งจ้องหน้าจิวฟงเขม็ง
จิวฟงบังเอิญเหลือบเห็นชายตาเดียวจ้องมาเขารีบเม้มปากทำแก้มป่อง จิวฟงพยายามปั้นหน้าให้ใสซื่อแล้วฝืนยิ้มจากนั้นเขาเบือนหน้าไปทางอื่นทันที
“เป็เพราะเ้าสินะ เ้าเด็กแซ่จิว”หวงหยินฟาหัวเราะหึๆในลำคอ
ผลึกสีขุ่นมัวถูกส่งมาให้ชูฉงเ้าหนอนหนังสือมองผลึกขุ่นๆในมือของหลางชี่เชี่ยอย่างรำคาญเขาวางพู่กันลงแล้วปิดสมุดบันทึก จากนั้นก็รับเอาผลึกแร่ทดสอบมาถือไว้เมื่อนิ้วของชูฉงแตะถูกผลึกแร่ ไม่ช้าสีของมันก็เปลี่ยนไปสีที่ดูขุ่นมัวกลายเป็สีดำที่มีลวดลายยึกยือแฝงเอาไว้เต็มผลึกลวดลายที่ดูซับซ้อนของผลึกนั้นชวนให้คนที่มองมารู้สึกมึนงง
“อะไรกัน...” เหลียงอันพึมพำออกมาเบาๆ
“เกิดอะไรขึ้นกับผลึกนั่น”
“นั่นสิเกิดอะไรขึ้นกันแน่...”
...
เด็กๆเริ่มซุบซิบไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เชื่อมั่นในความเที่ยงตรงของผลึกแร่ทดสอบ แต่การที่กลุ่มบ๊วยแห่งบ้านประกายหมอกทำให้ผลึกแร่สีหมอกเปลี่ยนสีได้ถึงสองครั้งติดต่อกันย่อมทำให้พวกเขารู้สึกงวยงง
“...หลางชี่เชี่ย ชูฉง...” หวังหลี่เม่าพูดด้วยเสียงสั่นเขารู้สึกว่าตัวเองคล้ายกับอยู่ในความฝัน เขาตบหน้าตัวเองแรงๆหนึ่งทีเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ได้ฝันไปเขาก็จ้องมองคนทั้งสองด้วยสายตาที่ปลาบปลื้ม
หลางชี่เชี่ยและชูฉงไม่ได้สนใจกับสายตาของผู้คนที่มองมาเ้าหนอนหนังสือใช้ศอกกระทุ้งเ้าอ้วนที่นั่งตาปรือแรงๆไปทีหนึ่งแล้วรีบโยนผลึกสีดำไปให้ต้าไคจากนั้นเขาก็ก้มหน้าเขียนหนังสือต่อ
ต้าไคสะดุ้งเล็กน้อย เขายื่นมือไปคว้าผลึกสีดำที่กำลังจะกระแทกพื้นได้ทันอย่างฉิวเฉียดเ้าอ้วนเป่าปากอย่างโล่งใจที่เห็นผลึกแร่ไม่เสียหายเขามองค้อนเ้าหนอนหนังสืออยู่นาน แต่ดูเหมือนชูฉงที่กำลังจดบันทึกจะไม่รู้สึกตัวพอต้าไคมองดูผลึกที่อยู่ในมีอีกที ก็เห็นว่ามันเปลี่ยนเป็สีม่วงเข้มแล้ว
เ้าอ้วนชูผลึกขึ้นเหนือหัวแล้วแกว่งแขนที่เต็มไปด้วยไขมันไปมาต้าไคยิ้มกว้างพร้อมกับยักคิ้วให้เพื่อนๆซึ่งกำลังมองเขาด้วยสายตาที่สับสน
“เฮ้ย พวกจิวฟงเปลี่ยนสีแร่วิเศษได้สามคนต่อกัน!”เด็กชายคนหนึ่งประหลาดใจจนอุทานดัง
“สามคนต่อกันไม่ใช่เื่น่าแปลก แต่ที่น่าใก็คือพวกเขาทั้งหมดมีพลังเหนือชุนจางมินเหนือกว่าพวกเราทุกคน!”
“นี่หมายความว่า...ไม่ต้าไคก็จิวฟงจะได้เป็หัวหน้าบ้านเื่นี้บ้าเกินไปแล้ว!”
...
พออาจารย์เหลียงอันคลายความตื่นตะลึงและนึกขึ้นได้ว่ามีเพียงต้าไคและจิวฟงเท่านั้นที่มีสิทธิ์จะได้เป็หัวหน้าบ้านเขาก็รู้สึกปวดหัวจี๊ดๆ
เ้าอ้วนยังคงยิ้มกว้างจนตาหยีเขามองมายังศิษย์พี่หวังพร้อมกับโบกมือให้
“ฮ่าๆๆ พวกเขาคือศิษย์น้องของข้า ศิษย์น้องของข้า!”หวังหลี่เม่าะโดังพร้อมกับยิ้มแก้มปริเขาปรายตาแล้วยิ้มมุมปากให้หม่าซูเฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆ คนแซ่หม่าที่กำลังตกตะลึงเห็นสีหน้าของหวังหลี่เม่าก็ยืนตัวเกร็งพร้อมกับกำหมัดแน่น
เมื่อสามปีก่อนหม่าซูเฟิงแข่งขันกับหวังหลี่เม่ามาโดยตลอดแต่สุดท้ายการในการคัดเลือกหัวหน้าบ้าน เขาก็พ่ายแพ้ให้หวังหลี่เม่ามาปีนี้ศิษย์น้องของเขาก็มีพลังอ่อนด้อยกว่าศิษย์น้องของหวังหลี่เม่าอีก และนี่เองทำให้เขารู้สึกเจ็บแค้น
“ต้าไค ส่งผลึกต่อไปให้จิวฟงเลย!”หวังหลี่เม่าส่งเสียงเร้าโดยที่ไม่สนใจกับสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงริษยาของหม่าซูเฟิง
พอศิษย์รุ่นเก่ารู้ว่าจิวฟงกำลังจะทดสอบพลังพวกเขาก็พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิงไปไหนต่อไหนแล้วจับจ้องมองมาที่เด็กชายตัวเปี๊ยก ขณะที่ศิษย์ใหม่ก็เฝ้ามองจิวฟงเป็ตาเดียวหลังจากที่เห็นหลางชี่เชี่ย ชูฉงและต้าไคเปลี่ยนสีผลึกได้พวกเขาก็รู้สึกลึกๆว่าจิวฟงก็ต้องทำได้เช่นกัน
เ้าอ้วนยิ้มให้จิวฟงแล้วยื่นผลึกแร่มาให้เ้าเปี๊ยกจิวฟงแอบเหลือบมองหวงหยินฟาอีกครั้ง เมื่อเห็นสายตาอันคมกริบยังคงจ้องมาเขาก็กลืนน้ำลายดังเอื๊อก จิวฟงยื่นสองมือน้อยๆออกไปรับผลึกอย่างช้าๆ...ช้าๆช้าจนแทบไม่ขยับ ช้าจนหลายคนที่มองมารู้สึกหงุดหงิด!
ต้าไคก็โมโหเช่นกันเขายื่นผลึกให้เ้าเปี๊ยกตั้งนานแต่จิวฟงก็ไม่ยอมหยิบเอาผลึกนั้นไปสักทีต้าไคทนไม่ไหว เขากระชากมือของจิวฟงแล้วยัดผลึกสีม่วงเข้มใส่มือเ้าเปี๊ยกในทันที
...
...
...
ไม่มีการเปลี่ยนแปลง!
ผ่านไปห้าหกลมหายใจทุกคนที่ผาจรดเมฆาก็เห็นว่าผลึกนั้นยังเป็สีม่วงเข้มซึ่งนั่นก็หมายถึงว่าต้าไคเป็ผู้มีพลังปราณสูงสุดและจะได้เป็หัวหน้าบ้านประกายหมอก!
สามสหายจ้องหน้าจิวฟงอย่างงงๆพวกเขารู้ดีว่าคนที่ควรได้เป็หัวหน้าบ้านคือเ้าเปี๊ยกไม่ใช่เ้าอ้วนแต่เมื่อมองมากลับเห็นว่าจิวฟงเอาแต่ก้มหน้านิ่ง
เหลียงอันถอนหายใจยาวหนึ่งทีที่ผ่านมาหลังจากเลือกหัวหน้าบ้านเสร็จบรรยากาศจะเต็มไปด้วยความครึกครื้นอย่างน้อยใบหน้าของผู้ที่ได้เป็หัวหน้าบ้านก็จะเต็มไปด้วยความดีใจแต่ในครั้งนี้กลับไม่เป็เช่นนั้น ต้าไคไม่ได้มีท่าทียินดีบรรยากาศรอบตัวก็แสนจะเงียบเชียบ เหลียงอันระบายลมอีกครั้งก่อนที่จะเอ่ยว่า
“ในนามของเหลียงอันอาจารย์ประจำบ้านประกายหมอกข้าขอประกาศว่าผู้ที่ได้เป็หัวหน้าบ้านก็คือ...” ก่อนที่จะประกาศชื่อต้าไคออกมาเสียงของหวงหยินฟาก็ดังขึ้น
“ช้าก่อน!” เสียงของผู้าุโเช่นเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังทำให้ทุกคนเงียบสนิทหวงหยินฟาไม่มองไปยังผู้ใด หากแต่ใช้ดวงตาข้างขวาจ้องไปยังจิวฟง
“เ้าเด็กแซ่จิวจงเงยหน้ามามองข้า!”
แม้แต่ศิษย์รุ่นเก่าที่ผ่านขั้นแรกมานานยังรู้สึกอึดอัดกับพลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของผู้าุโแซ่หวงดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงศิษย์ใหม่ว่าพวกเขาจะรู้สึกอย่างไรบรรยากาศในผาจรดเมฆาในตอนนี้ช่างหนักอึ้งจิวฟงที่นั่งอยู่หลังสุดค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองหวงหยินฟาพร้อมกับทำตาปริบๆจากนั้นก็ปั้นยิ้มให้ผู้าุโตาเดียว
“ไม่ต้องแกล้งทำหน้าใสซื่อ จงฟังคำข้าให้ดีถ้าเ้าทำให้ผลึกที่อยู่ในมือเปลี่ยนสีไม่ได้ เ้าตาย!เข้าใจไหม!”
คนอื่นๆตกตะลึงในคำพูดของหวงหยินฟาคำสั่งที่แสนจะไร้เหตุผลของชายตาเดียวเป็ไปไม่ได้เลย ทุกคนก็เห็นอยู่ว่าผลึกในมือของจิวฟงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆมานานแล้ว
ขณะที่คนทั้งหลายกำลังนิ่งอึ้งอยู่นั่นเองจิวฟงก็หลุบตาต่ำแล้วพยักหน้าอย่างว่าง่ายสามสี่ครั้งและหลังจากนั้นผลึกสีม่วงที่อยู่ในมือของเขาก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง...