วันนี้เป็วันที่เฉิงลู่จื้อต้องออกจากโรงพยาบาลประจำอำเภอ เธอรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้กลับบ้าน เธออยากรู้อยากเห็นว่าโลกภายนอกจะแบบไหน เธอทะลุมิติมาอยู่โลกใบนี้และได้เห็นแต่ห้องสี่เหลี่ยมสีขาวจนรู้สึกเบื่อหน่าย เธอกำลังรอแม่ของเธอไปจ่ายค่ารักษาพยาบาล
ตลอด 3 วันที่ผ่านมาเพื่อจะบำรุงร่างกายของเธอให้หายไวๆ เธอได้แต่กินของดีๆทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็กระดูกซี่โครงหมูตุ๋น ไก่ตุ๋น หมูสามชั้นตุ๋น หมูตุ๋นน้ำแดง ปลาไหลตุ๋น ซุปปลา เธอรู้สถานการณ์ทางครอบครัวของเธออย่างดีจากความทรงจำ ตอนนี้น่าจะเหลือเงินเก็บไม่มาก
“ กำลังคิดอะไรอยู่ ” หานฮุ่ยเหมยเดินมาถึงตรงหน้าสักพักแต่เฉิงลู่จื้อยังไม่รู้สึกตัว เธอสังเกตลูกสาวของเธอกำลังทำสีหน้าเคร่งเครียดและขมวดคิ้วชนกัน
“ แม่มาถึงเมื่อไหร่คะ ” เธอได้ยินเสียงแม่ของเธอและเพิ่งรู้สึกตัวว่าเธอกำลังแสดงพฤติกรรมแบบไหนอยู่
“ แม่มาถึงไม่นานเหรอ แล้วลูกล่ะ กำลังคิดอะไรอยู่ ” หานฮุ่ยเหมยกล่าวอย่างกังวล
“ ก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อยค่ะ แฮะๆ ” เธอบอกกับแม่ของเธอพร้องส่งเสียงหัวเราะแห้งๆ
“ แน่ใจนะ ” หานฮุ่ยเหมยถามเพื่อความแน่ใจ เฉิงลู่จื้อพยักหน้าถี่ๆ
“ แม่คะ รีบไปกันเถอะ หนูอยากกลับบ้านของเราแล้ว พวกเราต้องนั่งรถสาธารณะใช่ไหมคะแม่ ” เฉิงลู่จื้อรีบเปลี่ยนเื่คุย เธอแสดงความกระตือรือร้นอยากกลับบ้านเร็วๆ
“ ไปกันเถอะ แต่รถสาธารณะวิ่งตอนเช้าและตอนเย็น ตอนนี้สายมากแล้ว ไม่ต้องเป็ห่วงนะ วันนี้โชคดีมีรถแทรกเตอร์วิ่งผ่านหน้าหมู่บ้านของเราพอดี ไม่อย่างนั้นได้เดินขาลากกลับบ้านแน่ๆ แม่เดินไม่เป็ไรหรอกเพราะแม่ชินแล้ว แต่ลูกเพิ่งหายป่วยเดินเป็เวลานาน มันไม่ดีต่อสุขภาพ ” หานฮุ่ยเหมยกล่าวขึ้นมา
“ หนูโชคดีจริงๆค่ะ ” ถ้าให้เธอเดินกลับบ้าน เธอคงเหนื่อยตายแน่ๆ
เฉิงลู่จื้อกับหานฮุ่ยเหมยขอขึ้นรถแทรกเตอร์กลับบ้าน เธอมองภาพบรรยากาศยุค70 ที่นี่อากาศบริสุทธิ์มาก ไม่เหมือนโลกเก่าของเธอมีมลพิษทางอากาศเยอะแยะมากมาย เธอชอบที่นี่จังเลย ่นี้อากาศกำลังเย็นลงทำให้อากาศสดชื่นและเย็นสบาย รถแทรกเตอร์ขับผ่านหลายหมู่บ้าน สภาพพื้นผิวถนนในยุคนี้แย่มากทำให้นั่งไม่สะดวก เธอน้ำตาซึมเพราะสะโพกของเธอระบมไปหมดแล้ว
“ ใกล้จะถึงหมู่บ้านแล้ว ” หานฮุ่ยเหมยบอกกล่าวกับเฉิงลู่จื้อเพราะเห็นลูกสาวกำลังชมทิวทัศน์ต่างๆ เธอได้ยินเสียงที่แม่บอกมา ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขมากที่ใกล้จะถึงหมู่บ้านแล้ว เธออยากลงจากรถแทบแย่