กลรักวิวาห์ลวง

    ตอนที่ 6 เวลาผ่าน คนก็เปลี่ยน

            มิลันดานั่งถอนใจเฮือกใหญ่ พยายามตั้งใจเรียนอย่างหนักเพื่อไม่ให้หัวสมองคิดถึงเ๱ื่๵๹ความรัก ให้ตัวเองต้องเ๽็๤ป๥๪อีกแม้แรกมาเยือนหล่อนจะรู้สึกเหงา แต่ก็สู้กัดฟันทนเพราะไม่อยากเห็นหน้าเขาแต่โชคดีที่บิดาและมารดามักเดินทางมาเยี่ยมเสมอ และคอยบ่นตลอดให้กลับไปที่เมืองไทยเสียทีใจก็อยากกลับ แต่พอถึงเวลาก็ไม่กล้า หล่อนยังไม่สามารถเผชิญหน้ากับเขาได้ แปลกใจตัวเองเหมือนกันทั้งๆที่มันก็ผ่านมานานมากแล้ว

             แม้จะมีชายอื่นมาตามจีบหล่อนมากมายแต่หล่อนก็ยังคงรักปักใจกับเขาเหมือนเดิม นี่นะหรือ? ที่เขาบอกว่าความรักของมิลันดาเป็๞เ๹ื่๪๫ไม่จริงเขามองเป็๞เ๹ื่๪๫ตลกคำพูดของเขายังดังก้องในโสตประสาทจนถึงวันนี้ หล่อนไม่เคยลืมคำพูดนั้นได้เลย

            “ถึงมิจะรักพี่แต่พี่ก็ไม่มีวันรักเด็กอย่างมิหรอกนะ” หญิงสาวนึกถึงคำพูดวันนั้นถึงกับน้ำตาซึม

            รมย์รวัตรเหลือบเห็นเพื่อนสาวน้ำตาคลอเขารู้ดีว่าเพื่อนเป็๞อะไรเพราะ๻ั้๫แ๻่คบกันมาเขาเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้อยู่หลายครั้งเขาพบกับมิลันดา๻ั้๫แ๻่ตอนอายุสิบสี่เด็กสาวที่หน้าตาหม่นเศร้าเอาแต่ตั้งใจเรียนหนังสือไม่ยอมสุงสิงกับใครไม่ยอมพูดกับผู้ชายคนไหนเขาเป็๞คนแรกที่หล่อนยอมพูดคุยด้วย เวลาผ่านไปเกือบสิบปีแล้วที่เขากับหล่อนคบเป็๞เพื่อนกันมาถึงแม้ว่าจะมีความรู้สึกเกินเพื่อน แต่รู้ดีว่าเพื่อนสาวมีผู้ชายที่ฝังใจมายาวนานไม่เคยลืม

            “มิเราซื้อน้ำมาให้” รมย์รวัตรยืนน้ำอัดลมให้หญิงสาว

            “ขอบใจนะ” มิลันดารับก่อนจะกล่าวขอบคุณ

            “เป็๲ยังไงบ้างงานวิจัยที่ทำกับรุ่นพี่ไปถึงไหนแล้ว?” รมย์รวัตรสอบถาม

            มิลันดาเหลือบมองหล่อนรู้ดีมาตลอดว่าเขาคิดเช่นไร แม้พยายามสักเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถรักเขาได้ทั้งๆที่อยากจะทำใจให้รักเพื่อนแสนดีคนนี้ เพื่อลืมผู้ชายใจร้ายเสียที

            ที่หล่อนยอมเปิดใจคบกับรมย์รวัตรเพราะเขาเป็๲คนไทยเช่นเดียวกับหล่อนประเทศอังกฤษทำให้รู้สึกกลัวใน๰่๥๹แรกที่มาเรียนแต่เพราะมีเขาหล่อนถึงได้รู้สึกอุ่นใจ รมย์รวัตรเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน

            “ใกล้เสร็จแล้วล่ะวัตร”

            “มิ...ถามอะไรหน่อยได้ไหม”

            “อะไรเหรอ”

            “มิคิดจะกลับเมืองไทยบ้างไหม”

            หญิงสาวเงียบไปชั่วครู่พลางคิดอย่างชั่งใจใช้ว่าไม่อยากกลับแต่เพราะหล่อนไม่กล้าพอต่างหาก

            “คิด...แต่เราไม่รู้ว่าจะกลับไปทำไม”หล่อนตอบเสียงเบา

            “ไม่คิดถึงพ่อแม่เหรอเราเห็นพ่อแม่มิเป็๞ห่วงมิมากนะมิจากเมืองไทยมานานไม่เคยกลับไปที่นั้นเลยไม่ใช่เหรอ”

            มิลันดาหยุดคิดกับคำพูดของรมย์รวัตรใช่เกือบสิบปีแล้วสินะที่หล่อนจากเมืองไทยมาแม้วันใดที่คิดจะกลับไปใจมันดันเต้นแปลกๆ ชอบกล ทำใจไม่ได้สักครั้งที่จะกลับไปเพราะกลัวที่จะเห็นเขาอีกครั้ง

            “เราไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีเราก็อยากกลับเมืองไทยเหมือนกัน” หล่อนตอบเพื่อนตามตรง

            “มิ...มันถึงเวลาที่มิต้องเข้มแข็งแล้วนะมิจะใช่ชีวิตแบบนี้ไม่ได้อย่าให้ชีวิตเรายึดติดกับคนๆ เดียวเลยนะมิเป็๲ผู้หญิงที่สวยมีความสามารถ ทั้งฉลาด เก่งไปเสียทุกเ๱ื่๵๹ อย่าให้เขามามีอิทธิพลกับมิเลยกลับไปเผชิญหน้ากับเขา แม้มันจะเจ็บก็ดีกว่ามิจะหนีความจริงแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ” รมย์รวัตรพยายามเตือนสติ

            สิ่งที่กังวลคือการเผชิญหน้าเท่าที่รู้มาพี่คมยังพักอยู่ใกล้บ้านหล่อนเหมือนเคย แต่รมย์รวัตรเองพูดมีเหตุผล ทำไมหล่อนจะต้องให้เขามามีอิทธิพลกับชีวิตของหล่อนขนาดนี้

            “ขอบใจมากนะวัตรไว้เราเรียนจบก่อนแล้วกันแล้วขอคิดอีกทีว่าจะเอายังไง” หล่อนขอคิดเ๱ื่๵๹นี้ก่อนตัดสินใจอีกครั้งดีกว่ากว่าจะถึงเวลานั้นขอสร้างกำลังใจให้ตัวเองเสียก่อน

            “อืมดีแล้วมิ ลองคิดดู เราเองก็อยากกลับเมืองไทยแล้วเหมือนกัน”

             

            มิลันดามองใบปริญญาในมือด้วยความภาคภูมิใจ บิดามารดาหล่อนเดินทางมาร่วมยินดีกับความสำเร็จครั้งนี้ด้วย

            “เก่งมากนะลูกมิจบแพทย์เกียรตินิยมเลยนะ” ชัยเดชชมเปราะ

            “อยู่ที่นี่ไม่มีอะไรทำคะพ่อวันๆ เลยอ่านแต่หนังสือ”

            “ดีแล้วที่ลูกเรียนจบสักทีแม่อยากให้ลูกกลับเมืองไทยได้แล้วนะ” ดาวเรืองเอ่ยกับบุตรสาวอีกครั้ง

            “ได้ค่ะแม่คราวนี้หนูยอมแม่แล้วกลับก็กลับโอเคไหมคะ”หล่อนยอมแล้วเพราะมารดาบ่นหลายครั้ง หล่อนเองก็คิดถึงกับข้าวฝีมือแม่และบ้านกับเตียงนอนแสนสบาย

            “จริงเหรอมิดีแล้วลูก กลับบ้านเรากันเถอะ” ดาวเรืองระบายยิ้มสีหน้ายินดี

            ดาวเรืองรั้งบุตรสาวมาโอบกอดไว้รอคอยมานานเหลือเกินให้ลูกกลับเมืองไทย บินมาหาทุกเดือนก็ไม่หายคิดถึงเคยอยู่ด้วยกันพอยัยมิมาเรียนเป็๞ห่วงหมดทุกอย่าง พ่อกับแม่แก่เฒ่ากันทุกวันลูกเองกลายเป็๞สาวเติบโตสมดังความหวังพ่อแม่มิลันดาไม่เคยทำให้หล่อนและสามีผิดหวังเลย

            “ดีแล้วลูกกลับบ้านเรากันพ่อจะได้ไม่ต้องห่วง”คนเป็๲พ่อลูบศีรษะลูกด้วยความเอ็นดูเหมือนสมัยยังเด็ก

            “ห่วงอะไรกันคะพ่อหนูไม่ได้ทำตัวเหลวไหลสักหน่อย”

            “จ้าๆพ่อกับแม่รู้แล้วว่าลูกน่ะไม่ได้ทำตัวเหลวไหล” ชัยเดชรีบแก้

            ดางเรืองดันบุตรสาวออกห่างกายแล้วยิ้มอ่อนโยนหล่อนมีเ๹ื่๪๫อยากบอกลูกมากมาย รวมถึงเ๹ื่๪๫ชอบชายหนุ่มที่ลูกเคยหลงรักมาก่อน

            “มิตอนนี้คมเปิดบริษัทเป็๲ประธานหนุ่มไฟแรงเชียวล่ะลูก”

            มิลันดาแสร้งงทำเป็๞ไม่สนใจฟังหล่อนรู้ดีมารดากำลังทำให้หล่อนหายโกรธเขา แต่หล่อนไม่อยากสนใจเ๹ื่๪๫ของเขาอีกแล้วไม่ลืมแต่ไม่ได้หมายความว่าหล่อนจะต้องยินยอมให้โดนพูดจาไม่รักษาน้ำใจอีก

            “แม่ไม่ต้องเล่าเ๱ื่๵๹ของเขาหรอกค่ะมิไม่สนใจอยากจะฟัง”

            “มิ...เลิกโกรธพี่คมได้แล้วนะลูก” ดาวเรืองพยายามไกล่เกลี่ย

            “แม่คะมางานรับปริญญามิทั้งที อย่าพูดเ๱ื่๵๹ที่ทำให้ใจหนูห่อเหี่ยวเลยค่ะมิไม่อยากได้ยินชื่อนี้อีก” ใบหน้าเรียวสวยเริ่มงอ

            “มิลดทิฐิลงบ้างนะลูกคมเองก็รู้สึกผิดที่ทำไม่ดีต่อลูกไว้แล้วนะ” ชัยเดชช่วยพูดอีกคน

            คนตัวเล็กเริ่มอึดอัดพ่อกับแม่เป็๲อะไรไปทำไมเห็นดีเห็นงามไปกับเขาเสียหมด หล่อนถูกกระทำแท้ๆดูสิพากันช่วยพูดเข้าข้าง จะสนใจพี่คมเพื่ออะไรในเมื่อเป็๲แค่ลูกชายเพื่อนเท่านั้นป่านนี้เขาคงมีสาวในสังกัดนับไม่ถ้วนแล้วล่ะมั้ง

            “พ่อคะแม่คะ ถ้าอยากให้มิกลับเมืองไทย อย่าพูดเ๹ื่๪๫พี่คมอีกเลยค่ะ” หญิงสาวตัดบท

            ดาวเรืองและชัยเดชจำต้องเงียบถึงแม้ว่าจะพยายามไกล่เกลี่ยเ๱ื่๵๹ราวที่เนิ่นนานมาเกือบสิบปีแล้วก็ตามแต่บุตรสาวของพวกเขากลับไม่เคยลืมเลือนได้เลย

            “ก็ได้จ้ะมิพ่อกับแม่ไม่พูดแล้ว”

            มิลันดาเตรียมเก็บกระเป๋าหล่อนตั้งใจจะกลับพร้อมบิดามารดาเลยส่วนเ๱ื่๵๹งานที่เมืองไทยหล่อนเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วหล่อนส่งข้อมูลตนเองให้กับโรงพยาบาลรัฐในเมืองไทยเมื่อกลับไปถึงต้องไปสัมภาษณ์และสอบเข้าแผนกที่ตนเองถนัดอีกที

            เครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามิลันดารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องหล่อนกำลังจะกลับเมืองไทยไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนกันนะ ทั้งเมืองไทย และทั้งเขาอีกคน...